17/09/2026
กยท.ข.ตก. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ขับเคลื่อนมาตรฐาน “Thai Traceability” มุ่งยกระดับยางพาราไทย ตรวจสอบย้อนกลับได้ สร้างความเชื่อมั่นในตลาดโลก
การยางแห่งประเทศไทยเขตภาคใต้ตอนกลาง (กยท.ข.ตก.) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “โครงการสนับสนุนการดำเนินโครงการตรวจสอบย้อนกลับผลผลิตยางพารา (Traceability) ปีงบประมาณ 2569” กิจกรรมประชาสัมพันธ์ในประเทศ วันที่ 17 กันยายน 2569 ณ ห้องประชุมศรีสรรพวิทย์ ชั้น 3 อาคารศรีสรรพวิทย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช ไสใหญ่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช
เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องมาตรฐาน Thai Traceability และขับเคลื่อนระบบตรวจสอบย้อนกลับผลผลิตยางพาราของไทยให้ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทาน
การประชุมดังกล่าวได้รับเกียรติจาก นายธาดา พรหมมี ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยเขตภาคใต้ตอนกลาง เป็นประธานเปิดการประชุมและมอบนโยบายการตรวจสอบย้อนกลับผลผลิตยางพารา ปีงบประมาณ 2569 และ 2570 โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ผู้บริหาร กยท. ผู้แทนจากสำนักงานตลาดกลางยางพารา ฝ่ายเศรษฐกิจยาง สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง และผู้ประกอบกิจการยางในพื้นที่ ชูแนวคิด “Trace → Verify → Trust” สู่มาตรฐานสากล ในการบรรยายหัวข้อ“มาตรฐาน Thai Traceability” โดย นายธาดา พรหมมี ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยเขตภาคใต้ตอนกลาง ได้เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนผ่านจากการ “รู้ว่ายางมาจากไหน” ไปสู่การ “พิสูจน์ได้ว่ายางมาจากไหน” โดยระบบ Thai Traceability ไม่ได้เป็นเพียงระบบฐานข้อมูลและเทคโนโลยีเท่านั้น แต่มีมาตรฐานกำกับดูแลครอบคลุมทั้งบุคลากร กระบวนการ การควบคุม การแยกผลิตภัณฑ์ เอกสาร และการทวนสอบ พร้อมกำหนด 9 องค์ประกอบหลัก (9 Core Components) ในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำ (เกษตรกร) กลางน้ำ (สถาบันเกษตรกรและผู้ประกอบการ) จนถึงปลายน้ำ (ผู้ซื้อและผู้ส่งออก) เจาะลึกการตรวจคุณภาพยาง และแก้ปัญหาสารเคมี-สิ่งปลอมปน เพื่อสอดรับมาตรฐาน Thai Traceability ช่วงต่อมาของการประชุม มีการจัดเสวนาในหัวข้อ “การตรวจคุณภาพยาง ภายใต้โครงการตรวจสอบย้อนกลับ (กรณีสารเคมีและวัสดุปลอมปน)” พร้อมกิจกรรมฝึกปฏิบัติ (Workshop) การตรวจคุณภาพยางตามมาตรฐาน โดยศูนย์บริการทดสอบรับรองภาคใต้ เพื่อสร้างแนวปฏิบัติในการป้องกันและตรวจสอบสารเคมีรวมถึงสิ่งปลอมปนในยางก้อนถ้วยและน้ำยางสด รองรับข้อกำหนดด้านความยั่งยืนและการปฏิบัติตามกฎหมายการค้าสากลเชื่อมโยงการตลาด สร้างประโยชน์แก่ทุกภาคส่วน ระบบ Thai Traceability จะทำงานร่วมกับระบบการซื้อขายยางพาราแบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceable Rubber Trading: TRT) เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานในการเชื่อมโยงผลผลิตจากแปลงเกษตรไปสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งช่วยสร้างประโยชน์ในหลายมิติ:
*** เกษตรกร: มีข้อมูลเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดและเพิ่มมูลค่าผลผลิต
*** สถาบันเกษตรกรและผู้ประกอบการ: ช่วยบริหารจัดการผลผลิตอย่างเป็นระบบ ลดความเสี่ยง มีมาตรฐานกลาง และทวนสอบแหล่งวัตถุดิบได้ชัดเจน
*** กยท. และประเทศไทย: เพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบยางพาราไทย สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ซื้อต่างประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล
ทั้งนี้ กยท. มีแผนในการพัฒนาและประเมินความพร้อมเพื่อขยายผลการใช้มาตรฐาน Thai Traceability ยกระดับสู่มาตรฐานสินค้าเกษตร (มกษ.) และผลักดันยางพาราไทยให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน ตรวจสอบได้ และได้รับความไว้วางใจในตลาดโลก (Global Market) ต่อไป