12/06/2026
ในช่วงปลายปี 2568 (2025) รัฐบาลไทยได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการสร้างความหลากหลายและการลงทุนในห่วงโซ่อุปทานแร่สำคัญ (Memorandum of Understanding on Cooperation to Diversify Global Critical Minerals Supply Chains and Promote Investments) กับสหรัฐอเมริกา ซึ่งทำให้หลายภาคส่วนมีความสนใจในห่วงโซ่อุปทานและอุตสาหกรรมแร่สำคัญในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน หรือเป็นที่รู้จักกันว่าแร่เปลี่ยนผ่าน (Critical Energy Transition Mineral: CETM) ซึ่งรวมถึงธาตุแรร์เอิร์ธ (Rare Earth Element: REE) ที่เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาด เช่น กังหันลมเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า แผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ เป็นต้น
บันทึกความเข้าใจดังกล่าวเปิดโอกาสให้สหรัฐอเมริกาเข้ามาลงทุนและถ่ายทอดเทคโนโลยีการสกัดธาตุแรร์เอิร์ธในไทย และจะนำพาไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานการผลิตแร่เปลี่ยนผ่านในอนาคตอันใกล้ ซึ่งสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป (European Union: EU) กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วอื่น ๆ ได้มีการลงนามความตกลงในลักษณะคล้ายกันกับประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ ที่มีทรัพยากรดิบของแร่เปลี่ยนผ่านด้วยเช่นกัน อนึ่ง ไทยและประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ ควรใช้โอกาสนี้ในการเสริมสร้างขีดความสามารถทางการผลิต กระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ และเร่งการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เพื่อมุ่งไปสู่สังคมเศรษฐกิจสีเขียวที่ไม่ปล่อยคาร์บอน (Net Zero) ได้อย่างยั่งยืน
ในการนี้ จดหมายข่าว CPMU News ขอนำเสนอเนื้อหาบางส่วนจากรายงานพิเศษเรื่อง Critical Minerals, Critical Decisions: Industrial Policy for the Energy Transition ของการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UN Trade and Development: UNCTAD) เพื่อนำเสนอบริบทในภาพรวมของห่วงโซ่อุปทานการผลิตแร่เปลี่ยนผ่าน พร้อมทั้งนำเสนอข้อสังเกตุและหลักการในการบริหารทรัพยากรที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์สำหรับประเทศกำลังพัฒนา เพื่อการเปลี่ยนผ่านทางสังคมและเศรษฐกิจที่เป็นธรรมและยั่งยืนต่อทุกภาคส่วนต่อไป
ดาวน์โหลดในรูปแบบ pdf ได้ที่ https://shorturl.at/z63F8