วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า

วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า, หน่วยงานราชการ, 120 หมู่ 3 ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ ถ. แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่, กรุงเทพมหานคร.

จากมหาอุทกภัยหาดใหญ่ พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมาก่อให้เกิดการตั้งคำถามถึง “อำนาจ” และ “ศักยภาพ” ของท้องถิ่นไทยในการรับ...
04/06/2026

จากมหาอุทกภัยหาดใหญ่ พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมาก่อให้เกิดการตั้งคำถามถึง “อำนาจ” และ “ศักยภาพ” ของท้องถิ่นไทยในการรับมือวิกฤตพื้นที่เสี่ยงภัย 🌧️🌊
วิกฤตน้ำท่วมใหญ่ที่หาดใหญ่เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา เป็นประจักษ์พยานที่ชัดเจนว่าความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศได้ทวีความรุนแรงจนเกินกว่าเครื่องมือตั้งรับแบบเดิมจะรับไหว การจัดการภัยพิบัติจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการรอรับความช่วยเหลือจากส่วนกลาง แต่คือความท้าทายในการบริหารจัดการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องก้าวขึ้นมาเป็นกลไกหลักในการกำกับดูแลพื้นที่เสี่ยงและตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ตามบริบทของพื้นที่
📗หนังสือ "คู่มือการจัดการอุทกภัย สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น" โดยวิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า เล่มนี้เป็นการสังเคราะห์องค์ความรู้จากหนังสือของอาจารย์ ทวิดา กมลเวชช และ อาจารย์ เสรี ศุภราทิตย์ ซึ่งนำเสนอทางออกผ่านกระบวนทัศน์การกระจายอำนาจและการเสริมสร้างศักยภาพของท้องถิ่นได้อย่างแหลมคม
🖌️ประเด็นสำคัญที่ทำให้หนังสือเล่มนี้โดดเด่น:
🔍เปลี่ยนกระบวนทัศน์จาก “รอสั่งการ” สู่ “การจัดการเชิงพื้นที่”: หนังสือชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการกระจายอำนาจที่แท้จริง เพื่อให้ท้องถิ่นมีขีดความสามารถและอำนาจการตัดสินใจในการบริหารจัดการความเสี่ยง ผ่านการวิเคราะห์ด้วยสมการความเสี่ยง 4 มิติ (H-E-V-C Framework) ได้แก่ ภัย ความล่อแหลม ความเปราะบาง และศักยภาพในการรับมือ
🏢ผังเมืองคือแนวป้องกันด่านหน้า: อธิบายความสำคัญของการใช้ข้อมูลความเสี่ยงเป็นฐานในการวางผังเมือง (Risk-informed planning) ซึ่งช่วยลดการเปิดรับความเสี่ยงของชุมชนและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ
💰เจาะลึกข้อกฎหมายและงบประมาณฉุกเฉิน: อธิบายโครงสร้างอำนาจตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 รวมไปถึงหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดรองราชการฯ พ.ศ. 2569 เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดทางระบบราชการ ให้ท้องถิ่นสามารถนำงบประมาณมาใช้ดูแลประชาชนได้อย่างคล่องตัวและโปร่งใส
🔧ถอดรหัสความสำเร็จ “ยะลาโมเดล”: นำเสนอบทเรียนจากเทศบาลนครยะลาที่ใช้ข้อมูลนำนโยบาย (Data-Driven Policy) และพัฒนาระบบข้อมูลเรียลไทม์ในระดับพื้นที่ ทำให้เห็นภาพการบริหารจัดการลุ่มน้ำและการจัดการภัยพิบัติแบบบูรณาการที่ตอบโจทย์บริบทเฉพาะพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผลงานชิ้นนี้ไม่เพียงแต่เป็นคู่มือปฏิบัติการที่เข้าใจง่ายสำหรับคนทำงานท้องถิ่น แต่ยังมีความลุ่มลึกในเชิงวิชาการที่เหมาะสำหรับใช้เป็นฐานข้อมูลในการศึกษาวิจัยเพื่อต่อยอดนโยบายสาธารณะและการพัฒนาเชิงพื้นที่ ขอแนะนำว่าไม่ควรพลาดคู่มือเล่มนี้

หนังสือ "คู่มือการจัดการอุทกภัย สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น"
https://kpi-lib.com/flippdf/kpiebook69026/kpiebook69026.html

#การบริหารจัดการท้องถิ่น
#การกระจายอำนาจ
#น้ำท่วมหาดใหญ่2568
#การพัฒนาเชิงพื้นที่
#นโยบายสาธารณะ
#วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น
#สถาบันพระปกเกล้า

🟩หลักสูตรการบริหารงานพัฒนาท้องถิ่นที่ยั่งยืน รุ่นที่ 7 (ปบถ. 7) โดย วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า จัดก...
27/05/2026

🟩หลักสูตรการบริหารงานพัฒนาท้องถิ่นที่ยั่งยืน รุ่นที่ 7 (ปบถ. 7)
โดย วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า จัดการศึกษาอบรมระยะสั้นร่วมกับสถาบันวิชาการระดับประเทศของฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ และฟินแลนด์ ให้กับนักศึกษาหลักสูตร ปบถ. 7 ในประเด็นต่อไปนี้

1. ประเทศฝรั่งเศส ร่วมกับ สถาบันบริการสาธารณะแห่งชาติ (The National Institute of Public Service : INSP) ประเด็นการจัดการเมือง (Urban Management) 🏙
เนื้อหาโดย นางสาวน้ำผึ้ง จิ๋วปัญญา

2. ประเทศเนเธอร์แลนด์ ร่วมกับ The Hague Academy for Local Governance (THA) ประเด็นความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม เมืองอัจฉริยะ และภาวะผู้นำเชิงเปลี่ยนแปลง (Environmental Sustainability, Smart & Sustainable Cities, Leadership Transformation) 🖼
เนื้อหาโดย นางสาวอภิวรรณ ซักเซ็ค

3. ประเทศฟินแลนด์ ร่วมกับ Aalto University Executive Education and Professional Development (Aalto EE) ประเด็นการพัฒนาเมือง (Urban Development) 🌆
เนื้อหาโดย นางสาวอติพร แก้วเปีย

🔶หลักสูตร ปบถ. 7 ถือเป็นหลักสูตรแรกที่เดินทางไปศึกษาอบรมระยะสั้นยังต่างประเทศอย่างเป็นทางการ ซึ่งการฝึกอบรม ประกอบด้วยการศึกษาอบรมในชั้นเรียนและการลงพื้นที่จริง โดยหลังเสร็จสิ้นการฝึกอบรมนักศึกษาจะได้รับเกียรติบัตรรับรอง (Certificate) จากหน่วยงานร่วมจัดเพื่อยืนยันความมุ่งมั่นตั้งใจของนักศึกษาทุกคน

⛰️วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น ได้จัดทำสรุปการศึกษาอบรมจากทั้ง 3 ประเทศในรูปแบบ e-book ไว้เพื่อเผยแพร่เนื้อหาในประเด็นการศึกษาอบรมแต่ละประเทศ รวมถึงสิ่งที่นักศึกษาได้เรียนรู้และความประทับใจจากการศึกษาอบรมในครั้งนี้ ท่านสามารถติดตามสรุปการศึกษาอบรมได้จาก Link ด้านล่างนี้ 👇

1. ประเทศฝรั่งเศส
https://kpi-lib.com/flippdf/TraininginFrance/TraininginFrance.html
2. ประเทศเนเธอร์แลนด์
https://kpi-lib.com/flippdf/TraininginNetherland/TraininginNetherland.html
3. ประเทศฟินแลนด์
https://kpi-lib.com/flippdf/traininginfinland/traininginfinland.html

#ปบถ7
#ศึกษาดูงานต่างประเทศ
#วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น
#สถาบันพระปกเกล้า

🔶หลักสูตรการบริหารงานพัฒนาท้องถิ่นที่ยั่งยืน รุ่นที่ 7 (ปบถ. 7) “Smart and Sustainable Leadership for Local Governance” ...
26/05/2026

🔶หลักสูตรการบริหารงานพัฒนาท้องถิ่นที่ยั่งยืน รุ่นที่ 7 (ปบถ. 7)
“Smart and Sustainable Leadership for Local Governance”

วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า จัดกิจกรรมปัจฉิมนิเทศและพิธีปิดการศึกษาอบรม “หลักสูตรการบริหารงานพัฒนาท้องถิ่นที่ยั่งยืน รุ่นที่ 7 (ปบถ. 7)” ณ ห้องมิตรภาพ โรงแรมลาโค่ เขาใหญ่ - เอ ชาเทรียม คอลเลคชั่น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยมีผู้บริหารสถาบันพระปกเกล้า ประธานกรรมการบริหารหลักสูตรฯ และอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานกลุ่มเชิงปฏิบัติ ให้เกียรติเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

📍 ในการนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ปาฐกถาปิด หัวข้อ "การเมือง การบริหาร และธรรมาภิบาล: ศาสตร์แห่งการคิดอย่างผู้นำ ทำอย่างผู้รับผิดชอบ” โดยท่านเน้นย้ำผู้บริหารท้องถิ่นและผู้นำองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ต้องเป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Change Agent) เปลี่ยนผ่านสู่องค์กรที่บริหารจัดการด้วยธรรมาภิบาลและภูมิทัศน์ใหม่บนความท้าทายต่อองค์การภาครัฐ ได้แก่ การใช้ประโยชน์ AI เพื่อเพิ่มความรวดเร็ว แม่นยำ และยกระดับการทำงานขององค์กร การตัดสินใจบนฐานข้อมูล และการสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้บริหาร บุคลากร และภาคีเครือข่าย อีกทั้งผู้บริหารองค์กรต้องมีความสามารถในการวิเคราะห์ความเสี่ยงและโอกาสในการมองเห็นและการเตรียมตัวรับมือเหตุการณ์วิกฤตที่จะส่งผลกระทบต่อองค์กร (ทฤษฎีแรดเทาและหงส์ดำ) โอกาสนี้ท่านเลขาธิการ ได้ให้เกียรติมอบรางวัล “Smart and Sustainable Star” สำหรับนักศึกษาผู้เสียสละเป็นเจ้าของพื้นที่กรณีศึกษาโครงงานกลุ่ม ผู้ประสานงานกลุ่ม เป็นแบบอย่างที่ดีในการเข้าร่วมการศึกษาอบรม การศึกษาดูงานในประเทศ และทุกกิจกรรมของหลักสูตรฯ
รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ กล่าวปิดการศึกษาอบรม พร้อมแสดงความยินดีกับผู้เข้ารับการศึกษาอบรมทุกท่านที่จะสำเร็จการศึกษาหลักสูตร และให้คำมั่นว่าสถาบันฯ ยินดีที่จะร่วมมือ สนับสนุนหน่วยงานของนักศึกษา ในการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อผลักดันให้การบริหารงานในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ ในประเทศไทยให้ประสบผลสำเร็จ สรรค์สร้างธรรมาภิบาลขึ้นในสังคมอันนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

📍 กิจกรรมปัจฉิมนิเทศในครั้งนี้ ยังได้รับเกียรติจาก ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการบริหารหลักสูตรฯบรรยายในหัวข้อ “การบริหารงานพัฒนาท้องถิ่นอย่างฉลาดและยั่งยืน” ท่านได้แนะแนวทางและคุณลักษณะการเป็นผู้นำท้องถิ่นที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน ได้แก่ การส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วม การบริหารทรัพยากรอย่างยั่งยืน การใช้ข้อมูลและนวัตกรรม การสร้างเครือข่าย การพัฒนาคน และการบริหารองค์กรด้วยความโปร่งใสและธรรมาภิบาล โอกาสนี้ ดร.สุเมธ ได้ให้เกียรติมอบรางวัล “โครงงานกลุ่มเชิงปฏิบัติระดับดีเยี่ยม” ให้กับโครงงานกลุ่มฯ ที่ได้คะแนนสูงสุดที่สามารถแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้จริง ต่อยอดสู่การปฏิบัติงานที่เป็นทางการของท้องถิ่นได้ สามารถเป็นต้นแบบให้ อปท. อื่น ๆ มีความเป็นนวัตกรรมและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และรูปแบบการนำเสนอมีความน่าสนใจ และท่านให้เกียรติมอบอีกหนึ่งรางวัล คือ “a 100% attention” รางวัลสำหรับนักศึกษาผู้มีความมุ่งมั่นเข้าศึกษาอบรมครบ 100% ตลอดการเรียนการสอนในหลักสูตร อีกด้วย
📍 นอกจากนี้ หลักสูตรฯ ยังได้รับเกียรติจาก นายณัฐพงศ์ รอดมี ผู้ช่วยเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า นายภควัต อัจฉริยปัญญา ผู้อำนวยการวิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น (วปท.) รวมทั้งคณะอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานกลุ่มเชิงปฏิบัติ เข้าร่วมในพิธีปิดหลักสูตร ด้วยความชื่นชมและความหวังว่านักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาอบรมในหลักสูตรนี้ จะสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อตัวตนเอง ต่อการพัฒนาท้องถิ่น สังคม และประเทศชาติโดยส่วนรวม

🗞เนื้อหา โดย นางสาวน้ำผึ้ง จิ๋วปัญญา
🖼ภาพ โดย นางสาวสุภาพร มีบุญเปี่ยม
#ปบถ7
#วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น
#สถาบันพระปกเกล้า

#พิธีปัจฉิมนิเทศ

🟩หลักสูตรการบริหารงานพัฒนาท้องถิ่นที่ยั่งยืน รุ่นที่ 7 (ปบถ. 7) โดยวิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า จัดให...
25/05/2026

🟩หลักสูตรการบริหารงานพัฒนาท้องถิ่นที่ยั่งยืน รุ่นที่ 7 (ปบถ. 7)
โดยวิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า จัดให้มีการนำเสนอโครงงานกลุ่มเชิงปฏิบัติของนักศึกษา เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องมิตรภาพ โรงแรมลาโค่ เขาใหญ่ - เอ ชาเทรียม คอลเลคชั่น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา🏡

💫โครงงานกลุ่มเชิงปฏิบัติของนักศึกษาหลักสูตร ปบถ. 7 เป็นกิจกรรมสำคัญในการขับเคลื่อนโครงงานกลุ่มสู่การปฏิบัติในพื้นที่การพัฒนา มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักศึกษาได้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ความสามารถ ความคิดเห็น และประสบการณ์ระหว่างสมาชิกกลุ่ม รวมทั้งมีการเรียนรู้เกี่ยวกับการทำงานกลุ่ม อีกทั้งมีการลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลจริง และนำไปสู่การศึกษาวิเคราะห์ สังเคราะห์อย่างลึกซึ้งจากข้อมูลที่ได้รับในพื้นที่จริง ร่วมกับแนวคิดที่ได้จากการศึกษาอบรมในชั้นเรียน และสามารถออกแบบโครงการ/กิจกรรมให้เป็นนวัตกรรมทางการบริหารงานพัฒนาที่เป็นเลิศและยั่งยืน พร้อมการประเมินผลการปฏิบัติงาน การนำเสนอโครงงานกลุ่มในครั้งนี้ จึงเป็นการประเมินผลสำเร็จของการจัดทำโครงงานกลุ่มของนักศึกษาจำนวน 8 กลุ่มซึ่งแต่ละกลุ่มจัดทำโครงงานตามประเด็นการพัฒนาจำนวน 8 ประเด็น ได้แก่

1. กลุ่มข้าวสวย ประเด็น สุขภาวะ โครงการการบริหารจัดการขยะในโรงเรียนเทศบาล ๑ (บางวัว) พื้นที่ศึกษาเทศบาลตำบลบางวัว อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา

2. กลุ่มข้าวหอม ประเด็น การศึกษา โครงการพัฒนาการเรียนการสอนที่นำไปสู่ความสุขของผู้เรียน: กรณีศึกษาเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา พื้นที่ศึกษาเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา

3. กลุ่มข้าวนึ่ง ประเด็น ผู้สูงอายุ โครงการพัฒนาผู้สูงอายุสู่การเป็นผู้สูงวัยอย่างมีพลังและยังประโยชน์ กรณีศึกษา เทศบาลตำบลโคกตูม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี

4. กลุ่มข้าวปั้น ประเด็น สิ่งแวดล้อม โครงการ “รักษ์แหลมฉบัง” แนวทางการจัดการของเสียต้นทางจากครัวเรือนสู่การฟื้นฟู อนุรักษ์ และพัฒนาสิ่งแวดล้อมคลองบ้านนายั่งยืน: กรณีศึกษาเทศบาลนครแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี

5. กลุ่มข้าวปุ้น ประเด็น พลังงาน โครงการกลยุทธ์ Quick Wins ในการจัดการพลังงานเชิงรุกเพื่อการลดใช้พลังงาน กรณีศึกษาสำนักงานเทศบาลตำบลท่าถ่าน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา

6. กลุ่มข้าวแต๋น ประเด็น ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โครงการการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศองค์การบริหารส่วนตำบลในคลองบางปลากด
อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ

7. กลุ่มข้าวหมาก ประเด็น ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญา โครงการร้อยเรื่องราวชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ศูนย์การเรียนรู้บ้านกลาง เทศบาลตำบลสวนผึ้ง พื้นที่ศึกษาเทศบาลตำบลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี

8. กลุ่มข้าวแช่ ประเด็น เศรษฐกิจสร้างสรรค์ โครงการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์จากผ้าย้อมครามสู่พื้นที่สร้างสรรค์ครามธาตุนาเวง พื้นที่ศึกษาเทศบาลตำบลธาตุนาเวง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร

✍️การนำเสนอโครงงานกลุ่มเชิงปฏิบัติ ได้รับเกียรติจากอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานกลุ่มทั้งแปดกลุ่ม ได้แก่ ศ.ดร.โกวิทย์ พวงงาม,ดร.อรพินท์ สพโชคชัย,ศ.ศศิพัฒน์ ยอดเพชร,ดร.จำเนียร วรรัตน์ชัยพันธุ์,ดร.พิรียุตม์ วรรณพฤกษ์, ดร.ไพบูลย์ โพธิ์สุวรรณ,รศ.ดร.ยงธนิศร์ พิมลเสถียร,รศ.ดร.พีรดร แก้วลาย (ตามลำดับ) และนายภควัต อัจฉริยปัญญา ผอ. วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น เป็นกรรมการในการพิจารณาผลการนำเสนอโครงงานกลุ่มเชิงปฏิบัติ ในครั้งนี้

🔶อย่างไรก็ตามแม้ว่า การจัดทำ การลงพื้นที่และการนำเสนอโครงงานกลุ่มเชิงปฏิบัติ จะเป็นการพัฒนาความรู้และศักยภาพและเป็นเงื่อนไขในการสำเร็จการศึกษาหลักสูตร ปบถ. ของนักศึกษา แต่สิ่งที่วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่นหวังเป็นอย่างยิ่ง คือ ผลผลิต (output) ผลลัพธ์ (outcome) และผลกระทบ (impact) จากการทำโครงงานกลุ่มเชิงปฏิบัติของนักศึกษาทุกกลุ่ม จะเป็นคุณูปการต่อการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพที่มีอยู่แล้วของชุมชนหรือพื้นที่ ให้สามารถนำเทคนิคกระบวนการต่าง ๆ ไปปรับปรุงหรือเพิ่มมูลค่าของสิ่งที่มีอยู่ได้ อีกทั้งสามารถต่อยอดให้มีประโยชน์เพิ่มขึ้นและสร้างรูปแบบ หรือ model ได้ในพื้นที่อื่น ๆ ในวงกว้างต่อไป

🗞 เนื้อหาข่าว โดย นางสาวน้ำผึ้ง จิ๋วปัญญา
🖼ภาพ โดย นางสาวสุภาพร มีบุญเปี่ยม

#วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น

#ปบถ7
#สถาบันพระปกเกล้า

ประกาศรายชื่อนักศึกษา ปกม. 13เชิญผู้สมัครเป็นนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรกฎหมายท้องถิ่น รุ่นที่ 13 (ปกม. 13) ตรวจสอบราย...
20/05/2026

ประกาศรายชื่อนักศึกษา ปกม. 13
เชิญผู้สมัครเป็นนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรกฎหมายท้องถิ่น รุ่นที่ 13 (ปกม. 13) ตรวจสอบรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเป็นนักศึกษา รวมถึงศึกษากำหนดการและรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทางเว็บไซต์ kpi.ac.th/pkm13-announcement หรือคิวอาร์โคดที่ปรากฏบนภาพ
ขอให้ผู้ผ่านการคัดเลือกดำเนินการ…
[1] ยืนยันเข้ารับการศึกษาอบรมหรือสละสิทธิ์ ภายใน 26 พ.ค. 2569
[2] ชำระเงินค่าลงทะเบียนและยืนยันการชำระ ภายใน 3 มิ.ย. 2569
ผ่านทางลิงก์ที่ปรากฏในหน้าเว็บไซต์ข้างต้น
หลักสูตร ปกม. 13 จะจัดพิธีเปิดการศึกษาอบรมและปฐมนิเทศในวันที่ 4-6 มิ.ย. 2569 โดยนักศึกษาทุกท่านต้องเข้าร่วมกิจกรรมนี้
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง
โทร. 0 2141 9566 หรือ 0 2141 9575
#ปกม13
#วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น
#สถานบันพระปกเกล้า

การก่อร่างการปกครองท้องถิ่นไทยของปรีดี พนมยงค์ ในทัศนะของนครินทร์ เมฆไตรรัตน์วันที่ 11 พฤษภาคมของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น “...
11/05/2026

การก่อร่างการปกครองท้องถิ่นไทยของปรีดี พนมยงค์ ในทัศนะของนครินทร์ เมฆไตรรัตน์
วันที่ 11 พฤษภาคมของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น “วันปรีดี พนมยงค์” เนื่องจากตรงกับวันเกิดของปรีดี พนมยงค์ ผู้นำคณะราษฎรสายพลเรือนในการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และรัฐบุรุษอาวุโส เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2443
ปรีดีถือเป็นหนึ่งในบุคคลที่วางรากฐานการปกครองท้องถิ่นและเทศบาลในประเทศไทย อย่างไรก็ดี มีการช่วงชิงการนิยามบทบาทดังกล่าวด้วยข้อมูลอีกชุดว่า แท้จริงแล้วการปกครองท้องถิ่นไทยมี ‘ราก’ มาตั้งแต่ “สมัยสุโขทัย” รวมถึงโครงสร้างของเทศบาลเองก็มีสายสัมพันธ์เชื่อมโยงมาจากระบบสุขาภิบาลสมัยรัชกาลที่ 5 มิได้เพิ่งเกิดมาในยุคของปรีดีแต่อย่างใด
งานเขียนชิ้นนี้จะขอชวนทุกท่านอ่านบทความ “ปรีดี พนมยงค์ กับการปกครองท้องถิ่นไทย” (เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2542) โดยนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ที่ชวนสำรวจปัญหาของข้อถกเถียงดังกล่าว และชี้ให้เห็นความสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่างปรีดีกับการปกครองท้องถิ่นสมัยใหม่ของไทย
นครินทร์เริ่มต้นด้วยข้อเสนอที่ว่า การปกครองท้องถิ่นในรัฐสมัยใหม่จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อรัฐนั้นมีสำนึกเรื่องอำนาจอธิปไตย ดินแดน และประชากรที่ชัดเจน พร้อมทั้งมีสถาบันรัฐบาลกลางที่ลงหลักปักฐานเรียบร้อยแล้ว ซึ่งต่างจากรัฐโบราณที่ปกครองแบบ “ราชาธิราช” ที่ยังไม่มีสำนึกเหล่านี้ปรากฏให้เห็น รวมถึงมีลักษณะการปกครองที่แตกต่างกันในแต่ละเขตอำนาจ
ดังนั้น ความพยายามที่จะลากเส้นเวลาของการปกครองท้องถิ่นไทยว่ามีรากมาจาก “สมัยสุโขทัย/อยุธยา” โดยอ้างว่ามีการจัดระเบียบการบริหารราชการส่วนกลาง ภูมิภาค และท้องถิ่นตั้งแต่สมัยนั้น สำหรับนครินทร์แล้วไม่สามารถทำได้ เนื่องจากรูปแบบของรัฐ แนวคิดเรื่องอํานาจอธิปไตย การจัดองค์กรของรัฐและรัฐบาล การจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และการจัดรูปแบบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ถือเป็นฐานสำคัญของการปกครองท้องถิ่นในปัจจุบัน ยังไม่เกิดขึ้นในสมัยนั้น และไม่มีอะไรที่ต่อยอดมาถึงปัจจุบัน แต่มาปรากฏตัวขึ้นอย่างชัดเจนหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 และการสถาปนาความเป็นรัฐเดี่ยวของไทยแล้ว
จากจุดนี้เอง นครินทร์ได้ชี้ชวนให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างปรีดีกับการปกครองท้องถิ่นไทย ผ่านบทบาทการเป็นผู้วางรากฐานแนวคิด หลักวิชา ภาษา โครงสร้าง และวาทกรรมทางการเมืองที่เกี่ยวข้อง โดยนครินทร์กล่าวว่า ปรีดีคือบุคคลสำคัญที่โอนย้ายแนวคิดและหลักวิชาว่าด้วยความเป็นรัฐเดี่ยว และการแบ่งการจัดองค์กรของรัฐหรือระเบียบบริหารราชการออกเป็นส่วนกลาง ภูมิภาค และท้องถิ่น ตามแนวคิดการรวมอํานาจ (centralization) การแบ่งอํานาจ (deconcentration) และการกระจายอํานาจ (decentralization) มาสู่สังคมไทย ผ่านระบบการศึกษาและระบบภาษา ทั้งภาษาราชการ ภาษากฎหมาย และภาษาวิชาการ ที่มากำหนดกรอบคิดและแนวปฏิบัติต่าง ๆ รวมถึงสถาปนาความเป็นสถาบันของการปกครองท้องถิ่นในประเทศไทย
หนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือการตรากฎหมายเพื่อกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารส่วนกลาง ภูมิภาค และท้องถิ่น ผ่านพระราชบัญญัติระเบียบราชการบริหารแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ. 2476 ที่มีการกำหนดหน่วยบริหารส่วนท้องถิ่นขึ้นอย่างเป็นทางการภายใต้คำว่า “ราชการบริหารส่วนท้องถิ่น” โดยกำหนดให้มีฐานะเป็น “นิติบุคคล” มีลักษณะเป็นทบวงการเมือง
อีกฉบับคือพระราชบัญญัติจัดระเบียบเทศบาล พ.ศ. 2476 ที่นครินทร์ถือเป็นกฎหมายสำคัญที่ประดิษฐ์สร้าง “เทศบาล” ให้เป็นหน่วยท้องถิ่นใหม่ของไทย โดยมีความเป็นสากลตามหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตย แยกตัวจากหน่วยท้องถิ่นธรรมดา รวมถึงตัดขาดจากสายธารสุขาภิบาลที่มีอยู่เดิม โดยนิยามเทศบาลว่าเป็น “การปกครองท้องถิ่น โดยราษฎรในท้องถิ่นนั้น ๆ มีส่วนร่วมเข้าช่วยในการจัดการปกครองท้องถิ่นของตนเอง และอยู่ในความควบคุมของรัฐบาล” แบ่งเป็นเทศบาลตำบล เทศบาลเมือง และเทศบาลนคร มีองค์ประกอบสำคัญคือสภาเทศบาลและคณะเทศมนตรี ที่ “จำลอง” จากรัฐสภาและคณะรัฐมนตรีจากราชการส่วนกลางตามลำดับ โดยปรีดีตั้งเป้าไว้ว่าจะยกระดับตำบลทุกแห่งให้กลายเป็นเทศบาล เพื่อเป็นช่องทางให้ราษฎรในแต่ละท้องถิ่นทำประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองได้อย่างเต็มที่ และเป็นโอกาสในการปลูกฝังระบอบรัฐธรรมนูญให้มั่นคงทั่วราชอาณาจักร
ปรีดียังคิดจัดตั้ง “สหเทศบาล” (ภายหลังเรียก “สหการเทศบาล”) ที่ให้สภาเทศบาลร่วมกันดำเนินงานที่เกี่ยวพันกับเทศบาลมากกว่าหนึ่งแห่ง เสนอเรื่องให้รัฐบาลกลางตราเป็นพระราชบัญญัติ ซึ่งนครินทร์มองว่านี่เป็นการอนุวัตรตามหลักการว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในฐานะนิติบุคคลในการดำเนินงานหรือทำกิจกรรมร่วมกัน
นอกจากนั้นในพระราชบัญญัติจัดระเบียบเทศบาล พ.ศ. 2476 ปรีดียังกำหนดให้มี “สภาจังหวัด” ขึ้นเป็นสภาท้องถิ่นประจำแต่ละจังหวัด ประกอบด้วยสมาชิกจากการเลือกตั้งอำเภอละหนึ่งคนเป็นอย่างต่ำ ทำหน้าที่ตรวจและรายงานงบประมาณของจังหวัด สอบสวนเรื่องทางการคลังของจังหวัด จัดสรรเงินอุดหนุนของรัฐบาลกลางให้เทศบาลในจังหวัด ทำข้อเสนอแนะแก่รัฐบาลเรื่องการเงินการคลัง ภาษี และกิจการทั้งปวงในจังหวัด ตั้งกระทู้ถามกรมการจังหวัด และให้คำปรึกษาปัญหาแก่รัฐบาลเมื่อมีการร้องขอ
สำหรับนครินทร์แล้ว ปฏิบัติการวางรากฐานการปกครองท้องถิ่นไทยและระบบเทศบาลของปรีดีดังที่กล่าวมา แสดงให้เห็น “จุดแข็ง” ทางอุดมคติ อุดมการณ์ และความฝัน ที่ต้องการให้พื้นที่ชนบท (ในขณะนั้น) เปลี่ยนแปลง อีกทั้งยังเป็นนโยบายของปรีดีที่ถูกคัดค้านน้อยที่สุด
อย่างไรก็ตาม นครินทร์ประเมินว่า ปฏิบัติการดังกล่าวไม่ประสบความสำเร็จมากนัก เนื่องจากไม่ถูกนำไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เช่นการจัดตั้งเทศบาลที่เกิดขึ้นน้อยมากช่วงที่ปรีดียังมีบทบาททางการเมือง และหลายเรื่องถูกแก้ไขและครอบงำโดยส่วนกลาง อย่างการให้สภาจังหวัดจัดสรรเงินอุดหนุนให้เทศบาล ที่สุดท้ายก็ถูกนำไปควบคุมและกำกับโดยกระทรวงมหาดไทย ที่ส่งให้รัฐบาลกลางมีอำนาจกำหนดความเป็นอิสระของท้องถิ่นในที่สุด
ในบทความนี้ นครินทร์สรุปว่า ปรีดีคือผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการวางหลักการ แนวคิด รูปแบบ และวาทกรรมว่าด้วยปกครองท้องถิ่นไทย รวมถึงการจัดตั้งระบบเทศบาล ที่โครงสร้างต่าง ๆ ยังได้รับการสืบทอดถึงปัจจุบัน แต่ก็ต้องเผชิญกับข้อจำกัดจากกลไกของรัฐที่มิได้ตอบสนองแนวคิดว่าด้วยการปกครองท้องถิ่นตาม “ความใฝ่ฝันและอุดมคติของปรีดี”
จากข้อสรุปนี้ อาจไม่ใช่ปัญหาใหม่ที่หลายฝ่ายเพิ่งตระหนัก แต่ก็ช่วยย้ำเตือนให้เรายังคงสำรวจเรือนร่างของปัญหาการกระจายอำนาจการปกครองท้องถิ่นไทยในปัจจุบัน เพื่อนำไปต่อยอดหาวิธีคลี่คลายปัญหาดังกล่าวต่อไป
อ่านบทความ “ปรีดี พนมยงค์ กับการปกครองท้องถิ่นไทย” ฉบับเต็มได้ทาง pridi.or.th/th/content/2020/09/406
เรื่อง: พงศ์ปรีดา ลิ้มวัฒนะกุล
ภาพ: สถาบันปรีดี พนมยงค์
#วันปรีดี
#ปรีดีพนมยงค์
#เทศบาล
#การปกครองท้องถิ่นไทย
#นครินทร์เมฆไตรรัตน์
#วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น
#สถาบันพระปกเกล้า

📣ประกาศเปลี่ยนแปลงกำหนดการ การเรียนการสอน หลักสูตรวุฒิบัตรการเสริมสร้างธรรมาภิบาลท้องถิ่น รุ่นที่ 4ตามที่สถาบันฯ กำหนดให...
07/05/2026

📣ประกาศเปลี่ยนแปลงกำหนดการ การเรียนการสอน
หลักสูตรวุฒิบัตรการเสริมสร้างธรรมาภิบาลท้องถิ่น รุ่นที่ 4
ตามที่สถาบันฯ กำหนดให้หลักสูตรวุฒิบัตรการเสริมสร้างธรรมาภิบาลท้องถิ่น รุ่นที่ 4
จัดการเรียนการสอน

ระหว่างวันที่ 22-30 มิถุนายน 2569 (9 วันต่อเนื่อง) นั้น
ในการนี้ สถาบันฯ ขอแจ้งว่า จะมีการปรับกำหนดการเรียนการสอนใหม่ จากเดิม 9 วัน ต่อเนื่อง
เป็น 3 ช่วง ๆ ละ 3 วัน ดังนี้
ช่วงที่ 1 : 22-24 มิถุนายน 2569 (จ อ พ)
ช่วงที่ 2 : 28-30 มิถุนายน 2569 (อา จ อ)
ช่วงที่ 3 : 12-14 กรกฎาคม 2569 (อา จ อ)

ทั้งนี้ เพื่อความสมดุลและความยึดหยุ่นในการเข้าศึกษาอบรมในหลักสูตร
ระหว่างการทำงานในตำแหน่งนายก อปท.ของผู้สมัครทุกท่าน กับ การศึกษาอบรมในหลักสูตรฯ
อนึ่ง หากผู้สมัครท่านใด ไม่สามารถเข้ารับการศึกษาอบรมในกำหนดการใหม่ได้
สามารถแจ้งยกเลิกการสมัครฯ ก่อนการพิจารณาคัดเลือกได้ตั้งแต่บัดนี้
ถึง วันที่ 15 พฤษภาคม 2569

ที่หมายเลข 0 2141 9576 , 0 2141 9575
หรือ อีเมล [email protected]

สามารถดาวน์โหลดกำหนดการใหม่ได้ที่ 👉 https://kpi.ac.th/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%944/

🗓 ไทม์ไลน์เลือกตั้ง กทม. - เมืองพัทยา ’69 🗓อย่างที่ทราบกันดี ปี พ.ศ. 2569 นี้ เรามีการเลือกตั้งท้องถิ่น 2 สนามด้วยกัน สน...
07/05/2026

🗓 ไทม์ไลน์เลือกตั้ง กทม. - เมืองพัทยา ’69 🗓
อย่างที่ทราบกันดี ปี พ.ศ. 2569 นี้ เรามีการเลือกตั้งท้องถิ่น 2 สนามด้วยกัน สนามแรกคือการเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วประเทศเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา คราวนี้ถึงคิวสนามที่สอง ที่แม้จะเกิดขึ้นแค่ในสองพื้นที่ แต่ก็เป็นพื้นที่สำคัญทั้งในมิติของเมืองหลวงและเมืองท่องเที่ยว นั่นก็คือ กรุงเทพมหานคร (กทม.) และเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ที่จะมีขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายนนี้
เพื่อเป็นการต้อนรับและสร้างความเข้าใจในกระบวนการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ วิทยาลัยจึงขอชวนทุกท่านมาสำรวจไทม์ไลน์เหตุการณ์สำคัญที่จะเกิดขึ้น พร้อมเสริมด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ จากพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (จากนี้จะเรียกว่า พ.ร.บ.) ที่ถือเป็นกฎหมายสำคัญในการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศ กัน
[[ไทม์ไลน์นี้เป็นไปตามแผนการจัดการเลือกตั้งตามมติ กกต. เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2569]]
👋 21 พฤษภาคม 2569 : ผู้ว่าราชการ กทม. นายกเมืองพัทยา สภา กทม. และสภาเมืองพัทยา ครบวาระ
การเลือกตั้ง กทม. และเมืองพัทยา ปี พ.ศ. 2569 นี้ จะเป็นการเลือกตั้งผู้ว่าราชการ กทม. นายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาของทั้ง กทม. และเมืองพัทยา แทนผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2565 และครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 โดยการเลือกตั้งนี้เป็นไปตามที่มาตรา 11 ของ พ.ร.บ. กำหนดว่า เมื่อสมาชิกสภาและผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นครบวาระแล้ว จะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งภายใน 45 วันนับแต่วันที่ครบวาระ
📣 23 พฤษภาคม 2569 : ประกาศให้มีการเลือกตั้ง
หลังจากผู้ว่าราชการ กทม. นายกเมืองพัทยา สภา กทม. และสภาเมืองพัทยา ครบวาระการดำรงตำแหน่งแล้ว ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำ กทม. และเมืองพัทยา จะต้องประกาศให้มีการเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 30 วัน ตามบทบัญญัติและกรอบเวลาที่กำหนดไว้ในมาตรา 12 ของ พ.ร.บ. ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ กกต. ได้กำหนดวันที่ 23 พ.ค. 2569 เป็นวันประกาศ
✍ 28 พฤษภาคม - 1 มิถุนายน 2569 : รับสมัครผู้รับเลือกตั้ง
กำหนดการนี้เป็นไปตามมาตรา 12 ของ พ.ร.บ. ที่กำหนดให้เริ่มรับสมัครผู้รับเลือกตั้งไม่เกิน 10 วันนับแต่วันประกาศให้มีการเลือกตั้ง และต้องกำหนดวันรับสมัครไม่น้อยกว่า 5 วัน โดยการเลือกตั้ง กทม. และเมืองพัทยาครั้งนี้ได้กำหนดวันที่ 28 พ.ค. - 1 มิ.ย. 2569 เป็นวันรับสมัคร
☑ 2-8 มิถุนายน 2569 : ตรวจสอบคุณสมบัติและประกาศรายชื่อผู้สมัคร
หลังจากรับสมัครผู้รับเลือกตั้งตามกรอบเวลาที่กำหนดแล้ว ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำ กทม. และเมืองพัทยาจะตรวจสอบความถูกต้องและสิทธิในการสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัครแต่ละคน จากนั้นจะประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัครที่ผ่านการตรวจสอบภายใน 7 วัน นับแต่วันปิดรับสมัคร ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 52 ของ พ.ร.บ. ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้จะตรงกับวันที่ 2-8 มิถุนายน 2569
🗳 28 มิถุนายน 2569 : เลือกตั้งผู้ว่าราชการ กทม. นายกเมืองพัทยา สภา กทม. และสภาเมืองพัทยา
=====
🙅‍♂ สำหรับผู้ที่ไม่สามารถไปเลือกตั้ง 🙅
สามารถแจ้งเหตุไม่ไปเลือกตั้งได้ในวันที่ 21-27 มิถุนายน และ 29 มิถุนายน - 5 กรกฎาคม 2569
กำหนดการดังกล่าวเป็นไปตามมาตรา 40 ของ พ.ร.บ. ที่กำหนดให้ผู้ที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาและผู้บริหารท้องถิ่นได้เนื่องจากมีเหตุอันควร เช่น มีกิจธุระจำเป็นเร่งด่วน เจ็บป่วย เป็นผู้พิการหรือสูงอายุที่ไม่สามารถเดินทางไปเลือกตั้งได้ ฯลฯ ให้แจ้งเหตุดังกล่าวต่อ กกต. ตามช่องทางที่กำหนด ภายใน 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง ซึ่งตรงกับวันที่ 21-27 มิถุนายน 2569 หรือ 7 วันหลังวันเลือกตั้ง ซึ่งตรงกับวันที่ 29 มิถุนายน - 5 กรกฎาคม 2569
=====
🏆 วันประกาศผลการเลือกตั้ง 🏆
ภายใน 28 กรกฎาคม หรือ 27 สิงหาคม 2569
เหตุที่มีช่วงเวลาการประกาศผลการเลือกตั้ง 2 ช่วงนั้น เนื่องมาจากมาตรา 17 ของ พ.ร.บ. ได้กำหนดการประกาศผลไว้สองกรณี ดังนี้
กรณีแรก - หาก กกต. ตรวจสอบผลการเลือกตั้งเบื้องต้นแล้ว ไม่พบการทุจริตและเป็นไปด้วยความเที่ยงธรรม พ.ร.บ. กำหนดให้ กกต. ประกาศผลการเลือกตั้งได้ภายใน 30 วันนับแต่วันเลือกตั้ง ซึ่งจะตรงกับวันที่ 29 มิถุนายน - 28 กรกฎาคม 2569
กรณีที่สอง - หาก กกต. ตรวจสอบผลการเลือกตั้งแล้ว เชื่อได้ว่ามีการทุจริต ไม่เที่ยงธรรม พ.ร.บ. กำหนดให้ กกต. สืบสวนหรือไต่สวนเหตุทุจริตนั้นให้แล้วเสร็จ แล้วประกาศผลการเลือกตั้ง หรือจัดการเลือกตั้งใหม่ รวมถึงดำเนินการอื่นที่จำเป็นโดยเร็ว แต่ต้องไม่ช้ากว่า 60 วันนับแต่วันเลือกตั้ง ดังนั้น วันสุดท้ายของการประกาศผลการเลือกตั้งในกรณีนี้ จะตรงกับวันที่ 27 สิงหาคม 2569
เรื่องและภาพ: พงศ์ปรีดา ลิ้มวัฒนะกุล
แหล่งข้อมูล:
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง. (2567). พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และระเบียบ ประกาศ ที่เกี่ยวข้อง. สืบค้นเมื่อ 6 พฤษภาคม 2569, จากhttps://www.ect.go.th/web-upload/1xff0d34e409a13ef56eea54c52a291126/m_document/2162/30298/file_download/eaeb1c21a556b0f8da600d38f5a2ffcf.pdf

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง. (2569). กกต. เห็นชอบแผนการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภาเมืองพัทยา และนายกเมืองพัทยา กรณีดำรงตำแหน่งครบวาระ. สืบค้นเมื่อ 6 พฤษภาคม 2569, จาก https://www.ect.go.th/ect_th/th/db_119_ect_th_cms_1/8272
#เลือกตั้งกทม69
#เลือกตั้งพัทยา69
#กรุงเทพมหานคร
#เมืองพัทยา
#วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น
#สถาบันพระปกเกล้า

❇️หลักสูตรการเสริมสร้างธรรมาภิบาลท้องถิ่น รุ่นที่ 3 (วธท.3)โดยวิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้านำคณะนักศึก...
05/05/2026

❇️หลักสูตรการเสริมสร้างธรรมาภิบาลท้องถิ่น รุ่นที่ 3 (วธท.3)
โดยวิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า
นำคณะนักศึกษา ศึกษาดูงานนอกสถานที่ ในวันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา …

โดยมี นายภควัต อัจฉริยปัญญา ผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ พร้อมด้วย
ดร.อรพินท์ สพโชคชัย กรรมการบริหารหลักสูตรฯ และคณาจารย์ร่วมเป็นผู้นำคณะศึกษาดูงาน
🌞 ช่วงเช้า รับฟังการบรรยายในประเด็น “ธรรมาภิบาลกับภารกิจท้องถิ่นในสังคมสูงอายุ (Aged Society)”
ณ ศูนย์การแพทย์และฟื้นฟูบึงยี่โถ จ.ปทุมธานี
โดยได้รับเกียรติจาก นายรังสรรค์ นันทกาวงศ์ นายกเทศมนตรีเมืองบึงยี่โถ ในการบรรยาย
และได้รับการต้อนรับจากคณะผู้บริหารจาก ทม.บึงยี่โถอีกด้วย
ท่านนายกฯ กล่าวว่า อัตราการเกิดในพื้นที่ ทม.บึงยี่โถ มีน้อย หรือแม้แต่ท้องถิ่นต่าง ๆ ในประเทศไทย ก็มีจำนวนประชากรผู้สูงอายุมากกว่า 20% ทม.บึงยี่โถ มีการยึดมั่นและใช้หลักธรรมาภิบาล คือการสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาให้กับประชาชนในท้องถิ่น ทำเพื่อความสุขของประชาชน การจัดตั้งศูนย์การแพทย์คำนึงความคุ้มค่า โดยมีการระดมความคิดกับคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ เพื่อจะจัดทำการบริการด้านสาธารณสุขอย่างไรให้ประชาชนรู้สึกมั่นใจ มีความสะดวกในการรับบริการ โดยในศูนย์การแพทย์ฯ มีการให้บริการหลายด้าน ได้แก่ คลีนิกตรวจรักษาโรคทั่วไปฉุกเฉิน ทันตกรรม กายภาพบำบัด แพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน มีผู้ใช้บริการประมาณ 200 คน/วัน รวมถึงมีศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อฟื้นฟูสุขภาพให้กับผู้สูงอายุ พร้อมทั้งมีการจัดทำโครงการ Dementia Caf ณ ร้านกาแฟชายทุ่ง โดยโครงการมีกิจกรรมให้ผู้สูงอายุได้ร่วมกันทำกิจกรรม เพื่อป้องกันภาวะสมองจำเสื่อม มีกิจกรรมการออกกำลังกายประจำสัปดาห์
และศูนย์หนังสือ ให้ประชาชนมาใช้บริการทั้งนี้ ทม.บึงยี่โถ ยังได้รับรางวัลธรรมาภิบาล 5 ปีซ้อน
หลังจากการบรรยายจึงพาคณะนักศึกษา นำชมศูนย์การแพทย์ฯ

🌲ช่วงบ่ายถึงเย็น ศึกษาดูงาน ประเด็น
“ ธรรมาภิบาลกับการบริหารการศึกษาท้องถิ่น“
ณ เทศบาลเมืองบางกะดี
โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ธวัชชัย อึ้งอัมพรวิไล นายกเทศมนตรีเมืองบางกะดี ในการบรรยาย
นายกฯ กล่าวว่า ทม.บางกะดี มีแนวคิดในการพัฒนาด้านการศึกษาของเด็กในท้องถิ่น เนื่องจากต้องการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง
นายก ฯ มีวิสัยทัศน์ ที่ต้องการขยายโอกาสในด้านการศึกษา ให้เขียนได้ อ่านออก และยังอยู่ในระบบการศึกษาที่ดี พร้อมได้ริเริ่มโครงการในการจัดค่ายเยาวชนรักถิ่น ผลจากการจัดโครงการทำให้สะท้อนภาพลักษณ์ ของทม.บางกะดี ว่าควรปรับปรุงหรือเพิ่มเติมในการบริการสาธารณะด้านใด และเชิญวิทยากรมาอบรม พร้อมทั้งนำเด็กและเยาวชนไปช่วยเหลือสังคม และจัดตั้งโครงการ CSR เพื่อช่วยเหลือประชาชนในชุมชน และมีการมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนเพื่อการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี จำนวน 20,000 บาท/คน
รวมถึงขยายโอกาสให้ศึกษาต่อในระดับ ปวช.และ ปวส. อีกด้วย มีการจัดการเรียนการสอนห้องเรียนพิเศษ SMECTP เป็นห้องที่ต้องการพัฒนาศักยภาพนักเรียนมากยิ่งขึ้น มีการพัฒนาหลายๆด้าน ทั้งด้านวิชาการ ทักษะการเรียนรู้อารมณ์และสังคม
เพื่อต้องการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
โดยนำแนวคิด ที่ได้จากการศึกษาดูงานในหลักสูตรต่างๆ ของสถาบันพระปกเกล้า
✅ โครงการจัดการเรียนรู้ด้วย Game-Based Learning ได้ถูกนำไปใช้ในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยให้เด็กได้ใช้ความคิด ผ่านการเปิดการ์ดคำ
รวมถึงหลักสูตรบางกะดีน่าอยู่ควบคู่ธรรมาภิบาล โดยให้เยาวชนได้ทราบถึง รู้จักที่มาของการเมืองการปกครองท้องถิ่นในประเทศไทย รวมถึงท่านนายกฯ ให้เกียรติเป็นครูพิเศษอีกด้วย โดยทม.บางกะดี มีสถานศึกษา 3 แห่ง ได้แก่ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก

โรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองบางกะดี ได้รับรางวัลโดดเด่นด้านการศึกษา การประเมินคุณภาพศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 2567

โรงเรียนเทศบาลเมืองบางกะดี โรงเรียนที่ได้รับรางวัลการประเมินโรงเรียนพระราชทาน

พร้อมทั้งพาคณะ นำชมนวัตกรรมรวมถึงผลงานด้านการศึกษาที่โดดเด่น ในโรงเรียนเทศบาลเมืองบางกะดีอีกด้วย

เรื่องและภาพ : สุภาพร มีบุญเปี่ยม

#วธท3
#ปลัดและรองปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
#วปท
#สถาบันพระปกเกล้า

ด่วนๆ...รอไม่ไหวแล้วน้า....เหลืออีก 2 วันเท่านั้น...สำหรับหลักสูตรที่ครบเครื่องและครอบคลุมกฏหมายท้องถิ่นมากที่สุด รีบกดส...
28/04/2026

ด่วนๆ...รอไม่ไหวแล้วน้า....
เหลืออีก 2 วันเท่านั้น...
สำหรับหลักสูตรที่ครบเครื่องและครอบคลุมกฏหมายท้องถิ่นมากที่สุด
รีบกดสมัครก่อนจะหมดเขต!!!

👌รับจำกัด 80 ท่านเท่านั้น

🙏สมัครออนไลน์ทาง kpi.ac.th/pkm13
ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2569
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมทาง
วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า
0 2141 9575
0 2141 9567
🙏🙏
#กฏหมายท้องถิ่น
#วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น
#สถาบันพระปกเกล้า

ที่อยู่

120 หมู่ 3 ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ ถ. แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่
กรุงเทพมหานคร
10210

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6621419566

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้าผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า:

แชร์