ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8

ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8 ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8 (police forensic science center8)
งานทะเบียนประวัติอาชญากร (ทว.) โทร 077-289-287

24/04/2026

📍“ตำรวจทำผิด ทำชั่ว รังแกประชาชน ไม่ต้องเอาไว้ ดำเนินการทั้งวินัยและอาญา และต้องสั่งทันที

….ตำรวจทำดี ต้องยกย่อง เชิดชูรับรางวัล สนับสนุนความก้าวหน้า“

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

#ตำรวจทำดี #ทำดีมีรางวัล
#ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์
#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

24/04/2026
04/04/2026

คนร้ายก่อเหตุที่ต่างประเทศ แล้วคิดว่าจะบินมาเนียน ๆ หลบในไทย “คิดผิด!” ✈️🛂
ปฏิบัติการไม่ถึง 15 นาที จบที่สนามบิน อยากรู้ไหมว่า ตม.ไทยทำอย่างไรถึงสกัดได้ทัน⚡️📹
ดูคลิปนี้แล้วจะเห็นว่า “ด่านแรกของความปลอดภัย” ทำงานอย่างไร และทำไมความร่วมมือข้ามประเทศถึงสำคัญ เพื่อความปลอดภัยของคนทั้งโลก 🌍🤝
#ด่านแรกของความปลอดภัย #ตรวจคนเข้าเมือง #ตมไทย #ความปลอดภัย #เพื่อความปลอดภัยของคนทั้งโลก

📍สำนักงานตำรวจแห่งชาติพัฒนาเทคโนโลยีตอบโจทย์การทำงานของตำรวจในการดูแลประชาชน เปิดตัวแอปพลิเคชัน “OnePolice” เพื่อข้าราชก...
26/03/2026

📍สำนักงานตำรวจแห่งชาติพัฒนาเทคโนโลยีตอบโจทย์การทำงานของตำรวจในการดูแลประชาชน เปิดตัวแอปพลิเคชัน “OnePolice” เพื่อข้าราชการตำรวจ แบบ One Stop Service

🗓วันนี้ (26 มีนาคม 2569) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาจากการใช้งานแอปพลิเคชันหน่วยงานต่าง ๆ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจเกิดความซ้ำซ้อนและไม่สะดวกต่อการใช้งาน จึงสั่งการให้รวบรวมแอปพลิเคชันของหน่วยงานต่าง ๆ นำมารวมไว้ในแอปพลิเคชันเดียว เพื่อรองรับการใช้งานอย่างครบถ้วน และให้ข้าราชการตำรวจสามารถใช้งานฟังก์ชั่นต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกมากขึ้น เปิดตัวแอปพลิเคชัน “OnePolice” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลแบบ One Stop Service ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่รวบรวมแอปพลิเคชันและบริการต่าง ๆ ไว้ในที่เดียว เพื่อให้ข้าราชการตำรวจทั่วประเทศได้ใช้งานในการสืบค้นข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งฟังก์ชั่นการทำงานในการตรวจสอบข้อมูลคนร้ายและมิจฉาชีพ

🔷️ฟังก์ชั่นภายในแอปพลิเคชัน One Police แบ่งออกเป็น 5 ส่วนหลัก คือ
🔹️1. ข้อมูลส่วนตัว : เป็นส่วนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนสามารถเข้าใช้งานได้ มีข้อมูลส่วนบุคคลต่าง ๆ อาทิ ประวัติส่วนตัว, ประวัติการรับราชการ, ตรวจสอบสำนวนคดี, ใบสั่งจราจร, ผลตรวจสุขภาพ เป็นต้น

🔹️2. ข้อมูลฝ่ายปฏิบัติ : สามารถเข้าใช้ได้ตามหน้าที่ เช่น ตรวจสอบข้อมูลบุคคลด้วยการสแกนบัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทาง, ตรวจสอบข้อมูลยานพาหนะ, ตรวจสอบข้อมูลคดี หมายจับ เลขบัญชีหรือเบอร์มิจฉาชีพ

🔹️3. ข้อมูลฝ่ายบริหาร : สำหรับผู้บังคับบัญชา เช่น ตรวจสอบข้อมูลกำลังพล ข้อมูลพัสดุ สถิติคดี และสถิติการบันทึกคดี แสดงผลในรูปแบบแดชบอร์ด เพื่อให้เข้าใจง่าย นำไปใช้บริหารจัดการด้านต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

🔹️4. ข้อมูลอื่น ๆ : เช่น สมุดโทรศัพท์ตำรวจ สถานีตำรวจ เบอร์โทรสายด่วน แจ้งอายัดบัญชี

🔹️5. ประกาศ : คำสั่งผู้บังคับบัญชา และข้อมูลข่าวสาร

พล.ต.ท.ยิ่งยศฯ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้พัฒนา 2 แอปพลิเคชั่น ที่เป็น One Stop Service หนึ่งแอปพลิเคชันสำหรับประชาชน และอีกหนึ่งแอปพลิเคชันสำหรับข้าราชการตำรวจ ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้แล้วทั้งระบบ iOS และ Android ได้แก่
🌟- แอปพลิเคชัน “Police Care” สำหรับ “พี่น้องประชาชน” ซึ่งรวมบริการของตำรวจเพื่อประชาชนในด้านต่าง ๆ อย่างครบถ้วน สามารถเข้าไปดูข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว โหลดไว้อุ่นใจ ไม่ต้องรอให้เกิดเหตุ เสมือนมีตำรวจอยู่ใกล้ตัว
🌟- แอปพลิเคชัน “One Police” สำหรับ “ข้าราชการตำรวจ” ซึ่งเป็นการยกระดับการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ด้วยการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการทำงาน เพื่อให้ตำรวจสามารถดำเนินการในด้านต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น

📍สำนักงานตำรวจแห่งชาติชี้แจงหลังพบการแชร์ข้อมูลในสื่อออนไลน์ที่คลาดเคลื่อน ทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับประเภท ชนิด แล...
19/03/2026

📍สำนักงานตำรวจแห่งชาติชี้แจงหลังพบการแชร์ข้อมูลในสื่อออนไลน์ที่คลาดเคลื่อน ทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับประเภท ชนิด และสีของเครื่องแบบราชการตำรวจ

วันนี้ (19 มีนาคม 2569) พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏข่าวแพร่หลายในสื่อสังคมออนไลน์ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีการร่างกฎกระทรวงเครื่องแบบตำรวจใหม่ ซึ่งมีลักษณะที่แตกต่างไปจากเครื่องแบบเดิม โดยมีการเปลี่ยนสีเครื่องแบบ และรูปแบบที่แตกต่างจากเดิม จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และเข้าใจคลาดเคลื่อนในสื่อสังคมออนไลน์เป็นอย่างมากนั้น

🌟สำนักงานกฎหมายและคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงว่าการดำเนินการเรื่องการกำหนดเครื่องแบบตำรวจ เป็นไปตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 มาตรา 151 ที่กำหนดให้การกำหนดเครื่องแบบข้าราชการตำรวจ จะต้องออกเป็นกฎกระทรวง โดยสำนักงานกฎหมายและคดีได้ร่างกฎกระทรวง รวบรวมเครื่องแบบทุกชนิดที่ใช้ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีเครื่องแบบ ปกติ 18 ชุด (ชาย 8 ชุด หญิง 10 ชุด) และเครื่องแบบพิเศษ 42 ชุด รวม 60 ชุด ซึ่งก่อนที่จะเสนอกฎหมายต่อผู้มีอำนาจ ตามกฎหมาย จะต้องนำร่างกฎกระทรวงเพื่อขอรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสียก่อน (ตามหนังสือ กม.ที่ 0011.14/ว626 ลง 12 มี.ค.2569 และขอรับผลการพิจารณาภายใน 3 เม.ย. 2569) โดยเนื้อหาที่เสนอรับความคิดเห็นในร่างกฎกระทรวงดังกล่าว ในข้อ 1 กำหนดว่า “ลักษณะ ชนิด และประเภทของเครื่องแบบตำรวจ รวมทั้งการแต่งเครื่องแบบดังกล่าว เป็นไปตามที่กำหนดในร่างกฎกระทรวงนี้

เครื่องแบบตำรวจประกอบด้วยหมวก เสื้อ กางเกง กระโปรง รองเท้า อินทรธนูเครื่องหมายยศ เครื่องหมายจำพวก เครื่องหมายสังกัด และเครื่องหมายอื่นๆ กับเครื่องประกอบต่างๆ ทั้งนี้ เครื่องแบบตำรวจตามกฎกระทรวงนี้ที่เป็นสีกากีให้ใช้สีกากีสีผ้าพระราชทาน (สนว.01)เช่นเดิมเท่านั้น

💢ดังนั้น ตามกรณีที่เป็นข่าวว่า ร่างกฎกระทรวงเครื่องแบบตำรวจ พ.ศ… เป็นกรณีมีการให้ข้อมูลที่ผิดไปจากข้อเท็จจริง ส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้างว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะขอเปลี่ยนประเภท ชนิด และสีของเครื่องแบบราชการตำรวจ จึงไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

17/03/2026

นักท่องเที่ยวเซฟคลิปนี้ไว้เลยนะคะ ✈️📌 นี่คือ 9 กลโกงที่มักพบบ่อย
- หลอกลวงเรื่องการเดินทาง
- การซื้อสินค้า การจองบริการ
- สถานการณ์ที่ทำให้หลายคนเผลอตกเป็นเป้าหมายได้ง่าย
⚠️ 👀 สังเกตสัญญาณเตือนได้เร็ว ก็เดินทางได้อย่างมั่นใจมากกว่าเดิม 💙
แม้ตำรวจจะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อดูแลความปลอดภัย 👮‍♂️👮‍♀️ แต่ระวังตัวไว้ก่อน ทริปของคุณก็จะปลอดภัย อุ่นใจ และสนุกยิ่งขึ้น 😊✨
#ตำรวจท่องเที่ยว #1155 #เที่ยวไทยอุ่นใจ #ช่วยเหลือฉุกเฉิน

📍สำนักงานตำรวจแห่งชาติออก 5 มาตรการประหยัดพลังงาน สอดคล้องกับมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี รับมือกับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่...
13/03/2026

📍สำนักงานตำรวจแห่งชาติออก 5 มาตรการประหยัดพลังงาน สอดคล้องกับมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี รับมือกับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการขับเคลื่อนตามมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการเร่งด่วนเพื่อรับมือกับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจขยายตัวและส่งผลกระทบในวงกว้าง โดยมุ่งเน้นไปในการประหยัดพลังงานและการบริหารจัดการบุคลากรภาครัฐ รวมทั้งมาตรการด้านต่าง ๆ

ผบ.ตร.สั่งการให้ทุกหน่วยดำเนินการตามแนวทางการปฏิบัติ โดยงานป้องกันปราบปราม การรักษาความสงบเรียบร้อย ให้ปฏิบัติไปตามหลักการจัดผลัดการปฎิบัติหน้าที่ให้ครอบคลุม เหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ ยังคงสามารถตอบสนองต่อการแจ้งเหตุและเข้าระงับเหตุได้ทันต่อสถานการณ์

สำหรับงานบริการประชาชน อาจปรับลดข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติงานได้ตามความเหมาะสมและความจำเป็นของภารกิจ พิจารณาให้มีการยื่นขออนุญาตผ่านระบบออนไลน์เพื่อลดการเดินทางและปริมาณเจ้าหน้าที่ที่ทำการ ส่วนงานอื่น ๆ ให้หัวหน้าหน่วยพิจารณาปรับรูปแบบให้เหมาะสมกับสถานการณ์ สอดคล้องกับภารกิจและปริมาณงาน โดยให้นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อให้การปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

นอกจากนี้ ผบ.ตร.ได้ออก 5 มาตรการประหยัดพลังงาน ดังนี้

1. มาตรการส่วนบุคคล เช่น การลดการใช้พลังงานในเคหสถาน ยานพาหนะส่วนตัวหรือทางราชการ หากจำเป็นต้องเดินทางให้พิจารณาเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะ โดยหลีกเลี่ยงการใช้ยานพาหนะส่วนตัว

2. มาตรการในสถานที่ปฏิบัติราชการ เช่น การใช้แสงสว่างและการเปิดเครื่องปรับอากาศในสถานที่ปฏิบัติราชการเท่าที่จำเป็นและเหมาะสมกับจำนวนข้าราชการตำรวจที่มาปฏิบัติราชการ, บูรณาการข้าราชการตำรวจภายในหน่วยโดยให้ปฏิบัติราชการในสถานที่เดียว หรือลดจำนวนห้อง ปิดไฟหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น

3. มาตรการปฎิบัติราชการในภาพรวมของหน่วย เช่น การงดหรือหลีกเลี่ยงการประชุม สัมมนา ฝึกอบรม หรือเดินทางไปราชการต่างประเทศ, การงดเว้นหรือหลีกเลี่ยงการเดินทางไปราชการเพื่อตรวจหน่วย โดยพิจารณาเปลี่ยนเป็นการตรวจหน่วยผ่านระบบออนไลน์เป็นการทดแทน ยกเว้นกรณีที่จำเป็น

4. กรณีสถานศึกษาหรือหน่วยฝึกอบรม ให้ปรับการเรียนการสอน ฝึกอบรม ในรูปแบบออนไลน์ เพื่อลดการใช้พลังงานและการเดินทางของข้าราชการตำรวจแต่ละหน่วย รวมทั้งในการประชุม สัมมนา ของแต่ละหน่วยด้วย

5. กำหนดการแต่งกายของตำรวจที่มาปฏิบัติราชการให้เหมาะสมและสอดคล้องกับแนวทางนี้ ประหยัดพลังงานในการใช้ลิฟท์ กระดาษและวัสดุสิ้นเปลืองต่างๆ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขับเคลื่อนแผนบริหารและพัฒนางานสอบสวน ด้านการให้บริการประชาชน ด้านระบบปฏิบัติงาน และด้านบุคลากรและสว...
10/03/2026

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขับเคลื่อนแผนบริหารและพัฒนางานสอบสวน ด้านการให้บริการประชาชน ด้านระบบปฏิบัติงาน และด้านบุคลากรและสวัสดิการ เพื่อเสริมประสิทธิภาพฟันเฟืองหลักขององค์กร
เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. (รับผิดชอบงานกฎหมายและคดี) เป็นผู้อำนวยการศูนย์บริหารและพัฒนางานสอบสวน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศส.ตร.) ขับเคลื่อนแผนบริหารและพัฒนางานสอบสวนให้ครอบคลุมทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการให้บริการประชาชน, ด้านระบบปฏิบัติงาน, ด้านบุคลากรและสวัสดิการ
ล่าสุดการประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี/ประธาน ก.ตร. มีมติเห็นชอบในหลักการให้กำหนดตำแหน่งสายงานสืบสวนสอบสวนเป็นตำแหน่งควบ ซึ่งสามารถปรับระดับเพิ่มหรือลดได้ในตัวเอง เพื่อให้มีความยืดหยุ่น สอดคล้องกับภารกิจและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของเจ้าหน้าที่ รวมถึงได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้น โดยให้เลื่อนไหลถึงระดับรองผู้บังคับการ ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 และเป็นไปตามแผนการบริหารและพัฒนางานระบบสอบสวนด้านบุคลากรและสวัสดิการ
พล.ต.ท.ชัยต์พจนฯ กล่าวว่า การรื้อฟื้นโครงสร้างดังกล่าวถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่ผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญ เนื่องจากพนักงานสอบสวนถือเป็นฟันเฟืองและกำลังหลักขององค์กร นอกจากนี้ ก.ตร.เห็นชอบแนวทางปรับเงินเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ หรือเงินประจำตำแหน่งให้พนักงานสอบสวน ให้เหมาะสมกับภาระและปริมาณงานที่พนักงานสอบสวนแต่ละนายต้องทำสำนวนคดีในแต่ละสถานี โดยเฉพาะคดีอาชญากรรมออนไลน์ที่มีจำนวนมาก ตามเจตนารมณ์มาตรา 70 พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565
ทั้งนี้ การปรับระบบตำแหน่งเป็นหลักเกณฑ์ใหม่ ผบ.ตร.มอบหมายให้ พล.ต.ท.อนุชา รมยะนันทน์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ซึ่งรับผิดชอบงานพัฒนาด้านบุคลากรและสวัสดิการ ตามแผนพัฒนางานระบบสอบสวนสำนักงานตำรวจแห่งชาติและคณะ ออกเดินทางไปชี้แจงพนักงานสอบสวนทั่วประเทศ เพื่อชี้แจงให้ความรู้เบื้องต้น ก่อนจะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้ปฏิบัติงานจริง เพื่อนำข้อมูลที่ได้กลับมาปรับปรุงรูปแบบการประเมินให้มีความสมบูรณ์และมีมาตรฐานการปฏิบัติงานสอบสวนอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ส่วนการพัฒนางานสอบสวนด้านระบบปฏิบัติงาน พล.ต.ท.ชัยต์พจนฯ กล่าวว่า พล.ต.อ.นิรันดรฯ พร้อมด้วยผู้ช่วย ผบ.ตร. ในสานงานกฎหมายและคดี ได้แก่ พล.ต.ท.ณพวัฒน์ อารยางกูร พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร และ พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ร่วมกันขับเคลื่อนดำเนินการแก้ไขปรับปรุงระบบเทคโนโลยีการปฏิบัติงาน และการปรับปรุงระบบงานอำนวยการงานสอบสวน ปรับปรุงแก้ไขระเบียบคำสั่งต่าง ๆ ให้พนักงานสอบสวนทำสำนวนคดีมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่ออำนวยความยุติธรรมให้ประชาชนซึ่งแต่ละส่วนมีความคืบหน้าโดยลำดับ
สำหรับด้านการพัฒนาการให้บริการประชาชน พล.ต.อ.นิรันดรฯ ได้พัฒนาแอปพลิเคชัน Police Care ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่รวมการให้บริการประชาชนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในทุกมิติไว้ในแอปพลิเคชันเดียว ซึ่งรวมถึงการให้บริการประชาชนในด้านกฎหมาย การเข้าถึงบริการงานสอบสวนและบริการต่างๆ ซึ่งปัจจุบันสำเร็จเป็นรูปธรรมแล้ว และจะมีการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆเพื่อให้ประชาชนได้ใช้งานทุกระยะ
รองโฆษก ตร. กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ตร. มีความเข้าใจในภาระหน้าที่และความยากลำบากของตำรวจสายงานสอบสวนเป็นอย่างดี ได้รับเรื่องดังกล่าวเพื่อนำไปหารือระดับนโยบายกับกระทรวงการคลังและกรมบัญชีกลางด้วยตนเอง และพร้อมให้การสนับสนุนขับเคลื่อนมาตรการต่าง ๆ อย่างเต็มที่ เพื่อขวัญกำลังใจและประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ที่อยู่

ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8 ถ. จุลจอมเกล้า ต. ท่าข้าม อ. พุนพิน จ. สุราษฏร์ธานี
Amphoe Phunphin
84130

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6677286007

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8:

แชร์