Biology By P'Ter&P'Fang

  • Home
  • Biology By P'Ter&P'Fang

Biology By P'Ter&P'Fang Contact information, map and directions, contact form, opening hours, services, ratings, photos, videos and announcements from Biology By P'Ter&P'Fang, Library, .

วันนี้จะมาขายหนังสือมือสองสภาพดีและสภาพปานกลางกัน ไม่ได้มาขายเฉพาะชีวะนะ ขายเท่าที่มี จริงๆก็มีอีกแต่ค่อยขาย ราคาตามรูปเ...
17/07/2018

วันนี้จะมาขายหนังสือมือสองสภาพดีและสภาพปานกลางกัน ไม่ได้มาขายเฉพาะชีวะนะ ขายเท่าที่มี จริงๆก็มีอีกแต่ค่อยขาย ราคาตามรูปเลย แต่ก็ต่อรองกันได้นะ สนใจเล่มไหนก็ติดต่ออินบ๊อกกันมาได้เลย รายละเอียดอยู่ใต้ภาพ สำหรับเล่มไหนที่แจก ทักมาก่อนได้ก่อนนะ รับส่งไปรณีย์ทั่วประเทศ ในยะลานัดรับ หลังจากนี้อาจจะมีมาลงขายอีกรอบนึง ติดตามต่อกันได้

20/03/2018

ขายหนังสือโดยแอดมินเพจ รายละเอียดตามโพสต์เลยจ้าา

27/02/2018
20/02/2018
16/12/2017
10/12/2017
22/11/2017

ดูก่อนสอบนะม.5 ทั้งหลาย

เอาไปอ่านนะ ม.5
13/11/2017

เอาไปอ่านนะ ม.5

พืชลำเลียงอาหารอาหารได้อย่างไร?

เมื่อกล่าวถึงการลำเลียงอาหารในพืช คำว่า อาหาร ในที่นี้หมายถึง สารอินทรีย์ต่างๆ เช่น น้ำตาลกลูโคส ซึ่งจะถูกลำเลียงผ่านเนื้อเยื่อที่เรียกว่า โฟลเอม (Pholoem) การลำเลียงสารอินทรีย์ในพืชเรียกว่า Translocation

สารอินทรีย์ที่ได้จากการสังเคราะห์แสงนั้น บางส่วนไม่ได้ถูกขนส่งไปไหน แต่จะถูกเก็บไว้ที่ใบซึ่งเป็นแหล่งสร้างพวกมันขึ้นมา ส่วนที่เหลือจะถูกขนส่งลำเลียงไปยังส่วนต่างๆของพืช ตั้งแต่ลำต้น ดอก กิ่ง และผล

เซลล์พืชส่วนมากจะเก็บอาหารไว้ในรูปแป้ง แต่แป้งเป็นสารที่มีโมเลกุลใหญ่เกินกว่าจะผ่านเยื่อหุ้มเซลล์และยากต่อการขนส่ง เซลล์พืชจะทำการเปลี่ยนแป้งให้เป็นโมเลกุลที่เล็กลงอย่างน้ำตาลซูโครสซึ่งขนส่งง่ายกว่ากันมาก

นักวิทยาศาสตร์รู้ได้อย่างไร ว่าพืชลำเลียงอาหารในรูปน้ำตาลซูโครส?

นักวิทยาศาสตร์ทำการทดลองบางอย่างทำให้พบว่าซูโครสเป็นโมเลกุลหลักๆที่ถูกขนส่งในโฟลเอม การทดลองดังกล่าวคือ การทำให้เพลี้ยอ่อน (Aphid) สลบด้วยการรมแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ขณะที่พวกมันกำลังดูดน้ำเลี้ยงจากโฟลเอมของพืช แล้วดึงเพลี้ยอ่อนออกมาจากต้นพืชแล้วศึกษาน้ำที่ไหลซึมออกมาโฟลเอมในพืชชนิดต่างๆจึงพบว่าน้ำตาลซูโครสเป็นสารอินทรีย์ส่วนมากที่พบอยู่ในนั้น


โฟลเอมประกอบไปด้วยเซลล์ 4 ประเภทได้แก่

1. ซีฟทิวบ์ (Sieve Tube) เป็นเซลล์ที่มีลักษณะยาวและเชื่อมต่อกันตลอดต้นพืช ทำหน้าที่ในการขนส่งสารอินทรีย์ในต้นพืช บริเวณปลายที่เชื่อมต่อกันมีแผ่นบางๆกั้น แต่แผ่นดังกล่าวมีรูพรุน เซลล์ชนิดนี้มีชีวิต และเมื่อเติบโตเต็มที่แล้วจะไม่มีนิวเคลียส

2. คอมพาเนียนเซลล์ (Companion Cells) เป็นเซลล์ที่ประกบข้างซีฟทิวบ์ทำหน้าที่ช่วยขนส่งสารอินทรีย์

3. โฟลเอม ไฟเบอร์(Phloem Fibre) เป็นโครงสร้างค้ำจุนท่อลำเลียงสารอินทรีย์ให้แข็งแรง

4. โฟลเอมพาแรงไคมา(Phloem parenchyma) ช่วยในการลำเลียงสารอินทรีย์และเก็บสะสมสารอินทรีย์ไว้ในรูปแป้ง โปรตีนและไขมัน

ทฤษฎีที่อธิบายการขนส่งสารอินทรีย์เรียกว่า Pressure flow Theory

กระบวนการขนส่งสารอินทรีย์นั้นเกิดจากความดันภายในโฟลเอมซึ่งมีค่าสูงมากกว่าความดันอากาศในยางรถยนต์ถึง 5 เท่า การขนส่งสารอินทรีย์เริ่มต้นที่การสร้างความดันเพื่อ ผลักดัน สารอินทรีย์ เข้าสู่ คอมพาเนียนเซลล์ แล้วจึงส่งต่อให้กับซีฟทิวบ์ซึ่งต้องเป็นกระบวนการที่ต้องใช้พลังงาน

เมื่อสารอินทรีย์ในซีฟทิวบ์มีความเข้มขึ้นสูงขึ้นจะทำให้น้ำที่อยู่รอบๆไหลเข้าไปด้วยกระบวนการออสโมซิสส่งผลให้ภายในบริเวณนั้นมีความดันสูงขึ้นและผนังของซีฟทิวบ์ถูกดันจนเต่ง แรงดันนี้เองที่จะผลักให้สารอินทรีย์เคลื่อนที่ผ่านซีฟทิวบ์สู่บริเวณที่มันต้องไป ระหว่างที่เคลื่อนที่ความดันจะค่อยๆลดลงจนกระทั่งถึงที่หมายในที่สุด

เอาไปอ่านนะ ม.5
13/11/2017

เอาไปอ่านนะ ม.5

ต้นไม้ดูดน้ำและอาหารได้อย่างไร?
#รู้จักไซเลม

พืชจะลำเลียงน้ำไปพร้อมๆกับแร่ธาตุต่างๆที่ละลายอยู่ในน้ำ(ในรูปไอออน)ผ่านเนื้อเยื่อที่เรียกว่า ไซเลม (Xylem) เนื้อเยื่อไซเลมประกอบไปด้วยเซลล์ 4 ประเภทได้แก่

1.เทรคีด (Tracheid) เป็นเซลล์ยาวเรียว ปลายปิด บริเวณผนังของเทรคีดมีรูเล็กๆกระจายอยู่

2. เวสเซลเมมเบอร์ (Vessel member) เป็นเซลล์ที่มีลักษณะเป็นท่อสั้นและกว้างกว่าเทรคีด ผนังมีรูกระจายรอบๆเหมือนเทรคีด แต่ที่บริเวณปลายมีรูทำให้น้ำไหลผ่านได้ เวสเซลจะเรียงซ้อนกันจนมีลักษณะเป็นท่อส่งน้ำยาวๆ

3. ไซเลมไฟเบอร์ (Xylem fibre) เป็นเซลล์บางๆทำหน้าที่เป็นโครงสร้างค้ำจุน

ทั้งสามประเภทแรกนี้เป็นเซลล์ที่ตายแล้ว

4. Xylem parenchyma เป็นเซลล์ที่ยังมีชีวิตอยู่ ทำหน้าที่สะสมอาหารจำพวกแป้ง และคอยดึงน้ำออกจากท่อลำเลียงมาใช้งาน

เทรคีดและเวสเซลทำหน้าที่ในการลำเลียงน้ำ ผนังของพวกมันมีสารพวกลิกนินซึ่งมีความแข็งแรงและไม่ละลายน้ำเป็นองค์ประกอบ ดังนั้นเทรคีดและเวสเซลจึงเหมือนท่อส่งน้ำเปล่าๆที่ไม่ได้มีพลังงานอะไรมาดึงน้ำให้ขึ้นไปสู่ยอดได้

แล้วน้ำถูกดึงขึ้นสู่ยอดต้นไม้ได้อย่างไร?

การดูดน้ำของพืชเป็นปรากฏการณ์ที่ดูเรียบง่าย แต่ในการทำความเข้าใจกลไกของมันไม่ใช่เรื่องง่ายนัก นักวิทยาศาสตร์สร้างทฤษฎีไว้มากมายสำหรับอธิบายว่าพืชลำเลียงน้ำได้อย่างไร แต่ทฤษฎีที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในการอธิบายการลำเลียงน้ำในพืช คือ Cohesion-Tension Theory ซึ่งเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1894 โดย Henry Dixon และ John Joly

เราสามารถทำความเข้าใจตามขั้นตอนดังนี้

1.การระเหยของน้ำออกจากใบทำให้น้ำที่อยู่ในเนื้อเยื่อไซเลมถูกแรงดึงขึ้น โดยแรงดึงดังกล่าวเกิดขึ้นภายในท่อลำเลียงเริ่มจากใบ สู่ลำต้นและลงไปถึงราก
2.แรง Cohesion เป็นแรงที่เชื่อมและยึดเกาะระหว่างโมเลกุลชนิดเดียวกัน ในที่นี้เกิดขึ้นระหว่างน้ำที่อยู่ในท่อลำเลียงทำให้น้ำในท่อลำเลียงถูกดึงขึ้นพร้อมๆกันเป็นขบวน (หากปราศจากซึ่งแรงนี้ น้ำที่ถูกดึงจะแตกเป็นหยดเล็กๆและไม่มีการไหลที่ต่อเนื่อง)
3.เมื่อโมเลกุลน้ำระเหยออกจากใบอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดแรงดึงน้ำอย่างต่อเนื่อง โมเลกุลของน้ำจะไหลมาแทนที่กันเรื่อยๆไม่ขาดสาย

อย่างไรก็ตาม หลายๆครั้งนักวิทยาศาสตร์อาจใช้คำอธิบายเหล่านี้ร่วมกับคำอธิบายจากทฤษฎีอื่นๆด้วย

ส่วนการลำเลียงอาหารในพืชนั้นแตกต่างไปจากการลำเลียงน้ำอย่างมาก เดี๋ยวจะมาอธิบายให้ฟังครับ

แด่เด็กๆที่จะสอบสอวน.
13/08/2017

แด่เด็กๆที่จะสอบสอวน.

สรุปประเด็นที่ออกสอบบ่อยๆ และน่าจะออกของชีวะ ม.ปลายนะครับ
ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมและการเฉลยข้อสอบได้ที่เพจ
BioCover ครอบคลุมทุกอย่างในชีวะ ม.ปลาย

https://www.facebook.com/BioCoverTH/?ref=bookmarks

Address


95000

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Biology By P'Ter&P'Fang posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Organization

Send a message to Biology By P'Ter&P'Fang:

  • Want your organization to be the top-listed Government Service?

Share