Lueamnat Provincial Police Station

Lueamnat Provincial Police Station สถานีตำรวจภูธรลืออำนาจ

ผบ.ตร. สั่งการด่วน! ยกระดับคุมเข้ม “อาวุธปืน-วัตถุระเบิด” ทั่วประเทศ ปูพรมกวาดล้างทุกมิติ พร้อมยกระดับความปลอดภัยพื้นที่...
12/08/2026

ผบ.ตร. สั่งการด่วน! ยกระดับคุมเข้ม “อาวุธปืน-วัตถุระเบิด” ทั่วประเทศ ปูพรมกวาดล้างทุกมิติ พร้อมยกระดับความปลอดภัยพื้นที่สาธารณะ (Soft Target) 🛑🔫

วันนี้ (11 สิงหาคม 2569) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษก ตร. เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการไปยังหน่วยงานตำรวจทุกหน่วยทั่วประเทศ กำชับยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยและมาตรการเกี่ยวกับอาวุธปืนเต็มขั้น เพื่อป้องกันปราบปรามอาชญากรรมรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล

📌 มอบหมายภารกิจหลักรอง ผบ.ตร. ควบคุมการปฏิบัติ:

สายสืบสวน (พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร.): เปิดปฏิบัติการปูพรมปิดล้อมตรวจค้น ระดมกวาดล้างอาวุธปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิด และสิ่งเทียมอาวุธปืน ทั้งในพื้นที่จริง (On Ground) และการค้าปืนผิดกฎหมายผ่านสื่อออนไลน์

สายป้องกันปราบปราม (พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร.): ยกระดับการรักษาความปลอดภัยสถานที่สาธารณะ (Soft Target) เช่น โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สวนสาธารณะ เพิ่มการแสดงกำลังตรวจตรา (Stop Walk Talk) ตรวจค้นบุคคลและยานพาหนะต้องสงสัย พร้อมเตรียมชุดปฏิบัติการพิเศษทางยุทธวิธีเข้าระงับเหตุได้ทันที และควบคุมอาวุธปืนของทางราชการให้เป็นไปตามระเบียบเคร่งครัด

ผบ.ตร. เน้นย้ำให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นบูรณาการกำลังฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ขับเคลื่อนมาตรการอย่างเป็นรูปธรรม โดยยึดหลักยุทธวิธีและกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยสูงสุดให้แก่พี่น้องประชาชนครับ

#กองสารนิเทศ #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ผบตร #คุมเข้มอาวุธปืน #กวาดล้างอาวุธปืน #ความปลอดภัยสาธารณะ #ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

9 เดือน สยบสแกมเมอร์‼️สำนักงานตำรวจแห่งชาติมุ่งมั่นปราบปราม ป้องกัน ยับยั้งอาชญากรรมทางเทคโนโลยีทุกรูปแบบ โดยได้ตั้งศูนย...
24/06/2026

9 เดือน สยบสแกมเมอร์‼️

สำนักงานตำรวจแห่งชาติมุ่งมั่นปราบปราม ป้องกัน ยับยั้งอาชญากรรมทางเทคโนโลยีทุกรูปแบบ โดยได้ตั้งศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ หรือ ACSC ภายใต้ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นกลไกหลักในการประสานงานและดำเนินการ
นับแต่ตั้งศูนย์ ACSC สถิติคดี และความเสียหายจากภัยออนไลน์ลดลง ปิดกั้นเบอร์โทรและเว็บไซต์อันตราย ยึดทรัพย์ได้กว่า 24,000 ล้านบาท

#ปราบสแกมเมอร์ #ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์
#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

24/06/2026

⚽️ ตร. ลุยปราบ “สแกมเมอร์ - พนันออนไลน์” ช่วงฟุตบอลโลก 2026 กำชับ ศปอส.ตร. กวาดล้างเด็ดขาดทั่วประเทศ เผย 2 สัปดาห์จับเว็บพนันหมุนเวียนกว่า 3,371 ล้านบาท!

วันนี้ (23 มิถุนายน 2569) เวลา 13.00 น. ณ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร.) เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อน ศปอส.ตร. ครั้งที่ 9/2569 ร่วมกับ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร., พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ/รอง ผอ.ศปอส.ตร. และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ เพื่อกำชับมาตรการกวาดล้างสแกมเมอร์และพนันออนไลน์อย่างเข้มข้นต่อเนื่อง

พล.ต.อ.ธนาฯ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยเฝ้าระวังและบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 (11 มิ.ย. - 19 ก.ค. 2569) ซึ่งกลุ่มเว็บไซต์พนันมักใช้โอกาสนี้ในการโฆษณาชวนเชื่อ โดยสรุปผลการจับกุมในห้วงวันที่ 6 - 20 มิถุนายน 2569 (ระยะเวลา 2 สัปดาห์) สามารถปิดกั้นเว็บไซต์พนันฟุตบอลโลกได้ 388 URL จับกุมเจ้ามือ 135 ราย และผู้เล่น 1,363 ราย พบยอดเงินหมุนเวียนในระบบสูงถึง 3,371,457,177 บาท

🎯 เป้าหมายกวาดล้างและมาตรการป้องกันในระยะต่อไป:
💻 ยกระดับล่าเว็บใหญ่ (ก.ค. - ก.ย. 69): มุ่งเป้าทลายเว็บพนันออนไลน์ที่มีวงเงินหมุนเวียนเกิน 10 ล้านบาทขึ้นไปบนอินเทอร์เน็ตและแพลตฟอร์มต่าง ๆ

🎯 เชือดเว็บเป้าหมาย: พล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ เร่งรัดติดตามจับกุมและปิดกั้นเว็บพนันเป้าหมายในบัญชีรายชื่อรวม 314 เว็บไซต์ พร้อมกำชับการตรวจค้นจับกุมการจำหน่ายและโฆษณาอาวุธปืนเถื่อนบนโลกออนไลน์

#ศปอสตร #ปราบเว็บพนัน #ฟุตบอลโลก2026 #สแกมเมอร์ #บัญชีม้า #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #กองสารนิเทศ

ตร. บูรณาการทลายเครือข่าย “นอมินีต่างด้าว” เฟส 3 อันดามัน ตรวจยึดทรัพย์สินกว่า 1,000 ล้านบาทวันที่ 20 มิ.ย. 69 เวลา 06.0...
21/06/2026

ตร. บูรณาการทลายเครือข่าย “นอมินีต่างด้าว” เฟส 3 อันดามัน ตรวจยึดทรัพย์สินกว่า 1,000 ล้านบาท

วันที่ 20 มิ.ย. 69 เวลา 06.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศปชก.ตร. และหัวหน้าชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ ผนึกกำลังร่วมกับกระทรวงมหาดไทย, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, กรมที่ดิน และผู้ว่าราชการจังหวัด เปิดปฏิบัติการเชิงรุกกวาดล้างกลุ่มทุนต่างชาติแฝงตัวทำธุรกิจและถือครองที่ดินโดยใช้ชื่อคนไทยบังหน้า (นอมินี) ตามนโยบายเร่งด่วนของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อปกป้องอาชีพและผลประโยชน์ของประชาชนคนไทย

📊 ผลสัมฤทธิ์ภาพรวม :

มูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจสอบ: รวมกว่า 1,053 ล้านบาท (ตรวจสอบที่ดิน 89 แปลง รวมพื้นที่กว่า 49 ไร่)

กวาดล้างเครือข่าย 8 สัญชาติ: ศาลอนุมัติ 59 หมายจับ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 48 ราย (รวม 55 หมาย) เป็นชาวไทย 27 คน และชาวต่างชาติ 21 คน (อาทิ สัญชาติอิสราเอล, อังกฤษ, โปแลนด์, ฝรั่งเศส)

📂 ผลการปฏิบัติงานแยก 3 จังหวัดท่องเที่ยว :

📌 จังหวัดภูเก็ต (ยึดทรัพย์รวม 231 ล้านบาท)

ทลาย 10 บริษัทนอมินี ที่มีพฤติการณ์ซื้อและครอบครองที่ดินผิดกฎหมาย

เข้าตรวจค้น 39 บริษัทสวมสิทธิ์ ที่มีสัดส่วนคนต่างชาติถือหุ้นมากกว่ากึ่งหนึ่ง เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน

คดีสำคัญ: ตรวจค้นจับกุมกลุ่มเครือข่าย "บริษัท จีแมทฯ" และบริษัทในเครือที่ทำธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และฟิตเนสบังหน้า

📌 จังหวัดพังงา (ยึดทรัพย์รวม 323 ล้านบาท)

ดำเนินคดีรวม 10 บริษัท ที่เข้าข่ายกระทำความผิด

คดีสำคัญ: บุกตรวจค้นและจับกุมกรรมการบริษัทชาวอังกฤษ เครือข่ายโรงแรม "ซาวา บีชฯ" เปิดให้บริการพูลวิลล่าหรูเช่ารายวันเถื่อนโดยไม่ได้รับอนุญาต ตรวจพบพฤติการณ์ใช้พนักงานและญาติพี่น้อง (ผู้มีสิทธิประกันสังคม) มาสวมสิทธิ์ถือหุ้นแทนคนต่างด้าว

📌 จังหวัดกระบี่ (ยึดทรัพย์รวม 499 ล้านบาท)

ดำเนินคดีรวม 17 บริษัท

คดีสำคัญที่ 1: จับกุมเครือข่าย "บจก.ทรอปิคอลเฮาส์" ทุนโปแลนด์ สร้างพูลวิลล่าหรูขายทำเลทอง มูลค่าโครงการกว่า 200 ล้านบาท แต่ใช้ชื่อคนไทยถือหุ้นบังหน้า 100% ทั้งที่เกินกว่าทุนจดทะเบียนจริง

คดีสำคัญที่ 2: ทลายขบวนการสถานบันเทิงทุนแอฟริกาใต้ แฉพฤติการณ์ร่วมมือกับ "ทนายความ" และ "ผู้สอบบัญชี" ซึ่งเป็นต้นน้ำในการทำเอกสารราชการอันเป็นเท็จ โดยถึงขั้นนำลายมือชื่อของ "บุคคลที่เสียชีวิตไปแล้ว" มาสวมสิทธิ์จัดตั้งนิติบุคคลเพื่ออำพรางการถือหุ้น

⚖️ ย้อนผลงานอดีต (เฟส 1-2):
ก่อนหน้านี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เดินหน้ากวาดล้างในพื้นที่ อ.เกาะพะงัน จว.สุราษฎร์ธานี ดำเนินคดีไปถึง 105 คดี ซึ่งศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกคนละ 1 ปี 3 เดือน ปรับ 15,000 บาท และสั่งให้จัดการจำหน่ายที่ดินที่ได้มาโดยมิชอบทั้งหมด

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันเดินหน้าขยายผลปราบปรามขบวนการนอมินีในเมืองท่องเที่ยวทั่วประเทศอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อจัดระเบียบเมืองท่องเที่ยว ป้องกันต่างชาติแย่งอาชีพคนไทย และส่งเสริมการลงทุนที่ถูกต้องตามกฎหมายพาณิชย์อย่างเป็นธรรม

📞 พบเบาะแสกลุ่มทุนต่างชาติผิดกฎหมาย แจ้งสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โทร. 1599 (ตลอด 24 ชั่วโมง)

#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #กองสารนิเทศ #ศปชกตร #ปราบนอมินีต่างด้าว #นอมินีเฟส3 #อันดามันปลอดภัย #ภูเก็ต #พังงา #กระบี่ #สายด่วน1599

ACSC เปิดสถิติภัยไซเบอร์รอบสัปดาห์ เสียหายรวมพุ่ง 155 ล้าน! เตือนภัยมิจฉาชีพชวน “ย้ายคุยนอกแอป” หลุมพรางยอดฮิตดึงเหยื่อเ...
20/06/2026

ACSC เปิดสถิติภัยไซเบอร์รอบสัปดาห์ เสียหายรวมพุ่ง 155 ล้าน! เตือนภัยมิจฉาชีพชวน “ย้ายคุยนอกแอป” หลุมพรางยอดฮิตดึงเหยื่อเข้าห้องแชตหน้าม้า พบ “ปทุมธานี” มูลค่าความเสียหายนำโด่งกว่า 16 ล้านบาท

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กรุงเทพฯ — ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดเผยสถิติคดีและความเสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (ระหว่างวันที่ 7 - 13 มิถุนายน 2569) พบว่ามีสถิติการรับแจ้งความออนไลน์ผ่านระบบ Thaipoliceonline จำนวนทั้งสิ้น 5,391 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมสูงถึง 155,426,345 บาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าจำนวน 36 คดี และมีมูลค่าความเสียหายสะสมเพิ่มขึ้นถึง 27,423,654 บาท

สแกนสถิติภัยออนไลน์: หลอกซื้อของครองแชมป์ - สาววัย 21-30 ปี กลุ่มเสี่ยงสูงสุด
จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของทีมเจ้าหน้าที่พบว่า “การหลอกลวงด้านสินค้าและบริการ” ยังคงเป็นประเภทคดีที่มีปริมาณสูงที่สุด โดยมีการรับแจ้งความถึง 4,541 คดี (คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 84.2% ของคดีทั้งหมด) และสร้างความเสียหายรวมกว่า 50.6 ล้านบาท
สำหรับสถิติจังหวัดที่มีการแจ้งความมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, นนทบุรี และปทุมธานี แต่ในทางกลับกัน เมื่อเปรียบเทียบในเชิงมูลค่าความเสียหาย กลับพบว่า จังหวัดที่มีมูลค่าความเสียหายรุนแรงที่สุด คือ
จังหวัดปทุมธานี มูลค่าความเสียหายมากกว่า 16 ล้านบาท
กรุงเทพมหานคร มูลค่าความเสียหายกว่า 9.2 ล้านบาท
จังหวัดนนทบุรี มูลค่าความเสียหายกว่า 2.4 แสนบาท
นอกจากนี้ สถิติคดีในรอบสัปดาห์ยังระบุว่า ผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 21 - 30 ปี ซึ่งถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุดที่ตกเป็นเหยื่ออย่างต่อเนื่องติดต่อกันหลายสัปดาห์ โดยคดีที่กลุ่มช่วงอายุดังกล่าวถูกหลอกลวงมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ, คดีหลอกลวงโดยการแอบอ้างเป็นบุคคลอื่น และคดีหลอกลวงเสนอผลประโยชน์ ตามลำดับ
โชว์ผลงานจับกุมแก๊งสแกมเมอร์ และปฏิบัติการระงับเงินช่วยเหยื่อทันท่วงที

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ศูนย์ ACSC ได้ประสานงานร่วมกับกลุ่มสถาบันการเงินและตำรวจในพื้นที่ จนนำไปสู่ผลการปฏิบัติการจับกุมขบวนการสแกมเมอร์และเครือข่ายบัญชีม้าได้ทั้งหมด 3 เคสสำคัญ ผู้ต้องหารวม 4 ราย (สัญชาติไทย 2 ราย และสัญชาติเวียดนาม 2 ราย) พร้อมตรวจยึดของกลางเงินสดรวม 754,000 บาท อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถืออีกจำนวนมาก ขณะเดียวกันยังสามารถประสานงานเข้าช่วยเหลือระงับการโอนเงินของเสียหายก่อนถูกโอนไปยังบัญชีม้าได้ทันท่วงทีถึง 14 เคส (รวมผู้เสียหาย 16 ราย) ช่วยปกป้องทรัพย์สินของประชาชนได้เป็นมูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท
สำหรับผลการปฏิบัติการจับกุมและเคสช่วยเหลือที่น่าสนใจ มีดังนี้:

คดีที่ 1 (สภ.นิคมสร้างตนเอง จ.พิษณุโลก): บุกรวบผู้ต้องหาชาวเวียดนาม 2 ราย คาบ้านพักใน อ.บางระกำ ยึดคอมพิวเตอร์ 3 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 18 เครื่อง พบพฤติกรรมสร้างโปรไฟล์ปลอมในแอปพลิเคชัน Zalo และ Rakuten Viber หลอกลวงหญิงสาวชาวเวียดนามในลักษณะ "Romance Scam" (หลอกให้รักแล้วลวงโอนเงิน) อยู่ระหว่างขยายผลเอาผิดชายไทยเจ้าของบ้านพัก

คดีที่ 2 (สน.หัวหมาก): จับกุมหนุ่มวัย 19 ปี คาตู้ ATM ย่านรามคำแหง พร้อมของกลางเงินสดรวม 607,000 บาท บัตร ATM 4 ใบ และรถจักรยานยนต์ หลังแสดงท่าทางพิรุธขณะกดเงิน สารภาพรับจ้างนายทุนชาวจีนนำบัตร ATM มากดเงินสดออกจากบัญชีม้า ได้ค่าจ้างครั้งละ 1,000 บาท ทำมาแล้วหลายครั้งตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา
เคสช่วยเหยื่อ (ศูนย์ ACSC): เจ้าหน้าที่ติดต่อระงับเหตุและอธิบายเตือนสติชายวัย 37 ปี ที่ถูกหลอกลงทุนเทรดหุ้นและแลกเหรียญดิจิทัลจนยอมยุติการโอนเงินเพิ่ม (เสียหายไปก่อนหน้า 8 แสนบาท) และเคสประสาน สน.วัดพระยาไกร-สภ.ประจันตคาม เข้าช่วยเหลือหญิงผู้เสียหายอายุ 45 ปี และ 65 ปี ที่ถูกมิจฉาชีพในแอปพลิเคชันหาคู่ (Tinder) และเพจเฟซบุ๊ก ชักชวนลงทุนเทรดทองคำ ก่อนหลอกลวงสูญเงินรวมกว่า 1.4 ล้านบาท

หากพบเบาะแสหรือได้รับความเสียหาย แจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.th หรือสายด่วน AOC 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง

#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #กองสารนิเทศ #ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ #เตือนภัยไซเบอร์ #หลอกลงทุน #ย้ายคุยนอกแอป

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือนภัยมิจฉาชีพออนไลน์ รู้ทันโปรไฟล์ปลอม เพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเครื่องมือในขบวนการลักลอบขนยาเสพต...
14/06/2026

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือนภัยมิจฉาชีพออนไลน์ รู้ทันโปรไฟล์ปลอม เพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเครื่องมือในขบวนการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติ

วันนี้ (14 มิถุนายน 2569) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยผลการสืบสวนขยายผลล่าสุดโดย กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งได้ทลายเครือข่ายลักลอบค้ายาเสพติดข้ามชาติ ปฏิบัติการดังกล่าวส่งผลให้มีการจับกุมชาวไนจีเรียและหญิงชาวไทย พร้อมยึดของกลางเป็นเฮโรอีนและโคเคนมูลค่ากว่า 25 ล้านบาท

จากกรณีดังกล่าว พล.ต.ต.จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งเตือนประชาชน โดยเฉพาะสุภาพสตรี ให้ใช้ความระมัดระวังในการใช้โซเชียลมีเดียและแอปพลิเคชันหาคู่ พฤติการณ์ของคนร้ายจะใช้รูปแบบหลอกให้รัก เพื่อหลอกลวงเหยื่อให้ตายใจ ก่อนจะชักจูงให้กระทำการลักลอบขนยาเสพติดผิดกฎหมาย

หลังจากการจับกุมผู้ต้องหาในกลุ่มนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สรุปกลวิธีของคนร้ายเพื่อเป็นกรณีศึกษาและเป็นแนวทางป้องกันสำหรับประชาชน ดังนี้

1. การสร้างโปรไฟล์ที่หรูหราและดึงดูดใจ: มิจฉาชีพจะสร้างโปรไฟล์ปลอมบนแอปพลิเคชันหาคู่และโซเชียลมีเดีย โดยใช้รูปภาพของชายชาวต่างชาติหน้าตาดี แอบอ้างว่าเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ วิศวกร หรือทหารที่มีความมั่นคงทางการเงินเพื่อดึงดูดความสนใจ

2. การใช้คำหวานและการหว่านล้อม: คนร้ายจะเข้าหาหญิงไทยเพื่อสร้างความสนิทสนมและความสัมพันธ์ฉันคนรัก โดยใช้คำพูดให้ความหวังถึงอนาคตร่วมกัน

3. การเปลี่ยนช่องทางการติดต่อ: เมื่อเหยื่อเริ่มเชื่อใจและไว้วางใจ มิจฉาชีพจะโน้มน้าวให้ย้ายไปสนทนาผ่านแอปพลิเคชันอื่นที่ติดตามตัวได้ยากขึ้น เพื่อหลบหนีการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่

4. การหลอกใช้เหยื่อเป็นเครื่องมือ: เมื่อเหยื่อตกหลุมรัก มิจฉาชีพจะออกอุบายให้เหยื่อเดินทางไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพื่อรับ "ของ" โดยอ้างว่าเป็นสินค้าสำคัญ หรือเสนอเงินตอบแทนสูงเพื่อเป็นแรงจูงใจ สิ่งของที่เหยื่อไปรับนั้นแท้จริงแล้วคือยาเสพติด ซึ่งถูกซุกซ่อนมาในรูปแบบต่างๆ เช่น กล่องพัสดุ ถุงกาแฟ หรือซองขนม

5. การใช้ช่องทางข้ามแดนตามธรรมชาติ: คนร้ายจะสั่งให้เหยื่อลักลอบข้ามพรมแดนอย่างผิดกฎหมายผ่านช่องทางธรรมชาติ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอให้ประชาชนระมัดระวังเมื่อต้องติดต่อสื่อสารกับคนแปลกหน้าบนโลกออนไลน์ โดยมีมาตรการป้องกันดังต่อไปนี้:
• อย่าหลงเชื่อโปรไฟล์ที่ดูดีเกินจริง: รูปภาพที่ดูดีและประวัติการทำงานที่น่าประทับใจ อาจเป็นเพียงฉากบังหน้าเพื่อการหลอกลวง
• ตรวจสอบตัวตน: พยายามตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นของบุคคลที่คุณกำลังพูดคุยด้วย เช่น ใช้การค้นหาด้วยรูปภาพ (Reverse image search ผ่าน Google Images) เพื่อดูว่ารูปภาพเหล่านั้นถูกขโมย หรือนำไปใช้ที่อื่นหรือไม่
• งดโอนเงินหรือรับของเด็ดขาด: หากคนที่คุณเพิ่งรู้จักทางออนไลน์ขอให้คุณโอนเงินหรือรับพัสดุแทน ไม่ว่าพวกเขาจะมีข้ออ้างใดๆ ก็ตาม ให้ปฏิเสธและตัดการติดต่อทันที
• มีสติและระแวดระวังอยู่เสมอ: ความรักที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วผ่านหน้าจอ มักแฝงไปด้วยอันตราย จงใช้เหตุผลให้มากกว่าอารมณ์
• ปรึกษาบุคคลที่ไว้ใจได้: หากไม่แน่ใจหรือสงสัยเกี่ยวกับพฤติกรรมของคนที่คุณกำลังสนทนาด้วย ให้ปรึกษาครอบครัวหรือคนใกล้ชิด เพื่อช่วยประเมินสถานการณ์

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอยืนยันความมุ่งมั่นในการปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน หากท่านพบเบาะแสหรือตกเป็นเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพ โปรดแจ้ง สายด่วน 191 หรือ 1599

สำนักงานตำรวจแห่งชาติแนะ "ดูบอลโลกให้สนุก หลีกเลี่ยงการพนัน" - พนันโทษหนักทั้งผู้เล่นและเจ้ามือวันนี้ (11 มิถุนายน 2569)...
11/06/2026

สำนักงานตำรวจแห่งชาติแนะ "ดูบอลโลกให้สนุก หลีกเลี่ยงการพนัน" - พนันโทษหนักทั้งผู้เล่นและเจ้ามือ

วันนี้ (11 มิถุนายน 2569) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนจากความเสียหายที่เกิดขึ้นจากปัญหาการลักลอบเปิดเว็บไซต์การพนันออนไลน์และการจัดให้มีการเล่นการพนันทุกรูปแบบ ซึ่งที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานดำเนินการกวาดล้าง ดำเนินคดี และเสนอปิดกั้นเว็บไซต์การพนันทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ที่จะมาถึงนี้ มีความเสี่ยงที่จะมีการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลและการหลอกลวงของเว็บไซต์พนันผิดกฎหมาย ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก และอาจนำไปสู่การก่ออาชญากรรมประเภทอื่นเพื่อหาเงินมาใช้หนี้ที่เกิดจากการพนัน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอเตือนพี่น้องประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้รับชมการแข่งขันฟุตบอลโลกอย่างสร้างสรรค์และป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการพนัน ดังนี้

1. หยุดเปิดเว็บพนันและเป็นเจ้ามือ - ผู้ที่จัดให้มีการเล่นการพนันฟุตบอล หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นการพนัน จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 และอาจเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะดำเนินการสืบสวน ปราบปราม จับกุม และยึดทรัพย์อย่างเด็ดขาด

2. หลีกเลี่ยงการเล่นพนันฟุตบอลทุกรูปแบบ - การพนันจะนำไปสู่การสูญเสียเงินจำนวนมากและก่อให้เกิดหนี้สินระยะยาว นอกจากนี้ ผู้เล่นจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 12 (2) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อีกทั้งการสมัครสมาชิกเว็บพนันอาจทำให้ข้อมูลส่วนตัวถูกนำไปใช้ในทางมิชอบ หรือถูกโกงไม่สามารถถอนเงินได้จริง

3. สอดส่องดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด - ในช่วงเทศกาลฟุตบอลโลก 2026 บิดา มารดา หรือผู้ปกครอง ต้องสอดส่องดูแลเอาใจใส่บุตรหลานไม่ให้ประพฤติตนไม่เหมาะสม หรือไปยุ่งเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการพนันทายผลฟุตบอล

4. จัดการอารมณ์และเวลาในการรับชม - ควรรับชมกีฬาเพื่อความบันเทิง ไม่หมกมุ่นจนเสียเวลาทำงานหรือเวลาพักผ่อน อีกทั้งการพ่ายแพ้จากการพนันอาจนำไปสู่ภาวะเครียด ซึมเศร้า และทำลายความสัมพันธ์กับครอบครัวและคนรอบข้าง

5. ร่วมกันตรวจสอบและรายงานเว็บไซต์ผิดกฎหมาย - หากพบเห็นการโฆษณาชักชวนให้เล่นการพนันทางโซเชียลมีเดีย หรือทราบเบาะแสการทำงานของเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์ ไม่ควรเพิกเฉยหรือส่งต่อลิงก์เหล่านั้น ควรช่วยกันแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ เพื่อนำไปสู่การระงับการเข้าถึงและดำเนินคดีตามกฎหมาย

หากพี่น้องประชาชนพบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการพนันทายผลฟุตบอล สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วน 191 หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

🚨เพื่อนเรา จริงหรือ⁉️ระวังมิจฉาชีพสวมรอยเป็นเพื่อนขอยืมเงิน▪️กลลวงมิจจี้⭕️สร้างไลน์ปลอมสวมรอย : ทำไลน์ปลอม ใช้ภาพโปรไฟล์...
09/06/2026

🚨เพื่อนเรา จริงหรือ⁉️

ระวังมิจฉาชีพสวมรอยเป็นเพื่อนขอยืมเงิน

▪️กลลวงมิจจี้

⭕️สร้างไลน์ปลอมสวมรอย : ทำไลน์ปลอม ใช้ภาพโปรไฟล์และชื่อไลน์เหมือนเพื่อนของเรา
⭕️ทักมาคุย สร้างสตอรี่น่าเห็นใจ : ทักมาทางไลน์ ตีเนียนเป็นเพื่อน ทำทีมีเรื่องเดือดร้อนต้องใช้เงิน
⭕️ขอยืมเงิน : ส่วนใหญ่จะขอยืมในจำนวนไม่มาก เพื่อให้เหยื่อตกลงใจได้ง่าย แต่มิจฯ บางรายสร้างสตอรี่พ่อ-แม่ป่วย ต้องรีบรักษาแล้วขอยืมเงินจำนวนมาก
⭕️เหยื่อหลงกล โอนเงิน บล็อกไลน์หนี : ทันทีที่เหยื่อยอมโอนเงินให้ มิจฯจะหายไปทันที บล็อกไลน์หนี

⚠️วิธีป้องกัน
โทรศัพท์กลับไปหาเพื่อน อย่าเชื่อในแชต เพราะสามารถทำปลอมได้ง่าย

ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน

แจ้งความออนไลน์ www.thaipoliceonline.go.th

ด้วยความปรารถนาดีจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

#เตือนภัยออนไลน์
#วัคซีนไซเบอร์
#สร้างภูมิคุ้มกันออนไลน์
#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เงินกู้นอกระบบ‼️ ไม่ใช่ทางรอด แต่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของหนี้ที่ไม่มีวันหมด💸🚫...🔆โทษผู้ให้กู้ 📍คิดดอกเบี้ยเกินอัตรากฎหมายกำ...
08/06/2026

เงินกู้นอกระบบ‼️ ไม่ใช่ทางรอด แต่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของหนี้ที่ไม่มีวันหมด💸🚫...
🔆โทษผู้ให้กู้
📍คิดดอกเบี้ยเกินอัตรากฎหมายกำหนด
-ตาม พ.ร.บ. ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 กำหนดให้การกู้ยืมเงินระหว่างบุคคลทั่วไป คิดดอกเบี้ยได้สูงสุดไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี
โทษ: จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
📍 ความผิดเกี่ยวกับการทวงถามหนี้ที่ไม่เป็นธรรม
-ตาม พ.ร.บ. การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 บัญญัติขึ้นเพื่อคุ้มครองลูกหนี้จากการถูกทวงหนี้ในลักษณะที่ไม่เหมาะสม คุกคาม หรือละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เช่น
🔸 การข่มขู่/ใช้ความรุนแรง : มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 500,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
🔸 การประจาน : การส่งข้อความทวงหนี้ให้บุคคลอื่นรู้ หรือข้อมูลส่วนตัวลงโซเชียลมีเดียมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
🔸 การทวงหนี้ผิดเวลา : กฎหมายกำหนดให้ทวงหนี้ได้เฉพาะวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08:00-20:00 น. และวันหยุดราชการตั้งแต่เวลา 08:00-18:00 น. เท่านั้น หากฝ่าฝืนมีโทษปรับทางปกครองสูงสุด 100,000 บาท
📍ความผิดฐานประกอบธุรกิจสถาบันการเงินโดยไม่ได้รับอนุญาต
-ตาม พ.ร.บ. ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 121 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปี ถึง 10 ปี ปรับตั้งแต่ 200,000 - 1,000,000 บาท
📍ความผิดเกี่ยวกับการอำพรางสัญญาเงินกู้ มีความผิดตาม พ.ร.บ. ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 มาตรา 4 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
🔆ผู้กู้ต้องรู้
📌กู้เงินนอกระบบทำให้คุณไม่ปลอดภัย
-เกิดความไม่ปลอดภัยต่อชีวิต ทรัพย์สิน รวมถึงคนในครอบครัว
📌เสี่ยงถูกทวงหนี้โหด ข่มขู่ คุกคาม
-การที่เจ้าหนี้นอกระบบใช้ความรุนแรง เมื่อเราจ่ายเงินไม่ทัน โดยการข่มขู่ ไปจนถึงการบุกขู่เอาชีวิตหรือทำลายทรัพย์สินถึงบ้าน
📌กฎหมายคุ้มครอง แต่ไม่ใช่การล้างหนี้
-กฎหมายช่วยปกป้องคุณจากการถูกเอาเปรียบและถูกทำร้าย แต่ไม่ได้ช่วยล้างหนี้ให้
📌ดอกเบี้ยท่วมต้น เป็นปัญหาระยะยาว
-การกู้เงินที่คิดดอกเบี้ยแพงเกินกฎหมายกำหนด จนเงินที่ส่งไปในแต่ละงวดถูกนำไปหักแค่ดอกเบี้ย โดยไม่ได้ไปลดเงินต้นเลย กลายเป็นดินพอกหางหมู “ดอกเบี้ยไม่รู้จบ”
✅คำแนะนำ
การไม่กู้จะดีที่สุด แต่หากจำเป็นก็ควรกู้กับธนาคาร สถาบันการเงิน หรือผู้ให้กู้ที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเท่านั้น ที่สำคัญ“ตรวจสอบผู้ให้กู้ก่อนทุกครั้ง”
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)
มืออาชีพ เป็นกลาง เคียงข้างประชาชน
#เงินกู้นอกระบบ #หนี้ไม่มีวันจบ #ตำรวจสอบสวนกลาง

ที่อยู่

ลืออำนาจ
Amnat
37120

เบอร์โทรศัพท์

+6645547227

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Lueamnat Provincial Police Stationผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง Lueamnat Provincial Police Station:

ทางลัด

แชร์