ความเป็นมา
นับจากที่การประกันชีวิตเริ่มเป็นที่รู้จักในเมืองไทยราวสมัยรัชกาลที่ 5 โดยมีบริษัทต่างประเทศเข้ามาดำเนินกิจการ และตั้งสำนักงานตัวแทนเสนอขายประกันชีวิตแบบตลอดชีพ พร้อมกับมี
สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ เอกอัครมหาเสนาบดี เป็นผู้ถือกรมธรรม์ฉบับแรกนั้น อาจเรียกได้ว่าการประกันชีวิตยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก
แต่หลังจากที่ได้มีการก่อตั้งกองประกันภัย
สังกัดกระทรวงพาณิชย์ และคมนาคมขึ้นในปี พ.ศ. 2472 ธุรกิจประกันชีวิตก็เริ่มเป็นที่แพร่หลาย มีบริษัทประกันชีวิตต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจเป็นจำนวนมาก ซึ่งต่อมาในช่วงปี พ.ศ. 2485
อันเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงมีกลุ่มบุคคลคนไทยได้ก่อตั้งบริษัทประกันชีวิตที่เป็นของคนไทยขึ้นเป็นครั้งแรก
พ.ศ. 2485
22 มกราคม บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้ก่อตั้งขึ้นเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกของคนไทย
โดยการนำของเจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศ (จิตร ณ สงขลา) ภายใต้สัญลักษณ์ปราสาทอันสูงสง่า
เพื่อมุ่งดำเนินธุรกิจประกันชีวิต และสร้างหลักประกันที่มั่นคงในชีวิตให้แก่ครอบครัวไทย
พ.ศ. 2513
ปรับเปลี่ยนคณะผู้บริหารครั้งสำคัญ โดยนายวานิช ไชยวรรณ และนายอนิวรรต์ กฤตยากีรณ ได้ร่วมกัน
รับผิดชอบการบริหารงานพร้อมทั้งวางแผนพัฒนาระบบงานเน้นการบริการที่รวดเร็ว ออกแบบกรมธรรม์ใหม่ให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ และคนไทย ยกระดับมาตรฐานคุณภาพตัวแทนฝ่ายขาย และเปลี่ยนสัญลักษณ์จากองค์ปราสาทเป็นช้างเอราวัณ โดยมีสำนักงานตั้งอยู่ที่หัวมุมถนนราชดำเนิน
พ.ศ. 2515
ย้ายสถานที่ตั้งบริษัทฯ มาเช่าอยู่ที่ตึกอื้อจือเหลียง มีพนักงานประมาณ 40 คน พร้อมกับได้ริเริ่มนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงานเป็นแห่งแรกของธุรกิจประกันชีวิต
พ.ศ. 2526
ได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.ประยูร จินดาประดิษฐ์ ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการสืบแทน
นายอนิวรรตน์ กฤตยากีรณ ซึ่งลาออกเนื่องจากปัญหาสุขภาพ และเป็นปีที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจ
จนประสบความสำเร็จ ก้าวขึ้นสู่อันดับ 1 ของบริษัทประกันชีวิตคนไทย ด้วยจำนวนเบี้ยประกัน
รวมสูงสุด 1,339 ล้านบาท
พ.ศ. 2527
ปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงานให้ทันสมัย โดยแบ่งเป็นฝ่ายประกันชีวิต ฝ่ายการเงินและบริหาร
ฝ่ายการตลาด และกลุ่มหน่วยงานกลาง ทั้งยังได้ริเริ่มให้มีการชำระเบี้ยประกันผ่านธนาคารพาณิชย์เป็น
แห่งแรก เพื่ออำนวยความสะดวกในการชำระเบี้ยประกันแก่ผู้เอาประกัน รวมทั้งได้ดัดแปลงสัญลักษณ์บริษัทฯ จากรูปช้างเอราวัณ เป็นสัญลักษณ์ใหม่ที่เรียบง่ายทันสมัย ด้วยลายเส้นที่มั่นคงเสมือนบุคคล
ยืนหยัดอย่างมั่นใจ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างหลักประกัน และความผาสุกแก่ครอบครัวชาวไทย
พ.ศ. 2530
นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ประกันชีวิต ด้วยการเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรก และแห่งเดียว
ในโลก ที่ได้รับประกันชีวิตทหารภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยหมู่แบบ “ภัยสงคราม” เพื่อมอบความคุ้มครองแก่ทหารของกองทัพบกที่ปฏิบัติภารกิจป้องกันประเทศ และเป็นปีที่ได้รับรางวัลบริษัทดีเด่นแห่งปี ประเภทธุรกิจประกันชีวิต ประจำปี 2530 ส่วนในด้านการพัฒนาประสิทธิภาพงานภายในบริษัทฯ ได้จัดทำบัตรประจำตัวพนักงาน และบันทึกเวลาปฏิบัติงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์
พ.ศ. 2533
บุคลากรสำนักงานใหญ่ และสาขาขยายตัวเพิ่มขึ้น เป็นจำนวนกว่า 2,300 คน บุคลากรฝ่ายขายกว่า
50,000 คน มีสาขาพร้อมให้บริการ 287 สาขา และจำนวนผู้เอาประกันเพิ่มขึ้นเป็น 1,900,000 ราย
มีอัตราเติบโตสูงถึง 38 %
พ.ศ. 2541
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระครุฑพ่าห์ ให้เป็นบริษัทใน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะที่ดำเนินงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มั่นคงทางการเงิน และบำเพ็ญสาธารณประโยชน์อย่างต่อเนื่อง
พ.ศ. 2551
เพิ่มทางเลือกในการออมที่ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลามให้กับชาวไทยมุสลิม ด้วยสัญญา “ตะกาฟุล”
พร้อมกับเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกที่เปิดเครือข่ายศูนย์ดูแลสิทธิประโยชน์แก่ผู้เอาประกัน
(Center Network) ณ สาขา 254 แห่งทั่วประเทศ
นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้รับรางวัล Trusted Brand ระดับ Gold ด้านธุรกิจประกันชีวิต ประจำปี 2551
ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 จากนิตยสาร Reader's Digest และรางวัลบริษัทประกันชีวิตที่มีการบริหารงานดีเด่น
อันดับ 1 ประจำปี 2551 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับ และส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย พร้อมประกาศเกียรติคุณจรรยาบรรณดีเด่นหอการค้าไทย จากหอการค้าไทย
พ.ศ. 2556
คุณไชย ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ได้รับรางวัล “ระฆังทอง” (บุคคลแห่งปี) ประจำปี ๒๕๕๖ สาขานักพัฒนาองค์กรดีเด่น ประเภทนักธุรกิจและบุคคล จากสมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมด้วยผลิตภัณฑ์แบบประกัน “มีคืน” ไม่ว่าจะเป็น ประกัน “ไม่เคลม มีคืน” ประกันอุบัติเหตุที่คืนเบี้ยประกันปีสุดท้าย,“ไม่มะเร็ง มีคืน” แบบประกันที่จะมอบความคุ้มครอง ๑ ล้านบาท กรณีที่ตรวจพบเป็นมะเร็ง “ไม่ค้าง มีคืน”แผนประกันชีวิตที่คืนเบี้ยปีสุดท้ายหากไม่มีการเรียกร้องสินไหมค่ารักษาพยาบาลรายวัน “ไม่มีโรค มีคืน” แบบประกันที่พร้อมคืนเบี้ยประกันปีสุดท้ายหากไม่มีการเรียกร้องสินไหมโรคร้ายแรง
ให้ความสำคัญของสื่อดิจิทัล โดยพัฒนาการสื่อสารในรูปแบบดิจิทัลด้วยช่องทางที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้เอาประกันและบุคคลทั่วไปได้รับข้อมูลข่าวสารของบริษัทฯ อย่างสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ www.thailife.com, Facebook รวมถึงการสื่อสารและการตลาดใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค เช่นการออกแบบสติ๊กเกอร์ LINE โดยสามารถดาวน์โหลดได้ฟรี
จัดทำแอพพลิเคชั่นในรูปแบบ E-book เพื่อเผยแพร่สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ของบริษัทฯ ซึ่งนอกจากผู้เอาประกันหรือคนทั่วไปจะได้รับข้อมูลข่าวสารของบริษัทฯ ได้อย่างสะดวกรวดเร็วแล้ว Application นี้ ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยเอื้อต่อการขยายตลาดของฝ่ายขายได้อีกด้วย
พ.ศ. 2560
ดำเนินธุรกิจครบ 75 ปี เป็นบริษัทประกันชีวิตที่เติบโตอย่างมั่นคง ด้วยความมุ่งมั่นของบุคลากร ทั้งสำนักงานใหญ่ สาขา และฝ่ายขาย ที่พร้อมเป็นเพื่อนคู่คิด เคียงข้างทุกครอบครัวไทยบนพื้นฐานทักษะความรู้ คุณธรรม และ จริยธรรมอันดี