สภ.ปากน้ำ จว.ระนอง

สภ.ปากน้ำ จว.ระนอง เป็นตำรวจมืออาชืพ สร้างความเชื่อมั่น ศรัทธา รักษาความปลอดภัยและความผาสุขอยู่เคียงข้างประชาชน สถานีตำรวจภูธรปากน้ำ จังหวัดระนอง

20/08/2026

📍เปิดข้อกฎหมาย “ยิงโจรขึ้นบ้าน” มีความผิด หากเกินสมควรแก่เหตุ⚠️

🔺การป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีความผิด (มาตรา 68 ประมวลกฎหมายอาญา)
* มีภยันตรายกำลังใกล้จะถึง
* ป้องกันสิทธิของตนเองหรือผู้อื่น
* กระทำพอสมควรแก่เหตุ

🔺ป้องกันตัวเอง แต่ใช้วิธีรุนแรงเกินสมควร
ยังมีความผิด แต่ศาลอาจลดโทษ หรือไม่ลงโทษฯ (มาตรา 69 ประมวลกฎหมายอาญา)

เช่น คู่อริตามบุกบ้านหลังจากทะเลาะวิวาทกัน เจ้าของบ้านชักปืนไล่ยิง จนคู่อริวิ่งหนีออกไป โดยยิงถึง 4 นัดจนถึงแก่ความตาย 1 ราย เจ็บ 1 ราย ศาลพิพากษามีความผิดตาม ม.288 ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ประกอบ ม.69 (ฎีกา805/2528)

🔺ยิงผู้อื่นโดยเจตนาจนเสียชีวิต อาจเป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา (มาตรา 288 ประกอบมาตรา 59 ประมวลกฎหมายอาญา)

เหตุด่วน โทร 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง‼️

#ยิงโจรขึ้นบ้าน
#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

20/08/2026

📍สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดหลักเกณฑ์ตำรวจพกปืน ยึดความจำเป็นและบริบทการปฏิบัติหน้าที่
วันนี้ (14 สิงหาคม 2569) พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.กำกับดูแลงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม โดยเฉพาะการ ควบคุม กำชับ และขับเคลื่อน การปฏิบัติงานของสายตรวจทั่วประเทศ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้องตามยุทธวิธีได้ชี้แจงเพิ่มเติมถึงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับมาตรการกวดขันการพกพาอาวุธปืน ซึ่งมีเนื้อหาบางส่วนที่อาจทำให้สังคมเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน
พล.ต.อ.ธัชชัยฯ อธิบายว่า การจะพิจารณาว่าการพกพาอาวุธปืนของข้าราชการตำรวจนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ไม่สามารถตัดสินจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเพียงลำพังได้ แต่จะต้องพิจารณาจากบริบทและข้อเท็จจริงเป็นรายกรณีไป โดยต้องนำองค์ประกอบต่อไปนี้มาพิจารณาร่วมด้วย

* หน้าที่ราชการ และความจำเป็น
* เหตุอันสมควร และพฤติการณ์แห่งกรณี
* การได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง
* กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
โดยหลักการแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ แต่งเครื่องแบบ ขณะปฏิบัติหน้าที่ของตนในพื้นที่รับผิดชอบ จึงสามารถพกพาอาวุธปืนได้ รวมไปถึงการปฏิบัติหน้าที่ในบางภารกิจที่มีความจำเป็นต้องพกพาอาวุธปืน เช่น การปฏิบัติภารกิจนอกเครื่องแบบ หรือการสืบสวนนอกเวลาราชการ ดังนั้น การที่เจ้าหน้าที่เข้าไปในร้านอาหารหรือสถานที่สาธารณะ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติหน้าที่ จึงไม่ได้หมายความว่าจะเป็นการพกพาอาวุธปืนโดยผิดกฎหมายโดยอัตโนมัติ
🔺ระเบียบและบรรทัดฐานทางกฎหมาย
เพื่อให้เกิดความชัดเจน ประมวลระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 22 บทที่ 13 (ว่าด้วยการพกพา อาวุธปืน ดาบปลายปืน และตะบอง) ได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้ว่า ข้าราชการตำรวจที่มีความจำเป็นต้องพกพาอาวุธปืนติดตัวเพื่อปฏิบัติหน้าที่ราชการจะต้อง

1. ได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาชั้นสารวัตร (หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า) ขึ้นไป
2. พกพาอาวุธปืนอย่างมิดชิด เรียบร้อย และเหมาะสมกับกาลเทศะ
หลักการนี้สอดคล้องกับ **คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9690/2557** ที่เคยวินิจฉัยไว้ว่า ข้าราชการตำรวจ ที่ได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาตามระเบียบฯ ให้พกพาอาวุธปืนเพื่อปฏิบัติหน้าที่ และขณะเกิดเหตุยังอยู่ในระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต ศาลถือว่าจำเลย ไม่มีความผิด ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต
คำพิพากษาฎีกาที่ 13535/2553 มีสาระสำคัญว่า ร้อยตำรวจเอก ป. ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจย่อมมีอำนาจและหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนและทำการจับกุมปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายได้
นอกจากนี้ ยังมีอำนาจทำการสืบสวนคดีอาญาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (16) (17) และมาตรา17 ซึ่งเป็นไปโดยผลของกฎหมาย ดังนั้น ร้อยตำรวจเอก ป. จึงมีอำนาจจับกุม ควบคุมตัวจำเลย ตลอดจนการจัดทำเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในอำนาจหน้าที่ได้ หาใช่จะเป็นเจ้าพนักงานตำรวจหรือไม่ขึ้นอยู่กับ การลงบันทึกประจำวันว่าออกปฏิบัติหน้าที่ดังที่จำเลยอ้างในฎีกา แต่อย่างใดไม่ ดังนั้นข้าราชการตำรวจจึงเป็นตำรวจตลอดเวลา
สรุป ข้าราชการตำรวจเป็นตำรวจตลอด 24 ชั่วโมง ตามอำนาจและหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด โดยเฉพาะ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เมื่อพบการกระทำความผิดซึ่งหน้า ย่อมสามารถเข้าระงับเหตุ จับกุม หรือดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ได้ทันที เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจในที่สาธารณะเช่น สถานบริการหรือร้านอาหาร เป็นต้น ย่อมต้องปฏิบัติตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยการพกพาอาวุธปืนต้องกระทำอย่างมิดชิดและเหมาะสมกับภารกิจ เพื่อมิให้กระทบต่อความปลอดภัยหรือความเชื่อมั่นของประชาชน

#ตำรวจพกปืน #คำพิพากษาฎีกา
#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

20/08/2026
20/08/2026

📍ผบ.ตร.กำชับแนวทางการปฏิบัติกรณีคนหายพลัดหลงและศพนิรนาม ดำเนินการทันทีที่รับแจ้งเหตุคนหาย ไม่ต้องรอครบ 24 ชั่วโมง และให้แจ้งความคืบหน้าแก่ญาติเป็นระยะ
วันนี้ (19 สิงหาคม 2569) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้กำชับแนวทางปฏิบัติกรณีคนหายพลัดหลงและศพนิรนาม เพื่อให้การดำเนินการรับแจ้ง ประสานงานและอำนวยความยุติธรรมในทางอาญา ตลอดจนการสืบสวน สอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานให้ปรากฏข้อเท็จจริงในส่วนที่เกี่ยวกับคนหายพลัดหลงและศพนิรนาม เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ
ผบ.ตร. กำชับศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) และ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ขับเคลื่อนการปฏิบัติของคณะกรรมการบริหารจัดการคนหายและศพนิรนาม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (คบคน.ตร.) โดยนำบทเรียนการปฏิบัติในช่วงที่ผ่านมา พิจารณาและกำหนดแนวทางการรับแจ้ง การติดตามตัวคนหาย ตลอดจนการสืบสวน สอบสวน และกำหนดมาตรการและแนวทางในการดำเนินการให้หน่วยต่าง ๆ ปฏิบัติด้วยความรวดเร็วและถูกต้อง
ผบ.ตร.ให้ทุกหน่วยกำชับพนักงานสอบสวนหรือผู้รับแจ้งเหตุ ให้พึงระลึกไว้เสมอว่าคนหาย คนพลัดหลง เป็นเหตุที่ต้องให้ความสำคัญและตอบสนองการดำเนินการในทันที “ห้ามมิให้ยกเหตุอ้างว่าต้องรอให้ครบ 24 ชั่วโมงก่อน มาเป็นเหตุที่จะไม่ดำเนินการใด ๆ” ให้สอบถามรายละเอียดเบื้องต้นจากผู้แจ้ง พยาน หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยให้แจ้งรายละเอียดตำหนิรูปพรรณค้นหายพลัดหลง ให้ศูนย์วิทยุเครือข่ายในสังกัดหรือศูนย์วิทยุของหน่วยในพื้นที่รับผิดชอบ/หน่วยร่วมปฏิบัติ เพื่อตรวจสอบว่ามีบุคคลลักษณะดังกล่าวอยู่ในความดูแลหรือควบคุมตามกฎหมาย หรืออาจจะพบเห็นในระหว่างการตรวจตราท้องที่ หรือขณะปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
พร้อมแจ้งให้ฝ่ายสืบสวนรวบรวมข้อมูล รายละเอียดที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิสูจน์ทราบเหตุ รวบรวมข้อมูล แสวงหาข้อเท็จจริงกรณีมูลเหตุของคนหายพลัดหลงหรือศพนิรนาม ประสานงานองค์กร หน่วยงาน หรือภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อประสานข้อมูลในการปฏิบัติ ตลอดจนจัดทำรายงานการสืบสวนเบื้องต้นรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นเพื่อพิจารณาสั่งการตามอำนาจและหน้าที่ โดยให้ผู้บังคับบัญชาฝ่ายสืบสวนแจ้งความคืบหน้าในการติดตาม สืบสวน ให้กับผู้แจ้งหรือเครือญาติทราบเป็นระยะ และหมั่นไปตรวจเยี่ยมเพื่อรับทราบข้อมูลที่เป็นปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง และให้ทุกหน่วยดำเนินการตามแนวทางการปฏิบัติกรณีคนหายพลัดหลงและศพนิรนาม ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยประสานตรวจสอบแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงข้อมูลกับ ศปก.ตร.(คบคน.ตร.) และสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เพื่อสนับสนุนและร่วมกันพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
นอกจากนี้ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้สำนักงานกฎหมายและคดีเป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก พิจารณาดำเนินการปรับปรุง ประมวลระเบียบ ฯ ที่เกี่ยวข้องกับการชันสูตรพลิกศพ การออกประกาศตำหนิรูปพรรณบุคคลและทรัพย์ การดำเนินการเกี่ยวกับค้นหาพลัดหลงและได้คืน ให้สอดคล้องกับกฎหมาย ระเบียบ คำสั่งที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งกำหนดแนวทางการปฏิบัติให้กับหน่วยในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป และกำชับให้ผู้บัญชาการทุกระดับชั้นอำนวยการกำกับดูแล ควบคุมการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด

#คนหาย #คนพลัดหลง
#ศพนิรนาม
#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

20/08/2026

ร.ต.ท.พัศวัฒน์ ชื่นจันทร์
รอง สว.(จร.)สภ.ปากน้ำ
ข่ายจราจร สภ.ปากน้ำ
และ วิทยากรจาก กู้ชีพกู้ภัยระนองสงเคราะห์ ร่วม เปิดโครงการ ชุมชนปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืน ของสถานีตำรวจภูธรปากน้ำ ประจำปี 2569

ไม่ว่าจะทางน้ำ ทางบก สืบสวน สภ.ปากน้ำ เราไปถึง
14/08/2026

ไม่ว่าจะทางน้ำ ทางบก สืบสวน สภ.ปากน้ำ เราไปถึง

13/08/2026

ตำรวจปฏิบัติการพิเศษ | ดักรวบ "สาวอาย" บัญชีม้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกลงทุนเปิดเครดิต สูญกว่า 3.6 แสนบาท จนมุมกลางสถานีรถไฟ!
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.4 บก.ปพ. นำกำลังเข้าจับกุม นางสาวปิยะมาศ หรืออาย (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในความผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก (บัญชีม้า)” โดยสามารถจับกุมได้บริเวณสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
#กองกำกับการ4
#กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ
#ตำรวจสอบสวนกลาง

ที่อยู่

159 ม. 1 ต. ปากน้ำ อ. เมือง จ. ระนอง
จ. ระนอง
85000

เบอร์โทรศัพท์

+6677811097

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สภ.ปากน้ำ จว.ระนองผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง สภ.ปากน้ำ จว.ระนอง:

ทางลัด

แชร์