02/06/2026
5 ขั้นตอน ประเมินความคุ้มค่าของโครงการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ
วิกฤตการณ์สภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาเรื่องอุณหภูมิที่สูงขึ้น ภัยแล้ง น้ำท่วม หรือพายุรุนแรงเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับ “งบประมาณของประเทศ” และ “คุณภาพชีวิตของประชาชน” เพราะรัฐบาลจำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้สังคมสามารถอยู่รอดและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศได้ จึงไม่ใช่เพียงว่า “รัฐใช้งบประมาณเท่าไร” แต่คือ “งบประมาณเหล่านั้นถูกใช้ได้ตรงจุดและคุ้มค่าหรือไม่” โดยเฉพาะในยุคที่ทุกบาททุกสตางค์มาจากภาษีของประชาชน การติดตามเส้นทางการใช้เงินด้านภูมิอากาศจึงกลายเป็นเรื่องจำเป็น
แนวทางจากธนาคารโลก (World Bank) และคู่มือของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP)
ได้เสนอหลักการสำคัญในการ “ตามรอยเงิน” สำหรับโครงการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ซึ่งสามารถสรุปได้เป็น 5 ขั้นตอน ดังนี้
1. การคัดกรองว่าโครงการใดเป็น “โครงการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ” อย่างแท้จริง เพราะในหลายกรณี โครงการพัฒนาทั่วไปอาจถูกนำมาอ้างว่าเกี่ยวข้องกับภูมิอากาศ ทั้งที่ไม่ได้ช่วยลดความเสี่ยงให้ประชาชนโดยตรง เกณฑ์สำคัญที่ใช้พิจารณามี 3 ประเด็น ได้แก่ โครงการต้องระบุความเสี่ยงด้านภูมิอากาศอย่างชัดเจน เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง หรือคลื่นความร้อน ต้องแสดงวัตถุประสงค์ว่าจะช่วยลดความเสี่ยงดังกล่าวอย่างไร กิจกรรมของโครงการต้องเชื่อมโยงกับปัญหาที่ต้องการแก้จริง การระบุโครงการอย่างชัดเจนช่วยให้การใช้งบประมาณมีเป้าหมายที่ตรวจสอบได้ และลดปัญหาการใช้งบประมาณแบบไม่ตรงประเด็น
2. การจัดประเภทงบประมาณผ่านระบบ Climate Budget Tagging (CBT) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้รัฐสามารถมองเห็นว่า งบประมาณส่วนใดถูกใช้เพื่อการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศจริง ระบบนี้จะกำหนด “น้ำหนัก” ของโครงการตามระดับความเกี่ยวข้อง อาทิ โครงการที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการปรับตัว เช่น ระบบเตือนภัยล่วงหน้า หรือฐานข้อมูลสภาพภูมิอากาศ อาจได้รับการนับงบประมาณ 100% โครงการที่มีเป้าหมายร่วม เช่น การพัฒนาเกษตรที่ช่วยทั้งเพิ่มรายได้และรับมือภัยแล้ง อาจได้รับการนับเพียงบางส่วน และโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่มีการผนวกมาตรการปรับตัวเข้าไป เช่น ถนนที่ออกแบบให้รองรับน้ำทะเลหนุน อาจนับเฉพาะต้นทุนส่วนเพิ่มด้านการปรับตัว แนวทางนี้ช่วยลดการรายงานตัวเลขงบประมาณเกินจริง ทำให้เห็นภาพรวมของการลงทุนด้านภูมิอากาศได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
3. การติดตามว่าเงินถูกส่งต่อไปยังหน่วยงานใดและถูกใช้จริงอย่างไร แนวคิดเรื่อง “เส้นทางการไหลของเงิน” ช่วยให้สามารถตรวจสอบได้ว่า งบประมาณที่ตั้งไว้ถูกใช้ตามวัตถุประสงค์หรือไม่ รวมถึงลดความเสี่ยงด้านความไม่โปร่งใส ในประเทศไทยแนวทางสำคัญที่กำลังได้รับความสนใจ คือ การจัดตั้ง “กองทุนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” หรือ Climate Fund ภายใต้ร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. … ซึ่งช่วยให้เงินด้านภูมิอากาศถูกจัดสรรอย่างเป็นระบบและตรวจสอบได้ง่ายขึ้น หากมีกลไกกำกับดูแลที่เปิดให้หลายภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ก็จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้มากขึ้นว่าเงินถูกใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างแท้จริง
4. การประเมินความคุ้มค่า การใช้งบประมาณด้านภูมิอากาศไม่ควรวัดเพียงว่า “ใช้เงินไปเท่าไร” แต่ต้องประเมินด้วยว่า “ผลลัพธ์ที่ได้คุ้มค่าหรือไม่” หลักการประเมินความคุ้มค่า หรือ Value for Money (VfM) มักพิจารณาจากแนวคิด 4Es ได้แก่ ความประหยัด (Economy) ประสิทธิภาพ (Efficiency) ประสิทธิผล (Effectiveness) และความเท่าเทียม (Equity) นอกจากนี้ ยังมีเครื่องมือวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์ เช่น การวิเคราะห์ต้นทุน - ผลประโยชน์ (Cost-Benefit Analysis: CBA) หรือการประเมินผลตอบแทนทางสังคม (Social Return on Investment: SROI) การประเมินเหล่านี้ช่วยให้รัฐสามารถเปรียบเทียบได้ว่า มาตรการใดให้ผลลัพธ์ดีที่สุด และควรได้รับการสนับสนุนในระยะยาว
5. การรายงานผลลัพธ์ คือ เปลี่ยนจากการ “นับกิจกรรม” ไปสู่การ “วัดผลลัพธ์” ที่ผ่านมา หลายโครงการมักรายงานผลสำเร็จจากจำนวนสิ่งที่สร้างขึ้น เช่น จำนวนเขื่อน จำนวนคลอง หรือจำนวนกิจกรรมอบรม แต่ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนว่า ประชาชนมีความปลอดภัยมากขึ้นจริงหรือไม่ ตัวชี้วัดที่มีความหมายมากกว่า เช่น จำนวนวันที่น้ำท่วมลดลง ความเสียหายทางเศรษฐกิจที่ลดลง รายได้ของเกษตรกรที่มีเสถียรภาพมากขึ้น คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น การวัดผลลัพธ์เช่นนี้ช่วยให้เห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงและสะท้อนทั้งผลดีและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ
สิ่งสำคัญที่สุดของการติดตามงบประมาณด้านภูมิอากาศ คือ “ความโปร่งใส” และ “การมีส่วนร่วมของประชาชน” ข้อมูลการใช้งบประมาณควรถูกเปิดเผยในรูปแบบที่ประชาชนเข้าใจได้ง่าย ไม่ควรถูกเก็บไว้เฉพาะในรายงานทางราชการที่เข้าถึงยาก และสามารถร่วมตรวจสอบได้ เพราะในยุคที่โลกกำลังเผชิญความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้นทุกปี การใช้เงินอย่างตรงจุดและคุ้มค่า ไม่ใช่เพียงเรื่องของการบริหารงบประมาณ แต่คือการลงทุนเพื่อความอยู่รอดและอนาคตของสังคมโดยรวม
แหล่งอ้างอิง
1. กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
2. โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (United Nations Development Programme: UNDP)
3. กองทุนด้านการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Adaptation Fund)
"ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน"
#กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
#กรมลดโลกร้อน