06/04/2026
#โรคไบโพลาร์_BipolarDisorder
#แนวทางและผลการรักษาในระยะยาว
^•~*^•~*^•~*^~•~*^•~*^•~*^•*^~
หากผู้ป่วยไบโพลาร์ยอมรับการรักษา อาการจะดีขึ้นใน 14 วัน
อาจจะมิได้ดีมาก แต่จะดีขึ้นแน่นอน
ทั้งนี้มีเงื่อนไข 2-3 ข้อ คือ
1. ต้องพบจิตแพทย์
2. ได้ยาที่ถูกต้องในขนาดที่สูงพอ
3. กินยาตามคําสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัดโดยไม่มีเงื่อนไข
................................................…………..
⭕ 1. #ต้องพบจิตแพทย์
ประเด็นสําคัญของการรักษาโรคทางจิตเวชใด ๆ รวมทั้งโรคไบโพลาร์ มิได้มีเรื่องยาแต่เพียงอย่างเดียว
แต่ยังมีประเด็นเรื่องปฏิสัมพันธ์ ระหว่างผู้ป่วยกับจิตแพทย์ด้วย
การวางตัวของจิตแพทย์เป็นปัจจัยสําคัญที่ทําให้ผู้ป่วยดีขึ้น
⭕ 2. #ได้ยาที่ถูกต้องในขนาดที่สูงพอ
การให้ยาผู้ป่วย แพทย์มี 2 วิธี คือ
วิธีที่หนึ่ง ให้ยาในขนาดน้อยแล้วค่อยๆ เพิ่มยา เพราะถ้าให้ยาในขนาดสูงผู้ป่วยจะทนยาไม่ไหว { มักใช้ในกรณีที่อาการไม่มากนัก รักษาแบบผู้ป่วยนอกได้ }
หรือวิธีที่สอง ให้ยาในขนาดสูงที่ถูกต้องทันที เพื่อให้ผู้ป่วยดีขึ้นและหายเร็วที่สุด { มักใช้ในกรณีที่อาการรุนแรง จนอาจจำเป็นต้องรักษาแบบผู้ป่วยใน }
ขึ้นอยู่กับโรคที่เป็น ยาที่ให้ และประสบการณ์ที่แพทย์มี
⭕ 3. #กินยาตามคําสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัดโดยไม่มีเงื่อนไข
เมื่อเป็นผู้ป่วย สิ่งที่ต้องทําคือกินยา และกินยาให้ครบตามที่จิตแพทย์สั่ง
การกินยาไม่ครบตามขนาด (Dose) ที่ถูกต้องมิได้ช่วยอะไร
การใช้ยาคลายเครียดหรือยานอนหลับไม่มีประโยชน์อะไร {... หากไม่มียาหลัก ซึ่งได้แก่ ยาปรับอารมณ์ }
ที่จิตแพทย์จะให้คือ ยาปรับอารมณ์ (Mood Stabilizer) ในขนาดที่ถูกต้อง
ร่วมกับยาประเภทอื่นๆ ตามที่มีข้อบ่งชี้
ซึ่งผู้ป่วยโรคไบโพลาร์แต่ละคนจะได้รับยาไม่เหมือนกัน
นอกเหนือจากกินยาในขนาดที่ #สูงพอ แล้ว ยังต้องกินยาให้ #นานพอ
..................................................
ภายใน 14 วัน หากอาการดีขึ้น
ขอให้ติดตามการรักษาและนัดหมายกับแพทย์อย่างเคร่งครัด
ผู้ป่วยจะอาการดีขึ้นเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเกือบจะเป็นปกติภายใน 90 วัน
และหากยังไม่ชะล่าใจหยุดยาเสียก่อน หรือใจร้อนเปลี่ยนหมอเสียก่อน
ผู้ป่วยจะดีขึ้นไปอีกเรื่อย ๆ จนกระทั่งเป็นปกติในเวลา 6 เดือน
** แน่นอนว่าโรคทุกโรคย่อมมีข้อยกเว้นสําหรับผู้ป่วยที่มีอาการหนักมากและรุนแรงมาก
แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะตอบสนองยาอย่างดี ตามระยะเวลาที่ว่ามา
🔜 หลังจากดีขึ้นแล้ว ผู้ป่วยยังต้องกินยาไปอีกอย่างน้อย 2 ปี ถึงมีโอกาสหยุดยาได้ตามที่แพทย์เห็นสมควร
หากหยุดยาแล้วกลับเป็นซ้ำอีกรอบที่ #สอง จิตแพทย์ส่วนใหญ่จะขอให้ผู้ป่วยกินยาครบ 5 ปี เป็นอย่างน้อย
หากยังไม่ครบ 5 ปี แล้วท่านยังจะเสี่ยงหยุดยาก็เสี่ยงได้
แต่ถ้ากลับมาเป็นซ้ํารอบที่ #สาม จะมีคําตอบอย่างชัดเจนว่า “ท่านต้องกินยาไปตลอดชีวิต หยุดยาไม่ได้”
^•~*^•~*^•~*^~•~*^•~*^•~*^•*^~
เครดิตบทความ : หมอมีฟ้า เรียบเรียงจาก หนังสือ “โรคไบโพลาร์” โดย นายแพทย์ ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
เครดิตภาพ : https://images.app.goo.gl/2u8fYx2WqhZDK9bu8