Interstates Bureau for Democracy in Thailand

Interstates Bureau for Democracy in Thailand blogger. I write for educational and pleasure.

ถ้าให้อ่านยุทธวิธียึดครอง กทม.ของพรรคประชาชนเวลานี้ คงบอกได้ว่าใช้สูตร ‘สองขา’ ขาหนึ่งพยายามดันให้กวาด สก.ได้ทั้งหมด หรื...
06/03/2026

ถ้าให้อ่านยุทธวิธียึดครอง กทม.ของพรรคประชาชนเวลานี้ คงบอกได้ว่าใช้สูตร ‘สองขา’ ขาหนึ่งพยายามดันให้กวาด สก.ได้ทั้งหมด หรือเป็นเสียงข้างมากท่วมท้น อีกขาเป็นการยกยอ ‘ชัชชาติ’ ว่าแข็งแกร่ง แม้มีแผลเหวอะเรื่อง ‘ระบบอากง’

วิโรจน์ ลักขณาอดิสร เขียนภาพระบบอากงไว้ว่า ในทีมงานชัชชาติมีสมาชิกอาวุโสประมาณอากงคนหนึ่ง ที่คอยรับมือ สกัดแรงกระแทกจาก สก.กลุ่มหนึ่ง ที่ใช้การควบคุมงบประมาณเป็นเครื่องบีบผู้ว่าฯ ขอต่อรอง “ให้พ่อค้าหรือผู้รับเหมาของ ส.ก.กลุ่มนี้ ได้งาน”

เขาแสดงความเห็นใจชัชชาติที่ “ต้องมาเจอกับอะไรที่ Toxic แบบนี้ตลอดสี่ปี...นั่นก็เป็นเพราะว่า อ.ชัชชาติ ไม่มีทีม ส.ก.เป็นของตัวเอง” แม้นว่าจริงๆ แล้วก็มีน่ะแหละ แต่ต่างคนต่างเดินคู่ขนานกันไป ให้เห็นภาพว่าเป็น “ผู้ว่าฯ อิสระ” ตามโพล

Atukkit Sawangsuk อ่านแผน ปชน.จากปากวิโรจน์ว่า “เข้าเป้า...คือเลือกชัชชาติไม่ว่า แต่ถ้าจะให้ชัชชาติทำงานได้อย่างโปร่งใสมีประสิทธิภาพ ต้องเลือก สก.ส้มทั้ง กทม.เท่านั้น เพราะความเป็นพรรคที่มีจุดยืน มีเอกภาพ...

การกวาด สก.ให้ได้ทั้ง กทม. หรือได้มากที่สุดจนคุมเสียงข้างมากเด็ดขาด คือยุทธศาสตร์เบื้องต้นของส้มอยู่แล้ว เพียงจำเป็นต้องส่ง โจ ชัยวัฒน์ ลงสมัครเพื่อนำทีม สก. นำเสนอไอเดียความคิดให้คนรู้จัก เพื่อปูทาง” ขณะที่ทางชัชชาติพูดไม่ออก

“ไม่รู้จะดิ้นยังไง ถ้าดิ้นก็พลาด เช่นจะไปให้ท้ายพวกห้อยโหน ก็เสียนะ...ยุทธศาสตร์ส้มคือใช้ สก.ล้อมผู้ว่า ถ้าได้จังหวะก็อาจชนะ แต่ไม่ได้จังหวะก็ไม่เป็นไร แล้วใครวะ ดันคิดว่าเอาสุรพลมาจะชนะ” อันนี้น่าจะเป็นเรื่องตกกระไดพลอยโจน

ดังที่ สุรพล นิติไกรพจน์ ตอบทุกข้อกับ สรยุทธ์ สุทัศนะจินดา ว่าเขาเองได้รับทาบทามจากพรรคประชาชนให้ลงสมัครเป็นผู้ว่า “แต่ไม่เอา เพราะเห็นว่าอายุมากเกินไป น่าจะเป็นคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจวิถีชีวิตของคนปัจจุบันมากกว่า”

แม้ตำแหน่งประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ฯ ก็ไม่อยากได้ เสียท่าสรยุทธ์ไม่ได้ถามว่าแล้วทำไมถึงเอาล่ะ แต่กระนั้นรายการสัมภาษณ์ครั้งนี้ คงทำให้ความคลางแคลงใจว่าเขาเปลี่ยนจากการเป็นสมุน คมช.ละหรือ หายไปเยอะ

แล้วยังเห็นความสำคัญว่าเขาช่ำชองเรื่อง กทม. ประสบการณ์เพียบ ช่วยโน้มน้าวคนกรุงเทพฯ ได้อีกว่าถ้าชัชชาติทำงานกับทีม สก.พรรคประชาชน แน่นอนไปโลด ก็อย่างที่เลขาฯ พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ว่าต้องยอมรับไม่มีทางชนะ

“หากเราไม่แสวงหาแนวร่วมที่กว้างขวางขึ้น”

(https://www.facebook.com/khaosod/posts/S6nUsKTycuG, https://www.facebook.com/sorrayuth9115/videos/1654074155877179/ และhttps://www.facebook.com/baitongpost/posts/22vqvc4oFft6)

แฟนคลับร้องยี้กันเป็นแถว เมื่อพรรคประชาชนเปิดตัวประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ผู้ว่า กทม.ถ้าเกิด ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร พลิกล็อ...
06/02/2026

แฟนคลับร้องยี้กันเป็นแถว เมื่อพรรคประชาชนเปิดตัวประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ผู้ว่า กทม.ถ้าเกิด ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร พลิกล็อคชนะ ชัชชาติ สิทธิพันธ์ ขึ้นมา แต่การดึง สุรพล นิติไกรพจน์ เข้ามาร่วมกระบวนการ ‘เปลี่ยนแปลงประเทศ’ ไม่ไหวนะ

“ไม่รู้พรรคส้มคิดอะไร แต่หลายคนรวมทั้งผม บอกตรงๆยังคลางแคลงใจกับท่าที+จุดยืนต่อหลักการประชาธิปไตยของอ.สุรพล อยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะช่วงรัฐประหาร ๒๕๕๗” ติงตรงๆ จาก Tawan Ten เช่นกันกับ Atukkit Sawangsuk

“ยังไงก็ไม่ชนะ ไปดึงสุรพล ม.๗ มาให้คนไขว้เขวเรื่องจุดยืนอีก รู้ละว่าหลายปีมานี้ สุรพลมีท่าทีกลับใจ ‘บ้าง’ วิพากษ์นิติสงครามยุบพรรคตัดสิทธิ แต่ก็ยังไม่เคลียร์หมด ถ้ามองง่ายๆ ในแง่เพิ่มเครดิตคะแนนเสียงก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย”

กระทั่ง Pavin Chachavalpongpun ที่เพิ่งเขียนเชียร์ ‘โจ’ ชัยวัฒน์มาหมาดๆ ยังร้อง “เอิ่ม Sayonara!” ต่อประเด็นเบื้องหลังเกี่ยวกับการที่อดีตอธิการบดี มธ.ท่านนี้ เคยชิดเชิ้อกับคณะรัฐประหาร ไม่ว่าจะเป็นการลู่ลมไปกับ คมช. หรือรับอาณิสงค์ได้เป็น สนช.

ข้อดีที่ พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรค ‘ยกยอ’ กลายเป็น ‘irrelevant’ ไร้ความหมาย ฟังไม่ขึ้นไปเสียแล้ว แม้ “มีส่วนให้คำปรึกษากฎหมายหลายฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับการกระจายอำนาจและการจัดระเบียบบริหารราชการ กทม.”

ทั้งที่อ้างได้ว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของการจัดตั้งทีมงาน กทม.ของพรรคประชาชนที่หลากหลาย ครอบคลุมสาขาอาชีพต่างๆ ถ้วนทั่ว ดัง เลขาฯ พรรคยกตัวอย่างการเปิดตัวทีมบริหารไปแล้ว ๗ คน รวมถึง ศ.อมร พิมานมาศ ด้านวิศวกรรม และ ไพโรจน์ บุญสิริคำไชย ด้านแพทย์

หรือที่ สหัสชัย อนันตเมฆ เอ่ยถึงไว้บนเพจของนายแบกเพื่อไทยรายหนึ่ง ว่า “ถ้าจำไม่ผิด เคยเป็นประธานบอร์ดกรุงเทพธนาคม ที่คุมงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างของ กทม.ทั้งหมดหลายพันล้าน กรุงเทพธนาคมเคยมีประเด็นเรื่อง ไม่สามารถตรวจสอบสัญญาการจัดซื้อจัดจ้างได้”

แต่ปัญหาก่อกวนให้เกิดความยี้ มันไปไกลกว่าการตั้งคนโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ อย่างที่ Valve Marasri คุ้ยขึ้นมาอีก “พรรคประชาชนไม่เคยสอบถามสมาชิกหรือแม้แต่ผู้สมัครในกระบวนการเลือกตั้ง...ที่ผ่านมาก็เป็นอย่างนี้มาโดยตลอด

คำกล่าวว่า 'คนใหญ่กว่าพรรค' มันถูกพิสูจน์ให้เห็นมาหลายครั้งหลายคราว่า อาจจะยังนะ” ข้อกล่าวหา “โปลิสบิวโร” จึงได้หวนมาใหม่ แล้วเสียงรบกวนจาก ‘Sore looser’ อย่าง ‘แก้วตา’ ก็กลับมาเป็น ‘relevant’ ฟังขึ้นจนได้

(https://www.facebook.com/ThePoliticsByMatichon/posts/dnYLDPAwy, https://www.facebook.com/valve.marasri/posts/GUwQdczy และ https://www.facebook.com/baitongpost/posts/33xacfETc)

ไทยช่วยไทยพลัส ๖๐/๔๐ วันแรกคนแห่ลงทะเบียนกันตรึม น่าจะหมายความว่าสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนยังฝืดเคือง มีอะไรแจกแถมคว้าไ...
06/01/2026

ไทยช่วยไทยพลัส ๖๐/๔๐ วันแรกคนแห่ลงทะเบียนกันตรึม น่าจะหมายความว่าสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนยังฝืดเคือง มีอะไรแจกแถมคว้าไว้ก่อนแม้จะไม่ถึงร้อย มันตรงกับการอ่านตัวเลขจีดีพีล่าสุด ที่ว่าดีเกินคาดนั้นไม่ใช่

อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ เขียนบนหน้าเฟชบุ๊คของเขาว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกปีนี้เติบโต ๒.๘% สวยแต่ตัวเลข ในความเป็นจริงชาวบ้านไม่ได้รู้สึกตามนั้นเลยสักนิด “เศรษฐกิจฝืดเคืองมานานแล้ว ตั้งแต่ก่อนมีปัญหาวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซด้วยซ้ำ”

เขาว่า “ด้วยวิธีการนับ GDP แบบปัจจุบัน มัน ‘พราง’ ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงของประเทศไทยในยุคสมัยนี้” เขาชี้ไปที่ตารางการเติบโต “เกิดจากการลงทุนภาคเอกชน ๑๐.๑% การส่งออกสินค้า/บริการ ๑๒.๖%” ครั้นไปดูภาคเอกชน ด้านอุตสาหกรรมโตเพียง ๐.๙%

การเติบโตด้านการค้า ขนส่ง ก่อสร้าง ตัวเลขดี ๖.๐-๓.๖-๖.๒ ตามลำดับ ก็จริง แต่มันไปกระจุกอยู่ที่ ‘เดต้าเซ็นเตอร์’ “ถ้าแกะดูไส้ในคำขอลงทุนจากกลุ่มธุรกิจ ‘ดิจิทัล’ (นับรวมกลุ่ม Data Center) ในช่วงเวลาเดียวกันสูงถึง ๘.๒ แสนล้านบาท เติบโตถึง ๘๒๓%

แต่ว่า “อุตสาหกรรมเครื่องไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน ยานยนต์ ล้วนแต่ลดลง” แล้วการลงทุนเดต้าเซ็นเตอร์ตกถึงคนไทยส่วนใหญ่หรือไม่ ปรากฏว่า ‘ไม่’ ในเมื่อเงินลงทุนที่ไหลเข้าไปใช้กับการซื้อที่ดิน ค่าก่อสร้างอาคาร “มีจ้างคนไทยก่อสร้างนิดหน่อยเท่านั้น

อุปกรณ์ทั้งหมดใน Data Center นำเข้าจากต่างประเทศ” เปรียบเทียบตัวเลขส่งออกกับนำเข้าต่างกันเยอะ ส่งออก ๑๒.๖% ว่ามากแล้ว “น่าตื่นเต้นกว่าคือตัวเลขนำเข้ากลับสูงยิ่งกว่า เติบโตมากถึง ๒๑.๑%” สรุปได้ว่า “นำเข้าเยอะ ส่งออกเยอะ ผลิตเองน้อย”

เขาชี้อีกว่าการนำเข้ามาจากจีนมากกว่าใครๆ เฉพาะไตรมาสแรกเพิ่มขึ้นถึง ๓๖.๘% สินค้าจากจีนส่วนใหญ่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ อันนี้เติบโตถึง ๙๐.๙% แพ้ก็แต่การนำเข้าวงจรพิมพ์ (printed circuit board หรือ PCB) ถึง ๑๑๙.๗%

เขายังให้ฉายาจีดีพีไทยในปี ๖๙ ด้วยว่าเป็น “ความเปราะบางที่ถูกพรางไว้

(https://www.facebook.com/isriya.paireepairit/posts/aBJ4o4Mpo)

เกิดอะไรขึ้น พรรคประชาชนเลือดไหลอีก สมาชิกพรรคกลุ่มแรงงานพากันลาออกไปอยู่กับรัฐบาล ร่วมงานกับ จุลพันธุ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเ...
05/31/2026

เกิดอะไรขึ้น พรรคประชาชนเลือดไหลอีก สมาชิกพรรคกลุ่มแรงงานพากันลาออกไปอยู่กับรัฐบาล ร่วมงานกับ จุลพันธุ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย แกนนำแรงงานเก่าบางคน เช่น จิตรา คชเดช ตำหนิว่าพวกนี้ไม่เหนียวแน่นในอุดมการณ์

ก็น่าจะมีส่วนละนะ เมื่ออดีตผู้นำแรงงานคนหนึ่ง ตอนนี้ก็วัย ๘๐ แล้ว ออกมากวนกระแสให้เหนียวปึกเข้มข้นทวงถามหาปฏิทิน ของชำร่วย เสื้อกับหมวก “พวกมันลงมติ” ไม่ให้แจกฟรีกันอีกต่อไป พวกเรา (กก.สร.) “จะยืนนิ่งไม่รู้ไม่ชี้ เหมือนสองปีที่แล้วไม่ได้”

อาการอย่างนี้ รักชนก ศรีนอก สส.ปชน.อ่านออก “ที่ผ่านมาเราได้ชี้ประเด็นมาตลอดว่าความพยายามในการทำของต่างๆ หมวก เสื้อ ปฏิทิน มันมีคน ๒ กลุ่มได้ประโยชน์ กลุ่มแรกก็ผู้รับจ้างทำก็ฟาดโครงการไปเหนาะๆ ได้นับเงินทุกปี

กลุ่มที่สองคือคนที่เอาของพวกนี้ไปแจกพวกพ้องกลุ่มก้อนของตัวเอง ไม่ได้แจกโดยขยายเป็นวงกว้าง ผู้ประกันตนจำนวนมากจึงไม่เคยได้ ที่ผ่านมายังไม่เคยเอ่ยชื่อว่าใคร แต่วันนี้มีคนเฉลยเอง” นั่นละ พนัส ไทยล้วน ก็ต้องรับไป

“ปฏิทิน เขาแจกให้ลูกจ้างมาตรา ๓๓ ในโรงงานทุกปี มันงดแล้วเสือกดีใจ เงินสนับสนุนวันแรงงานมันตัดเหลือคนละ ๓๐ บาท” ยุทธศาสตร์ก็คือเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมที่จะมาถึง กก.สร.ของเราทั้ง ๒๘๖ สร.ออกมาช่วยกันให้ถึงแสน

น้อยกว่านั้นถือว่าสอบตก ต้องยอมปล่อยให้กลุ่มก้าวหน้ายึดครองต่อไปอีกสมัย คอยตัดของชำร่วย ของฟรี ที่ทำให้คนแจกอูฟูอย่าง ‘ไอ๊ซ์’ ว่าใช้เงินมือเติบสุรุ่ยสุร่าย แถมสูตร ‘แคร์’ คำนวณสวัสดิการแล้วทำให้กลุ่มเปราะบางได้เพิ่มมากกว่าเดิม

เรื่องพวกนี้จะให้ถึงรายละเอียดต้องฟัง ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี แกนนำกรรมการกลุ่มก้าวหน้าอธิบาย เขาว่างบบริหารระบบประกันสังคมมาจากการหักเงินเก็บสมทบ ซึ่งหักได้สูงสุด ๑๐% หรือ ๒ หมื่นล้านบาท “ทุกวันนี้ประกันสังคมใช้แค่ ๒-๓%”

คือประมาณ ๕ พันล้านบาท “ที่ไม่ต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎร คำถามคือ ถ้างบพวกนี้ไม่ใช้แล้วไปไหน? คำตอบง่ายๆ คือ เอาไปใช้เป็นสิทธิประโยชน์ ทั้งปัจจุบันและอนาคต” ที่ทีมก้าวหน้าบอกว่าเมื่อตัดงบของแจกสุรุ่ยสุร่ายออกไปแล้ว

จะได้เงินเพิ่มสำหรับสิทธิประโยชน์ อีกปีละ ๗๐ ล้านบาทสำหรับปฏิทิน และเงินสะสม ๕ ปีอีก ๔๐๐ ล้านบาทสำหรับของแจกวันแรงงาน ซึ่งเท่ากับวงเงินที่ใช้ในโครงการผ่าฟันคุดทั้งประเทศ หรือเกือบเท่าเงินให้เด็ก ๑ แสนคน คนท้องอีก ๕ หมื่น

ษัษฐรัมย์ลงท้าย “แม้ท่านโพสต์ ดุดัน แต่ท่านไม่ได้เกลียดพวกผมหรอกท่านแค่เกลียดชังความยุติธรรม”

(https://x.com/sustarumT/status/2060700404816789917, https://x.com/MorningNewsTV3/status/2060677607989854409 และ https://www.facebook.com/sorrayuth9115/posts/seDZQLzEAQu)

คราวนี้อธิบดี คราวหน้าอาจเป็นปลัดกระทรวง หรือรัฐมนตรีช่วยฯ ที่ซวยเพราะ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ ก็เป็นได้แล้วละ เมื่อการสั่งย้าย...
05/30/2026

คราวนี้อธิบดี คราวหน้าอาจเป็นปลัดกระทรวง หรือรัฐมนตรีช่วยฯ ที่ซวยเพราะ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ ก็เป็นได้แล้วละ เมื่อการสั่งย้ายข้าราชการระดับสูงที่ไม่ตอบสนองการเมือง ไม่ใช่เรื่องเชือดนิ่มๆ งุบงิมทำได้เงียบๆ อีกต่อไป หลายฝ่ายพร้อมใจกันประโคม

ดังกรณี ทนายอั๋น บุรีรัมย์ ยื่นเรื่องร้องทุกข์ของอดีตปลัดจังหวัดภูเก็ตถูกย้ายเข้ากรุ จากการที่ไปแตะต้องกลุ่มอิทธิพลยึดครอง #หาดบางเทาและบุกรุก #หาดฟรีด้อม แล้วต่อมาตัวอดีตปลัดจังหวัดเปิดเผย ‘แช้ทไลน์’ นายสั่ง “ช่วยน้ำเงินด้วย”

เมื่อเรื่องอื้ออึงมาถึงตัว อธิบดีกรมการปกครองก็ย่อมปฏิเสธอย่างหน้าตาย “ไม่ได้เป็นคนส่งข้อความ” ที่ว่านั้น แล้วยังเถียงคอเป็นเอ็น ๖ ข้อ พอฟังได้สองประเด็น คือข้อความในแช้ทบิดเบือนหลายอย่าง ยังต้องพิสูจน์ทราบ โดยเฉพาะรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง

เรื่องนั้น สมชัย ศรีสุทธิยากร พิสูจน์ให้แล้วเป็นประจักษ์ ว่ามีการคุยกันทางไลน์วันที่ ๑๑ มกรา ส่วนหนึ่งเป็นรายชื่อผู้สมัคร ๓ เขต มีจากพรรคประชาชนอยู่ด้วย ก็ต้องเป็นปี ๒๕๖๙ เพราะการเลือกตั้งก่อนหน้านั้นคือปี ๒๕๖๖ ยังไม่มีพรรคประชาชน

‘เชอร์ล็อค ชัย’ ฟันธง “เมื่อสืบค้น จังหวัดที่มี ๓ เขตเลือกตั้ง และมีชื่อผู้สมัครตรงกับในข้อความคือ จังหวัดภูเก็ต” ไปดูไทม์ไลน์การเลือกตั้งที่ กกต.กำหนดไว้แล้วว่า “มีการประกาศรายชื่ออย่างทางการเมื่อ ๗ มกรา ๖๙” ประเด็นชื่อผู้ส่งแช้ทนั้นก็ไม่ยาก

อักษรสองตัวที่ปรากฏชื่ออธิบดี ตัวแรกมีหัวหันออก “อาจเป็น พ ฟ ห น ท ม” ตัวที่สองมีหางยาวลงล่าง ก็ต้องเป็น ฤ (รึ) หรือ ฦ (รือ) อธิบดีกรมการปกครองชื่อ นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ไม่น่าจะมีอธิบดีกรมอื่นๆ ไหน ชื่อ ‘หฤทัย’ หรอกนะ

ครั้นเมื่ออธิบดีปฏิเสธเสียงแข็ง วิโรจน์ ลักขณาอดิสร พรรค ปชน.จึงให้ความเห้นบ้าง “การที่จะพิสูจน์ว่าใครพูดจริงใครพูดเท็จ นั้นไม่ยากเลย” เพราะแช้ทไลน์สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ผู้เขียนลบของตัวเอง แต่ยังอยู่ในบัญชีผู้รับ

ปัญหาอยู่ที่ว่า “หากแชทปริศนานี้เป็นเรื่องจริง ก็คงจำเป็นต้องมีการร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ให้เข้ามาสืบสวน สอบสวน และพิจารณาชี้มูลความผิด...ว่าแต่ ประชาชนจะมั่นใจได้ว่าอย่างไรว่าองค์การอิสระอย่าง ป.ป.ช. จะยังคงอิสระจาก #ระบอบสีน้ำเงิน”

(https://www.facebook.com/wirojlak/posts/QQ4AjUSwu, https://www.facebook.com/somchaivision/posts/33GAsHJeb และ https://www.facebook.com/Prachatai/posts/9auBgJr7)

ไชยชนก ชิดชอบ ตอบกระทู้ สส.พรรคประชาชน เรื่องโครงการ ๑ พัน ๖ ร้อยล้านบาท ซื้อปัญญาประดิษฐ์แจกประชาชน ๕ ล้านคนให้ใช้กัน ๑...
05/29/2026

ไชยชนก ชิดชอบ ตอบกระทู้ สส.พรรคประชาชน เรื่องโครงการ ๑ พัน ๖ ร้อยล้านบาท ซื้อปัญญาประดิษฐ์แจกประชาชน ๕ ล้านคนให้ใช้กัน ๑ ปี ว่าถ้าใช้ของฟรีที่มีอยู่เกลื่อนกราด “ไม่ตอบโจทย์” ด้านระบบนิเวศประเทศไทย

“การประสานงานบริษัท AI พบว่าไม่สามารถทำโครงการร่วมกับรัฐได้โดยตรง” หรือถ้าประสานได้ก็ “จำเป็นต้องใช้แพลตฟอร์มของบริษัทเอไอนั้นๆ เท่านั้น ทำให้ข้อมูลถูกเก็บไปประมวลผลที่ต่างประเทศ” เอาไว้ใช้พัฒนาทักษะในประเทศไม่ได้

อีกอย่างทำไมต้องจ่ายแพงขนาดนั้น “ผมไม่คิดว่าต้องมาอธิบายคำว่า ‘ฟรี’ กับ ‘โปร’ มีศักยภาพและผลิตผลที่แตกต่างกันขนาดไหน” ส่วนที่ฝ่ายค้านโวยว่ามีความไม่ชอบมาพากลเต็มไปหมด ทำไมในการซื้อครั้งนี้ต้องซื้อผ่านบริษัทตัวกลางด้วย

“ทำไมไม่ซื้อตรงไปที่บริษัทเลย เพราะจะสามารถต่อรองและได้สิทธิประโยชน์” การซื้อผ่านตัวกลางมีส่วนต่างที่ต้องเสียไปให้กับตัวกลาง “มันจำเป็นหรือ” ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ซักรัฐมนตรีดิจิทัล ‘ลูกเทพ’

“แต่ผมเป็นผู้กำหนดนโยบาย” นะ “ผมดูว่าตรงกับนโยบายและเป้าหมายของรัฐบาลหรือไม่ และคุ้มค่ากับงบประมาณแผ่นดินหรือไม่ โครงการที่ทำเฉลี่ย ๒๗ บาทต่อหัวต่อเดือน และมีเลินนิ่งโมเดล จึงถูกกว่าสิงคโปร์กว่า ๒๐ เท่า”

อ้าว ที่เขาถามถึงเป็นกลุ่มบริษัทที่เข้ามาประมูล เป็น ๓ บริษัทเดียวกับที่เข้ามาวางราคากลางไว้ก่อนแล้ว “มีการเสนอราคากันเอง มีการล็อกสเปกไว้ในทีโออาร์ สุดท้ายก็ชนะการประมูล แต่ที่น่าตกใจคือ ราคาที่ชนะการประมูลต่ำกว่าราคากลางที่ตั้งไว้ ๑.๕%”

‘ลูกเทพ’ ตอบฉาดฉานอีก “ใครได้ ผมไม่สน...เรื่องของผม เพราะผมมอบนโยบายให้ประชาชนได้ประโยชน์ ใครประมูลผ่าน ใครรับงานต้องทำตามนโยบาย หากทำไม่ได้ผมต้องจัดการ” รักชนก ศรีนอก สส.ประชาชนอีกคนเอาข้อมูลโครงการมาเปิด

“ความผิดปกติของโครงการ TH-ai passport 1,600 ล้าน แจก AI ลดค่าครองชีพ” คือแจกเอไอแบบโปรให้ใช้กันได้ไม่อั้น “แต่ไม่มีวิธีการคำนวณ token เป็นโครงการที่มูลค่าสูงสุด ตั้งแต่กองทุน DE เคยอนุมัติมา” บริษัทที่ได้โครงการไป

“เชื่อมโยง โมโตจีพี, บิลบอร์ดกระทรวงแรงงาน, โครงการ National Digital Learning Platform ของกระทรวงศึกษา, skill portfolio กระทรวงศึกษาและ อว.” ‘ไอ๊ซ์’ แปะลิ้งค์ข้อมูลต่างๆ ที่รวบรวมมาให้ประชาชนตรวจสอบกันด้วยตัวเอง

(https://drive.google.com/.../1_eCaCh0YMRAXCuM7PiLX49h0DcA, https://www.facebook.com/nanaicez112/posts/uRRKHPw3 และ https://www.facebook.com/suphanat.minchaiynunt/posts/SwVJ5qhb)

พรรคประชาชนสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย เพราะมีเนื้อหาตรงกันอย่างน้อย ๒ อย่าง คือให้การได้มาซึ่ง สสร.จัดให...
05/28/2026

พรรคประชาชนสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย เพราะมีเนื้อหาตรงกันอย่างน้อย ๒ อย่าง คือให้การได้มาซึ่ง สสร.จัดให้ประชาชนมีส่วนร่วม กับไม่เพิ่มสิทธิพิเศษแก่ สว. แต่พรรคประชาชนเองจะยื่น ๒ ร่าง ซึ่งมีเนื้อหาต่างกันแค่ประเด็นเดียว

“เหตุที่ต้องเสนอสองร่างคือ ต้องยอมรับขีดจํากัดทางการเมืองที่เราอยู่ภายใต้คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุว่า รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ยกร่างได้โดยตรง” เท้ง ณัฐพงษ์ และไอติม พริษฐ์ แถลงกรณีที่เดอะ โพลิติคส์ ของมติชนเรียกว่า “ดีลข้ามขั้ว”

หากแต่ ‘ขีดจำกัด’ ที่ว่าเป็นสิ่งที่พรรคประชาชนไม่เห็นด้วย เพราะในร่างเดิมที่พรรคเคยเสนอไว้ก่อนจะมีการยุบสภา ให้ประชาชนเลือก สสร.โดยตรง ซึ่งตรงกับหลักการประชาธิปไตย คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปี ๒๕๖๔ ก็เคยยอมรับว่าเป็นเช่นนั้น

เหตุผลที่อธิบายหลักการนี้ได้ดีที่สุดมาจาก รศ.ดร.ประภาส ปิ่นตบแต่ง สมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงวลี “ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจสูงสุดในการตีความกฎหมาย และคำวินิจฉัยของศาลผูกพันทุกองค์กรของรัฐ” ก็จริง ทว่าจะตีความว่าผูกพันถึงประชาชนด้วยได้หรือ

อจ.ประภาสชี้ว่า ประชาชนมีอำนาจ ‘สถาปนารัฐธรรมนูญ’ อันเป็นอำนาจการเป็นผู้สร้าง รธน. ศาลรัฐธรรมนูญจึงไม่ควรใช้อำนาจของตน “ปิดกั้นช่องทางที่ประชาชนจะใช้อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ” เหมือนกับสำนวนที่ว่า

“ผู้พิพากษาตีความกฎหมาย ไม่ใช่สร้างกฎหมาย” มิฉะนั้น “ถ้าคำวินิจฉัยของศาลผูกพันแม้แต่กระบวนการที่ประชาชนจะสร้างกติกาของตัวเอง เราก็ไม่ได้อยู่ในระบอบที่อำนาจสูงสุดเป็นของปวงชนอีกต่อไป แต่เป็นระบอบที่อำนาจสูงสุดอยู่ที่ศาล”

อจงประภาสบอกด้วยว่า “แม้ในหลายประเทศจะมีแนวคิดว่าการใช้อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญยังต้องเคารพหลักพื้นฐานบางประการของระบอบประชาธิปไตย แต่ก็ไม่ควรตีความไปจนถึงขั้นตัดขาดประชาชนออกจากกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่”

อย่างที่ศาล รธน.ทะลุกลางปล้องไว้ในคำวินิจฉัย (เรื่องการจัดทำประชามติ ๓ ครั้ง) อย่างไม่มีเหตุ ไม่มีผลอันใดกำกับ แม้กระทั่งบัดนี้ก็ยังไม่ได้อธิบายให้กระจ่าง

(ลายแทงจาก เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=100044666283411)

ความเหิมเกริมของ สว.สีน้ำเงิน ๘๙ คน ที่ขึ้นแท่นแถลงประณามหัวหน้าพรรคประชาชน “ยุยง ปลุกปั่น บ่อนทำลายการทำหน้าที่ของ สว.”...
05/27/2026

ความเหิมเกริมของ สว.สีน้ำเงิน ๘๙ คน ที่ขึ้นแท่นแถลงประณามหัวหน้าพรรคประชาชน “ยุยง ปลุกปั่น บ่อนทำลายการทำหน้าที่ของ สว.” ว่าเป็นพฤติกรรมที่เลวร้ายที่สุด และเรียกร้องให้ขอโทษภายใน ๓ วัน ไม่เช่นนั้นจะดำเนินการตามกฎหมาย

เป็นท่าทีแบบ ‘เครื่องหมายการค้า’ ของกลุ่มการเมืองในเครือข่ายพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะอยู่ในวุฒิสภา สภาผู้แทน หรือองค์กรอิสระต่างๆ นั่นคือปฏิเสธทุกอย่างที่ฝ่ายค้านแจ้งข้อกล่าวหา พร้อมกับมดเท็จ ใส่ความ หยามหมิ่น ย้อนกลับโดยไม่สมเหตุสมผล

นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ วิป สว.นำแถลงโต้ตอบนายนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หน.ปชน.ว่า ตัวเขาเองมอง ‘สีน้ำเงิน’ คือสีธงชาติไทย ‘ไตรรงค์’ ฉะนั้น “สว. มาเพื่อปกป้องและอยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ ที่เรามีหน้าที่ในการดำรงไว้ซึ่งระบอบของพระมหากษัตริย์”

ไม่เท่านั้นคำขู่จะดำเนินการตามกฎหมาย แสดงนัยว่าจะเป็นการฟ้องร้องข้อหา ม.๑๑๒ ตกลงกลุ่ม สว.ที่ฮั้วกันมาผ่านพรรคภูมิใจไทย เป็นคณะบุคคลในพระปรมาภิไธย เหมือนกลุ่มเจ้าจอมหม่อมห้าม และองคมนตรีแล้วหรือ

ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ถูกสรรเสริญเยินยออย่างผิดๆ ว่าได้รับการปกป้องจากกฏหมายห้ามหมิ่นกษัตริย์ และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ สมกับที่ ‘ช่อ’ พรรณิการ์ วานิช แห่งคณะก้าวหน้าตอกกลับอย่างถึงขิงว่า “การพูดถึง ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ และ

การวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของรัฐบาล ตอนนี้เท่ากับเสี่ยง ๑๑๒ แล้วหรือ ตกลงคุณกำลังยกตัวเองเทียบเท่าสถาบันหลักของชาติหรือคะ สีน้ำเงินทุกวันนี้เอาไปเทียบเท่าน้ำเงินธงไตรรงค์แล้วหรือคะ”

ทั้งที่เนื้อถ้อยที่หัวหน้าพรรคประชาชนพูดถึงในโอกาศครบรอบ ๑๒ ปี รัฐประหาร คสช. เมื่อ ๒๒ พฤษภา ว่า “ขบวนการยึดอำนาจไปจากมือประชาชนในยุคสมัยนี้ไม่ได้เบาบางลง แต่กำลังหนักหน่วงและแนบเนียนขึ้น” ทำให้ สว.๘๙ คนเป็นเดือดเป็นแค้นนักหนา

หัวหน้าเท้ง บอกว่า “สังคมการเมืองไทยอยู่ภายใต้ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ ที่ถือกำเนิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญ ๖๐” มรดกของการรัฐประหาร ในการเลือก (กันเองไขว้ไปไขว้มา) เมื่อปี ๒๕๖๗ พบว่า ผู้ได้รับเลือกเป็น สว.กลุ่มใหญ่ “เชื่อมโยงและมีสายสัมพันธ์กับพรรคภูมิใจไทย”

บทความจาก ‘CALL – เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ’ ชี้ให้เห็นว่านอกจากพรรค ภท.จะอยู่เบื้องหลังการได้ สว.เป็นกอบเป็นกำ โดยมี “มีหลักฐานเป็นพยานบุคคลและหลักฐานเส้นทางการเงินที่มาจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)” แล้ว

พรรคภูมิใจไทยยังทำการ “วางบุคคลที่ไว้วางใจเข้าไปดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร” กับการที่ สว.สีน้ำเงิน “ให้ความเห็นชอบกรรมการองค์กรอิสระและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อย่างน้อย ๓๓ ตำแหน่งจากทั้งหมด ๔๒ ตำแหน่ง”

คำกล่าวของหัวหน้าเท้ง ว่าภายใต้ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ เป็นการกินรวบทั้งหมด ทั่วทุกองคาพยพของการเมืองไทย จึงไม่ใช่คำกล่าวลอยๆ “ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ” ตามที่วิป สว.กล่าวหาแต่อย่างใด

(https://www.facebook.com/BBCnewsThai/posts/VFADTjJEV, https://www.facebook.com/groups/196935563038068/?multi_permalinks และ https://www.facebook.com/CALLforDemocracy/posts/SRM3bR)

ไม่รู้ว่าผู้ออกแบบการได้มาซึ่ง สสร.ของพรรคภูมิใจไทย เป็นคนเดียวกับที่ออกแบบการได้มาของ สว.หรือเปล่า มันซับซ้อน พิสดารเสี...
05/26/2026

ไม่รู้ว่าผู้ออกแบบการได้มาซึ่ง สสร.ของพรรคภูมิใจไทย เป็นคนเดียวกับที่ออกแบบการได้มาของ สว.หรือเปล่า มันซับซ้อน พิสดารเสียนี่กระไร หรือไม่คงจะรีบร้อนไปหน่อย ก็เลยมีสองข้อที่ย้อนแย้งกันเอง ถ้าสมัย ‘โค้วตงหมง’ เป็นประธานสภาฯ คงบอกว่า “ยุ่งตายห่า”

หลักเกณฑ์ขั้นต้นจะต้องมาจากตัวแทน ๗๗ จังหวัด และ ๒๓ ผู้เชี่ยวชาญ แล้วยังต้องมีสัดส่วนตรงตามจำนวน สส.และ สว.ในรัฐสภา โดยจำนวนตามสัดส่วน สส.ให้เป็นไปตามอัตราส่วนของ สส.แต่ละพรรคในสภาด้วย

มันยุ่งตายห่าตรงที่นอกเหนือจากสูตรพิสดารดังกล่าวแล้ว ยังมีอภิมหาพิสดารทับขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง ด้วยมาตรา ๒๕๖/๖ วรรคสอง ที่ว่า “ให้การเลือก สสร. ให้ใช้วิธีการลงคะแนน โดยผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดเป็นผู้ได้รับเลือกเป็น สสร.”

Nutchapakorn Nammueng ชี้ให้เห็นว่า “มันมีหลักเกณฑ์การเลือกสองแบบที่ขัดแย้งกัน ระบบหนึ่งบอกให้คำนึงถึงสัดส่วน สส.-สว. แต่อีกระบบหนึ่งบอกให้ใช้วิธีการดูคะแนนว่า ใครได้คะแนนมากที่สุด ถ้าเขียนแบบนี้ ในทางปฏิบัติจะสับสนมาก”

เขายกตัวอย่างการเลือก สสร.แบบจังหวัด เนื่องจากในจังหวัดนึงจะมี สสร.ได้ ๑ คน ถ้าบอกว่าต้องเป็นไปตามสัดส่วน ก็แสดงว่า ใน ๗๗ จังหวัดต้องมีการแบ่งกันก่อนว่า จังหวัดไหนเป็นของ สส.เท่าไร สว.เท่าไร” แล้วยังต้องไปแบ่งต่ออีก

แต่ละพรรคได้กี่จังหวัด (ซึ่งการทำแบบนี้ไม่มีหลักการเลยว่า ต้องทำไปเพื่ออะไร) แล้วในท้ายที่สุด ไม่ว่าจะแบ่งจังหวัดกันยังไง หากต้องใช้ระบบใครได้คะแนนมากที่สุด คนนั้นได้เป็น สสร. มันก็กลายใครมีเสียงมากที่สุด คนนั้น ‘กินรวบ’ ได้ทั้งหมด” ไง

“โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล มี สส. ๑๙๐ เสียง และมี สว.ซึ่งมีปณิธานตรงกันอีก ๑๕๐ เสียง พวกเขาแทบจะเป็นเสียงข้างมากเด็ดขาด” ต่อไปถ้าผลออกมาอย่างที่คาดหมาย จะกลายเป็นการฮั้ว สสร.ด้วยไหม

เจ้าของโพสต์ตั้งข้อสังเกตุว่า “การเขียนให้คำนึงถึงสัดส่วน” สส. สว.และในหมู่ สส.ของพรรคการเมือง “เป็นการพยายาม ‘ฟอกขาว’ ให้ดูเหมือนไม่กินรวบ แต่ในทางปฏิบัติทำไม่ได้” เขาตั้งคำถามต่อคนทั่วไปว่า แล้วจะทำอย่างไรให้สองหลักเกณฑ์ไม่แย้งกันเอง

แล้วก็ “ปล.1 ถ้าร่างที่ผมได้รับมา ไม่ใช่ร่างจริง ก็วอนสื่อมวลชนช่วยเปิดร่างจริงให้หน่อย กราบครับ”

(https://www.facebook.com/patsaravalee/posts/FhimmNtDV ลายแทงได้มาจาก Patsaravalee Tanakitvibulpon)

อีกแระ กระบวนการเหนือรัฐธรรมนูญ ทำเหมือนว่ารัฐธรรมนูญของประเทศนั้นใช้บังคับกับไพร่ฟ้าหน้าใส ที่ไม่ใช่คนในเครือข่ายสถาบัน...
05/25/2026

อีกแระ กระบวนการเหนือรัฐธรรมนูญ ทำเหมือนว่ารัฐธรรมนูญของประเทศนั้นใช้บังคับกับไพร่ฟ้าหน้าใส ที่ไม่ใช่คนในเครือข่ายสถาบันกษัตริย์เท่านั้น อ้อ ยกเว้นอีกคน ถ้าเป็นหัวหน้าคณะรัฐประหาร คสช. ก็อยู่เหนือ รธน.ที่ตนสั่งเขียนเหมือนกัน

ข่าวนี้น่าจะเป็นไวรัลบนสื่อสังคมออนไลน์ เห็นฟี้ดเต็มไปหมดว่า “องคมนตรีไม่กล่าวคำถวายสัตย์ตามรัฐธรรมนูญ” องคะคนนี้นามว่า มล.ปนัดดา ดิศกุล เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณเป็นองคมนตรีเมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม จงใจละเว้นประโยคท้าย

มาตรา ๑๓ ในรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ระบุว่า “ก่อนเข้ารับหน้าที่ องคมนตรีต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ด้วยถ้อยคำ ดังต่อไปนี้” เจาะจงให้เป็นการจำเพาะเลยทีเดียว ว่า “ข้าพระพุทธเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า

ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ” แต่หม่อมหลวงปนัดดาละเว้นท่อนท้าย

โดยกล่าวแต่เพียงท่อนต้นจนถึง “เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน” แล้วเติมคำว่า “ตลอดไป” ห้อยท้ายแทน เพจเฟชบุ๊คของ Kanit Viseshasinha กล่าวถึงเหตุดังกล่าวว่ามี “ลักษณะเดียวกันกับที่พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา กระทำ

เมื่อครั้งนำคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ ในปี ๒๕๖๒” ซึ่งผู้เขียนโพสต์ชี้ว่า “ผลกระทบอาจทำให้การเป็นองคมนตรีของหม่อมหลวงปนัดดาเป็นโมฆะ ไม่สามารถเข้ารับหน้าที่ได้” เขาอ้างว่าครั้งนั้นมีนักข่าวถาม วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย

นายวิษณุปฏิเสธที่จะให้เหตุผลใดๆ เกี่ยวกับการถวายสัตย์ไม่ครบ โดยกล่าวว่า “ไม่ขอตอบอะไรทั้งสิ้น” แต่เติมน้ำจิ้มอีกประโยค “แล้ววันหนึ่งจะรู้เองว่าทำไมถึงไม่ควรพูด” ถึงวันนี้ก็เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าระบอบปกครอง “ประชาธิปไตย

อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น” มีสองระบอบทับซ้อนกันอยู่ โดยนัยยะแห่ง ‘รัฐพันลึก’ ที่การเป็นประมุขของพระมหากษัตริย์ มิได้ผูกพันกับระบอบประชาธิปไตย ซึ่งหมายถึง “ภายใต้รัฐธรรมนูญ” แต่ในทางปฏิบัติที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

ความเป็นประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ที่เป็นผลพวงของคณะรัฐประหารอย่างชัดแจ้ง นั้นมักจะตกอยู่ภายใต้ความเป็นประมุขของกษัตริย์อยู่เสมอ

(https://www.facebook.com/kanitbas/posts/rjuG89iGv6 และชมคลิปวิดีโอการถวายสัตย์ของ มล.ปนัดดาที่ https://youtu.be/VDGPP68RE-s?si=OUkuSpjebr6BpDc4)

Address

Portland, OR
97206

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Interstates Bureau for Democracy in Thailand posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Share