Central Storage of National Museums : คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

Central Storage of National Museums : คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Central Storage of National Museums : คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ, หน่วยงานราชการ, ต. คลองห้า อ. คลองหลวง, คลองหลวง.

คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร : ศูนย์กลางการเก็บรวบรวมและรักษาโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั่วประเทศ
โดยกลุ่มทะเบียน คลังพิพิธภัณฑ์และสารสนเทศ สังกัดสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร

วันพฤหัสบดีที่ ๒๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ เวลา ๑๐.๐๐ น. นางสาวกัญณศมนต์ ภู่ธรรม ภัณฑารักษ์ชำนาญการพิเศษ พร้อมกับเจ้าหน้าที่กลุ...
27/08/2026

วันพฤหัสบดีที่ ๒๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ เวลา ๑๐.๐๐ น. นางสาวกัญณศมนต์ ภู่ธรรม ภัณฑารักษ์ชำนาญการพิเศษ พร้อมกับเจ้าหน้าที่กลุ่มทะเบียน คลังพิพิธภัณฑ์และสารสนเทศ และกลุ่มวิทยาศาตร์เพื่อการอนุรักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร ได้เข้าตรวจสอบปืนใหญ่ที่จมน้ำอยู่ในคลองบางหลวง บริเวณด้านหน้าวัดประดิษฐาราม (วัดมอญ) แขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับข้อมูลปืนใหญ่และแนวทางการเก็บรักษาเบื้องต้นต่อไป

✨เบื้องหลังนิทรรศการ “Amazing Thailand : Masterpieces of Thai Art” 🇰🇷อีกไม่กี่วันก็จะสิ้นสุดการจัดแสดงโบราณวัตถุของไทยใน...
27/08/2026

✨เบื้องหลังนิทรรศการ “Amazing Thailand : Masterpieces of Thai Art” 🇰🇷

อีกไม่กี่วันก็จะสิ้นสุดการจัดแสดงโบราณวัตถุของไทยในนิทรรศการ “Amazing Thailand : Masterpieces of Thai Art” ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เกาหลี ซี่งบางส่วนจะคงนำไปจัดแสดงต่อ ณ พิพิธภัณฑ์วัดทงโดซา จังหวัดคยองซัมนัมโด ระหว่างวันที่ 4 ตุลาคม – 4 ธันวาคม 2569 และโบราณวัตถุอีกส่วนหนึ่งซึ่งทำหน้าที่ตัวแทนประเทศได้อย่างสมบูรณ์ก็จะเดินทางกลับคืนสู่ประเทศไทย

⏱ ครั้งนี้เราจึงนำเรื่องราวเบื้องหลังบางส่วนของนิทรรศการมาเล่าให้ทุกคนฟังกัน ❄️


✈️ การเดินทางของโบราณวัตถุไทยไปจัดแสดงที่ประเทศเกาหลีใต้

หนึ่งในขั้นตอนสำคัญของการนำโบราณวัตถุไปจัดแสดงที่ประเทศเกาหลีใต้ นอกเหนือไปจากการคัดเลือกโบราณวัตถุ กำหนดเนื้อหา และออกแบบการจัดแสดง นั่นคือ "การเคลื่อนย้ายโบราณวัตถุ" โดยเฉพาะเมื่อโบราณวัตถุต้องเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลขึ้นเครื่องบินไปถึงกรุงโซล การเคลื่อนย้ายจึงต้องอาศัยการวางแผนและความระมัดระวังในทุกขั้นตอน และเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของทีมภัณฑารักษ์จากกลุ่มทะเบียน คลังพิพิธภัณฑ์และสารสนเทศ และกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ


🏦 จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั่วประเทศ สู่คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

ก่อนที่โบราณวัตถุจะเดินทางไปยังประเทศเกาหลีใต้ ยังมีการเดินทางอีกครั้งหนึ่งเกิดขึ้นก่อนหน้านั้น เนื่องจากโบราณวัตถุที่ได้รับการคัดเลือกไม่ได้อยู่ในสถานที่เดียวกัน แต่กระจายอยู่ตามพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศไทย จึงจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายโบราณวัตถุจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติต้นทางมายังคลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

ในการเคลื่อนย้ายภายในประเทศ ทีมงานจะดำเนินการบรรจุหีบห่อ (Packing) เป็นการชั่วคราว โดยเลือกวิธีการให้เหมาะสมกับระยะทางและลักษณะของการเดินทาง จุดสำคัญคือการพิจารณาสภาพของโบราณวัตถุแต่ละชิ้นก่อนเคลื่อนย้าย ทั้งส่วนที่เปราะบาง ชิ้นส่วนที่สามารถถอดได้ และพื้นผิวที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ จากนั้นจึงเลือกวิธีห่อ วัสดุรองรับ และภาชนะให้เหมาะสม โดยมีหลักการสำคัญคือ ทำให้โบราณวัตถุเคลื่อนไหวน้อยที่สุด และป้องกันไม่ให้เกิดการกระแทกระหว่างการเดินทาง


📦การบรรจุหีบห่อ (Packing) การปกป้องโบราณวัตถุตลอดการเดินทาง

เมื่อโบราณวัตถุจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติต่าง ๆ เดินทางมาถึงคลังกลางแล้ว จะยังไม่สามารถนำทั้งหมดบรรจุลงลังเพื่อเดินทางไปขึ้นเครื่องบินได้ทันที ทีมงานต้องนำโบราณวัตถุเข้าสู่กระบวนการเตรียมความพร้อมอีกครั้ง

สิ่งสำคัญในขั้นตอนนี้คือ 📝 "การตรวจสภาพ (Condition Check)" ทีมงานจะตรวจสอบและบันทึกสภาพของโบราณวัตถุอย่างละเอียด ทั้งพื้นผิว รอยแตกร้าว รอยบิ่น ส่วนที่เปราะบาง หรือจุดที่ต้องเฝ้าระวัง พร้อมบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้เปรียบเทียบกับสภาพของโบราณวัตถุเมื่อเดินทางถึงประเทศเกาหลีใต้ เพื่อดูว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือความเสียหายเกิดขึ้นระหว่างทางหรือไม่ หากพบจุดที่ต้องดูแลเพิ่มเติม ก็จะส่งต่อให้กลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ดำเนินการอนุรักษ์หรือเสริมความมั่นคงก่อนออกเดินทาง และหากชิ้นใดมีสภาพไม่สมบูรณ์ ก็อาจพิจารณาไม่นำออกเดินทาง

จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนการบรรจุหีบห่อ ซึ่งไม่ได้หมายถึงเพียงการห่อด้วยวัสดุกันกระแทกแล้วใส่ลงในกล่อง หากเป็น "การออกแบบระบบปกป้องโบราณวัตถุระหว่างการเดินทาง" 💡ทีมงานต้องศึกษาลักษณะของโบราณวัตถุแต่ละชิ้น ทั้งจุดรับน้ำหนัก ส่วนที่เปราะบาง ส่วนที่ยื่นออกมา จุดศูนย์ถ่วง รวมถึงแรงกระแทกและแรงสั่นสะเทือนที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง ก่อนเลือกวัสดุ วิธีรองรับ และออกแบบลังให้เหมาะสมกับโบราณวัตถุแต่ละชิ้น

โบราณวัตถุแต่ละประเภทจึงมีวิธีการเตรียมแตกต่างกัน เช่น พระพุทธรูปหรือประติมากรรมขนาดใหญ่ 🗿ต้องให้ความสำคัญกับการรองรับน้ำหนักและควบคุมการเคลื่อนตัว เครื่องถ้วยหรือภาชนะดินเผา🏺 ต้องเน้นการลดแรงสั่นสะเทือนและป้องกันไม่ให้ชิ้นงานสัมผัสกับผนังลังโดยตรง ส่วน เครื่องทอง ต้องระมัดระวังพื้นผิวและรายละเอียดของชิ้นงาน รวมถึงเลือกวัสดุที่ไม่ก่อให้เกิดรอยหรือปฏิกิริยาที่อาจส่งผลต่อโลหะ

เมื่อโบราณวัตถุถูกบรรจุหีบห่อลงในลังกระดาษที่ถูกทำขึ้นตามขนาดของโบราณวัตถุแต่ละชิ้นเรียบร้อย จะมีการนำรายละเอียดของโบราณวัตถุ ทั้งเลขทะเบียนโบราณวัตถุ ชื่อโบราณวัตถุ และภาพถ่าย ติดไว้ที่หน้ากล่องกระดาษทั้งหมด เพื่อง่ายสำหรับตรวจสอบจำนวน จากนั้นจึงนำลังกระดาษทั้งหมดใส่ลงในลังไม้ขนาดใหญ่อีกครั้ง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและลดพื้นที่ในการขนส่งเคลื่อนย้ายโบราณวัตถุ

หลังจากที่โบราณวัตถุผ่านการตรวจสภาพและบรรจุหีบห่อเรียบร้อยแล้ว ลังไม้แต่ละใบจะมีการตรวจสอบจำนวนและเอกสารให้ถูกต้องตรงกันอีกครั้ง จากนั้นจะดำเนินการเข้าสู่ขั้นตอนการเคลื่อนย้ายขึ้นรถบรรทุกเพื่อเดินทางไปยังสนามบิน 🚛 โดยในการเคลื่อนย้ายจะต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง และต้องมีการจัดการลำดับการเคลื่อนย้ายให้สอดคล้องกับแผนที่วางไว้ เพราะเมื่อโบราณวัตถุทั้งหมดออกจากคลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไปยังสนามบินเพื่อขนย้ายขึ้นเครื่องบินแล้ว โบราณวัตถุจะไม่ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ทีมงานสามารถควบคุมได้ทั้งหมดอีกต่อไป


🇰🇷 เมื่อโบราณวัตถุเดินทางถึงประเทศเกาหลีใต้ ✨

เมื่อโบราณวัตถุทั้งหมดเดินทางมาถึงประเทศเกาหลีใต้ผ่านพิธีการศุลกากรเรียบร้อยแล้ว ทีมงานซึ่งเดินทางไปพร้อมกับโบราณวัตถุนั้น จะดำเนินการตรวจสอบจำนวนลัง เอกสาร และสภาพภายนอกของลังทุกใบก่อน เมื่อมีความถูกต้องครบถ้วนแล้ว จากนั้นจึงขนย้ายลังขึ้นรถบรรทุก แล้วนำเคลื่อนย้ายเข้าไปเก็บรักษาภายในคลังของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เกาหลีเป็นการชั่วคราวก่อน เนื่องจากโบราณวัตถุที่เพิ่งผ่านการเดินทางไกล จะมีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ความชื้น และแรงสั่นสะเทือน จึงจำเป็นต้องมีช่วงเวลาให้โบราณวัตถุปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ก่อนการติดตั้ง ❄️ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลความปลอดภัยของโบราณวัตถุ โดยจะใช้ระยะเวลาประมาณ 3 - 4 วัน ในระหว่างนั้น ทีมงานทั้งจากประเทศไทยและประเทศเกาหลีใต้ก็จะมีการสำรวจและเตรียมพื้นที่จัดแสดง ตรวจสอบตู้จัดแสดงที่ได้ออกแบบไว้ รวมไปถึงการวางแผนลำดับการติดตั้ง เพื่อให้เมื่อเริ่มนำโบราณวัตถุออกจากลัง ทุกอย่างดำเนินไปได้อย่างปลอดภัยและเป็นระบบ

เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ลังจะถูกทยอยนำออกมายังพื้นที่นิทรรศการ ก่อนติดตั้ง ทีมงานจะเปิดลังและนำวัสดุรองรับออกอย่างระมัดระวัง เพื่อตรวจสอบสภาพของโบราณวัตถุอีกครั้ง และเปรียบเทียบกับข้อมูลที่บันทึกไว้ก่อนออกเดินทางจากประเทศไทย หากไม่พบความเสียหายหรือการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติ จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป คือ "การติดตั้งในนิทรรศการ" โดยผลการตรวจสอบทั้งหมดจะถูกบันทึกไว้ใน Condition Report ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญสำหรับยืนยันสภาพของโบราณวัตถุ


🤖 การติดตั้งโบราณวัตถุในนิทรรศการ 🎨

การติดตั้งเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่มีความสำคัญ เพราะตำแหน่งของโบราณวัตถุแต่ละชิ้นต้องพิจารณาทั้งความปลอดภัย ความมั่นคง มุมมองของผู้ชม และความสัมพันธ์กับแนวคิดของนิทรรศการ จึงต้องอาศัยการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างทีมงานไทยและทีมงานเกาหลี ทั้งภัณฑารักษ์ นักออกแบบนิทรรศการ และนักอนุรักษ์

สำหรับโบราณวัตถุขนาดใหญ่ 🖼️เช่น พระพุทธรูป ประติมากรรม หรือภาพสลักหิน ต้องพิจารณาเส้นทางการเคลื่อนย้าย จุดรับน้ำหนัก ฐานรอง และอุปกรณ์ช่วยยก บางชิ้นอาจต้องใช้ A-frame หรือรอก และเมื่อวางลงบนฐานแล้ว ยังต้องตรวจสอบความมั่นคง ระดับ และตำแหน่งให้เหมาะสมและปลอดภัย เช่น ภาพสลักยมกปาฏิหาริย์ จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ซึ่งมีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมาก รวมถึงมีรายละเอียดอย่างเดือยที่เป็นส่วนสำคัญในการติดตั้ง จึงจำเป็นต้องทำความเข้าใจวิธีการติดตั้งร่วมกันและปรับวิธีการให้เหมาะสมกับหน้างาน

ส่วนโบราณวัตถุขนาดเล็ก 🎲เช่น เครื่องถ้วย ภาชนะดินเผา และเครื่องทองจากกรุวัดราชบูรณะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก็มีข้อควรระวังแตกต่างกัน เครื่องถ้วยต้องป้องกันแรงกดและแรงกระแทก เครื่องทองต้องระมัดระวังพื้นผิวและรายละเอียดของชิ้นงาน รวมถึงเลือกวิธีรองรับที่เหมาะสมกับรูปทรงของแต่ละชิ้น และในบางกรณี แม้จะมีการออกแบบไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่เมื่อถึงหน้างานจริงอาจต้องปรับวิธีการติดตั้งใหม่ เพื่อให้ทั้งความปลอดภัยและรูปแบบการจัดแสดงเหมาะสมที่สุด

จากจุดเริ่มต้นของการเดินทาง โบราณวัตถุในฐานะตัวแทนแห่งอารยธรรมและความรุ่งเรืองของประเทศไทย ได้ผ่านการเดินทางมาหลายขั้นตอน จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในพื้นที่ต่าง ๆ กว่า 20 แห่งทั่วประเทศไทย ตั้งแต่การเคลื่อนย้ายมายังคลังกลาง การตรวจสอบสภาพ การบรรจุหีบห่อ การเคลื่อนย้ายด้วยรถบรรทุกไปยังสนามบิน การเดินทางด้วยเครื่องบินไปยังประเทศเกาหลีใต้ การนำออกจากหีบห่อ การตรวจสอบสภาพอีกครั้ง จนกระทั่งเข้าสู่ขั้นตอนการติดตั้งในพื้นที่นิทรรศการ

ทุกขั้นตอนล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน คือ 🔑การรักษาความปลอดภัยของโบราณวัตถุ พร้อมกับนำเสนอคุณค่าของโบราณวัตถุแต่ละชิ้นให้ผู้ชมสามารถเข้าถึงและมองเห็นความสำคัญได้อย่างดีที่สุด กระทั่งในที่สุด การเดินทางทั้งหมดได้กลายเป็นนิทรรศการ นิทรรศการ "Amazing Thailand : Masterpieces of Thai Art” ที่ผู้ชมชาวเกาหลีใต้สามารถเข้ามาชมความรุ่งเรืองแห่งอารยธรรมไทยได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผู้ชมจะได้เห็นในห้องจัดแสดงจึงไม่ใช่เพียง โบราณวัตถุที่เดินทางมาจากประเทศไทย ยังเป็นผลลัพธ์ที่แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือว่าด้วยการแลกเปลี่ยนวิทยาการและศิลปวัฒนธรรม ทั้งความรู้ด้านวิชาการ ด้านการอนุรักษ์ และการจัดการพิพิธภัณฑ์ ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐเกาหลีอีกด้วย 🇰🇷🇹🇭


#กรมศิลปากร #พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเกาหลี #นิทรรศการโบราณวัตถุ #กระทรวงวัฒนธรรม #국립중앙박물관 #어메이징타일랜드

✨ นิทรรศการ Amazing Thailand: Masterpieces of Thai Art 🇰🇷 เป็นนิทรรศการที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างกรมศิลปากร กับพิพิธภั...
26/08/2026

✨ นิทรรศการ Amazing Thailand: Masterpieces of Thai Art 🇰🇷 เป็นนิทรรศการที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างกรมศิลปากร กับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เกาหลี และพิพิธภัณฑ์วัดทงโดซา โดยเป็นการนำโบราณวัตถุอันล้ำค่าของประเทศไทย ไปจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เกาหลี ระหว่างวันที่ 23 มิถุนายน – 6 กันยายน 2569 และพิพิธภัณฑ์วัดทงโดซา จังหวัดคยองซังนัมโด ระหว่างวันที่ 4 ตุลาคม – 4 ธันวาคม 2569

สำหรับนิทรรศการ Amazing Thailand: Masterpieces of Thai Art ประกอบไปด้วย 3 ส่วน ได้แก่
🔵1) ช่วงก่อนประวัติศาสตร์จนถึงก่อนพุทธศตวรรษที่ 19
🟢2) ช่วงกำเนิดอาณาจักรสำคัญของไทย และ
🟡3) ช่วงรัตนโกสินทร์

ในส่วนแรกที่เป็นช่วงก่อนประวัติศาสตร์ในดินแดนของไทยนั้น จะกล่าวถึงหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของผู้คน เช่น เครื่องมือเครื่องใช้ที่ทำจากหิน ภาชนะดินเผาและเครื่องมือสำริด ตลอดจนพัฒนาการของคนตั้งแต่อาศัยอยู่เดี่ยว ๆ จนรวมกลุ่มกันเป็นชุมชน นอกจากนี้เมื่อผู้คนเริ่มติดต่อกับดินแดนที่อยู่ห่างไกลอย่างอินเดียและจีนจึงเกิดการแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างกัน รวมถึงการยอมรับนับถือศาสนาเข้ามาในชุมชนส่งผลให้ผู้คนเปลี่ยนวิธีจัดการศพจากเดิมฝังกลบเป็นการเผาศพแทน

🎪 เมื่อชุมชนมีขนาดใหญ่ขึ้นจนกลายเป็นรัฐต่าง ๆ ซึ่งกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค ประกอบด้วย 4 วัฒนธรรม ได้แก่ ทวารวดี หริภุญชัย ศรีวิชัย และลพบุรี โดยได้รับอิทธิพลจากพุทธศาสนาทั้งจากนิกายเถรวาทและมหายาน ก่อให้เกิดงานศิลปกรรมเนื่องในศาสนาขึ้นอย่างแพร่หลาย กลุ่มวัฒนธรรมทวารวดี โดดเด่นด้านพุทธศาสนาแบบเถรวาท ซึ่งเจริญขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12-16 บริเวณภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย นิยมงานแกะสลักภาพเล่าเรื่องพุทธประวัติ เช่น ภาพแกะสลักเล่าเรื่องยมกปาฏิหารย์

ส่วนวัฒนธรรมหริภุญชัยนั้น เกิดขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13-19 มีศูนย์กลางอยู่ที่จังหวัดลำพูนในปัจจุบัน นับถือพุทธศาสนาแบบเถรวาท งานศิลปกรรมได้รับอิทธิพลจากศิลปะพุกาม เช่น เศียรเทวดาดินเผา สำหรับวัฒนธรรมศรีวิชัย เจริญรุ่งเรื่องขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13-18 อยู่บริเวณภาคใต้ของไทย โดดเด่นด้านการค้าทางทะเลและพุทธศาสนานิกายมหายาน เช่น พระอวโลกิเตศวร 8 กร และสุดท้ายคือศิลปะลพบุรี เกิดขึ้นช่วงพุทธศตวรรษที่ 16-18 พบบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นับถือพุทธศาสนานิกายมหายาน โดยรับอิทธิพลศิลปกรรมมาจากศิลปะเขมรโบราณ

⏱️ในส่วนที่สอง เป็นการเล่าถึงช่วงเวลาที่เกิดอาณาจักรสำคัญของไทย อย่างสุโขทัย ล้านนา และอยุธยา โดยทั้งสามอาณาจักรได้ชื่อว่าพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากพระพุทธรูปที่มีความงดงามมากมาย เช่น พระพุทธรูปลีลา ที่เป็นเอกลักษณ์ของศิลปะสุโขทัย พระพุทธรูปล้านนารุ่นแรก หรือที่นิยมเรียกกันว่า สิงห์ 1 ที่มีความงามโดดเด่นและเป็นต้นแบบให้กับพระพุทธรูปล้านนาในสมัยต่อ ๆ มา และพระพุทธรูปทรงเครื่อง ที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของศิลปะอยุธยา นอกจากความเจริญด้านศาสนาแล้ว การติดต่อค้าขายกับต่างชาติทั้งตะวันออกและตะวันตกก็มีความสำคัญ สินค้าส่งออกที่สำคัญ คือ เครื่องถ้วยสังคโลก ซึ่งมีการผลิตหลายรูปแบบ ทั้งจาน ชาม ชิ้นส่วนสถาปัตยกรรม อีกทั้งในช่วงเวลานี้ระบบการปกครองแบบกษัตริย์มีความโดดเด่นชัดเจน กษัตริย์มีสถานะสูงส่งโดยเฉพาะในสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่สถาบันกษัตริย์มีความใกล้ชิดกับพุทธศาสนา ซึ่งสะท้อนให้เห็นผ่านเครื่องทองจากกรุวัดราชบูรณะ และพระพุทธทรงเครื่องใหญ่

🍀สำหรับส่วนสุดท้าย เป็นการนำเสนอความรุ่งเรืองของสมัยรัตนโกสินทร์ที่เป็นยุคสมัยปัจจุบันของคนไทย โดยนำเสนอผ่านศิลปวัฒนธรรมที่ได้รับสืบทอดมาจากสมัยอยุธยา ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นผู้สนับสนุนหลักในการฟื้นฟูและพัฒนางานศิลปกรรมแขนงต่าง ๆ เช่น หัวโขน หนังใหญ่ ตู้พระธรรมลายกำมะลอ รวมถึงศาสนาพุทธที่ผสมกลมกลืนอยู่ในวิถีชีวิตของคนไทย เช่น ภาพพระบฏ ตำราพระมาลัย และพระเครื่อง


#กรมศิลปากร #พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเกาหลี #นิทรรศการโบราณวัตถุ #กระทรวงวัฒนธรรม #국립중앙박물관 #어메이징타일랜드

ผ้ายันต์ลายอกเลาบานประตูพระวิหาร วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดพิษณุโลกรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแ...
21/08/2026

ผ้ายันต์ลายอกเลาบานประตูพระวิหาร วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดพิษณุโลก
รัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕
คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จังหวัดปทุมธานี

__________

๑. ผ้ายันต์ลายอกเลาประตูวัดพระชินราชซึ่งข้าหลวงธรรมการมณฑลพิษณุโลก ขออนุญาตแกะพิมพ์เพื่อจำลองพิมพ์ขายแก่ผู้ต้องการเพื่อนำเงินไปบำรุงวัดพระชินราช พร้อมข้อความ “ยันต์ลายอกเลาบานประตูพระอุโบสถ วัดพระพุทธชินราช เมืองพิศณุโลก ได้พิมพ์มาแต่ศก ๑๒(?)”

๒. ผ้าประเจียดลายอกเลาประตูวัดพระพุทธชินราช ซึ่งพระโอรสธิดาในสมเด็จ ฯ กรมพระยาดํารงราชานุภาพ ๕ องค์ ประทานยืม


ผ้ายันต์นี้ลอกลายมาจากบานประตูประดับมุก ด้านหน้าพระวิหารพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดพิษณุโลก โดยบานประตูประดับมุกนี้ สร้างขึ้นในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มีรูปแบบคล้ายกับบานประตูวิหารยอดในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และบานประตูของวัดบรมพุทธาราม

ปรากฏข้อความจารึก “๏ ศุภมัศดุพระพุทธศักราช ๒๒๙๙ พระวรรษา ๔ ๑๓ฯ ๑๐ ค่ำ ปีกุร สัพศก พระบาทสมเด็จบรมนารถบรมบพิตรพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาดำรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อม สั่งให้เขียนลายมุกบานประตูพระวิหารพระชินราช ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เมืองพิษณุโลก ช่าง ๑๓๐ คน ถึง ณ วัน ๕ ๔ฯ ๑๑ ค่ำ ปีกุรสัพศกลงมือทำมุก ๕ เดือน ๒๐ วัน สำเร็จพระราชทานช่างผู้ได้ทำการมุกทั้งปวง เสื้อผ้ารูปพรรณ ทองเงินและเงินตราเป็นอันมากเลี้ยงกันแล ๒ เพลา ค่าเลี้ยงมิได้คิดเข้าในพระราชทานด้วยคิดแต่บำเหน็จประตูหนึ่งเป็นเงินตรา ๒๖+”


สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ได้วินิจฉัยสัญลักษณ์อุณาโลมในตราพระราชลัญจกรไว้ในหนังสือสาส์นสมเด็จ ความว่า

“พระราชลัญจกรเก่านั้นก็ประหลาดอยู่ ลางชนิดก็มีมาก ลางชนิดก็มีน้อย... พระราชลัญจกรมหาโองการหรือมหาอุณาโลม มีอยู่องค์เดียว โปรดให้เกล้ากระหม่อมเขียนลงเป็นพระราชลัญจกรรูปไข่เหมือนกัน เกล้ากระหม่อมก็ถ่ายเอาสำเนานั้น พระราชลัญจกรมหาโองการนี้ มีทำไว้ที่นมกลางอกเลาประตูมุก ทั้งที่พระพุทธบาทและวิหารยอดในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทำให้รู้ได้ว่าใช้เป็นตราประจำพระองค์พระเจ้าแผ่นดินในรัชกาลพระเจ้าบรมโกศมาเป็นแน่นอน”


เมื่อ ร.ศ. ๑๒๑ (พ.ศ.๒๔๔๕) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม) ขึ้นไปปราบเงี้ยวก่อการณ์จลาจลที่มณฑลพายัพ

นายร้อยเอกหลวงทวยหาญรักษา (เพิ่ม) ได้ประพันธ์ทำนองนิราศ เรื่อง “รายงานปราบเงี้ยว” กล่าวถึงความนิยมเอาผ้าประเจียดสีขาวยาวประมาณ ๑ ศอก มาทำเป็นเครื่องรางป้องกันภัย โดยรัชกาลที่ ๕ มีพระบรมราชานุญาตให้ทำขึ้นสำหรับแจกแม่ทัพและนายทหารที่ขึ้นไปปราบเงี้ยวในครั้งนั้น


“บอกให้ดูประตูโบสถ์แล้วโปรดเล่า ว่าอกเลาลายสลักประจักษ์แจ้ง
รูปปราสาทสรรค์สร้างอย่าคลางแคลง ที่กลางแว้งงวงเลขาอุณาโลม
เป็นเครื่องกันปืนไฟได้ทุกสิ่ง ต่างเห็นจริงจับใจวิไลโฉม
ต่างนับถือลือพิลึกกันครึกโครม มโนโน้มหน่วงเนื่องเป็นเครื่องราง"


การใช้สัญลักษณ์ “อุณาโลม” ทำผ้ายันต์และผ้าประเจียดก่อนเดินทางไปทำศึก ปรากฏหลักฐานตั้งแต่สงคราม ๙ ทัพ โดยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และสมเด็จฯ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ได้ทำพิธีพุทธาภิเษกผ้ายันต์ที่มีสัญลักษณ์อุณาโลมแจกให้แก่นายทหารให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ทั้งนี้ยังสื่อความหมายแทนสติปัญญาและสัญลักษณ์ของพระพุทธเจ้า

ครั้งรัชกาลที่ ๕ มาอัญเชิญพระพุทธชินราชไปยังกรุงเทพฯ แล้วเกิดเหตุการณ์จนเปลี่ยนพระราชหฤทัย ความศรัทธาของชาวบ้านที่มีต่อพระพุทธชินราชก็เพิ่มมากขึ้น จนถึงขั้น “คนในเมืองมุงชิงทั้งหญิงชาย ผ้าขาวขายดีครันทุกวันมา” เพื่อนำผ้าขาวมาลอกลายอกเลาด้วยวิธีใช้หมึกทาบนลวดลายแล้วนำผ้าขาวทาบลอกลายก็จะได้ลวดลายชัดเจน สำหรับเป็นเครื่องรางที่ระลึกติดตัวกลับไป ด้วยเหตุนี้ทำให้ในชั้นหลังจำเป็นต้องงดเว้นการลอกลายอกเลา เพื่อป้องกันบานประตูมุกชำรุด โดยใช้วิธีแกะพิมพ์แล้วจำลองพิมพ์ขายแก่ผู้ต้องการแทน อีกทั้งเป็นการนำเงินไปบำรุงวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เมืองพิษณุโลกด้วย

พระยาเทพาธิบดี ผู้รั้งตำแหน่งข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลพิษณุโลก ได้เขียนใบบอกรายงาน เรื่อง แจ้งความกระทรวงธรรมการ พแนกสังฆการี ว่าด้วยบัญชีรายได้ของวัด ดังนี้

“...ด้วยขุนประพันธ์เนติวุฒิ ข้าหลวงธรรมการได้ยื่นบาญชีเงิยรายได้ของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เมืองพิศณุโลกจำนวน ๑๒๔ รายเลอียดแจ้งอยู่ในบาญชีที่สอดซองมากราบเรียนพร้อมใบบอกฉบับนี้แล้ว เงินรายนี้ข้าพเจ้าจะได้จัดการฝากพระคลังมณฑลไว้ตามระเบียบ ส่วนการที่จะต้องปฏิสังขรณ์ซ่อมแซมสิ่งได้ในวัดพระศรีรัตนมหาธาตุนั้น เมื่อข้าพเจ้าเห็นสมควรจะบอกขออนุญาตมาครั้งหลัง”

บัญชีรายได้วัดพระศรีรัตนมหาธาตุจำนวนศก ๑๒๔ มีผู้บริจาคทรัพย์จำนวนมาก หนึ่งในรายการนั้น คือ “ค่าปิดอกเลาบานประตูวิหารพระพุทธชินราชตั้งแต่เดือนเมษายนถึงเดือนมีนาคม รวม ๑๒ เดือน เปนเงิน ๒๗๓ บาท ๑๖ อัฐ” อันเป็นสัดส่วนรายได้มากกว่า ๑ ใน ๓ ของปี

โดยใบบอกนำส่งรายการบำรุงวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ตั้งแต่รัตนโกสินทร์ศก ๑๒๓ ถึง ๑๒๙ มีรายละเอียดการบริจาคและรายการปฏิสังขรณ์พระปรางค์ พระพุทธรูปภายในวิหารคด วิหารพระพุทธชินราช ถนน และสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ส่วนหนึ่งมาจากรายได้ที่เกิดจากความศรัทธาของพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ และชาวบ้านที่มีต่อพระพุทธชินราชเป็นอย่างมาก


🌖 ผ้ายันต์และผ้าประเจียด อยู่ในโซนจัดแสดงที่ ๔ เรื่อง ภูษิตศรัทธา : ในนิทรรศการพิเศษ "สยามพัสตราภรณ์พิไล เทิดไท้พระพันปีฯ" ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งแต่วันที่ ๑๒ สิงหาคม - ๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๙
_____
Exquisite Siamese Textiles : A Tribute to Her Majesty Queen Sirikit the Queen Mother at Issara Winitchai Throne Hall, National Museum Bangkok.
August 12, 2026 - October 4, 2026

กรมศิลปากร ขอเชิญร่วมเรียนรู้เรื่องราวของ “ผ้า” ที่มากกว่าผืนผ้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ยังสะท้อนความเชื่อ ศรัทธา และภู...
19/08/2026

กรมศิลปากร ขอเชิญร่วมเรียนรู้เรื่องราวของ “ผ้า” ที่มากกว่าผืนผ้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ยังสะท้อนความเชื่อ ศรัทธา และภูมิปัญญาของผู้คน ผ่านการนำไปใช้ในพิธีกรรมและขนบธรรมเนียมต่าง ๆ อาทิ ผ้าห่อคัมภีร์ ผ้าที่ใช้ประกอบพิธีกรรม เสื้อยันต์ พร้อมทำความเข้าใจความหมาย และความเชื่อที่ซ่อนอยู่ในผืนผ้าแต่ละผืนสะท้อนภูมิปัญญา และความประณีตสืบทอดมาแต่โบราณ

ร่วมรับชมพร้อมกันในรายการไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ในตอน “ภูษิตศรัทธา : ผืนผ้าในความเชื่อ” โดยวิทยากร นางสาวพิมพ์พรรณ ไพบูลย์หวังเจริญ นักอักษรศาสตร์ทรงคุณวุฒิ (ภาษา เอกสารและหนังสือ) และดำเนินรายการโดยนายยุทธนาวรากร แสงอร่าม ภัณฑารักษ์ชำนาญการ จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรมศิลปากร ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๙.๐๐ – ๑๙.๔๕ น. ผ่านช่องทาง Facebook: กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม https://www.facebook.com/FineArtsDept และ Facebook: กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร https://www.facebook.com/prfinearts

#ไขความรู้จากครูกรมศิลป์ #ภูษิตศรัทธา : ผืนผ้าในความเชื่อ #พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร #กรมศิลปากร

ผ้ายกไหมรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕สมบัติของพระยาพฤฒาธิบดี (ปลอด) จางวางกำกับน้ำ กระทรวงมหาดไทย รัชกาลที่ ๕___________...
18/08/2026

ผ้ายกไหม
รัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕
สมบัติของพระยาพฤฒาธิบดี (ปลอด) จางวางกำกับน้ำ กระทรวงมหาดไทย รัชกาลที่ ๕
____________

พระราชพิธีศรีสัจจปานกาลหรือการถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา เป็นพระราชพิธีใหญ่สำหรับแผ่นดินมาตั้งแต่ครั้งโบราณ ไม่มีเวลาเว้นว่าง โดยพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการจะไปพร้อมกันถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม มักจะมีขึ้นในหลายวาระโอกาส คือ

๑. เมื่อพระเจ้าแผ่นดินเสวยราชสมบัติ (ภายหลังพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก) ๒. การถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาของข้าราชการปีละสองครั้ง ๓. มีเหล่าปัจจามิตรเข้ามาสู่พระบรมโพธิสมภาร ๔. เหล่าทหารที่ ต้องถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาประจำทุกเดือน ๕. ที่ปรึกษาราชการในพระองค์เข้ารับตำแหน่งครั้งแรก

โดยผู้กํากับถือน้ำและแจกน้ำในพระอุโบสถ คือ พราหมณ์พฤฒิบาศ พราหมณ์โหรดาจารย์ พระยาผู้กํากับถือน้ำฝ่ายกลาโหมและมหาดไทย

ข้อกำหนดการแต่งกายในการถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา เมื่อครั้งรัชกาลที่ ๑-๓ มีการประกอบพระราชพิธีภายในท้องพระโรง พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เฉพาะพระบรมวงศานุวงศ์ได้มีการกำหนดการแต่งกายตามธรรมเนียม คือ พระบรมวงศานุวงศ์จะทรงผ้าลายอย่างและคาดทรงสะพักสี ส่วนข้าราชการที่ถือน้ำในวัดพระศรีรัตนศาสดารามแล้วกลับเข้ามาถวายบังคมในท้องพระโรงจะเปลี่ยนนุ่งผ้าสองปัก

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๔ ทรงเห็นว่าการประชุมทำสัตยานุสัตย์ เฉพาะพระพักตร์พระมหามณีรัตนปฏิมากร และพระพุทธรูปฉลองพระองค์สมเด็จพระบรมอัยกาธิราช สมเด็จพระชนกนาถทั้งสองพระองค์ ดูเป็นสวัสดิมงคลและพร้อมเรียงกัน ดีกว่าแยกกันอย่างแต่ก่อน จึงได้เสด็จพระราชดำเนินออกวัดพระศรีรัตนศาสดารามตั้งแต่นั้นมา ข้อกำหนดการแต่งกายของพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการที่ต้องไปเข้าร่วมพระราชพิธี จึงต้องนุ่งผ้าขาวเป็นพื้น

ในเดือน ๑๑ ปีระกาตรีศก จุลศักราช ๑๒๒๓ (พ.ศ. ๒๔๐๔) มีการประชุมถือน้ำพระพิพัฒน์ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงทอดพระเนตรเห็นเจ้าต่างกรมบางพระองค์ทรงผ้าไหมดอกขาวไม่มีกรอบไม่มีเชิง และผ้าวิลาศพื้นขาวแต่ทรงคาดฉลองพระองค์ครุยดูไม่งาม จึงได้มีการออกประกาศวางระเบียบให้เจ้านายแต่งพระองค์ในพิธีถือน้ำแลตามเสด็จ ความว่า

“...แต่นี้ไปเมื่อหน้าห้ามมิให้เจ้านายทรงผ้าทรงที่ไม่มีกรอบไม่มีเชิงแล้ว คาดฉลองพระองค์ครุย ฤๅทรงผ้าที่มีกรอบมีเชิง แต่ทรงคาดแพร (ต้นฉบับขาด) วันเสด็จมาถือน้ำ ฤๅแต่งพระองค์เสด็จไปตามเสด็จโดยกระบวรพยุหยาตราทางใดก็ดี ตำบลใดก็ดี อย่าให้แต่งพระองค์ให้ผิดไปดังครั้งนี้ได้เปนอันขาดทีเดียว”

หากมีเจ้านายพระองค์ใดแต่งพระองค์ผิดไปจากประกาศห้าม จะโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานภูษามาลาคอยปรับเบี้ยข้าราชบริพารฯ ที่ไม่ทูลทัดทานเตือนเป็นเงินสามถึงห้าตำลึง

“...ถ้าเจ้านายจะแต่งพระองค์ไปถือน้ำนั้น จะทรงผ้ายกทองพรรณพื้นขาวก็ได้ผ้าลายเกี้ยวพื้นขาวผ้าเขียนทองก็ได้ไม่เขียนก็ได้ ฤๅไม่มีผ้าลายเกี้ยวพื้นก็ให้เอาผ้าเกี้ยวพื้นสีมา เอาผ้าลายอย่างผ้าลายวิลาศพื้นขาวมาดามสีก็ใช้ได้เหมือนกัน แล้วแลทรงคาดฉลองพระองค์ครุยก็จะงามดีไม่มีผู้ใดติเตียนได้”

ข้อกำหนดการแต่งกายในการถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาได้มีการปรับเปลี่ยนและคลี่คลายลงมาในสมัยรัชการที่ ๕

“...เมื่อแรกๆ เสด็จพระราชดําเนินออกถือน้ำวัดพระแก้ว เจ้านายทรงผ้าลายพื้นขาวเขียนทองบ้าง ลายเปล่าบ้าง ยกท้องขาวเชิงชายบ้าง ฉลองพระองค์กระบอกผ้าขาวตามธรรมเนียม คาดฉลองพระองค์ครุย ภายหลังมาจะราวปีรกาตรีศก ฤๅปีจอจัตวาศกจึงโปรดให้เจ้านายต่างกรมทรงฉลองพระองค์ผ้าปักทองแล่งเย็บเปนรูปเสื้อกระบอก ใช้มาจนตลอดรัชกาลที่ ๔ แลในแผ่นดินประจุบันนี้ (รัชกาลที่ ๕) ตอนแรกๆ ได้เปลี่ยนเปนเยียรบับขาว ข้าราชการนั้นนุ่งสองปักท้องขาวเชิงกรวย สวมเสื้อผ้าขาวคาดเสื้อครุยเสมอมาจนประจุบันนี้ เปนแต่เปลี่ยนรูปเสื้อไปตามกาลเวลา”

โดยคุณท้าวข้าบริพารฝ่ายในนุ่งผ้าม่วงพื้นขาว ห่มแพรชั้นในและผ้าปักทองแล่งชั้นนอก ส่วนภรรยาข้าราชการต่างๆ ที่ต้องถือน้ำจะนุ่งขาวห่มขาว แต่ภรรยาน้อยที่ตามมาแต่งด้วยการห่มสีสัน อีกทั้งมีการประกวดประชันกันด้วยเครื่องยศที่ได้รับพระราชทานไปตั้งตรงหน้าที่นั่งในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม อันเป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบการแต่งกายตามยุคสมัย


* ตำแหน่งพระยากำกับถือน้ำมีขึ้นในรัชกาลที่ ๔ ประกอบด้วย พระยาวิเศษสัจธาดา สังกัดฝ่ายกลาโหม และพระยาพฤฒาธิบดี สังกัดฝ่ายมหาดไทย ต่อมาในรัชกาลที่ ๕ ได้เพิ่มเติมพระยาจิรายุมนตรี และพระยาวจีสัตยารักษ์ ขึ้นอีก ๒ ตำแหน่ง

** “ผ้ายก” ใช้สำหรับพระราชทานเป็นบำเหน็จความชอบแก่ขุนนาง และพระบรมวงศานุวงศ์ มีรูปแบบเป็น “ผ้าหลวง” เครื่องแบบของข้าราชการตามตำแหน่งหรือ “ผ้าเบี้ยหวัดรายปี” ในบางครั้งได้พระราชทานเป็นเครื่องบรรณาการไปยังผู้ปกครองหรือประมุขประเทศต่างๆ เพื่อเจริญสัมพันธไมตรี

โดยราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๖ วันที่ ๒๔ กันยายน ร.ศ. ๑๑๘ ได้มีการกล่าวถึงการพระราชทานผ้าแพรพรรณให้กับเหล่าข้าราชการต่างๆ เรื่อง จำนวนข้าราชการผู้สูงอายุที่ได้รับพระราชทานเงินตราแลผ้าแพรพรรณในการเฉลิมพระชนม์พรรษา ซึ่งปรากฏรายชื่อ “พระยาพฤฒาธิบดี อายุ ๗๕” นั้นด้วย


🪡 ผ้ายกไหมผืนนี้ อยู่ในโซนจัดแสดงที่ ๓ เรื่อง ชาติพันธุ์ภูษาภรณ์ : ในนิทรรศการพิเศษ "สยามพัสตราภรณ์พิไล เทิดไท้พระพันปีฯ" ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งแต่วันที่ ๑๒ สิงหาคม - ๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๙

_____

Exquisite Siamese Textiles : A Tribute to Her Majesty Queen Sirikit the Queen Mother at Issara Winitchai Throne Hall, National Museum Bangkok.
August 12, 2026 - October 4, 2026

🌞Special Exhibitionหลายท่านที่เข้ามาศึกษาดูงาน ณ คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในช่วงนี้ อาจจะได้เห็นบรรยากาศที่แปลกตาไปค...
17/08/2026

🌞Special Exhibition

หลายท่านที่เข้ามาศึกษาดูงาน ณ คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในช่วงนี้ อาจจะได้เห็นบรรยากาศที่แปลกตาไป


คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ได้นำโบราณวัตถุหมุนเวียนไปจัดแสดงในนิทรรศการพิเศษ "สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพและศาสตราจารย์ ยอช เซเดส์: จุดบรรจบแห่งองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ราชอาณาจักรสยาม" ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ณ อาคารถาวรวัตถุ (ตึกแดง) ถนนหน้าพระธาตุ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร


🌷ปัจจุบันนิทรรศการดังกล่าวได้นำมาจัดแสดง ณ ห้องโถง อาคารคลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พร้อมกับโบราณวัตถุบางส่วนที่เก็บรักษาภายในห้องคลัง สำหรับประชาชนที่สนใจและพลาดชมนิทรรศการที่ผ่านมา


⌚️เปิดทำการในวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 09.00 น. - 16.30 น. (เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)

ที่อยู่

ต. คลองห้า อ. คลองหลวง
คลองหลวง
12120

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6629027835

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Central Storage of National Museums : คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง Central Storage of National Museums : คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ:

ทางลัด

แชร์