06/05/2026
✨ผลงานวิจัยและนวัตกรรม จากนักวิจัยมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี✨
📣รู้หรือไม่ว่า ในปัจจุบันอุตสาหกรรมการผลิตเอทานอลจากมันสำปะหลังในประเทศไทยมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้เกิดผลพลอยได้ที่เรียกว่า "กากเอทานอล" ออกมาในปริมาณมหาศาลกว่า 500 ตันสดต่อวัน กากเหล่านี้มักมีความชื้นสูง เน่าเสียได้ง่าย ขนส่งลำบาก และอาจส่งกลิ่นเหม็นรบกวนชุมชนหากไม่มีการจัดการที่เหมาะสม
ในขณะที่หลายคนมองว่าเป็นแค่ของเหลือทิ้ง รศ.ดร.เรืองยศ พิลาจันทร์ และทีมนักวิจัยจากคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กลับมองเห็นคุณค่าที่ซ่อนอยู่! ทีมวิจัยพบว่าแท้จริงแล้ว กากเอทานอลอัดแน่นไปด้วยโปรตีน และมีส่วนประกอบของ "พรีไบโอติกส์" จากธรรมชาติ ที่ช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ จึงได้คิดค้น "อาหารผสมสำเร็จแบบหมัก (Fermented Total Mixed Ration: FTMR)" สำหรับแพะเนื้อ โดยใช้เทคโนโลยีการนำกากเอทานอลสดมาหมักร่วมกับเอนไซม์และโปรไบโอติกส์ ผลลัพธ์ทำให้อาหารมีกลิ่นหอมน่ากิน ไม่ส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตของแพะ
🔔นวัตกรรมนี้สร้างประโยชน์อย่างไร?
💰 ลดต้นทุน ให้เกษตรกร: การนำกากเอทานอลมาใช้เป็นวัตถุดิบหลัก สามารถช่วยลดต้นทุนค่าอาหารข้นในการเลี้ยงแพะลงได้ถึง 10-20%
🌍 ส่งเสริมสิ่งแวดล้อม: ช่วยลดภาระการกำจัดของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งช่วยป้องกันปัญหากลิ่นเหม็นเน่าเสียที่อาจกระทบต่อชุมชน
♻️ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy): เป็นการนำของเหลือทิ้งกลับมาสร้างมูลค่าใหม่ สอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อย่างยั่งยืน
🐐 ยกระดับคุณภาพปศุสัตว์: เปลี่ยนอาหารสัตว์ธรรมดา ให้เป็น "อาหารเชิงฟังก์ชัน" ที่สะอาด ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นวัตกรรมนี้ ขับเคลื่อนผ่านโครงการ "การพัฒนาอาหารสัตว์เชิงฟังก์ชันจากกากเอทานอลจากหัวมันสำปะหลัง: อาหารผสมสำเร็จแบบหมักสำหรับแพะ" โดยได้รับการสนับสนุนทุนอุดหนุนการวิจัยจากงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนงานมูลฐาน (Fundamental Fund) มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เพื่อสร้างสรรค์งานวิจัยที่ตอบโจทย์ทั้งมิติเศรษฐกิจ ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง และได้ยื่นคำขอรับอนุสิทธิบัตรการประดิษฐ์ สูตรอาหารผสมสำเร็จแบบหมักสำหรับสัตว์เคี้ยวเอื้องที่มีส่วนประกอบจากกากเอทานอลมันสำปะหลัง เป็นที่เรียบร้อย