สมุนไพรและแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร

สมุนไพรและแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร สมุนไพร ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และสิ?

นำสมุนไพรไทยไปใช้ประโยชน์โดยการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ในครัวเรือน รวมทั้งส่งเสริมสินค้าทางการเกษตรในชุมชน เพื่อให้เกิดการพัฒนาแบบองค์รวมในชุมชนอย่างยั่งยืน

แชมพูสมุนไพร ป้องกันผมขาดหลุดร่วง ขจัดรังแค ชะลอหงอก  #สนใจทักมาค่ะ
13/09/2017

แชมพูสมุนไพร ป้องกันผมขาดหลุดร่วง ขจัดรังแค ชะลอหงอก #สนใจทักมาค่ะ

ขมิ้น สรรพคุณของขมิ้นชัน นั้นมีมากมาย เพราะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด เช่น วิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตา...
30/03/2016

ขมิ้น สรรพคุณของขมิ้นชัน นั้นมีมากมาย เพราะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด เช่น วิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 วิตามินซี วิตามินอี ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก และเกลือแร่ต่างๆ รวมไปถึงเส้นใย คาร์โบไฮเดรต และโปรตีน เป็นต้น และขมิ้นชันมีสรรพคุณทางยาที่รักษาอาการ และโรคต่างๆ ได้หลายชนิดซึ่งมีประวัติในการนำมาใช้ในการรักษามากกว่า 5,000 ปี สำหรับขมิ้นชันที่จะนำมาใช้ประโยชน์นั้น การเก็บเกี่ยวไม่ควรเก็บในระยะที่ขมิ้นเริ่มแตกหน่อ เพราะจะทำให้สารที่มีประโยชน์อย่างเคอร์คิวมินในขมิ้นมีน้อย ส่วนเหง้าที่เก็บมาต้องมีอายุอย่างน้อย 9-12 เดือน และต้องไม่เก็บไว้นานเกินไป และไม่ให้ถูกแสงแดด เพราะน้ำมันหอมระเหยในขมิ้นจะหมดไปเสียก่อน # สนุมไพรใกล้ตัว
http://acnecaresite.blogspot.com/2012/07/10.html

สูตรวิธีรักษาสิว ครีมรักษาสิว ฟ้า กระ จุดด่างดำ ครีมหน้าใส ครีมผิวขาว การรักษาสิวอุดตัน สิวอักเสบ สิวเสี้ยน เคล็ดลับหน้าขาวใส ผิวพรรณสวยอย่างเป็นธรรมชาติ

สินค้าของเรา
22/10/2015

สินค้าของเรา

สมุนไพรนั้นเป็นยาจากธรรมชาติที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลก และแต่ละที่ก็จะมีสมุนไพรแตกต่างกันไปตามแต่สภาพภูมิอากาศ ภูมิประเทศในบ...
18/03/2015

สมุนไพรนั้นเป็นยาจากธรรมชาติที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลก และแต่ละที่ก็จะมีสมุนไพรแตกต่างกันไปตามแต่สภาพภูมิอากาศ ภูมิประเทศในบริเวณนั้นๆ และแต่ละชนิดก็มีประโยชน์แตกต่างกันไป บางอย่างสามารถใช้ได้แต่ภายใน บางอย่างใช้ได้แต่ภายนอก และบางอย่างก็สามารถใช้ได้ทั้งสองแบบ เป็นส่วนประกอบในการรักษาโรคหลายๆอย่างตั้งแต่เล็กไปถึงใหญ่ และได้มีการนำสมุนไพรมาใช้เพื่อบำรุงอีกด้วย ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีสมุนไพรรักษาผมร่วง ด้วยเหตุนี้มันจึงมาเป็นหัวข้อหลักในบทความนี้นั่นเองครับ

จากที่ได้เกริ่นคร่าวๆมาแล้วทีนี้เรามาดูกันดีกว่าครับว่าสมุนไพรรักษาผมร่วงนั้นมีอะไรบ้าง และแต่ละอย่างนั้นมันดีอย่างไร

ลาเวนเดอร์(Lavender)

เราอาจจะเห็นลาเวนเดอร์เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับร่างกายไม่ว่าจะเป็นทั้งในสบู่และแชมพู ซึ่งสิ่งหนึ่งที่มีความโดดเด่นของลาเวนเดอร์นั้นก็คือ “กลิ่น” ที่หอมอบอวลและทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายได้เป็นอย่างดีนั่นเอง และแน่นอนลาเวนเดอร์นั้นสามารถใช้เพื่อป้องกันผมร่วงได้ โดยคุณอาจจะใช้เป็นน้ำมันลาเวนเดอร์เพื่อนวดหนังศีรษะก็เป็นได้ ซึ่งจากการศึกษาพบว่าคนที่นวดหนังศีรษะด้วยน้ำมันลาเวนเดอร์เป็นประจำติดต่อกันเป็นเวลา 7 เดือนนั้นจะมีผมขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับคนที่ไม่ได้ใช้

ว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้(Aloe Vera)

ว่านหางจระเข้นั้นเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการรักษาผมร่วง ว่านหางจระเข้เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและต้านอาการอักเสบ เมือกที่สกัดได้จากว่านหางจระเข้นั้นสามารถรักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แผลเรื้อรัง และแผลในกระเพาะอาหารได้ดี และมันสามารถทำหน้าที่รักษาผมร่วงได้เช่นกัน โดยถ้าหากนำเมือกที่สกัดออกมาใช้ทาบริเวณหนังศีรษะทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมงก็จะเป็นการปรับสมดุลให้กับค่า pH ให้กับเส้นผมของคุณให้อยู่ในระดับที่พอดี ซึ่งนอกจากป้องกันอาหารผมร่วงและหัวล้านแบบต่างๆของผู้ชายแล้วยังเป็นการกระตุ้นให้ผมงอกใหม่อีกด้วย

โสม(Ginseng)

อีกหนึ่งสมุนไพรที่มีประโยชน์และถูกพบว่ามีประโยชน์มาเป็นเวลานานมากแล้ว โสมช่วยในการดูแลการเผาผลาญของเซลล์และยังช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดด้วย นอกจากนี้ยังช่วยลดความเครียดซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของผมร่วง และถ้าหากใช้ในรูปแบบของแชมพูล่ะก็ โสมก็จะมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างและบำรุงเส้นผมเป็นอย่างดีเลยล่ะครับ

โรสแมรี(Rosemary)

โรสแมรีนั้นในต่างประเทศได้ถูกใช้เป็นเครื่องเทศในการทำอาหารหลากหลายชนิด แต่ในประเทศไทยเรานั้นคงมีใช้กันไม่มากเท่าไหร่นะครับ นอกจากนี้โรสแมรียังถูกใช้เพื่อเป็นสมุนไพรรักษาผมร่วงชั้นดีซึ่งมันสามารถลดการร่วงของผมก่อนวัยอันควร ช่วยกระตุ้นให้ผมงอกใหม่ เป็นการดีท็อกซ์หนังศีรษะ กำจัดรังแคและช่วยทำให้คนที่มีหนังศีรษะแห้งและคันอาการดีขึ้นได้ และถึงแม้จะเป็นคนที่มีสภาพผมดีเยี่ยมก็ตาม โรสแมรีก็ยังช่วยให้ผมนุ่มสลวยเป็นเงางามได้อีกด้วยครับ เรียกได้ว่าสรรพคุณเหลือร้ายจริงๆ ซึ่งถ้าหากคุณอยากดื่มในรูปแบบของชาโรสแมรีก็สามารถช่วยบำรุงเส้นผมได้เช่นกันครับ แต่ก็จะให้ผลไม่ดีเท่ากับที่ใช้ภายนอก ดังนั้นก็ต้องเลือกดูครับ ได้อย่างเสียอย่าง

สะเดาสะเดา(Neem)

สำหรับสะเดาหลายคนอาจจะไม่เคยได้ยินมาก่อน สะเดามีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย เจริญได้ดีในที่แล้ง ซึ่งในปัจจุบันก็มีปลูกกันในประเทศไทย สามารถนำมาใช้ทำอาหารกินได้ และใช้รักษาผมร่วงได้เช่นกัน โดยสะเดานั้นจะมีสรรพคุณในการต้านแบคทีเรียทำให้อาหารคันหรือระคายเคือง และรังแคบนหนังศีรษะลดลง น้ำมันสะเดาจะใช้ได้ดีมากๆกับคนที่มีผมเส้นเล็กและคนที่ผมหงอกก่อนวัยอันควรครับ

สาหร่ายทะเล(Algae Extract)

สาหร่ายทะเลเป็นพืชที่มีร่าตุ, วิตามิน และกรดอะมิโนสูง และสามารถใช้ได้ดีในทางการแพทย์ ซึ่งส่วนใหญ่ที่เราพบเห็นสาหร่ายทะเลในรูปแบบของเม็ดยาอาหารเสริมที่ช่วยบำรุงสุขภาพของคุณในด้านต่างๆ เห็นในรูปแบบของครีมบำรุงผิง โลชั่นทาผิว เป็นต้น ซึ่งสาหร่ายทะเลอย่างเข่น Himanthalia Elongata และ Atlantic Kelp นั้นก็สามารถช่วยป้องกันผมร่วง ,ทำให้ผมงอกใหม่ได้ และทำให้เส้นผมเป็นเงางามแล้วยังลดความเสียหายที่เกิดขึ้นที่บริเวณหนังศีรษะและเส้นผมอีกด้วย

กะเม็ง (Bhringraj)

ชื่ออันสุดจะไม่คุ้นหูนี้ก็เป็นหนึ่งในสมุนไพรรักษาผมร่วงชั้นดีตัวหนึ่งเลยนะครับ โดยกะเม็งนี้เป็นสมุนไพรที่พบในประเทศที่อยู่ในเขตร้อนซึ่งแน่นอนว่ารวมถึงบ้านเราด้วย สามารถช่วยรักษาโรคต่างๆได้มากมาย และหนึ่งในนั้นก็คือรักษาอาการผมร่วงและผมหงอกก่อนวัยอันควรได้เป็นอย่างดี และสุดท้ายมันก็จะทำให้คุณมีผมที่มีสุขภาพเยี่ยม หนังศีรษะดี และมีผมงอกใหม่ด้วยครับ

ใบแปะก๊วยแปะก๊วย(Ginkgo Biloba)

สำหรับอันนี้เชื่อว่าทุกคนคงจะรู้จักกันดี และหลายคนก็ชอบกินด้วย โดส่วนใหญ่เรามักจะเห็นมันอยู่ในขนมหวานใช่ไหมครับ และมันก็มีราคาค่อนข้างแพงเสียด้วย แต่ประโยชน์ของมันไม่ได้มีแค่แกล้มให้ขนมถ้วยนั้นมีรสชาติดีขึ้นเท่านั้นนะครับ มันยังเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ บำรุงสมอง และแน่นอนบำรุงเส้นผม แปะก๊วยนั้นจะช่วยรักษาปัญหาสุขภาพเหล่านี้โดยการทำให้ร่างกายเกิดการไหลเวียนเลือดไปสู่ผิวหนังและสมองได้ดีขึ้นจึงทำให้เหล่าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญต่างเชื่อกันว่าแปะก๊วยที่ทำให้ไหลไปทั่วร่างกายนั้นทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสวยงาม ความจำดีขึ้น และรากผมมีความแข็งแรงทั้งยังช่วยให้ผมงอกใหม่ได้เร็วอีกด้วย คราวหลังถ้าหากใครคิดจะเขี่ยมันออกจากถ้วยขนมก็ลองคิดดูดีๆอีกทีนะครับ

ชาเขียว(Green Tea)

จะเห็นว่าชาเขียวนั้นเป็นสิ่งที่เราเห็นอยู่บ่อยมากถ้าหากเราหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของสุขภาพ(ไม่นับพวกชาเขียวเย็นนะครับ(ฮา)) ซึ่งชาเขียวนั้นก็ได้ถูกนำมาใช้กันเพื่อลดอาการผมร่วงมาเป็นระยะเวลานานมากแล้ว ซึ่งไม่ว่าจะกินชาเขียวในรูปแบบของแคปซูล เม็ดยาอาหารเสริม หรือดื่มวันละ 4-5 ถ้วย(ชาเขียวร้อนชงเอง) ก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงจากหัวล้านได้เหมือนกันครับ ทั้งนี้เป็นเพราะสารที่ชื่อว่า “คาเทชิน(Catechins)” นั้นช่วยให้อาการผมร่วงนั้นลดลงและเพิ่มความหนาให้กับผมนั่นเอง

ตังกุย(Dong Quai)

อาจเป็นสมุนไพรรักษาผมร่วงอีกหนึ่งชนิดที่มีชื่อไม่ค่อยคุ้นหูกัน ตังกุยนั้นเป็นสมุนไพรโบราณของจีนที่ช่วยหยุดผมร่วงหรือทำให้ผมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในตังกุยมีสารที่เรียกว่า “ไฟโตเอสโตรเจน(Phytoestrogens)” มีสรรพคุณในการลด Dihydrotestosterone(DHT) ซึ่งเป็นสารที่จะจับกับเซลล์สร้างเส้นผม และออกฤทธิ์ยับยั้งการสร้างเส้นผม ทำให้ผมมีขนาดเล็กลงไปเรื่อยๆ และเกิดภาวะหัวล้านในที่สุด

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ตังกุย

หญ้าหางม้าในน้ำ

หญ้าหางม้า(Horsetail)

เป็นสมุนไพรที่ส่งตรงมาจากยุคดึกดำบรรพ์ มันดึกดำบรรพ์ตามชื่อจริงๆนะครับไม่ใช่ฉายาหรืออะไร เพราะนักวิทยาศาสตร์พบว่าพืชกลุ่มนี้นั้นมีมาตั้งแต่ 350 ล้านปีก่อนเลยทีเดียว แล้วหญ้าตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์นี้มันมามีส่วนเกี่ยวข้องยังไงล่ะ.. หญ้าหางม้านี้ได้ถูกนำมาใช้แก้ปัญหาในเรื่องของทางเดินปัสสาวะมาอย่างยาวนานแล้ว และในปัจจุบันก็ได้ถูกนำมาใช้เพื่อรักษาผมร่วงด้วย ทั้งนี้เพราะในหญ้าหางม้านั้นมีซิลิกา(Silica) สูงจึงถูกนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์หลากลหลายชนิดที่ช่วยซ่อมแซมและกระตุ้นให้ผมงอกใหม่ และหญ้าหางม้ายังเป็นส่วนประกอบสำคัญในผลิตภัณฑ์ที่ดูแลในเรื่องของหัวล้านอีกด้วย

ชบา(Hibiscus)

ถ้าหากใช้ชบาร่วมกับน้ำมันมะพร้าวนั้นจะถือเป็นสูตรเด็ดการทำให้ผมหนาเลยทีเดียว ชบานั้นมีคุณสมบัติในการฟื้นฟูสูง มันสามารถช่วยดูแลรักษาผมของคุณได้เป็นอย่างดี ทั้งยังป้องกันการผมหงอกก่อนวัยอันควรและกำจัดรังแคด้วย และแน่นอนว่าชบาสามารถป้องกันผมร่วงได้ด้วยเหมือนกัน

มะขามป้อม(Amla)

มะขามป้อมนั้นนอกจากจะนำมาเป็นคำใช้ว่าคนอื่น(ไม่เกี่ยว) แล้วยังถือเป็นสมุนอย่างหนึ่งที่ช่วยรักษาผมร่วงด้วยนะครับ มะขามป้อมนั้นอุดมไปด้วยวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระ และถือเป็นสมุนไพรที่สมบูรณ์แบบมากในการนำมารักษาปัญหาด้านเส้นผมต่างๆ โดยนำมาใช้บริเวณหนังศีรษะก็ดีหรือจะกินเข้าไปเพื่อรับวิตามินซีกับสารต้านอนุมูลอิสระก็ได้เช่นกันครับ

หัวหอมและกระเทียมหัวหอมและกระเทียม(Onion และ Garlic)

ทั้งหัวหอมและกระเทียมนั้นเชื่อว่าถ้าที่บ้านใครมีพ่อครัวหรือแม่ครัวมือทองก็ย่อมจะต้องมีติดบ้านอยู่แล้วจริงไหมครับ จึงเป็นสมุนไพรที่ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องการหาซื้อ ซึ่งเหตุที่ทั้งหัวหอมและกระเทียมสามารถช่วยรักษาผมร่วงได้นั้นก็คือในทั้งสองอย่างนี้มี “ซัลเฟอร์(Sulphur)” อยู่นั่นเองครับ ซัลเฟอร์นั้นจะช่วยเพิ่มอัตราการผลิตให้กับคอลลาเจน(Collagen) ซึ่งคอลลาเจนนั้นก็มาช่วยให้ผมเจริญเติบโตอีกทีหนึ่ง ดังนั้นการที่หัวหอมและกระเทียมมีซัลเฟอร์ในปริมาณที่สูงจึงเป็นตัวการันตีว่ามันก็ควรที่จะเป็นหนึ่งในสมุนไพรรักษาผมร่วงเหมือนกันจริงไหมครับ

ต้นเทียนขาว(Henna)

เป็นสมุนไพรที่มีการปลูกอย่างแพร่หลายที่อินเดีย, ปากีสถาน, และแถบแอฟริกาซึ่งก็ได้มีการนำเข้ามาปลูกในประเทศไทยของเราด้วย(ก็มีชื่อไทยด้วยนี่นะ) ซึ่งต้นเทียนขาวนี้สรรพคุณทำให้เส้นผมแข็งแรง และถ้าหากนำมาใช้ร่วมกับน้ำมันมาสตาร์ด(Mustard Oil) ด้วยนั้นก็จะให้ผลดีมากๆเลยทีเดียว

และนี่คือก็คือสมุนไพรรักษาผมร่วงทั้ง 15 ชนิดครับ บางชนิดหลายๆคนก็คงรู้จักกันดี บางชนิดอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนก็ได้ บางชนิดหาซื้อง่าย บางชนิดหาซื้อยาก ซึ่งอันนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าจะสามารถหาซื้อมาได้อย่างไร ว่ากันตามตรงคุณก็ไม่จำเป็นต้องซื้อมาหมดทั้ง 15 ชนิดหรอกจริงไหมครับ ใช้แค่อย่างสองอย่างสามอย่างก็พอแล้ว เลือกให้ดีๆแล้วใช้อย่างต่อเนื่องจะดีกว่าครับ บางอย่างอาจจะใช้ได้ดีกับคนอื่นแต่ใช้ได้ไม่ดีกับคุณ บางอย่างคนอื่นใช้ไม่ได้เรื่องแต่กับคุณนั้นผมขึ้นเอาๆ ซึ่งก็ไม่มีใครรู้นอกจากคุณต้องลองด้วยตัวเอง และสำหรับการนำมาใช้นั้นถ้าหากนำสมุนไพรเหล่านี้มาทำเองก็อาจจะดูยากเกินไป ดังนั้นให้เราหาแชมพูหรือครีมนวดหรือผลิตภัณฑ์ต่างๆที่มีสมุนไพรรักษาผมร่วงเหล่านี้เป็นส่วนประกอบมาใช้แทนน่าจะดีกว่านะครับ เพราะจะประหยัดเวลาและมีวิธีใช้ที่แน่นอนมากกว่า เราจะได้ไม่ต้องไปนั่งสุ่มเองว่าต้องทำอะไรยังไงบ้าง
ที่มา http://www.poamnaa.com/

น้ำผึ้ง…สุดยอดคุณประโยขน์ประโยชน์ของน้ำผึ้ง นอกจากจะช่วยในเรื่องของผิวพรรณแล้ว ยังช่วยในเรื่องสุขภาพร่างกายได้อีกด้วย เพ...
18/03/2015

น้ำผึ้ง…สุดยอดคุณประโยขน์
ประโยชน์ของน้ำผึ้ง นอกจากจะช่วยในเรื่องของผิวพรรณแล้ว ยังช่วยในเรื่องสุขภาพร่างกายได้อีกด้วย เพราะน้ำผึ้งแท้จะผลิตจากตัวผึ้งที่ช่วยกันค่อยๆ เก็บกักน้ำหวานจากพืชพรรณดอกไม้ที่มาจากธรรมชาติล้วนๆ ซึ่งมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายและผิวพรรณที่ดีมาก และวันนี้เราจะนำ ประโยชน์ของน้ำผึ้ง และ สรรพคุณของน้ำผึ้ง มามอบแด่ท่านผู้รักในสุขภาพ
ประโยชน์ของน้ำผึ้ง
น้ำผึ้ง ผ่านกระบวนการย่อยในตัวผึ้งแล้วนำไปเก็บบ่มไว้ในหลอดรวงผึ้งทำให้มีปริมาณน้ำตาลที่เข้มข้นได้มาตรฐาน ซึ่งท่านทราบหรือไม่ว่า น้ำผึ้งนอกจากจะมีรสชาติที่หวานจับใจแล้วยังมีคุณค่าและประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายและผิวพรรณมากมาย
น้ำผึ้งมีน้ำประมาณ 20% และน้ำตาลชนิดต่างๆ เช่น กลูโคส ฟลุกโตส และเลวูโรส ประมาณ 79% โดยมีน้ำตาลฟรุกโตสมากกว่าน้ำตาลกลูโคสเล็กน้อย ทำให้น้ำผึ้งไม่ตกผลึก และมีรสหวานกว่าน้ำตาลชนิดอื่นๆ มีกรดชนิดต่างๆ ประมาณ 0.5% ทำให้น้ำผึ้งมีรสเปรี้ยวเล็กน้อย กรดที่พบมาก คือ กรดกลูโคนิก นอกนั้นก็มีวิตามิน (ไรโบเฟลวิน, ไนอะซิน) เอนไซม์ และแร่ธาตุ (แคลเซียม, แมกนีเซียม, โพแทสเซียม, ฟอสฟอรัส) ประมาณ 0.5% น้ำผึ้งที่มีสีเข้ม จะมีปริมาณแร่ธาตุสูงกว่าน้ำผึ้งที่มีสีอ่อน โดยน้ำผึ้ง 100 กรัม จะให้พลังงาน 303 แคลอรี เอนไซม์ในน้ำผึ้งมีหลายชนิด มีหน้าที่ช่วยย่อยคาร์โบโฮเดรตได้ น้ำผึ้งจึงมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ คุณค่าทางอาหารเป็นอาหารที่สะอาดปลอดจากจุลินทรีย์ต่าง ๆ น้ำตาลในน้ำผึ้งจะถูกนำไปเผาผลาญเป็นพลังงานและความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย บำรุงร่างกายและสมองให้แข็งแรงสดชื่นแจ่มใส รับประทานในช่วงที่ต้องการ หรือ 1/2 – 1 ช้อนโต๊ะตอนเช้าและก่อนนอนทุกวันและหากใช้น้ำผึ้งดองกล้วยน้ำว้า ทิ้งไว้ 1 เดือน ใช้เป็นยาอายุวัฒนะได้
ด้วยองค์ประกอบหลักของน้ำผึ้ง คือน้ำตาล และเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวเป็นส่วนใหญ่จึงดูดซึมเข้าสู่ร่างกายและนำไปใช้ประโยชน์ได้ง่าย น้ำผึ้งมีคุณสมบัติทางยา ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ต่างๆ ได้ เพราะมีความเข้มข้นสูง ช่วยกำจัดปริมาณน้ำที่แบคทีเรียใช้ในการเจริญเติบโต รวมถึงน้ำผึ้งมีความเป็นกรดสูง และมีปริมาณโปรตีนต่ำทำให้แบคทีเรียไม่ได้รับไนโตรเจนที่จำเป็น อีกทั้งน้ำผึ้งยังมีสารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ และสารต้านอนุมูลอิสระ มีคุณสมบัติช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ดังนั้น เมื่อเราใช้น้ำผึ้งทาบาดแผลจึงฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้และทำให้แผลไม่เกิดการอักเสบ
แพทย์แผนโบราณนำน้ำผึ้งมาเป็นส่วนผสมในการปรุงยา หรือเป็นตัวประสานในยา เช่น นำมาปั่นเป็นลูกกลอน เป็นน้ำกระสายละลาย ผงยา
สรรพคุณของน้ำผึ้ง
คุณค่าทางยาฆ่าจุลินทรีย์และเชื้อต่างๆ ได้ โดยน้ำผึ้งมีความเข้มข้นของน้ำตาลสูงมีแรงดูดซึมทำให้จุลินทรีย์ที่ตกลงในน้ำผึ้งเหี่ยวตาย เมื่อเอาน้ำผึ้งมาละลายน้ำกรดที่มีในน้ำผึ้งแสดงปฏิกิริยาได้และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ที่เกิดขึ้นสามารถฆ่าจุลินทรีย์ได้ด้วย น้ำผึ้งถูกนำไปใช้ในการฆ่าเชื้อโรคมาตั้งแต่สมัยโบราณ ชาวอียิปต์ใช้น้ำผึ้งแช่ศพกันเน่าเปื่อยได้ดังนั้นเมื่อเราใช้น้ำผึ้งทาบาดแผลจะสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้และทำให้แผลไม่เกิดการอักเสบ
คุณค่าทางการรักษาโรค มีสรรพคุณแก้ท้องผูกเอนไซม์ในน้ำผึ้งจะช่วยย่อยคาร์โบไฮเดรต น้ำผึ้งจึงมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ แก้อาการท้องผูกในเด็กและคนชราได้เป็นอย่างดี ขนาดที่ใช้ 1 ช้อนโต๊ะรับประทานก่อนนอน และคุณค่าในส่วนผสมยาสมุนไพรหลายชนิดสามารถใช้รักษาโรคต่าง ๆ ได้ เช่น แก้ไอ เจ็บคอ หลอดลมอักเสบ ขับเสมหะ นอกจากน้ำผึ้งจะใช้รักษาโรคแล้วยังถูกนำมาใช้เป็นเครื่องสำอางรักษาผิวให้นุ่มนวลสวยงาม
ปัจจุบันผู้ผลิตบางรายมักใส่สารแปลกปลอมลงในน้ำผึ้ง ให้สังเกตดูสีของน้ำผึ้งซึ่งมีหลายสี เช่น สีเหลือง น้ำตาลอ่อน แต่ถ้าสีคล้ำมากเกินไปไม่แนะนำให้ซื้อ เพราะอาจจะเก็บไว้นาน ซึ่งอายุของน้ำผึ้งควรรับประทานภายใน 1 ปีจะได้คุณค่ามากที่สุดและควรตรวจสอบว่ามีฉลากรับรองมีชื่อบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายหรือไม่ ซึ่งบางครั้งพ่อค้าอาจจะอวดอ้างความสดโดยการนำตัวผึ้งหรือเกสรมาใส่ไว้เพื่อให้ผู้ซื้อเข้าใจว่าเป็นน้ำผึ้งเก็บจากป่าสดใหม่ ซึ่งต้องตรวจสอบให้ดี เพราะขั้นตอนการเก็บนั้นต้องสะอาดปราศจากสิ่งเจือปนดังกล่าวด้วย โดยเฉพาะถ้าอ้างว่าเป็นน้ำผึ้งป่านั้นยิ่งไม่น่าเชื่อถือเพราะปัจจุบันไม่มีแล้วมีแต่น้ำผึ้งเลี้ยง หากทราบคุณค่าและประโยชน์ของน้ำผึ้งอย่างนี้แล้วอย่าลืมรับประทานน้ำผึ้งก่อนนอนเพื่อช่วยบำรุงสุขภาพร่างกายของเราให้ดียิ่งขึ้น
ตารางคุณประโยชน์ของน้าผึ้ง
โรค ปริมาณและวิธีใช้
1. บำรุงสุขภาพ น้ำผึ้ง 3 ช้อนโต๊ะผสมน้ำอุ่นดื่มทุกวัน
2. อด นอน น้ำผึ้ง 1-2 ช้อนโต๊ะ หรือผสมน้ำผลไม้
3. ยาอายุวัฒนะ น้ำผึ้ง½ -1 ช้อน โต๊ะ ดื่มทุกวัน เช้า / ก่อนนอน
4. นอนไม่หลับ น้ำผึ้ง 1ช้อนโต๊ะดื่มเวลาอาหารเย็นหรือก่อนนอน
5.ไอ หลอดลมอักเสบมีเสมหะ กระเทียม 1-2 กลีบ(ตำให้ละเอียด) น้ำมะนาว ½ เกลือเล็กน้อย พิมเสนหรือการบูร 2-3 เกล็ด น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ
6. ท้องอืด ท้องเฟ้อ น้ำผึ้ง ½ ช้อนโต๊ะน้ำขิงเข้มข้น ½ ถ้วย เกลือเล็กน้อยดื่มวันล่ะ 3 เวลาหลังอาหาร
7. ท้อง ผูก น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะดื่มก่อนนอน หรือกินกล้วยน้ำว้าสุกจิ้มน้ำผึ้ง หรือมันต้มสุกจิ้มน้ำผึ้ง ช่วยลดอาการท้องผูกได้เช่นกัน
8. เด็ก ปัสสาวะรดที่นอน น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา (ไม่ผสมน้ำ) ดื่มก่อนนอน
9. ท้องเสียรุนแรง น้ำผึ้ง 1-2 ช้อนโต๊ะ เกลือ ½ ช้อนชา ผสมน้ำอุ่น 1แก้ว
10. เด็ก หวะนม น้ำผึ้ง ½ -1 ช้อนโต๊ะ ผสมนมให้เด็กดื่ม
11. กล้ามเนื้อเป็นตะคริว น้ำผึ้ง 2 ช้อนชา ดื่มทุกเมื่ออาหาร
12. ล้างแผล แผล ฝี หนอง แผลเรื่อรัง น้ำผึ้ง 1 ส่วน ผสมน้ำ 9 ส่วนชะล้างแผล หัวหอมแดง 2 หัวตำให้ละเอียด+น้ำ ผึ้งพอกฝี น้ำสุกที่ เย็นแล้วล้างแผลให้สะอาด ใช้สำลีหรือผ้าพันแผลชุบน้ำผึ้งปิดบริเวณแผล
13. แผลไฟไหมน้ำร้อนลวก ถูกท่อไอเสีย ใช้ผ้าพันแผลชุบน้ำผึ้งปิดแผลไว้ แล้วเปลี่ยนผ้าพันแผลทุก 12 ชั่วโมง
14. โรค กระเพาะ ดื่มน้ำผึ้ง 2-3 ช้อนโต๊ะขณะปวด และ 3 ช้อนโต๊ะก่อนนอน
15. ผู้ ป่วยด้วยโรคพิษสุรา(ตับแข็ง/โรคตับ) น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะผสมน้ำ ½ ถ้วยแก้ว ดื่มวันละ3 ครั้งเป็นประจำ คอเหล้าดื่มน้ำผึ้ง 1-2 ช้อนโต๊ะก่อนนอน
16. ผู้ ป่วยริดสีดวงทวาร น้ำผึ้งผสมกระเทียมโทน บริโภควันละ 3 ครั้งหลังอาหาร
17. เด็ก โตช้า และโลหิตจาง น้ำผึ้งผสมนมดื่มเป็นประจำ
18. เสียน้ำ หรือเสียเลือด(10-20%) น้ำ 1 ถ้วยแก้วผสมเกลือ ¼ ช้อนชา น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ หรือน้ำผึ้งครึ่งช้อนโต๊ะใส่แก้ว บีบน้ำมะนาว 1 ซีก ใส่เกลือนิดหน่อยเติมน้ำร้อน
19.ต้านข้ออักเสบ ผสมน้ำส้มแอปเปิ้ลไซเดอร์ 2 ช้อนชาลงในน้ำร้อน เติมน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา ชงดื่มวันละ 2 ครั้ง
20.นอนไม่หลับ น้ำผึ้งมีฤทธิ์เป็นยาระงับประสาทอ่อนๆ ชงน้ำผึ้งผสมน้ำอุ่นหรือชาดอกไม้ เช่น ชาดอกคาโมมายล์ ดื่มก่อนนอนจะช่วยให้หลับสบายขึ้น
21.เบาหวาน ปอกเปลือกสาลี่หอมหรือสาลี่หิมะแล้วตำให้ละเอียด นำไปคลุกกับน้ำผึ้งแล้วต้มจนเหนียว บรรจุใส่ขวด ผสมน้ำกิน ช่วยแก้อาการไอและบำบัดโรคเบาหวานได้
22.ความดันโลหิตสูง น้ำผึ้งและงาดำ อย่างละ 50 กรัม ตำงาดำให้ละเอียดแล้วคลุกกับน้ำผึ้ง ชงกับน้ำร้อนดื่มรักษาโรคความดันโลหิตสูงและบรรเทาอาการท้องผูกเรื้อรัง
23. โรค เด็ก (ทางเดินอาหารผิดปกติ) น้ำผึ้ง 1 ช้อนชาต่อน้ำ 1ถ้วย
24.บำรุงผมให้เงางาม หลังสระผมนำน้ำผึ้งผสมกับน้ำมันมะกอกอย่างละ 3 ช้อนโต๊ะ ชโลมทิ้งไว้ 3-5 นาที แล้วล้างออก
25. บำรุงผิวหน้า ปัญหาสิวเสี้ยนหรือต้องการบำรุงผิวหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ หลังล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นและเช็ดให้แห้ง นำกล้วยหอมครึ่งลูกบดผสมกับน้ำผึ้ง แล้วทาบนหน้า ทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออก
ที่มา http://www.mammaherb.com/

สมุนไพรพื้นบ้าน สำหรับแม่บ้านที่มีปัญาเกี่ยวกับเส้นผม และหนังศรีษะสมุนไพรพื้นบ้าน สำหรับแม่บ้านที่มีปัญาเกี่ยวกับเส้นผม ...
18/03/2015

สมุนไพรพื้นบ้าน สำหรับแม่บ้านที่มีปัญาเกี่ยวกับเส้นผม และหนังศรีษะ

สมุนไพรพื้นบ้าน สำหรับแม่บ้านที่มีปัญาเกี่ยวกับเส้นผม และหนังศรีษะ มาฝากจ๊ะ
” เหงือกปลาหมอ “
นำใบมาโขลกผสมน้ำคั้นออกมาทาหนังศีรษะ เพื่อบำรุงรากผมและป้องกันผมร่วง”

” ขิงแก่ “
เอาขิงแก่ 1 แง่งขนาดเท่าฝ่ามือมาตำให้ละเอียดแล้วห่อผ้าขาวบางทำลูกประคบ จากนั้นเอาหม้อมา 1 ใบ ใส่น้ำและขึงผ้าขาวบางไว้ตรงปากหม้อ ต้มน้ำจนเดือดแล้วเอาขิงที่เราห่อผ้าขาวบางไว้มาวางบนปากหม้อ (ควรทำ 2 ห่อ เพื่อผลัดเปลี่ยนกัน) เมื่อน้ำเดือด ไอน้ำจะระเหยขึ้นปากหม้อทำให้ลูกประคบขิงมีความร้อน จากนั้นนำลูกประคบมาประคบบริเวณที่ผมร่วง พอเย็นเอากลับไปวางที่ปากหม้อเพื่อรมไอน้ำ แล้วเปลี่ยนอีกห่อมาประคบแทน ทำวันละ 2 ครั้งๆ ละ 20-30 นาที ประมาณ 3-5 วัน จะเห็นผล

” ใบทองพันชั่ง “
เชื้อราบนหนังศีรษะ ใช้ใบทองพันชั่งตำจนละเอียด ผสมน้ำพอเหนียว นำมาพอกบนศีรษะบริเวณที่ร่วง หลังจากสระผมเสร็จแล้ว จากนั้นใช้ผ้าคลุมไว้ทั้งคืน รุ่งเช้าล้างออก ทำติดต่อกัน 2 สัปดาห์ถึง 2 เดือน อาการผมร่วงจะดีขึ้น

” มะกรูด “
นำมะกรูด 4 ผล ใส่หม้อแล้วต้มกับน้ำสักครู่ ใช้ไฟปานกลาง พอมะกรูดนิ่มๆ ยกลง จากนั้นผ่ามะกรูดครึ่งลูกทั้ง 4 ลูก นำไปคั้นเอาแต่น้ำมะกรูดแล้วใช้ผ้าขาวบางกรองน้ำมะกรูดใส่ภาชนะไว้ หลังจากสระผมให้สะอาดไม่ต้องสระผมด้วยแชมพูอีกแล้ว ให้ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง สูตรนี้เหมาะสำหรับผมร่วงที่เกิดจากแชมพูเป็นด่างมากเกินไป

” ผักบุ้งหรือใบบัวบก “
มาตำคั้นน้ำ เอามาหมักผมประมาณ 2 นาที สูตรนี้ช่วยกระตุ้นการงอกของเส้นผม

” น้ำมันงา “
ใช้ทาผม หรือชโลมก่อนการสระผมประมาณ 15 นาที จะทำให้ผมดกดำและบำรุงรากผม

” น้ำมันงาและมะกรูด “
ใช้หมักผม ทำให้ผมดำ และงดงาม ไม่แห้ง ทำได้โดยผสมน้ำมันงา 1-2 ช้อนโต๊ะ กับน้ำมะกรูด โดยใช้น้ำคั้นจากผลมะกรูดสด 2-3 ผล ทำแล้วใช้หมดในครั้งเดียว

” มะกรูด “
ขจัดรังแค ใช้ผลมะกรูด 1 ผล เผาไฟให้ร้อนทั่ว คั้นเอาน้ำใช้ขยี้บนศรีษะให้ทั่ว ทิ้งไว้ 2-3 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
” ทำให้ผมดกดำ ” นำผลมะกรูด 1 ผล บีบเอาน้ำผสมกับหัวกะทิ กวนให้เข้ากันขยี้ทั่วศรีษะทิ้งไว้โดยใช้ผ้าอบล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำวันละหนึ่งครั้ง ติดต่อกัน 7 วัน
” ทำให้ผมนิ่ม ” ตั้งน้ำ 2 แก้ว ต้มให้เดือด ใส่มะกรูด 1 ลูก ผ่าซีก ปิดฝาแล้วยกลงจากไฟ ทิ้งไว้ 5 นาที บีบเอาน้ำออกทิ้งเปลือก กรองกาก เอาน้ำมะกรูดมาผสมน้ำใช้สระผม
” ผมร่วง หงอกก่อนวัย ” ใช้ผลมะกรูดสดเผาไฟผสมกับน้ำซาวข้าวพอดีข้น ใช้นวดหลังสระผม ทำติดต่อกัน 3-5 ครั้ง

ที่มา: สถาบันวิจัยสมุนไพร

6 สูตรสมุนไพรรักษาผมร่วง ที่เห็นผลดี ! ผมร่วงเกิดได้หลายสาเหตุ1. ระคายเคืองหนังศีรษะ เช่น ใช้แชมพูเข้มข้นมากไป,แชมพูเป็น...
18/03/2015

6 สูตรสมุนไพรรักษาผมร่วง ที่เห็นผลดี !
ผมร่วงเกิดได้หลายสาเหตุ
1. ระคายเคืองหนังศีรษะ เช่น ใช้แชมพูเข้มข้นมากไป,แชมพูเป็นด่างมากไป,ครีมนวดผมอาจทำให้ระคายเคืองจนผมร่วง ควรงดใช้ครีมนวดชั่วคราว
2. ยารักษาโรคบางชนิด เช่นยาตับ ยาเบาหวาน ยารักษาโรคมะเร็ง
3. ภาวะภายในของร่างกาย เช่น ระดับออร์โมน,ความเครียด,อ่อนเพลีย,นอนดึก,ขาดสารอาหารบางชนิด เนื่องจากการลดน้ำหนัก
4. เชื้อรา หรือแบคทีเรียบนหนังศีรษะ

วันนี้แพรไหมนำบทความดีๆ เกี่ยวกับสมุนไพรรักษาผมร่วง ที่ทำเองได้ที่บ้านมาฝากกันค่ะ

สูตรที่ 1 เอา ขิงแก่ 1 แง่งขนาดเท่าฝ่ามือมาตำให้ละเอียดแล้วห่อผ้าขาวบางทำลูกประคบ จากนั้นเอาหม้อมา 1 ใบ ใส่น้ำและขึงผ้าขาวบางไว้ตรงปากหม้อ ต้มน้ำจนเดือดแล้วเอาขิงที่เราห่อผ้าขาวบางไว้มาวางบนปากหม้อ (ควรทำ 2 ห่อ เพื่อผลัดเปลี่ยนกัน) เมื่อน้ำเดือด ไอน้ำจะระเหยขึ้นปากหม้อทำให้ลูกประคบขิงมีความร้อน จากนั้นนำลูกประคบมาประคบบริเวณที่ผมร่วง พอเย็นเอากลับไปวางที่ปากหม้อเพื่อรมไอน้ำ แล้วเปลี่ยนอีกห่อมาประคบแทน ทำวันละ 2 ครั้งๆ ละ 20-30 นาที ประมาณ 3-5 วัน จะเห็นผล

สูตรที่ 2 กรณีผมจากสาเหตุ เชื้อราบนหนังศีรษะ ใช้ใบทองพันชั่งตำจนละเอียด ผสมน้ำพอเหนียว นำมาพอกบนศีรษะบริเวณที่ร่วง หลังจากสระผมเสร็จแล้ว จากนั้นใช้ผ้าคลุมไว้ทั้งคืน รุ่งเช้าล้างออก ทำติดต่อกัน 2 สัปดาห์ถึง 2 เดือน อาการผมร่วงจะดีขึ้นเพราะทองพันชั่งมีฤทธิ์ระงับเชื้อรา

สูตรที่ 3 นำมะกรูด 4 ผล ใส่หม้อแล้วต้มกับน้ำสักครู่ ใช้ไฟปานกลาง พอมะกรูดนิ่มๆ ยกลง จากนั้นผ่ามะกรูดครึ่งลูกทั้ง 4 ลูก นำไปคั้นเอาแต่น้ำมะกรูดแล้วใช้ผ้าขาวบางกรองน้ำมะกรูดใส่ภาชนะไว้ หลังจากสระผมให้สะอาดไม่ต้องสระผมด้วยแชมพูอีกแล้ว ให้ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง สูตรนี้เหมาะสำหรับผมร่วงที่เกิดจากแชมพูเป็นด่างมากเกินไป

สูตรที่ 4 นำไข่ไก่เอาเฉพาะไข่แดง 1 ฟอง ผสมว่านหางจระเข้ที่ปอกเปลือกแล้วเอาแต่วุ้นปริมาณเท่าๆ กัน และน้ำมันมันมะกอก 5 ซีซี(ประมาณ 1 ช้อนชา) ปั่นให้เข้ากัน นำมาหมักผมทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ทำสัปหาด์ละครั้ง

สูตรที่ 5 ใช้ผักบุ้งหรือใบบัวบกมาตำคั้นน้ำ เอามาหมักผมประมาณ 2 นาที สูตรนี้ช่วยกระตุ้นการงอกของเส้นผม

สูตรที่ 6 นำเหง้าขิงขนาดเท่าหัวแม่มือมาอังไฟให้อุ่นจัด แล้วนำไปบดให้ละเอียด จากนั้นก็นำมาทาให้ทั่วหนังศีรษะ น้ำมันในขิงจะช่วยกระตุ้นการงอกของเส้นผม ทำให้ผมที่ขึ้นมาใหม่มีความแข็งแรงด้วย

ข้อควรระวัง
การสระผมทุก ครั้งไม่ควรใช้เล็บเกาศีระษะ เพราะจะทำให้หนังศีรษะถลอกเกิดอาการแสบร้อนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อชโลมด้วยน้ำมะกรูด ให้ใช้ปลายนิ้วนวดจะดีที่สุด

นอก จากรักษาปัญหาผมร่วงด้วยสมุนไพรการดูแลสุขภาพภายในก็สำคัญเช่นเดียวกันรับ ประทานอาหารที่มีคุณค่าครบถ้วน นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ พยายามอย่านอนดึก ปัญหาเส้นผมของคุณก็จะหมดไปได้

ส่วนอันนี้แถมให้ค่ะ เป็นสูตรสำหรับคนที่อยากบำรุงผมด้วยสมุนไพร
คุณสามารถบำรุงผมได้ด้วยตนเอง โดยวิธีง่าย ๆ คือ

สูตรขจัดรังแคด้วยตะไคร้ หั่นตะไคร้ 3 – 4 ต้น เป็นชิ้นแล้วตำ คั้นน้ำมาใช้นวดทุกครั้งหลังสระผม ทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วล้างออก
หรือใครต้องการแก้ผมร่วงด้วยฟ้าทลายโจร นำต้นมาต้มกับน้ำ ชโลมทิ้งไว้หลังสระผมสักครู่แล้วจึงล้างออก
สำหรับ คนผมแตกปลาย สามารถรักษาผมแห้งแตกปลายด้วยมะพร้าว นำกะทิที่ได้จากการคั่นเนื้อมะพร้าวไปเคี่ยวจนได้น้ำมัน ใช้นวดเส้นผม ทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วจึงสระออก หรือจะใช้น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นที่มีขายอยู่ในท้องตลาดทุกวันนี้ก็ได้ค่ะ
ที่มา www.praemaiherbs.com

18/03/2015

สมุนไพรรักษาผมเสีย บำรุงผมสวยได้อย่างปลอดภัย

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เส้นผม คือ เสน่ห์ความงามของหญิงสาวที่ชวนให้หลงใหลน่าสัมผัส แต่หากสาว ๆ คนไหนกลับต้องเจอกับสารพัดปัญหาผมเสียที่เป็นตัวการขัดขวางความสวยแล้วล่ะก็ เห็นทีว่าจะต้องรีบหาทางแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วนแล้วล่ะ และสำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าจะต้องหาวิธีฟื้นฟูผมเสียให้กลับมาสวยอย่างไรดี กระปุกดอทคอมขอพาไปรู้จักกับของใกล้ตัวอย่างสมุนไพรพื้นบ้านที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้รักษาผมเสีย และมอบคุณประโยชน์ดี ๆ ต่อเส้นผมมากมาย ดังต่อไปนี้

มะกรูด

ในมะกรูด 1 ผล มีแร่ธาตุและสารอาหารจำเป็นที่ช่วยบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ และฟื้นฟูผมเสียทุกประการ ช่วยคืนความหนานุ่ม ให้ผมสวยมีน้ำหนักและเงางาม นอกจากนี้ยังช่วยปรับค่า pH ของเส้นผมที่มีความเป็นด่างจากการใช้แชมพูได้ เพียงนำน้ำมะกรูดผสมน้ำ นวดเบา ๆ ให้ทั่วเส้นผมและหนังศีรษะ นอกจากผมสวยแล้ว ยังช่วยบำรุงไม่ให้ผมหงอกก่อนวัยอีกด้วยนะคะ

อัญชัน

เป็นที่รู้กันดีว่าสมุนไพรริมรั้วอย่างดอกอัญชัน จะถูกนำมาบดหรือผสมน้ำแล้วหยิบมาวาดไปตามแนวคิ้วหรือใส่ผม เพื่อช่วยให้นุ่มสลวยดกดำและเงางาม เนื่องจากสารแอนโทรไซยานินในดอกไม้ชนิดนี้ จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของหลอดเลือด ช่วยบำรุงผมแห้งเสีย ขาดง่ายให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น

สมุนไพรรักษาผมเสีย

ว่านหางจระเข้

ถือเป็นสมุนไพรที่ปลูกง่าย หาง่าย และมากไปด้วยคุณประโยชน์ ในการรักษาโรคและบำรุงร่างกายส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะกับเส้นผม สาว ๆ คนไหนที่ชื่นชอบการทำสีผมเจอเคมีจากการย้อม ดัด ยืดอยู่บ่อย ๆ ให้นำเนื้อว่านหางจระเข้ปั่นกับน้ำให้เข้ากัน นำมาหมักผมทิ้งไว้ 30 นาที อาจเติมไข่แดงหรือน้ำมันมะกอกลงไปนิดหน่อย แล้วล้างออก ทำเพียงอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง เส้นผมก็จะกลับมานุ่มสลวยเหมือนเดิม

ตะไคร้

แม้จะคุ้นเคยกับการนำมาหั่นใส่ต้มยำทำแกงในอาหารไทยนานาชนิด แต่ใครจะรู้ว่าตะไคร้ยังสามารถนำมาใช้เป็นยาบำรุงดูแลเส้นผมได้ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาผมแห้งแตกปลาย วิธีการคือ ให้ตัดตะไคร้สด 2-3 ต้น มาตำหรือปั่นกับน้ำให้ละเอียด จากนั้นจึงกรองเอาแต่น้ำแล้วนำนวดบำรุงให้ทั่วเส้นผมหลังสระ ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที รับรองผมสลวยสวยเก๋ แถมยังเจือไว้ด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากตะไคร้ด้วยล่ะ

สมุนไพรรักษาผมเสีย

ส้มป่อย

ก่อนการสระผมให้ลองใช้น้ำสมุนไพรที่มีรสเปรี้ยวอย่าง น้ำส้มป่อย มาล้างเส้นผม ด้วยการนำฝักส้มป่อยแช่ในน้ำสะอาดทิ้งไว้ 10-20 นาทีสารซาโปนินในส้มป่อยจะมีคุณสมบัติคล้ายกับสบู่เมื่อสัมผัสกับน้ำจะเกิดฟอง ซึ่งจะช่วยชำระล้างสิ่งสกปรกที่เกาะติดอยู่บนเส้นผมได้เริ่ดเหมือนการดีท็อกซ์แบบพื้นบ้านดี ๆ นี่เอง

สมอไทย+มะขามป้อม

ดูแลเส้นผมให้นุ่มลื่น มีน้ำหนักมากขึ้นด้วยการใช้สมุนไพรไทยอย่าง สมอไทย 1 ส่วน ผสมกับมะขามป้อม 1 ส่วน ล้างให้สะอาดแล้วนำมาทอดในน้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันทานตะวัน 2 ส่วน จนสมุนไพรเป็นสีเหลืองกรอบ ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วกรองด้วยผ้าขาว จากนั้นจึงนำน้ำมันมาหมักผมทิ้งไว้ 10-15 นาทีก่อนสระผม เท่านี้ก็ได้ผมนุ่มสลวยน่าสัมผัสแล้วล่ะค่ะ

นับเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับแก้ปัญหาผมเสียต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องไปเสียเงินเข้าซาลอน ทำสปาผมแพง ๆ เพียงนำสมุนไพรใกล้ตัวมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เท่านี้คนรักผมก็มีผมสวยสุขภาพดี เสริมสง่าราศีให้ตัวคุณไปอีกนาน...
Cr.เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

แชมพูสมุนไพร ใช้แล้วผมดกดำ เงางาม ลดอาการคัน ขจัดรังแค ชะลอการหงอก
18/03/2015

แชมพูสมุนไพร ใช้แล้วผมดกดำ เงางาม ลดอาการคัน ขจัดรังแค ชะลอการหงอก

10/03/2015

สมุนไพร ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และสิ?

เจ้าของผลิตภัณฑ์สมุนไพรต่างๆ ทำเองทุกขั้นตอนการผลิต ปลูกเอง ทำเอง ใช้เอง ใช้ดีแล้วบอกต่อ....มีจำหน่ายนะคะ (แชมพูสมุนไพร ...
30/01/2015

เจ้าของผลิตภัณฑ์สมุนไพรต่างๆ ทำเองทุกขั้นตอนการผลิต ปลูกเอง ทำเอง ใช้เอง ใช้ดีแล้วบอกต่อ....มีจำหน่ายนะคะ (แชมพูสมุนไพร ลูกประคบ น้ำยาอเนกประสงค์)

แชมพูสมุนไพร ใบหมี่ ทำให้ผมนุ่มสลวยเป็นเงางาม ช่วยให้ผมขึ้นดกดำว่านหางจระเข้ ช่วยบำรุงหนังศีรษะ ช่วยลดอาการคันดอกอัญชัน ...
30/01/2015

แชมพูสมุนไพร
ใบหมี่ ทำให้ผมนุ่มสลวยเป็นเงางาม ช่วยให้ผมขึ้นดกดำ
ว่านหางจระเข้ ช่วยบำรุงหนังศีรษะ ช่วยลดอาการคัน
ดอกอัญชัน ช่วยให้ผมดกดำเป็นเงางาม
ใบย่านาง ช่วยให้ผมดกดำและชะลอการหงอกของเส้นผม

ที่อยู่

Ban Luang
55190

เบอร์โทรศัพท์

+66837609897

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สมุนไพรและแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง สมุนไพรและแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร:

แชร์