สถานีตำรวจภูธรสำรอง จังหวัดกาญจนบุรี

สถานีตำรวจภูธรสำรอง จังหวัดกาญจนบุรี สภ.สำรอง ตั้งอยู่เลขที่ 119 หมู่1 ตำบลพังตรุ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี 034-510370

💜 สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพร...
01/06/2026

💜 สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ ผ่านระบบออนไลน์

🌐 ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ www.royaloffice.th
🗓 ระหว่างวันที่ ๑ – ๕ มิถุนายน ๒๕๖๙

ขอบคุณ : พระลาน

#ทรงพระเจริญ
#ลงนามถวายพระพรชัยมงคลผ่านระบบออนไลน์
#พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา๔รอบ
#สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี
#๓มิถุนายน๒๕๖๙

ตำรวจจราจรวิภาวดีฯ เร่งช่วยชีวิตคนขับรถโดยสารหมดสติกลางถนน ทำ CPR ก่อนส่งโรงพยาบาลวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรว...
31/05/2026

ตำรวจจราจรวิภาวดีฯ เร่งช่วยชีวิตคนขับรถโดยสารหมดสติกลางถนน ทำ CPR ก่อนส่งโรงพยาบาล

วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจจราจร เข้าช่วยเหลือผู้ขับขี่รถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สาย ปอ.52 เส้นทางท่าเรือปากเกร็ด – สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (หมอชิต 2) ซึ่งเกิดอาการหมดสติขณะปฏิบัติหน้าที่ขับรถบนถนนวิภาวดีรังสิตขาออก บริเวณพื้นที่หลักสี่ โดยภายในรถมีผู้โดยสารและพนักงานเก็บค่าโดยสารรวมประมาณ 15 คน

เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มต้นจากพลเมืองดีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สังเกตเห็นรถโดยสารเฉี่ยวชนป้ายข้างทางและหยุดนิ่งอยู่ริมถนน จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ใกล้เคียงให้เข้าตรวจสอบ เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงพบว่าผู้ขับขี่รถโดยสารอยู่ในอาการหมดสติภายในรถ ขณะที่รถได้จอดชิดขอบทางด้านซ้ายอยู่ในสภาพปลอดภัย

ร.ต.อ.ชัยวัฒน์ ดิษฐสุ่ม และ จ.ส.ต.เกียรติพงษ์ กันทะลอง เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ ได้เข้าช่วยเหลือผู้ป่วยโดยทันที พร้อมประสานหน่วยกู้ชีพ กู้ภัย และโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและปั๊มหัวใจ (CPR) เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยระหว่างรอทีมแพทย์ฉุกเฉินเดินทางมาถึง

ต่อมาเจ้าหน้าที่กู้ชีพและกู้ภัยได้เดินทางเข้าพื้นที่และร่วมดำเนินการช่วยเหลือ ก่อนนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลจุฬาภรณ์เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอำนวยความสะดวกด้านการจราจรตลอดกระบวนการช่วยเหลือ

เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่นอกจากจะดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรแล้ว ยังพร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนในภาวะฉุกเฉินอย่างทันท่วงที โดยการปฐมพยาบาลและทำ CPR ตั้งแต่นาทีแรก ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้แก่ผู้ป่วยก่อนส่งต่อทีมแพทย์ฉุกเฉินเพื่อรับการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป

31/05/2026

ระวังด่วน! โทรศัพท์มือถือของคุณกำลังถูกมิจฉาชีพ "แฮ็ก" อยู่หรือเปล่า? รีบเช็กสัญญาณเตือนนี้

key message

-หน้าจอเปลี่ยนเป็นสีดำหรือขึ้นตัวเลขแปลกๆ

-เครื่องรีเซ็ตเอง แบตเตอรี่หมดไวกว่าปกติ

-มี ป๊อปอัพ หรือ แอปพลิเคชั่น แปลกๆ ขึ้นมาบนหน้าจอ

-โทรศัพท์ประมวลผลช้า/อินเตอร์เน็ตหมดไว

-หากพบสัญญาณเหล่านี้ ให้รีบทำตามนี้ทันที

-ปิดเครื่อง/ปิด Wi-Fi และอินเทอร์เน็ต

-รีเซ็ตเครื่อง (คืนค่าโรงงาน) ให้เร็วที่สุด

https://www.facebook.com/share/v/1P4vqAs5wP/
#เตือนภัยออนไลน์ #รู้ทันมิจฉาชีพ #ภัยไซเบอร์
#แฮ็กมือถือ #มัลแวร์

รองจเรตำรวจแห่งชาติลงพื้นที่ชุมพร ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญ ตชด.ชายแดน-พฐ.-สภ.เมืองชุมพร ย้ำปฏิบัติหน้าที่เต็มที่ ไม่ทำผิดวินั...
31/05/2026

รองจเรตำรวจแห่งชาติลงพื้นที่ชุมพร ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญ ตชด.ชายแดน-พฐ.-สภ.เมืองชุมพร ย้ำปฏิบัติหน้าที่เต็มที่ ไม่ทำผิดวินัย-อาญา พร้อมมอบเงินช่วยตำรวจสูญเสียขาขวาเพื่อปกป้องประชาชน

วันนี้ (30 พฤษภาคม 2569) เวลา 09.00 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติและโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางลงพื้นที่ จ.ชุมพร เพื่อตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจในพื้นที่ ณ ฐานปฏิบัติการชุดเฝ้าตรวจชายแดนที่ 4103 บ้านช่องหินหมู ต.รับร่อ อ.ท่าแซะ, พิสูจน์หลักฐานจังหวัดชุมพร และ สภ.เมืองชุมพร เพื่อรับฟังปัญหา มอบนโยบายการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งมอบสิ่งของเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติงาน

ในการตรวจเยี่ยมฐานปฏิบัติการตำรวจตระเวนชายแดน ชุดเฝ้าตรวจชายแดนที่ 4103 มี พล.ต.ต.พหล เกตุแก้ว ผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 4, พ.ต.อ.ฉลาด พลนาการ ผู้กำกับการ สภ.ท่าแซะ พร้อมข้าราชการตำรวจตระเวนชายแดนชุดเฝ้าตรวจชายแดนที่ 4103 ให้การต้อนรับ โดย พล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ ได้ขอบคุณและให้กำลังใจตำรวจตระเวนชายแดนในพื้นที่ห่างไกล สำนักงานตำรวจแห่งชาติเห็นตำรวจตระเวนชายแดนทุกนายเป็นส่วนสำคัญยิ่งในการรักษาความมั่นคงและอธิปไตยของประเทศ จึงขอให้ยึดมั่นปฏิบัติหน้าที่อย่างดีที่สุดต่อไป

จากนั้น ได้เดินทางไปพิสูจน์หลักฐานจังหวัดชุมพร อ.เมืองชุมพร โดยมี พ.ต.อ.ไวพจน์ มีแก้ว นักวิทยาศาสตร์ (สบ.5) ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8 นำข้าราชการตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดชุมพร ให้การต้อนรับและประชุมรับมอบนโยบาย โดย พล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ ขอให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานทุกนายภาคภูมิใจในเกียรติยศและศักดิ์ศรีของวิชาชีพ รวมถึงกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ที่สามารถช่วยในการพิสูจน์ทราบนำไปสู่การจับกุมคดีสำคัญได้เป็นจำนวนมาก

ต่อมา พล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ ไปตรวจเยี่ยม สภ.เมืองชุมพร โดยมี พล.ต.ต.จารุต ศรุตยาพร รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8, พล.ต.ต.จิตเกษม สนขำ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร, พ.ต.อ.วิทย์ทวี ภริตานนท์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจ สภ.เมืองชุมพร ให้การต้อนรับ สาธิตการฝึกยุทธวิธี และร่วมประชุมรับมอบนโยบาย โดยได้กำชับการปฏิบัติในฐานะที่สถานีตำรวจเป็นองค์กรสำคัญของการดูแลประชาชน มุ่งเน้นการป้องกันมากกว่าการปราบปราม พร้อมกำชับผู้บังคับบัญชาดูแลวินัยของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด ไม่ให้ประพฤติผิดทั้งทางอาญาและวินัย อันจะกระทบต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเข้มงวด โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะดำเนินการตรวจสอบอย่างจริงจัง

นอกจากนี้ รองจเรตำรวจแห่งชาติกำชับตำรวจทุกหน่วยที่ไปตรวจเยี่ยม ขอให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ยึดมั่นในอุดมคติตำรวจ และไม่หวั่นไหวต่อสิ่งเร้าใด ๆ ที่ผิดกฎหมาย ย้ำหากมีข้าราชการตำรวจปล่อยปละละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ หรือกระทำผิดกฎหมาย จะถูกดำเนินการตรวจสอบและลงโทษทันทีทุกราย

พร้อมกันนี้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ ได้มอบเงินและสิ่งของช่วยเหลือ "ดต.บรรลือศักดิ์ รอดมณี" ผบ.หมู่ (ป.) สภ. ปากน้ำหลังสวน ภ.จว.ชุมพร ที่ได้รับบาดเจ็บจนสูญเสียขาข้างขวา จากการปฏิบัติหน้าที่ไล่ติดตามคนร้ายซึ่งนำถังดับเพลิงไปประกอบระเบิดในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เมื่อปี 2548 โดยเมื่อรักษาอาการบาดเจ็บเรียบร้อยแล้วจึงได้ย้ายมาปฏิบัติหน้าที่ที่ สภ.ปากน้ำหลังสวน

ทั้งนี้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ กล่าวว่า นี่คือความเสียสละของตำรวจที่เอาตัวเองเข้าแลกเพื่อความปลอดภัยของประชาชน สมควรได้รับการยกย่องเชิดชู และยืนยันว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติและสมาคมแม่บ้านตำรวจจะไม่ทอดทิ้งตำรวจน้ำดี โดยจะดูแลอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ตามโครงการ "ครอบครัวตำรวจเราไม่ทิ้งกัน" และยกย่องเป็นแบบอย่างแก่ข้าราชการตำรวจรายอื่นต่อไป

โฆษก ตร. ร่วมปล่อยแถวบิ๊กไบค์ "HD Police Thailand" ปลุกกระแส "เปิดไฟใส่หมวก" ลดอุบัติเหตุวันนี้ (30 พฤษภาคม 2569) เวลา 1...
31/05/2026

โฆษก ตร. ร่วมปล่อยแถวบิ๊กไบค์ "HD Police Thailand" ปลุกกระแส "เปิดไฟใส่หมวก" ลดอุบัติเหตุ

วันนี้ (30 พฤษภาคม 2569) เวลา 15.30 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติและโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมพิธีเปิดกิจกรรมรณรงค์ "ขับขี่ปลอดภัย เปิดไฟใส่หมวก" งาน HD Police Thailand ครั้งที่ 1 โดยมี ว่าที่ ร.ต.กิตติภพ รอดดอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร, นายเจริญโชค พรหมชุติมา นายอำเภอเมืองชุมพร, พล.อ.ชนาธิป บุนนาค อดีต หัวหน้าสำนักงานรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร, พล.ต.ต.ธนวัตร วัฒนกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระนอง, กลุ่มผู้ขับขี่บิ๊กไบค์ Panrhera Leo และ The nine และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชุมพร ร่วมพิธีเปิดกิจกรรมและปล่อยแถวรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ณ ลานจอดรถหน้าห้างสรรพสินค้าโลตัส อ.เมือง จ.ชุมพร

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการรวมพลังของกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ (บิ๊กไบค์) ที่ร่วมแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและการเคารพกฎหมายจราจร เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนในวงกว้าง

พล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมรณรงค์สร้างวินัยจราจรของกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ในครั้งนี้ ถือเป็นนิมิตหมายอันดีในการสร้างแบบอย่างที่ถูกต้องให้แก่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ทั่วไป ซึ่งการสร้างวินัยสามารถเริ่มต้นปฏิบัติได้โดยง่าย จากการขับขี่รถจักรยานยนต์เปิดไฟหน้าและสวมหมวกนิรภัยทุกครั้ง นอกจากนี้ ยังรวมถึงการสร้างเสริมวินัยจราจรที่สำคัญประการอื่น ๆ เพื่อลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุและความสูญเสียบนท้องถนน อาทิ การไม่ขับขี่รถฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร และดื่มไม่ขับ ทั้งนี้ ตำรวจพร้อมสนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศ 1 เดือน ทลายกว่า 1,611 เครือข่าย ยึดยาบ้า 1...
31/05/2026

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศ 1 เดือน ทลายกว่า 1,611 เครือข่าย ยึดยาบ้า 128 ล้านเม็ด ไอซ์กว่า 9 ตัน อายัดทรัพย์สินกว่า 631 ล้านบาท

วันนี้ (29 พฤษภาคม 2569) เวลา 10.00 น. ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.), พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.(มค) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศอ.ปส.ตร.)
ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะ รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. เป็นประธานการประชุม
ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) ครั้งที่ 8/2569 เพื่อติดตามสถานการณ์และเร่งรัดผลการปฏิบัติงานด้านการปราบปรามยาเสพติดทั่วประเทศ และสรุปผลปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศ ครั้งที่ 11/2569 ณ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมสรุปผลปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศพร้อมกันในคราวเดียว ระหว่างวันที่
28 เมษายน – 29 พฤษภาคม 2569 สามารถทลาย 1,611 เครือข่าย จับกุม 19,362 คดี ผู้ต้องหา 19,406 ราย ยึดยาบ้ากว่า 128 ล้านเม็ด, ไอซ์ 9,225 กิโลกรัม, คีตามีน 434 กิโลกรัม, เฮโรอีน 140 กิโลกรัม, ยาอี 3,650 เม็ด และยึดทรัพย์ 631
ล้านบาท พร้อมสั่งทวีความเข้มข้นมาตรการเชิงรุก เพื่อทำลายโครงสร้างและวงจรเครือข่ายผู้ค้าอย่างเด็ดขาด

ในวันนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายรวม 2,887 จุด ครอบคลุม 570 เครือข่าย โดยสามารถจับกุมคดียาเสพติด 2,273 คดี ได้ตัวผู้ต้องหา 2,291 คน และจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 148 หมาย สามารถตรวจยึดของกลาง แบ่งเป็น ยาบ้า 315,315 เม็ด, ไอซ์ 6.41 กิโลกรัมเฮโรอีน 13.63 กิโลกรัม, คีตามีน 1.89 กิโลกรัม, ยาอี 16 เม็ด และอาวุธปืน 60 กระบอก พร้อมตรวจยึดเงินสด 133,440 บาท และอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดรวมมูลค่ากว่า 56 ล้านบาท

ทั้งนี้ ยอดสะสมปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศ ครั้งที่ 11 (ห้วงวันที่ 28 เมษายน – 29 พฤษภาคม2569) สามารถจับกุมคดียาเสพติด 19,362 คดี ได้ตัวผู้ต้องหา 19,406 คน และจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 664 หมาย สามารถตรวจยึดของกลาง แบ่งเป็น ยาบ้า 128 ล้านเม็ด, ไอซ์ 9,225 กิโลกรัม, คีตามีน 434 กิโลกรัม, เฮโรอีน 140 กิโลกรัม, ยาอี 3,650 เม็ด, อาวุธปืน 322 กระบอก และวัตถุระเบิด 1 ลูก และยังสามารถตรวจยึดเงินสด 4 ล้านบาท และอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดรวมมูลค่ากว่า 631 ล้านบาท

พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. กล่าวขอบคุณและชื่นชมผู้ปฏิบัติงานทุกนาย
ที่ร่วมมือร่วมใจเสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานมีการประสานงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครอง เพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ในการจับกุม กวาดล้าง และทลายเครือข่ายยาเสพติดให้เป็นรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อคืนความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้แก่พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ พล.ต.ท.กฤษฎาฯ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. ขอบคุณทุกหน่วยงานที่ดำเนินการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังต่อเนื่องในห้วง 7-8 เดือน ที่ผ่านมา พร้อมสั่งการให้ทุกสถานีตำรวจประสานข้อมูลร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขและผู้นำชุมชนอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนให้เจ้าหน้าที่สายตรวจเข้าติดตามเฝ้าระวังพฤติกรรมผู้ป่วยจิตเวชที่มีประวัติมาจากยาเสพติด พร้อมทั้งสนับสนุนเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการพาตัวเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาเพื่อความปลอดภัยของชุมชน
ในส่วนมาตรการสกัดกั้นการลำเลียง ได้กำชับให้ตำรวจภูธรจังหวัดและสถานีตำรวจในพื้นที่แนวชายแดน วางระบบตั้งด่านตรวจและจุดตรวจบนเส้นทางหลักและเส้นทางรองให้สอดคล้องกัน โดยเน้นย้ำการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเวลากลางคืนไปจนถึงเช้ามืด ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่กลุ่มผู้ค้ามักใช้ในการลักลอบขนยาเสพติดล่วงล้ำเข้าสู่พื้นที่ตอนในนอกจากนี้ นอกจากนี้ขบวนการยาเสพติดมักนิยมเช่าบ้านหรือโกดังในจังหวัดชายแดนและจังหวัดพื้นที่ตอนใน อาทิ เชียงใหม่ เชียงราย เลย หนองคาย สกลนคร เพชรบูรณ์ สุพรรณบุรี ลพบุรี อยุธยา สระบุรี นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร โดยมักใช้ตัวแทนที่เป็นชายวัยรุ่นหรือคนต่างถิ่นเป็นผู้เช่า จึงได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนเร่งหาข่าวและเข้าตรวจค้นทันทีหากพบพฤติกรรมต้องสงสัย
พร้อมกันนี้ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดต่างชาติที่เข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นฐานอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะเครือข่ายชาวมาเลเซียที่ลักลอบขนไอซ์ข้ามชาติ เครือข่ายชาวจีนที่ลักลอบผลิตสารเอโทมิเดต (Etomidate) รวมถึงเครือข่ายข้ามชาติที่ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้กับนักท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสถานีตำรวจใกล้บ้าน เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่ปลอดภัย
และปกป้องลูกหลานไทยให้ห่างไกลจากยาเสพติด

31/05/2026

มิจฉาชีพปลอมเสียงเป็นบุคคลใกล้ชิดหรือคนในครอบครัว ต้องระวัง

key message

-มิจฉาชีพใช้ AI เลียนแบบเสียงบุคคลในครอบครัว

-อ้างเจ็บป่วยฉุกเฉินเข้าโรงพยาบาล ต้องใช้เงินจ่ายค่ารักษา

-เสียงที่ดัดแปลงจาก AI จะเว้นวรรค จังหวะการพูดไม่เป็นธรรมชาติ

-ตั้งสติ และติดต่อกลับไปยังเบอร์โทรของบุคคลในครอบครัวที่มิจฉาชีแอบอ้าง

-ตั้งโค้ดหรือรหัสสอบถามที่รู้กันเองภายในครอบครัว ซึ่งคนนอกไม่สามารถรับรู้

-ห้ามโอนเงินเด็ดขาด ถ้าบัญชีปลายทางไม่ใช่ชื่อบุคคลในครอบครัว

https://www.facebook.com/share/v/1b3BWKq1nK/
https://vt.tiktok.com/ZSxsXjRJn/
#เตือนภัยออนไลน์ #รู้ทันมิจฉาชีพ #ภัยไซเบอร์
#มิจฉาชีพ #ปลอมเสียง

ผบ.ตร.ประชุมบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งการขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาล พัฒนางานสอบสวน กวดขันวิน...
31/05/2026

ผบ.ตร.ประชุมบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งการขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาล พัฒนางานสอบสวน กวดขันวินัย และสร้างขวัญกำลังใจข้าราชการตำรวจ

วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2569 โดยมี รอง ผบ.ตร., จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.), ที่ปรึกษาพิเศษ ตร., ผู้ช่วย ผบ.ตร., รอง จตช. และผู้บัญชาการทุกหน่วยในสังกัด ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมศรียานนท์ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้ผู้บัญชาการ และผู้บังคับการทุกพื้นที่ ขับเคลื่อนตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีในการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาล 1. ด้านการป้องกัน ทำงานในรูปแบบ “ทีมจังหวัด” 2. ด้านการปราบปราม เพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามอาชญากรรมทุกประเภท เร่งสืบสวนขยายผล 3. ด้านการช่วยเหลือประชาชน รับเรื่องร้องเรียน และแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด นำเทคโนโลยีสนับสนุนการปฏิบัติงานเชิงรุก ร่วมกันทำงานอย่างเป็นระบบ สร้างความสงบสุขและความปลอดภัย

ผบ.ตร. กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แต่งตั้งชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย โดยมี พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าฯ ตรวจสอบและปฏิบัติการตามมาตรการป้องกันปราบปรามคนต่างด้าวกระทำผิดกฎหมาย ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เร่งขับเคลื่อนการปฏิบัติ “เอกซเรย์ ระดม กวาดล้าง” “ขุดรากถอนโคน”

พร้อมกำชับขับเคลื่อนการพัฒนางานสอบสวนในทุกมิติ โดยเฉพาะในเรื่องค่าตอบแทน การเพิ่มปริมาณพนักงานสอบสวน ลดภาระงานที่ไม่จำเป็น นำเทคโนโลยีมาช่วยในการทำงาน และให้หัวหน้าหน่วยทุกระดับดูแลการปฏิบัติงานของพนักงานสอบสวน ห้ามมิให้มีคำสั่งไปช่วยราชการที่มิใช่สถานีตำรวจ และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่มิใช่งานสอบสวนโดยเด็ดขาด

ผบ.ตร. ยังได้สั่งการให้ส่งเสริมโครงการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ข้าราชการตำรวจทุกนายต้องเข้าใจถึงรากเหง้าและที่มาของชาติ รวมทั้งการแก้ปัญหาหนี้สินของข้าราชการตำรวจ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างเป็นรูปธปรรมและต่อเนื่อง กำชับให้ผู้บังคับบัญชาติดตาม สอบถาม สร้างพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เหมาะสมกับรายได้ รายจ่าย และการออมเงิน และสานต่อโครงการ “ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน” โดยขอขอบคุณทุกหน่วยที่ได้กำหนดแผน และได้ตรวจเยี่ยมข้าราชการตำรวจและครอบครัวในสังกัดอย่างต่อเนื่อง โดยให้ผู้บังคับบัญชากำหนดแผนการตรวจเยี่ยม ดูแล ช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังต่อไป

สำหรับกรณีคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) สำรวจตัวอย่างผู้บริหารและตัวแทนภาคธุรกิจ จัดลำดับหน่วยงานที่มีอัตราเสนอสิ่งตอบแทนสูงสุด 10 อันดับแรก (ตำรวจทางหลวง/จราจร) ได้กำชับให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น เข้าใจสภาพปัญหาและมุมมองจากบุคคลภายนอกต่อการทำงานของตำรวจ ขอให้ทุกนายร่วมมือกันทำงานอย่างตรงไปตรงมา ประชาสัมพันธ์การทำงานที่ถูกต้อง เหมาะสม สร้างการรับรู้และความเข้าใจ ไม่รับสิ่งตอบแทนหรือสิ่งอื่นใดในการทำงาน มอบหมายให้จเรตำรวจศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้อง พร้อมกำชับการพิจารณาดำเนินการทางวินัยในกรณีที่มีความผิดร้ายแรง ให้หน่วยพิจารณาการให้ออกจากราชการไว้ก่อน ติดตามการพิจารณาตามกรอบระยะเวลาและขั้นตอนการดำเนินการทางวินัย การตรวจสอบเรื่องร้องเรียน แจ้งเบาะแสในระบบ jcoms หรือช่องทางอื่น ๆ จะต้องดำเนินการโดยด่วน รวมทั้งตรวจสอบการดำเนินการตามการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA)ให้เป็นไปตามที่กำหนดและให้มีผลคะแนนผ่านตามหลักเกณฑ์ต่อไป

นอกจากนี้ ผบ.ตร.ยังได้สั่งการเดินหน้าโครงการตำรวจ “ทำดี มีรางวัล (ทำไม่ดี มีโทษ)” ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญกับการยกย่อง ส่งเสริม เชิดชูเกียรติตำรวจที่ทำหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น เสียสละ มีจิตวิญญาณของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ไม่ว่าจะอยู่ในสายงานหรือยศ ตำแหน่งใด จึงให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณามอบรางวัลในการทำงานของตำรวจอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการรักษาระเบียบวินัยเกี่ยวกับการแต่งกาย เป็นระเบียบเรียบร้อย ทั้งทรงผมและเครื่องแบบ ถูกต้องตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ จตช. และ โฆษก ตร. ควบคุม กำกับ ดูแลในภาพรวม

ทั้งนี้ ก่อนการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผบ.ตร.ได้เป็นประธานมอบรางวัลให้แก่หน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มีผลการปฏิบัติดีเด่น ในการสืบสวนจับกุมบุคคลตามหมายจับ และจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน พร้อมมอบประกาศเชิดชูเกียรติข้าราชการตำรวจตามโครงการ “ทำดี มีรางวัล” ให้ห้วงเดือนเมษายน - พฤษภาคม 2569 เพื่อแสดงความชื่นชมและเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ต่อไป

31/05/2026

ถ้าคุณโพสต์ขายสินค้า ระวังมุกนี้ของมิจฉาชีพให้ดีนะครับ

key message

-มิจฉาชีพปลอมเป็นลูกค้า บอกว่าสนใจสินค้า

-มิจฉาชีพอ้างบ้านอยู่ไกล ไม่สะดวกรับสินค้าแบบนัดรับ

-มิจฉาชีพพูดจาหว่านล้อม จะรับผิดชอบหากสินค้าที่ส่งชำรุดหรือสูญหาย

-ผู้โพสต์ขายสินค้าอย่าส่งสินค้า ถ้ายังไม่ได้รับโอนเงิน

-ผู้โพสต์ขายสินค้า ต้องพยายามให้มีการนัดรับสินค้า เพื่อความปลอดภัย

https://www.facebook.com/share/v/14j3vHbYkiu/
https://vt.tiktok.com/ZSxqAHKrm/
#เตือนภัยออนไลน์ #รู้ทันมิจฉาชีพ #ภัยไซเบอร์ #ขายของออนไลน์
#มิจฉาชีพ #หลอกลวง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติในพื้นที่กรุงเทพมหานครวันนี้ (28 พฤษภาคม 2569) พล.ต.ต.จตุ...
31/05/2026

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

วันนี้ (28 พฤษภาคม 2569) พล.ต.ต.จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติเดินหน้ายกระดับการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ภายหลังการเปิดปฏิบัติการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สามารถจับกุมชาวต่างชาติหลายรายภายในคอนโดมิเนียมและสถานที่พักอาศัย ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและขบวนการหลอกลวงผ่านสื่อออนไลน์ในลักษณะโรแมนซ์สแกม

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตรวจยึดพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดี และพบว่าผู้ต้องหาบางส่วนใช้สถานที่พักอาศัยที่เช่าไว้เป็นแหล่งดำเนินการและปกปิดการกระทำความผิดภายในชุมชน รวมถึงมีพฤติการณ์ใช้สื่อสังคมออนไลน์และแอปพลิเคชันสื่อสารต่าง ๆ ในการหลอกลวงผู้เสียหาย ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการขยายผลเพื่อติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องและเครือข่ายที่เชื่อมโยงเพิ่มเติม

ปฏิบัติการดังกล่าวสะท้อนถึงการทำงานเชิงรุกและการสืบสวนด้านข่าวกรองของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นพื้นที่ในการกระทำความผิดของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน ความสงบเรียบร้อย และความมั่นคงของประเทศ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะดำเนินการสืบสวน ติดตาม และปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มบุคคลต่างชาติที่อาศัยช่องว่าง หรือใช้สิทธิการพำนักในราชอาณาจักรไปในทางที่ผิดเพื่อกระทำความผิด

พร้อมกันนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือจากประชาชน ให้เพิ่มความระมัดระวังในการติดต่อกับบุคคลแปลกหน้าผ่านสื่อออนไลน์ โดยเฉพาะกรณีที่มีการสร้างความสัมพันธ์อย่างรวดเร็ว การชักชวนลงทุน หรือการขอให้โอนเงินในลักษณะผิดปกติ รวมทั้งขอให้ช่วยกันสอดส่องและแจ้งเบาะแสพฤติกรรมต้องสงสัย การพำนักเกินกำหนด หรือความเคลื่อนไหวผิดปกติในชุมชน ผ่านสถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 191 และ 1599 โดยความร่วมมือจากประชาชนถือเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันไม่ให้เครือข่ายอาชญากรรมเข้ามาแฝงตัวและใช้ประเทศไทยเป็นพื้นที่ในการกระทำความผิด

ที่อยู่

119 ม. 1 ต. พังตรุ อ. ท่าม่วง
Amphoe Tha Muang
71110

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สถานีตำรวจภูธรสำรอง จังหวัดกาญจนบุรีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง สถานีตำรวจภูธรสำรอง จังหวัดกาญจนบุรี:

แชร์