ส่วนวิจัยสัตว์ป่า Wildlife Research Division

ส่วนวิจัยสัตว์ป่า Wildlife Research Division หน่วยงานด้านวิชาการสัตว์ป่า ภายใต้กองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

◾แมวดาว สัตว์ป่าคุ้มครองที่พบเจอได้ยาก.................ภาพแมวดาว ที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ...
05/09/2026

◾แมวดาว สัตว์ป่าคุ้มครองที่พบเจอได้ยาก.................
ภาพแมวดาว ที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี สามารถถ่ายเอาไว้ได้ขณะที่มันกำลังเดินอยู่ในบริเวณลานสำหรับกางเต้นท์นักท่องเที่ยวเขาพะเนินทุ่ง

แมวดาว เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ที่พบเจอได้ยาก แต่จากการใช้นโยบายปิดอุทยานแห่งชาติฯ เพื่อเป็นการฟื้นฟูธรรมชาติ เป็นระยะเวลา 3 เดือน ส่งผลให้สามารถพบสัตว์ป่าหายากบางชนิดได้อีกครั้ง

ทั้งนี้อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกเมื่อกรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมาอีกด้วย.........
ภาพโดย: อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

04/09/2026

◾เสือไฟ

■ นกหว้า (𝗚𝗿𝗲𝗮𝘁 𝗔𝗿𝗴𝘂𝘀)ชื่อวิทยาศาสตร์ 𝘈𝘳𝘨𝘶𝘴𝘪𝘢𝘯𝘶𝘴 𝘢𝘳𝘨𝘶𝘴 (𝗟𝗶𝗻𝗻𝗮𝗲𝘂𝘀)𝟭𝟳𝟲𝟲................        #นกหว้า มีชื่อชนิดมีที่มาแล...
03/09/2026

■ นกหว้า (𝗚𝗿𝗲𝗮𝘁 𝗔𝗿𝗴𝘂𝘀)
ชื่อวิทยาศาสตร์ 𝘈𝘳𝘨𝘶𝘴𝘪𝘢𝘯𝘶𝘴 𝘢𝘳𝘨𝘶𝘴 (𝗟𝗶𝗻𝗻𝗮𝗲𝘂𝘀)𝟭𝟳𝟲𝟲................
#นกหว้า มีชื่อชนิดมีที่มาและความหมายเช่นเดียวกับชื่อสกุล โดยชื่อสกุลเป็นคำในภาษากรีกคือ 𝗔𝗿𝗴𝘂𝘀 หรือ 𝗔𝗿𝗴𝗼𝘀 ซึ่งเป็นชื่อตัวละครในเทพนิยายที่มีดวงตามากถึง 𝟭𝟬𝟬 ดวง เป็นนกชนิดที่พบครั้งแรกที่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ทั่วโลกมีนกหว้า 𝟮 ชนิดย่อย ประเทศไทยพบชนิดย่อย เดียวคือ 𝗔𝗿𝗴𝘂𝘀𝗶𝗮𝗻𝘂𝘀 𝗮𝗿𝗴𝘂𝘀 𝗮𝗿𝗴𝘂𝘀 (𝗟𝗶𝗻𝗻𝗮𝗲𝘂𝘀) ที่มาและความหมายของชื่อชนิดย่อยเช่นเดียวกับชื่อสกุลและชนิด

#การกระจายพันธุ์: นกหว้ามีถิ่นกำเนิดในสุมาตรา และบอร์เนียว ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พบในพม่า ไทย และมาเลเซีย

#ลักษณะทั่วไป: เป็นนกที่มีขนาดใหญ่ จนถึงขนาดใหญ่มาก ความยาววัดจากปลายปากถึงปลายหางประมาณ 𝟳𝟲-𝟮𝟬𝟬 ซม. (รวมทั้งหางของตัวผู้ซึ่งยาวมากกว่า 𝟭𝟯𝟬 ซม.) ตัวผู้และตัวเมียมีลักษณะแตกต่างกันเล็กน้อย โดยตัวผู้ขนกลางปีกมีขนาดใหญ่และยาว (ยาวมากกว่า 𝟭𝟬𝟬 ซม.) หางยาวมากโดยเฉพาะขนหางคู่กลาง สีสันโดยทั่วไปเป็นสีน้ำตาลแกมสีสนิม ด้านล่างลำตัว ตัวเมียจะเป็นสีน้ำตาลแดงมากกว่า ด้านบนลำตัวมีลายจุดดวง และขีดสีเนื้อและสีดำ โดยเฉพาะบริเวณปีก ตัวเมียมีลักษณะคล้ายตัวผู้ แต่ขนกลางปีกไม่ยาว หางสั้น ด้านบนลำตัวไม่มีลายจุดหรือดวงใด ๆ

#สถานภาพ: นกหว้า เป็นนกประจำถิ่นของไทย พบเฉพาะทางภาคใต้ ตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ลงไป ตามธรรมชาติในปัจจุบันหายากและปริมาณน้อยมาก
#สถานภาพตามกฎหมาย: กฎหมายจัดนกหว้าเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง
#สถานภาพทางการอนุรักษ์โดย ONEP2025 #นกหว้ามีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์

#งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง:
ระหว่างเดือนมกราคม 𝟮𝟱𝟰𝟰 – เมษายน 𝟮𝟱𝟰𝟱 มีการศึกษานิเวศวิทยาและการประเมินความหนาแน่นของนกหว้าในป่าบาลา จังหวัดนราธิวาส โดยดำเนินการสำรวจบันทึกการเห็นตัว เสียงร้อง ข้อมูลด้านชีววิทยา และการเลือกใช้พื้นที่ในการดำรงชีวิตและตั้งกล้องดักถ่ายภาพจำนวน 𝟱 ชุด ทุก 𝟮 เดือน ในเส้นทางสำรวจ 𝟭𝟭 เส้นทาง ระยะทาง 𝟳𝟰.𝟰 กิโลเมตร และประเมินประชากรของนกหว้าโดยใช้ 𝗗𝗜𝗦𝗧𝗔𝗡𝗖𝗘 𝘀𝗼𝗳𝘁𝘄𝗮𝗿𝗲 (𝗕𝘂𝗰𝗸𝗹𝗮𝗻𝗱 𝗲𝘁. 𝗮𝗹. 𝟭𝟵𝟵𝟯) พบว่านกหว้ามีการแพร่กระจายอยู่ในระดับความสูง 𝟭𝟬𝟬-𝟵𝟬𝟬 เมตรเทียบกับระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยเลือกใช้ที่ระดับ 𝟰𝟬𝟭-𝟱𝟬𝟬 เมตร รทก. (𝟮𝟯.𝟵%, 𝗡= 𝟯𝟬𝟭) มากที่สุด

จากรัอยละ 𝟴𝟱.𝟳 ของภาพถ่ายของนกหว้าที่บันทึกได้จากกล้องดักถ่ายภาพ #แสดงให้เห็นว่านกหว้ามีพฤติกรรมชอบอยู่โดดเดี่ยวมากกว่าอยู่เป็นคู่ ความถี่ของเสียงร้องของนกหว้าในแต่และเดือนเป็นสิ่งบ่งชี้ถึงช่วงฤดูผสมพันธุ์ของนกหว้า ซึ่งพบอยู่ระหว่างเดือนมีนาคม-เดือนสิงหาคม (𝟭𝟳.𝟯%, 𝗡=𝟯𝟬𝟭) ลานนกหว้าที่นกตัวผู้ใช้เป็นเขตครอบครอง และแสดงพฤติกรรมเกี้ยวพาราสีมีจำนวน 𝟮𝟬 ลาน และพบมากที่สุดที่ระดับความสูง

■ ๑ กันยายน วันสืบ นาคะเสถียร..............................เช้ามืดวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๓๓ เสียงปืนนัดหนึ่งดังขึ้นในบ้านพัก...
01/09/2026

■ ๑ กันยายน วันสืบ นาคะเสถียร..............................
เช้ามืดวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๓๓ เสียงปืนนัดหนึ่งดังขึ้นในบ้านพักของนักอนุรักษ์และนักวิชาการด้านทรัพยากรธรรมชาติคนหนึ่งในป่าห้วยขาแข้ง

สืบ นาคะเสถียร ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลง หลังภาระและความกดดันในการรักษาป่าห้วยขาแข้งตกลงที่เขาคนเดียว ขาดคน ขาดเงิน ขาดทุกอย่าง ผู้มีอิทธิพลในรัฐไม่สนใจ ลูกน้องถูกคนลักลอบตัดไม้ล่าสัตว์ลอบฆ่า

ในจดหมายลาตายฉบับหนึ่งเขียนไว้ว่า “ผมมีเจตนาที่จะฆ่าตัวเอง โดยไม่มีผู้ใดเกี่ยวข้องในกรณีนี้ทั้งสิ้น” โดยเขาได้สั่งเสียลูกน้องคนสนิทและเขียนจดหมายสั่งเสีย ๖ ฉบับ ชำระสะสางภาระรับผิดชอบและทรัพย์สินส่วนตัวที่คั่งค้าง รวมถึงมอบหมาย เครื่องใช้และอุปกรณ์ในการศึกษาวิจัยด้านสัตว์ป่าให้สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ เพื่อนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว ตั้งศาลเพื่อแสดงความคารวะต่อดวงวิญญาณของเจ้าหน้าที่ ซึ่งพลีชีพรักษาป่าห้วยขาแข้ง แล้วสวดมนต์ไหว้พระจนจิตใจสงบ

เสียงปืนในป่าลึกนัดนั้นส่งผลสะเทือนทั้งสังคม กระตุกให้ผู้มีอำนาจหันมาอนุรักษ์ป่าและสัตว์ป่าในเมืองไทย และเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานนักอนุรักษ์ไทยที่ไม่มีใครลืม

เสียงปืนนัดนั้นยังคงดังก้องกังวาน แม้เวลาจะผ่านมา ๓๖ ปีแล้วก็ตาม..........................
◾ ขอบคุณ เนื้อหาและภาพจาก:
#𝗞𝗮𝘀𝗲𝘁𝘀𝗮𝗿𝘁 𝗨𝗻𝗶𝘃𝗲𝗿𝘀𝗶𝘁𝘆
#มูลนิธิสืบนาคะเสถียร: ภาพเมื่อตอนที่คุณสืบกำลังรับการเจิมหน้าผากโดยควาญช้างตามพิธีการแบบฮินดูเมื่อครั้งเดินทางไปประชุม ที่ประเทศเนปาล ถ่ายโดยคุณเบลินดา สจ๊วต ค็อกซ์ นักอนุรักษ์ธรรมชาติชาวอังกฤษ

■ การประเมินประชากรเสือโคร่งในประเทศไทยจากอดีตถึงปัจจุบัน     𝗘𝗣. 𝟰 ช่วงปี 𝟮𝟱𝟲𝟴-𝟮𝟱𝟲𝟵............................     ในช...
30/08/2026

■ การประเมินประชากรเสือโคร่งในประเทศไทยจากอดีตถึงปัจจุบัน
𝗘𝗣. 𝟰 ช่วงปี 𝟮𝟱𝟲𝟴-𝟮𝟱𝟲𝟵............................
ในช่วงปี 𝟮𝟱𝟲𝟴-𝟲𝟵 ของสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำและภาคีเครือข่ายระดับสากลที่ดำเนินกิจกรรมในประเทศไทยประกอบด้วย สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (𝗪𝗖𝗦) กองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (𝗪𝗪𝗙 𝗧𝗵𝗮𝗶𝗹𝗮𝗻𝗱) องค์การแพนเทอรา (𝗣𝗮𝗻𝘁𝗵𝗲𝗿𝗮) และ มูลนิธิ 𝗙𝗿𝗲𝗲𝗹𝗮𝗻𝗱 ทำการสำรวจและติดตามประชากรเสือโคร่งในพื้นที่อนุรักษ์ 𝟯𝟬 แห่งใน 𝟲 กลุ่มป่า โดยสรุปได้ว่าเสือโคร่งมีการกระจายและอาศัยอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ของไทย 𝟮𝟲 แห่ง ใน 𝟱 กลุ่มป่า

#กลุ่มป่าตะวันตก (เสือโคร่งส่วนใหญ่อาศัยอยู่ที่นี่)
• เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จำแนกเสือโคร่งได้ 𝟭𝟬𝟬 ตัว
• เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรทั้งด้านตะวันตก (𝟭𝟱 ตัว)
• เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรทั้งด้านตะวันออก (𝟮𝟱 ตัว)

#กลุ่มป่าตะวันตกทางตอนเหนือ (มีเสือโคร่ง 𝟯𝟬 ตัว แต่เป็นเสือโคร่งที่ซ้ำกับกลุ่มประชากรห้วยขาแข้ง-ทุ่งใหญ่ฯ ถึง 𝟭𝟭 ตัว)
• อุทยานแห่งชาติ.แม่วงก์
• อุทยานแห่งชาติคลองลาน
• อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า
• อุทยานแห่งชาติลานสาง
• เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง
• อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ

#กลุ่มป่าตะวันตกทางตอนใต้ (จำแนกเสือโคร่งได้ 𝟮𝟲 ตัว มีเพียง 𝟰 ตัว ที่ซ้ำกับเสือโคร่งห้วยขาแข้ง-ทุ่งใหญ่ฯ)
• เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ
• อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์
• อุทยานแห่งชาติเขาแหลม
• อุทยานแห่งชาติเอราวัณ
• อุทยานแห่งชาติพุเตย
• อุทยานแห่งชาติไทรโยค
• อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
• เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าศรีสวัสดิ์

#กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ (พบเสือโคร่งอย่างน้อย 𝟭𝟮 ตัว รวมเสือโคร่งบะลาโกลจากกลุ่มป่าตะวันตก)
• อุทยานแห่งชาติทับลาน
• อุทยานแห่งชาติปางสีดา
ส่วนพื้นที่อื่น ๆ ยังอยู่ระหว่างสำรวจเพิ่มเติม

#กลุ่มป่าฮาลาบาลา-บางลาง เป็นพื้นที่การกระจายของเสือโคร่งมลายู สามารถจำแนกเสือโคร่งในพื้นที่ได้ 𝟭𝟭 ตัว

#กลุ่มป่าแก่งกระจาน-กุยบุรี (ภาพที่ถ่ายได้ในพื้นที่ ระบุได้ว่าในช่วงปี 𝟮𝟱𝟲𝟴-𝟲𝟵 มีเสือโคร่ง 𝟯 ตัว)
• อุทยานแห่งชาติกุยบุรี

#กลุ่มป่าชุมพร (ถ่ายภาพเสือโคร่งได้ 𝟯 ตัว)
• เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานเสด็จในกรม กรมหลวงชุมพรฯ ทิศเหนือตอนล่าง

เมื่อนำเข้าข้อมูลเฉพาะภาพถ่ายจากกลุ่มป่าตะวันตกเพื่อประเมินประชากรเสือโคร่งด้วยเทคนิคทางสถิติแบบ 𝗦𝗽𝗮𝘁𝗶𝗮𝗹𝗹𝘆 𝗘𝘅𝗽𝗹𝗶𝗰𝗶𝘁 𝗖𝗮𝗽𝘁𝘂𝗿𝗲 (𝗦𝗘𝗖𝗥) แล้วรวมกับภาพถ่ายในกลุ่มป่าอื่น ๆ ทำให้ระบุได้ว่าประเทศไทยในปี 𝟮𝟱𝟲𝟵 นี้ มีเสือโคร่งอาศัยอยู่ในป่าอนุรักษ์ต่าง ๆ จำนวน 𝟮𝟭𝟬 ตัว และคาดว่าประเทศไทยมีเสือโคร่งโตเต็มวัยอาศัยอยู่ในป่าอนุรักษ์ ราว 𝟮𝟭𝟬-𝟮𝟱𝟳 ตัว............................
ที่มา :
𝗞𝗵𝗮𝗼 𝗻𝗮𝗻𝗴 𝗿𝘂𝗺 𝗪𝗶𝗹𝗱𝗹𝗶𝗳𝗲 𝗥𝗲𝘀𝗲𝗮𝗿𝗰𝗵 𝗦𝘁𝗮𝘁𝗶𝗼𝗻 (ข้อมูล)

สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 𝟭𝟮 นครสวรรค์ (ภาพ)

■ การประเมินประชากรเสือโคร่งในประเทศไทยจากอดีตถึงปัจจุบัน     𝗘𝗣.𝟯 ช่วงปี 𝟮𝟱𝟲𝟰-𝟮𝟱𝟲𝟱......................        ปี 𝟮𝟱𝟲𝟰...
28/08/2026

■ การประเมินประชากรเสือโคร่งในประเทศไทยจากอดีตถึงปัจจุบัน
𝗘𝗣.𝟯 ช่วงปี 𝟮𝟱𝟲𝟰-𝟮𝟱𝟲𝟱......................
ปี 𝟮𝟱𝟲𝟰-𝟮𝟱𝟲𝟱 เป็นการประเมินจากข้อมูลภาพถ่ายจากกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ และเทคนิคการประเมินประชากรแบบ 𝗦𝗽𝗮𝘁𝗶𝗮𝗹𝗹𝘆 𝗘𝘅𝗽𝗹𝗶𝗰𝗶𝘁 𝗖𝗮𝗽𝘁𝘂𝗿𝗲 𝗥𝗲𝗰𝗮𝗽𝘁𝘂𝗿𝗲 (𝗦𝗘𝗖𝗥) กลุ่มงานวิจัยสัตว์ป่าได้รวบรวมข้อมูลรายงานการพบและถ่ายภาพเสือโคร่งจากการสำรวจสัตว์ป่าด้วยกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติจากหน่วยงานสนามและองค์กรภาคีที่เข้ามาศึกษาวิจัยและสนับสนุนการปฏิบัติงานในพื้นที่อนุรักษ์ต่าง ๆ ประกอบด้วย สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (𝗪𝗖𝗦) ประเทศไทย กองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (𝗪𝗪𝗙) ประเทศไทย องค์การแพนเทอรา (𝗣𝗮𝗻𝘁𝗵𝗲𝗿𝗮) ประเทศไทย และมูลนิธิ 𝗙𝗿𝗲𝗲𝗹𝗮𝗻𝗱 ระหว่างปี 𝟮𝟱𝟲𝟰-𝟮𝟱𝟲𝟱 พบว่า ได้ดำเนินการติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพสาหรับสำรวจเสือโคร่งและสัตว์ป่า มีจำนวนมากกว่า 𝟭,𝟮𝟬𝟬 จุดตั้งกล้อง ในพื้นที่อนุรักษ์ 𝟮𝟴 แห่ง จาก 𝟲 กลุ่มป่า มีรายงานการสำรวจพบและถ่ายภาพเสือโคร่งได้พื้นที่อนุรักษ์ 𝟮𝟮 แห่ง ใน 𝟰 กลุ่มป่า

𝟭. กลุ่มป่าตะวันตก พบเสือโคร่งในพื้นที่อนุรักษ์ 𝟭𝟱 แห่ง โดยมีกลุ่มประชากรหลักอาศัยอยู่ตอนกลางของกลุ่มป่าตะวันตก ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ห้วยขาแข้ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก เป็นกลุ่มประชากรที่ขนาดใหญ่อาศัยอยู่ประจาถิ่น มีการขยายพันธุ์ทุกปี และมีการเดินทางออกไปกระจายพันธุ์ในพื้นที่อนุรักษ์อื่นโดยรอบ

𝟮. กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ พบในพื้นที่อนุรักษ์ 𝟰 แห่ง พบการขยายพันธุ์ทุกปี ในปี 𝟮𝟱𝟲𝟱 สามารถถ่ายภาพเสือโคร่งได้ 𝟭𝟱 ตัว

𝟯. กลุ่มป่าแก่งกระจาน-กุยบุรี พบในพื้นที่อนุรักษ์ 𝟭 แห่ง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน สามารถถ่ายภาพเสือโคร่งได้จำนวน 𝟭 ตัว

𝟰. กลุ่มป่าฮาลาบาลา-บางลาง พบในพื้นที่อนุรักษ์ 𝟮 แห่ง ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา และอุทยานแห่งชาติบางลาง สามารถถ่ายภาพเสือโคร่งได้อย่างน้อย 𝟭 ตัว

เมื่อจำแนกตัวจากลายที่ได้จากภาพถ่ายแล้ว พบว่า มีจำนวนเสือโคร่งที่ถ่ายภาพได้ทั้งหมด 𝟭𝟰𝟴 ตัว และเมื่อนำข้อมูลการถ่ายภาพในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง และกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ มาประเมินความหนาแน่นและประชากรของเสือโคร่งในพื้นที่ด้วยเทคนิคทางสถิติแบบ 𝗦𝗽𝗮𝘁𝗶𝗮𝗹𝗹𝘆 𝗘𝘅𝗽𝗹𝗶𝗰𝗶𝘁 𝗖𝗮𝗽𝘁𝘂𝗿𝗲 𝗥𝗲𝗰𝗮𝗽𝘁𝘂𝗿𝗲 (𝗦𝗘𝗖𝗥) ตามแนวทางของ 𝗞𝗮𝗿𝗮𝗻𝘁𝗵 𝗮𝗻𝗱 𝗡𝗶𝗰𝗵𝗼𝗹𝘀 (𝟮𝟬𝟭𝟳) และ 𝗗𝘂𝗮𝗻𝗴𝗰𝗵𝗮𝗻𝘁𝗿𝗮𝘀𝗶𝗿𝗶 𝗲𝘁. 𝗮𝗹., 𝟮𝟬𝟭𝟲) พบว่า สามารถประเมินประชากรเสือโคร่งในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง ได้ 𝟭𝟬𝟯-𝟭𝟯𝟭 ตัว และอุทยานแห่งชาติทับลาน-ปางสีดา ประเมินได้ 𝟭𝟱-𝟮𝟯 ตัว และเมื่อรวมกับข้อมูลการถ่ายภาพเสือโคร่ง และรายงานการพบเสือโคร่งในพื้นที่อนุรักษ์อื่น ๆ ด้วยแล้ว จึงประเมินได้ว่า ในปี 𝟮𝟱𝟲𝟱 มีประชากรเสือโคร่งตัวเต็มวัยเหลืออยู่ประมาณ 𝟭𝟰𝟴-𝟭𝟴𝟵 ตัวในประเทศไทย................
■ อ้างอิง:
สมโภชน์ ดวงจันทราศิริ. 𝟮𝟱𝟲𝟲. การประเมินประชากรเสือโคร่งในธรรมชาติของประเทศไทย ปี 𝟮𝟱𝟲𝟱. หน้า 𝟭𝟯𝟱-𝟭𝟰𝟮. ในผลงานวิจัยและรายงานความก้าวหน้างานวิจัย ประจำปี 𝟮𝟱𝟲𝟱. กลุ่มงานวิจัยสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. กรุงเทพฯ.

■ การประเมินประชากรเสือโคร่งในประเทศไทยจากอดีตถึงปัจจุบัน     𝗘𝗣.𝟮 ช่วงปี 𝟮𝟱𝟰𝟳-𝟮𝟱𝟱𝟯......................      ในช่วงปี ...
27/08/2026

■ การประเมินประชากรเสือโคร่งในประเทศไทยจากอดีตถึงปัจจุบัน
𝗘𝗣.𝟮 ช่วงปี 𝟮𝟱𝟰𝟳-𝟮𝟱𝟱𝟯......................
ในช่วงปี 𝟮𝟱𝟰𝟳-𝟮𝟱𝟱𝟯 มีการประเมินประชากรเสือโคร่งจากการสำรวจร่องรอยและข้อมูลภาพถ่ายจากกล้องดักถ่ายอัตโนมัติ และเทคนิคการประเมินแบบ 𝗖𝗼𝗻𝘃𝗲𝗻𝘁𝗶𝗼𝗻𝗮𝗹 𝗖𝗮𝗽𝘁𝘂𝗿𝗲 𝗥𝗲𝗰𝗮𝗽𝘁𝘂𝗿𝗲 โดยในปี 𝟮𝟱𝟰𝟳-𝟮𝟱𝟱𝟬 กลุ่มงานวิจัยสัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ทำการสำรวจและประเมินสถานภาพของเสือโคร่งในประเทศไทย โดยใช้ข้อมูลจาก

1) การเดินสำรวจร่องรอยของเสือโคร่งในพื้นที่อนุรักษ์ 𝟭𝟰𝟵 แห่งทั่วประเทศ ตามเส้นทางที่คาดว่าเสือโคร่งจะใช้ประโยชน์ รวมเป็นระยะทางทั้งสิ้น 𝟭𝟭,𝟰𝟭𝟭 กิโลเมตร (กลุ่มงานวิจัยสัตว์ป่า, 𝟮𝟱𝟱𝟯) และประเมินอัตราส่วนของการพบร่องรอยในทุก ๆ ระยะ 𝟱𝟬𝟬 เมตร ในพื้นที่อนุรักษ์แต่ละแห่ง

𝟮) กล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ ที่มีการดำเนินงานในพื้นที่อนุรักษ์ทั้งหมด 𝟴 แห่ง และประเมินความหนาแน่นโดยใช้เทคนิคการประเมินประชากรแบบ 𝗖𝗼𝗻𝘃𝗲𝗻𝘁𝗶𝗼𝗻𝗮𝗹 𝗖𝗮𝗽𝘁𝘂𝗿𝗲 𝗥𝗲𝗰𝗮𝗽𝘁𝘂𝗿𝗲 ตามแนวทางของ 𝗞𝗮𝗿𝗮𝗻𝘁𝗵 𝗮𝗻𝗱 𝗡𝗶𝗰𝗵𝗼𝗹𝘀, 𝟮𝟬𝟬𝟮 มาวิเคราะห์ร่วมกัน เพื่อกำหนดเกณฑ์การประเมินประชากรของเสือโคร่งในพื้นที่อนุรักษ์แต่ละแห่ง ซึ่งพบว่า ในประเทศไทยพบเสือโคร่งในพื้นที่อนุรักษ์เพียง 𝟮𝟱 แห่ง มีพื้นที่อนุรักษ์ 𝟵 ใน 𝟮𝟱 แห่ง ที่มีความหนาแน่นของเสือโคร่งระดับปานกลางถึงสูง และมีเพียง 𝟮 แห่งเท่านั้นที่มีประชากรในระดับสูง

เมื่อพิจารณาในระดับกลุ่มป่า จากทั้งหมด 𝟭𝟳 กลุ่มป่า พบเสือโคร่งใน 𝟭𝟬 กลุ่มป่า ดังนี้

@ กลุ่มป่าตะวันตกเพียงแห่งเดียวที่มีความหนาแน่นในระดับสูง โดยเฉพาะบริเวณใจกลางพื้นที่มรดกโลกทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง
@ กลุ่มป่าแก่งกระจาน กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ และกลุ่มป่าฮาลา-บาลา เป็น 𝟯 กลุ่มป่า ที่มีความหนาแน่นของประชากรเสือโคร่งอยู่ในระดับปานกลาง
@ และ 𝟲 กลุ่มป่า ที่มีความหนาแน่นของเสือโคร่งอยู่ในระดับต่ำ

โดยคาดว่าในปี 𝟮𝟱𝟱𝟯 น่าจะมีประชากรเสือโคร่งเหลืออยู่ในประเทศไทยประมาณ 𝟭𝟴𝟵-𝟮𝟱𝟮 ตัว (กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, 𝟮𝟱𝟱𝟯)................
■ อ้างอิง:
สมโภชน์ ดวงจันทราศิริ. 𝟮𝟱𝟲𝟲. #การประเมินประชากรเสือโคร่งในธรรมชาติของประเทศไทย ปี 𝟮𝟱𝟲𝟱. หน้า 𝟭𝟯𝟱-𝟭𝟰𝟮. ในผลงานวิจัยและรายงานความก้าวหน้างานวิจัย ประจำปี 𝟮𝟱𝟲𝟱. กลุ่มงานวิจัยสัตว์ป่า สานักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช.

■ การประเมินประชากรเสือโคร่งในประเทศไทยจากอดีตถึงปัจจุบัน     𝗘𝗣.𝟭 ช่วงปี 𝟮𝟱𝟯𝟲-𝟮𝟱𝟰𝟰......................         เสือโค...
26/08/2026

■ การประเมินประชากรเสือโคร่งในประเทศไทยจากอดีตถึงปัจจุบัน
𝗘𝗣.𝟭 ช่วงปี 𝟮𝟱𝟯𝟲-𝟮𝟱𝟰𝟰......................
เสือโคร่งเคยมีพื้นที่อาศัยตามธรรมชาติกว้างขวางทั่วทวีปเอเชีย แต่ปัจจุบันพื้นที่อาศัยลดลง ทำให้เสือโคร่งที่เหลืออาศัยอยู่เป็นกลุ่มประชากรย่อย ๆ กระจัดกระจายตามพื้นที่อนุรักษ์และป่าธรรมชาติใน 𝟭𝟬 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย เนปาล บังคลาเทศ ภูฏาณ เมียนมาร์ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย จีน และรัสเซีย และคาดว่าประชากรเสือโคร่งในธรรมชาติเหลืออยู่ประมาณ 𝟮,𝟬𝟬𝟬-𝟯,𝟱𝟬𝟬 ตัว โดยประมาณร้อยละ 𝟳𝟬% ของประชากรเสือโคร่งที่เหลือ (𝘀𝗼𝘂𝗿𝗰𝗲 𝗽𝗼𝗽𝘂𝗹𝗮𝘁𝗶𝗼𝗻) อาศัยอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์เป็นหลัก (𝘀𝗼𝘂𝗿𝗰𝗲 𝘀𝗶𝘁𝗲) ซึ่งคิดเป็นเพียง 𝟲% ของพื้นที่ป่าทั้งหมดที่เหลือในปัจจุบัน (𝗪𝗮𝗹𝘀𝘁𝗼𝗻 𝗲𝘁 𝗮𝗹., 𝟮𝟬𝟭𝟬)

การประเมินประชากรเสือโคร่งในประเทศไทยจากอดีตถึงปัจจุบัน มีความแปรปรวนตามวิธีการสำรวจที่ต่างกัน โดยในช่วงปี 𝟮𝟱𝟯𝟲-𝟮𝟱𝟰𝟰 แบ่งการประเมินออกเป็น 𝟯 ช่วง คือ

ปี 𝟮𝟱𝟯𝟲 เป็นการประเมินจากสำรวจร่องรอยและการใช้แบบสอบถาม ในปี 𝟮𝟱𝟯𝟲 𝗥𝗮𝗯𝗶𝗻𝗼𝘄𝗶𝘁𝘇 (𝟭𝟵𝟵𝟯) ประเมินประชากรเสือโคร่งตัวเต็มวัยจากการสำรวจพื้นที่อนุรักษ์ 𝟯𝟴 แห่ง ว่าควรจะมีประมาณ 𝟮𝟱𝟬 ตัว

ต่อมาปี 𝟮𝟱𝟰𝟮 𝗦𝗺𝗶𝘁𝗵 𝗲𝘁 𝗮𝗹. (𝟭𝟵𝟵𝟵) ประเมินประชากรจากการใช้แบบสอบถามจากเจ้าหน้าที่และประเมินศักยภาพ ความเหมาะสมของพื้นที่อนุรักษ์ต่อการปรากฏของเสือโคร่ง คาดว่าประชากรเสือโคร่งในประเทศไทยมีประมาณ 𝟱𝟬𝟭 ตัว

และในปี 𝟮𝟱𝟰𝟰 สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า ได้ประเมินประชากรเสือโคร่งโดยอาศัยข้อมูลจากการสารวจภาคสนามเห็นว่า เสือโคร่งในกลุ่มป่าต่าง ๆ น่าจะเหลืออยู่น้อยกว่า 𝟮𝟬𝟬 ตัว (𝗪𝗶𝗹𝗱𝗹𝗶𝗳𝗲 𝗖𝗼𝗻𝘀𝗲𝗿𝘃𝗮𝘁𝗶𝗼𝗻 𝗦𝗼𝗰𝗶𝗲𝘁𝘆, 𝟮𝟬𝟬𝟭) และพบว่ากลุ่มป่าตะวันตกเป็นพื้นที่ที่มีกลุ่มประชากรของเสือโคร่งเหลืออยู่มากที่สุดในประเทศไทย เนื่องจากมีพื้นที่ป่าขนาดใหญ่ต่อเนื่องกันและยังมีสัตว์ป่าที่เป็นเหยื่ออาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก (𝗥𝗮𝗯𝗶𝗻𝗼𝘄𝗶𝘁𝘇, 𝟭𝟵𝟵𝟯; 𝗦𝗺𝗶𝘁𝗵 𝗲𝘁 𝗮𝗹., 𝟭𝟵𝟵𝟵; 𝗪𝗶𝗹𝗱𝗹𝗶𝗳𝗲 𝗖𝗼𝗻𝘀𝗲𝗿𝘃𝗮𝘁𝗶𝗼𝗻 𝗦𝗼𝗰𝗶𝗲𝘁𝘆,................
■ อ้างอิง:
สมโภชน์ ดวงจันทราศิริ. 𝟮𝟱𝟲𝟲. การประเมินประชากรเสือโคร่งในธรรมชาติของประเทศไทย ปี 𝟮𝟱𝟲𝟱. หน้า 𝟭𝟯𝟱-𝟭𝟰𝟮. ในผลงานวิจัยและรายงานความก้าวหน้างานวิจัย ประจำปี 𝟮𝟱𝟲𝟱. กลุ่มงานวิจัยสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. กรุงเทพฯ.

■ พฤติกรรมการขยายพันธุ์ของนกกางเขนดงในกรงเลี้ยง (𝗕𝗿𝗲𝗲𝗱𝗶𝗻𝗴 𝗕𝗲𝗵𝗮𝘃𝗶𝗼𝗿 𝗼𝗳 𝗪𝗵𝗶𝘁𝗲-𝗿𝘂𝗺𝗽𝗲𝗱 𝗦𝗵𝗮𝗺𝗮 𝗶𝗻 𝗖𝗮𝗽𝘁𝗶𝘃𝗶𝘁𝘆).....................
23/08/2026

■ พฤติกรรมการขยายพันธุ์ของนกกางเขนดงในกรงเลี้ยง (𝗕𝗿𝗲𝗲𝗱𝗶𝗻𝗴 𝗕𝗲𝗵𝗮𝘃𝗶𝗼𝗿 𝗼𝗳 𝗪𝗵𝗶𝘁𝗲-𝗿𝘂𝗺𝗽𝗲𝗱 𝗦𝗵𝗮𝗺𝗮 𝗶𝗻 𝗖𝗮𝗽𝘁𝗶𝘃𝗶𝘁𝘆)..................................
โดยสถานภาพตามกฎหมายแล้วนกกางเขนดง (𝗪𝗵𝗶𝘁𝗲-𝗿𝘂𝗺𝗽 𝗦𝗵𝗮𝗺𝗮; 𝘊𝘰𝘱𝘴𝘺𝘤𝘩𝘶𝘴 𝘮𝘢𝘭𝘢𝘣𝘢𝘳𝘪𝘤𝘶𝘴) เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองจำพวกนกและเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดที่เพาะพันธุ์ได้ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 𝟮𝟱𝟯𝟱 พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า (ฉบับที่ 𝟮) พ.ศ. 𝟮𝟱𝟰𝟲 และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 𝟮𝟱𝟲𝟮 ในสภาพธรรมชาติแล้วเป็นนกประจำถิ่น (𝗟𝗲𝗸𝗮𝗴𝘂𝗹 &𝗮𝗺𝗽; 𝗥𝗼𝘂𝗻𝗱;𝟭𝟵𝟵𝟭) อาศัยอยู่ในบริเวณป่าโปร่งและป่าทึบที่ราบต่ำใกล้แหล่งน้ำ พบทั่วไปทุกภาคของประเทศไทย ฤดูผสมพันธุ์ประมาณเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม วางไข่ครั้งละ 𝟰-𝟱 ฟอง (กองอนุรักษ์สัตว์ป่า, 𝟮𝟱𝟮𝟭)

นกกางเขนดง จัดเป็นนกขนาดเล็กที่มีรูปร่างและลักษณะสวยงามทั้งมีเสียงไพเราะมากชนิดหนึ่ง จึงนิยมจับมาเลี้ยง เป็นผลให้นกในธรรมชาติลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าจะมีผู้เลี้ยงบางคนสามารถทำการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ได้ แต่ก็อยู่ในวงจำกัดเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งข้อมูลต่าง ๆ ทางด้านวิชาการก็ยังมีน้อยมาก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการศึกษาวิจัยในด้านการเพาะเลี้ยงและการพัฒนาโดยการใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม ซึ่งจะใช้เป็นข้อมูลในการเพิ่มศักยภาพในการเพาะขยายพันธุ์นกกางเขนดงในกรงเลี้ยงให้เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อเป็นแนวทางสำหรับเกษตรกรผู้สนใจจะนำไปเลี้ยงเป็นสัตว์เศรษฐกิจและ/หรือปล่อยคืนสู่ป่าธรรมชาติต่อไป......................
■ อ้างอิง:
ยุพาพร สุรพันธ์พิทักษ์. 𝟮𝟱𝟱𝟭. #พฤติกรรมการขยายพันธุ์ของนกกางเขนดงในกรงเลี้ยง. หน้า 𝟳𝟮-𝟵𝟵. ใน ผลงานวิจัย และรายงานความก้าวหน้างานวิจัย ประจำปี 𝟮𝟱𝟱𝟬. กลุ่มงานวิจัยสัตว์ ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรุงเทพฯ.

■ รูปภาพ: #สถานีวิจัยสัตว์ป่าป่าพรุ-ป่าฮาลาบาลา

■ สัตว์กินพืชขนาดใหญ่บางชนิด........................         ห้วยขาแข้งได้รับการประกาศให้เป็นเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่า เมื่...
20/08/2026

■ สัตว์กินพืชขนาดใหญ่บางชนิด........................
ห้วยขาแข้งได้รับการประกาศให้เป็นเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่า เมื่อปี 𝟮𝟱𝟭𝟱 และขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก พร้อมกับ #เขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร เมื่อปี 𝟮𝟱𝟯𝟱 ครอบคลุมเนื้อที่รวมกันประมาณ 𝟲,𝟰𝟬𝟬 ตารางกิโลเมตร โดยเป็นพื้นที่ของ #เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง 𝟮,𝟳𝟴𝟬 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 𝟰𝟯% #เขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าทั้งสองแห่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มป่าตะวันตกระบบนิเวศป่าเขตร้อนที่สมบูรณ์ผืนใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเซีย และเป็นความหวังสำหรับการอนุรักษ์สัตว์ป่าขนาดใหญ่ที่ใกล้จะสูญพันธุ์หลายชนิด เช่น เสือโคร่ง เสือดาว หรือ เสือดำ ช้างป่า กระทิง วัวแดง และ ควายป่า

#มีการศึกษาน้อยมากในประเทศไทย #ที่จะติดตามการเปลี่ยนแปลงการกระจายและความหนาแน่นของสัตว์ป่าขนาดใหญ่ระยะยาว เนื่องจากเป็นการศึกษาต่อเนื่องต้องเริ่มจากการวางรากฐานที่ดีมีการส่งต่องานและทำงานเป็นทีมการศึกษานี้เป็นการศึกษาต่อเนื่อง #เพื่อติดตามความหนาแน่นและการกระจายของสัตว์กินพืชขนาดใหญ่บางชนิด ได้แก่ วัวแดง กระทิง ช้างป่า กวาง เก้ง และหมูป่า ได้ดำเนินการ เป็นช่วง ๆ ตั้งแต่ปี 𝟮𝟱𝟯𝟭 จนถึงปี 𝟮𝟱𝟰𝟴 ในบริเวณตั้งแต่บนเขานางรำ จนถึงบริเวณที่ราบใกล้ที่ทำการเขตฯ และป่ากันชน (ทุ่งแฝก) โดยใช้วิธี 𝗟𝗶𝗻𝗲 𝗧𝗿𝗮𝗻𝘀𝗲𝗰𝘁 𝗜𝗻𝗱𝗶𝗿𝗲𝗰𝘁 𝗠𝗲𝘁𝗵𝗼𝗱 (การนับกองมูล)

ในปัจจุบัน เป็นที่ยอมรับกันว่าความสำเร็จในการบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์ #จำเป็นต้องอาศัยการศึกษาวิจัยและงานวิชาการที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ในการกำหนดทิศทาง เช่น การติดตาม (𝗺𝗼𝗻𝗶𝘁𝗼𝗿𝗶𝗻𝗴) สัตว์ป่าที่มีอยู่ในพื้นที่นั้น ๆ

ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงความหนาแน่นและการกระจายของสัตว์กินพืชที่สำคัญบางชนิดที่ได้สะสมมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 𝟭𝟳 ปี ตั้งแต่ ปี 𝟮𝟱𝟯𝟭 จนถึง ปี 𝟮𝟱𝟰𝟴 (𝗦𝗿𝗶𝗸𝗼𝘀𝗮𝗺𝗮𝘁𝗮𝗿𝗮, 𝟭𝟵𝟵𝟯 และ 𝟮𝟬𝟬𝟬; 𝗦𝗿𝗶𝗸𝗿𝗮𝗰𝗵𝗮𝗻𝗴 และ 𝗦𝘂𝗸𝗺𝗮𝘀𝘂𝗮𝗻𝗴, 𝟭𝟵𝟵𝟲; มัทนา และคณะ, 𝟮𝟱𝟰𝟴) #จึงถือได้ว่าเป็นข้อมูลพื้นฐานที่จะเป็นประโยชน์เพื่อใช้ในการตัดสินใจ #ให้การพัฒนาและใช้ประโยชน์พื้นที่รวมทั้งการจัดการสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธ์ุเป็นไปอย่างเหมาะสมต่อไป
…………………………..
■ อ้างอิง:
มัทนา ศรีกระจ่าง และสมโภชน์ ศรีโกสามาตร์. 𝟮𝟱𝟰𝟵. การติดตามการ
เปลี่ยนแปลงความหนาแน่นและการกระจายของสัตว์กินพืชขนาดใหญ่
ระหว่างปี 𝟮𝟱𝟯𝟭-𝟮𝟱𝟰𝟴 ในบริเวณสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ และ
ใกล้ที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี. หน้า
𝟯𝟯-𝟰𝟯 ใน ผลงานวิจัย และรายงานความก้าวหน้างานวิจัย ประจำปี
𝟮𝟱𝟰𝟴. กลุ่มงานวิจัยสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ
สัตว์ป่า และพันธ์ุพืช. กรุงเทพฯ.

#ทะเบียนสถานภาพสัตว์มีกระดูกสันหลังที่ถูกคุกคามของประเทศไทย (𝗢𝗡𝗘𝗣 ปี 𝟮𝟱𝟲𝟴)
ใกลัสูญพันธุ์อย่างยิ่ง (𝗖𝗿𝗶𝘁𝗶𝗰𝗮𝗹𝗹𝘆 𝗘𝗻𝗱𝗮𝗻𝗴𝗲𝗿𝗲𝗱: 𝗖𝗥)
ใกล้สูญพันธุ์ (𝗘𝗻𝗱𝗮𝗻𝗴𝗲𝗿𝗲𝗱: 𝗘𝗡)
มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (𝗩𝘂𝗹𝗻𝗲𝗿𝗮𝗯𝗹𝗲: 𝗩𝗨)
เป็นกังวลน้อยที่สุด (𝗟𝗲𝗮𝘀𝘁 𝗖𝗼𝗻𝗰𝗲𝗿𝗻: 𝗖𝗥)
ใกล้ถูกคุกคาม (𝗡𝗲𝗮𝗿 𝗧𝗵𝗿𝗲𝗮𝘁𝗲𝗻𝗲𝗱: 𝗡𝗧)

ที่อยู่

61 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร
เขตจตุจักร
10900

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6625610777

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ส่วนวิจัยสัตว์ป่า Wildlife Research Divisionผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง ส่วนวิจัยสัตว์ป่า Wildlife Research Division:

ทางลัด

แชร์