บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุโขทัย

บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุโขทัย บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุโขทัย

03/06/2026

#สอนลูกเรื่องเงินฉบับง่ายๆ
5 สิ่งที่ควรคุยกับลูกแทนคำว่า #ไม่มีเงิน (ฉบับก่อน 9 ขวบ)

คุณแม่เคยเผลอหลุดปากพูดคำว่า "ซื้อไม่ได้หรอกลูก แม่ไม่มีเงิน" เวลาโดนลูกตื้อขอซื้อของเล่นหน้าเชลฟ์ไหมคะ?

รู้ไหมคะว่า คำพูดนี้อาจทำให้เด็ก #เข้าใจเรื่องการเงินแบบคลาดเคลื่อน ได้โดยไม่รู้ตัว เพราะในความจริงเราอาจจะแค่ไม่อยากซื้อให้ หรือมองว่ามันยังไม่จำเป็นในตอนนี้

ยิ่งในยุคดิจิทัลที่เราสแกนจ่ายผ่านหน้าจอจนลูกแทบไม่ได้เห็นธนบัตรจริง เด็กๆ วัยก่อน 9 ขวบยิ่งต้องการการไกด์ทัศนคติที่ถูกต้อง เพื่อสร้างทักษะสมอง (EF) และความมั่นคงในใจไปพร้อมกันค่ะ

วันนี้มี้แพรเลยรวบรวม "5 สิ่งที่ควรคุยกับลูกแทนคำว่าไม่มีเงิน" ฉบับเข้าใจง่ายที่สุด เอาไปปรับใช้หน้าเชลฟ์ได้ทันทีมาฝากกันค่ะ

1️⃣ เปลี่ยน "ไม่มีเงิน" ➡️ "จัดลำดับความสำคัญ"
สอนให้ลูกรู้ว่าเราเลือกจ่ายกับสิ่งที่จำเป็นก่อน แล้วค่อยวางแผนเก็บเงินซื้อของที่อยากได้ร่วมกัน

2️⃣ สอนที่มาของเงิน ➡️ "ไม่ได้เสกจากหน้าจอ"
ชวนลูกคุยให้เห็นภาพว่าคุณแม่ต้องตั้งใจทำงานเพื่อแลกเงินมา และเงินในจอก็มีวันหมดนะลูก

3️⃣ ใช้กฎ 3 กระปุก ➡️ "ออม - ใช้ - แบ่งปัน"
แยกกระปุกออมสินใสๆ ให้ลูกสนุกกับการบริหารเงินและเห็นยอดเงินเติบโตด้วยตัวเอง

4️⃣ แยกให้ขาด ➡️ อะไรคือ "อยากได้" และ "จำเป็น"
ชวนลูกตั้งคำถามชวนคิดก่อนควักเงินจ่าย เป็นการฝึกคิดวิเคราะห์ที่ดีมักๆ

5️⃣ ลองฝึกหาเงิน ➡️ "เรียนรู้ผ่านการลงมือทำ"
ชวนคัดของเล่นเก่ามาเปิดท้ายขายมือสอง หรือช่วยงานพิเศษเล็กๆ น้อยๆ ฝึกให้กล้าและยอมรับความล้มเหลว

เพราะทักษะการเงิน ไม่ใช่แค่เรื่องของการปั้นลูกให้รวย
แต่คือการสอนให้ลูกรู้จักคิด วางแผน ตัดสินใจ และรับผิดชอบชีวิตตัวเอง เพื่อให้เขา #เอาตัวรอดได้ ในวันที่ไม่มีเราดูแล 💕

#สารพันปัญหาการเลี้ยงลูก

29/05/2026
 #บ้านปลอดภัยสำหรับเด็ก   วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 นางสาวกัลยา  โพธิ์พยอมหัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุโขทัย  ร่วม...
28/05/2026

#บ้านปลอดภัยสำหรับเด็ก
วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 นางสาวกัลยา โพธิ์พยอมหัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุโขทัย ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาสังคม,องค์การบริหารส่วนตำบลปากพระ มอบบ้านปลอดภัยหลังที่ 1 และขอขอบพระคุณผู้มีส่วนร่วมในการดำเนินการในครั้งนี้
1. พระมหาดวงอำนาจ แสนแสง เจ้าอาวาสวัดสวรรคาราม
2. กาชาดจังหวัดสุโขทัย
3. สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุโขทัย
4. องค์การบริหารส่วนตำบลปากพระ
++++++++++

28/05/2026

เช็คลิส #พัฒนาการทารก แรกเกิด 1-6 เดือน

เพราะพัฒนาการของเด็กแต่ละคนช้าเร็วไม่เท่ากัน อย่าเพิ่งกดดันตัวเองนะแม่

เห็นลูกบ้านอื่นวัยเดียวกันเค้าทำโน่นทำนี่ได้แล้ว หันกลับมามองเบบี๋ของเรา... เอ๊ะ! ทำไมยังทำไม่ได้แบบเค้านะ? หัวอกคนเป็นแม่อดไม่ได้จริงๆ ค่ะ ที่จะแอบกังวล แอบคิดมากจนกลายเป็นความกดดัน

แต่รู้ไหมคะ เด็กแต่ละคนเค้ามีนาฬิกาชีวิตและจังหวะการเติบโตเป็นของตัวเอง บางคนอาจจะข้ามขั้นไปทำสิ่งยากๆ ได้ก่อน แต่บางคนก็ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปตามสเต็ปอย่างมั่นคง เพราะฉะนั้น #อย่าเพิ่งเอาลูกเราไปเปรียบเทียบกับใคร

วันนี้มี้ทำเช็คลิสพัฒนาการทารกแรกเกิด 1-6 เดือนแบบคร่าวๆ มาให้คุณแม่เซฟเก็บไว้เช็คกันแบบสบายใจค่ะ

👶🏻 เช็คลิสพัฒนาการเบบี๋วัย 1-6 เดือน

👶🏻 วัย 1 เดือน : #เริ่มเรียนรู้โลกกว้าง
ช่วงนี้ลูกจะชอบสบตาคุณแม่ จ้องหน้าได้นานขึ้นประมาณ 1-2 วินาที และเวลาได้ยินเสียงคนพูด เค้าจะเริ่มขยับตัวเคลื่อนไหวร่างกายตอบรับเสียงนั้นแล้วค่ะ

👶🏻 วัย 2 เดือน : #นักยิ้มสายตาหวาน
วัยนี้เริ่มส่งยิ้มหวานๆ ให้คุณแม่ชื่นใจแล้ว แถมหัวเราะเป็นแล้วด้วยนะ เวลาจับนอนคว่ำจะเริ่มยกศีรษะตั้งขึ้นได้ 45 องศา ชื่นชอบการเอามือเข้าปากเป็นที่สุด และมองหน้าคนมาคุยด้วยได้นานขึ้นถึง 5 วินาทีเลยละ

👶🏻 วัย 3 เดือน : #อ้อแอ้ช่างคุย
เจ้าหนูเริ่มเปล่งเสียงร้องทักทาย "อ้อแอ้" คุยเก่งขึ้น ชอบยกแขนสองข้างขึ้นมาเล่นตรงหน้า เริ่มพลิกคว่ำเองได้บ้างแล้ว และที่เก่งมากๆ คือเค้าสามารถแยกเสียงพูดของคนออกจากเสียงวัตถุอื่นๆ รอบตัวได้แล้วนะ

👶🏻 วัย 4 เดือน : #นักสำรวจตัวน้อย
วัยนี้จะเริ่มยกแขนทั้งสองข้างไขว่คว้าอยากจับโน่นจับนี่รอบตัว เวลาถูกใจจะหัวเราะเสียงดังลั่นบ้าน ยิ้มทักทายคนคุ้นเคยได้อย่างเป็นมิตร และเริ่มจำหน้าคนในครอบครัวได้อย่างแม่นยำแล้วค่ะ

👶🏻 วัย 5 เดือน : #กล้ามเนื้อเริ่มแข็งแรง
เวลานอนคว่ำ ลูกจะสามารถใช้แขนยันหน้าอกขึ้นมาจากพื้นได้สูงขึ้น เริ่มใช้นิ้วชี้กับนิ้วโป้งหยิบจับของชิ้นเล็กๆ ได้ และชอบเล่นของเขย่าที่มีเสียงม้ากมาก แถมวัยนี้เค้าจะเริ่มเลียนแบบการทำเสียงตามเรา และเริ่มนอนยาวได้โดยไม่ตื่นมางอแงกลางดึกแล้ว

👶🏻 วัย 6 เดือน : #นั่งเก่งจำชื่อตัวเองได้
วัยครึ่งปีแรกนี้ เบบี๋จะเริ่มอยู่ในท่านั่งได้นานขึ้นอย่างมั่นคง พอเรียกชื่อปุ๊บจะหันขวับหาตามเสียงเรียกปั๊บ เพราะเค้ารู้จักชื่อตัวเองแล้วค่ะ วัยนี้จะติดพ่อแม่มากกก ชอบร้องเรียกหาตลอดเวลา และที่สำคัญ คุณแม่อาจจะได้เห็นฟันซี่แรกเล็กๆ เริ่มขึ้นมาทักทายแล้วด้วยนะ!

ความสุขของคนเป็นแม่ คือการได้เฝ้ามองเค้าค่อยๆ เติบโตไปในทุกๆ วัน เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เค้าเพิ่งทำได้เป็นครั้งแรก มันสร้างความอิ่มเอมใจให้เราได้อย่างมหาศาลเลย

ลูกบ้านไหนอายุเท่าไหร่กันแล้ว และตอนนี้ทำท่าไหนกันได้บ้างแล้วบ้างคะ? คอมเมนต์มาอวดความน่ารักของเบบี๋ให้มี้แพรฟังบ้างน้าาา 🥰

#สารพันปัญหาการเลี้ยงลูก

28/05/2026

EP.02 สอนลูกให้รู้จักร่างกายของตัวเอง
ป้องกันการถูกล่วงละเมิดทางเพศในเด็ก

เดิมที EP.02 เราตั้งใจจะคุยต่อจาก EP.01
เรื่อง “ความรู้สึกระดับไหน ที่อาจเป็นสัญญาณว่าควรขอความช่วยเหลือ”

แต่ช่วงนี้มีข่าวเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศในเด็ก
ที่ทำให้หลายครอบครัวสะเทือนใจมาก
เรื่องนี้สำคัญเกินกว่าจะรอค่ะ
เพราะการป้องกันเด็ก
ไม่ได้เริ่มจากวันที่เกิดเหตุ
แต่เริ่มจากวันที่เด็กค่อย ๆ เรียนรู้ว่า

“ร่างกายของหนู เป็นของหนู”

และถ้ามีอะไรทำให้ไม่สบายใจ
เขาสามารถบอกผู้ใหญ่ได้
โดยไม่ถูกดุ ไม่ถูกตำหนิ
และไม่ถูกมองว่าเป็นเรื่องเล่น ๆ

สิ่งที่น่ากลัวคือ เด็กที่ถูกล่วงละเมิด

“ไม่ได้บอกใคร”

บางคนกลัว บางคนอาย บางคนถูกขู่
บางคนไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือเรื่องไม่ปกติ
และบางคนกลัวว่าจะไม่มีใครเชื่อ

อีกเรื่องที่ผู้ใหญ่อย่างเราต้องเข้าใจคือ
ผู้กระทำไม่ได้เป็นคนแปลกหน้าเสมอไป

หลายครั้งอาจเป็นคนที่เด็กเคยเจอ
เคยไว้ใจ หรือเป็นคนใกล้ตัว

ข้อมูลจาก UNICEF ระบุว่า
เด็กหญิงและผู้หญิงมากกว่า 370 ล้านคนทั่วโลก
เคยถูกข่มขืนหรือถูกล่วงละเมิดทางเพศก่อนอายุ 18 ปี
คิดเป็นประมาณ 1 ใน 8 ของเด็กหญิงทั่วโลก

สำหรับประเทศไทย
รายงาน Disrupting Harm in Thailand พบว่า
เด็กไทยอายุ 12-17 ปีประมาณ 400,000 คน
เคยเผชิญการแสวงหาประโยชน์
หรือการล่วงละเมิดทางเพศออนไลน์ภายใน 1 ปี

และเด็กจำนวนมากทั้งชายและหญิง
ไม่รู้ว่าจะไปขอความช่วยเหลือที่ไหน

ตัวเลขเหล่านี้บอกเราว่า
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว

และหน้าที่ของผู้ใหญ่
ไม่ใช่แค่เตือนว่า “อย่าคุยกับคนแปลกหน้า”

แต่คือการช่วยให้เด็กมีความรู้
มีภาษาไว้เล่า
และมีผู้ใหญ่ที่เขารู้สึกปลอดภัยพอจะบอก

สิ่งแรกที่อยากชวนพ่อแม่เริ่มสอนคือ

“ร่างกายของหนูเป็นของหนู 100%”

เด็กควรรู้ว่า เขามีสิทธิพูดว่า “ไม่”

แม้คนนั้นจะเป็นผู้ใหญ่
ญาติ ครู คนรู้จัก
หรือคนที่บอกว่า “เขารักหนู”

เราสามารถสอนผ่านเรื่อง “3 โซนร่างกาย” ได้ง่าย ๆ

Red Zone
คือพื้นที่ส่วนตัว
เช่น ปาก หน้าอก อวัยวะเพศ ก้น
หรือส่วนที่ชุดว่ายน้ำปิด
ไม่มีใครควรแตะ ดู ถ่ายรูป
หรือทำให้เด็กรู้สึกอึดอัด

Yellow Zone
คือการสัมผัสที่ต้องขออนุญาตก่อน
เช่น กอด หอมแก้ม นั่งตัก จับมือ
หรือสัมผัสใกล้ชิด
แม้จะเป็นการแสดงความรักก็ตาม

Green Zone
คือการสัมผัสที่ปลอดภัย
ในเวลาที่เด็กยินยอมและรู้สึกสบายใจ
เช่น แตะไหล่ จับมือทักทาย
หรือกอดเมื่อเด็กอยากกอด

แต่หัวใจสำคัญ
ไม่ใช่แค่ให้เด็กจำสีให้ได้

หัวใจสำคัญคือ
"ให้เด็กเชื่อความรู้สึกของตัวเอง"

ถ้าเด็กบอกว่า
ไม่อยากกอด
ไม่อยากหอมแก้ม
ไม่อยากนั่งตัก

เราไม่ควรบังคับด้วยคำว่า
“ไปกอดคุณลุงก่อนสิ”
“อย่าเสียมารยาท”
“เขารักหนูนะ”
“เรื่องแค่นี้เอง”

เพราะถ้าเด็กเรียนรู้ว่า
ความไม่สบายใจของตัวเองไม่มีความหมาย

วันหนึ่งเขาอาจไม่กล้าปฏิเสธ
ในสถานการณ์ที่อันตรายจริง ๆ

อีกเรื่องที่ควรสอนคือ
“ความลับแบบไหน ไม่ควรเก็บ”

ความลับที่ทำให้สนุก
เช่น ของขวัญวันเกิด
อาจเป็นความลับชั่วคราวได้

แต่ความลับที่ทำให้
กลัว อาย อึดอัด สับสน
หรือมีใครบอกว่า “ห้ามบอกใคร”
ไม่ใช่ความลับที่ต้องเก็บ
เด็กควรรู้ว่า
เขาสามารถบอกผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้เสมอ

และถ้าผู้ใหญ่คนแรกไม่เชื่อ
ให้บอกผู้ใหญ่คนต่อไป
บอกซ้ำได้ จนกว่าจะมีคนช่วย

ในโลกออนไลน์
เรื่องนี้ยิ่งสำคัญขึ้น
เด็กควรรู้ว่า
ไม่ส่งรูปส่วนตัวให้ใคร
ไม่ส่งรูปในชุดชั้นใน
ไม่คุยเรื่องเพศกับคนที่ทำให้ไม่สบายใจ
และไม่เก็บความลับที่ทำให้กลัว

แม้อีกฝ่ายจะพูดว่า
“เชื่อใจสิ”
“เป็นความลับของเรา”
“ถ้าไม่ทำ จะโกรธ”
“ถ้าบอกใคร จะมีเรื่อง”

สิ่งที่พ่อแม่ควรพูดซ้ำ ๆ คือ
“ถ้ามีใครทำให้หนูไม่สบายใจ บอกแม่ได้เสมอ”
“ต่อให้หนูเผลอทำอะไรผิดพลาด แม่จะช่วยหนูก่อน”
“หนูจะไม่ถูกดุ เพราะมาขอความช่วยเหลือ”
ประโยคเหล่านี้สำคัญมาก

เพราะเด็กหลายคนไม่บอก
ไม่ใช่เพราะไม่อยากปลอดภัย

แต่เพราะกลัวว่าผู้ใหญ่จะโกรธ จะไม่เชื่อ
หรือจะมองว่าเป็นความผิดของเขา

ถ้าวันหนึ่งเด็กเล่าอะไรบางอย่าง
สิ่งที่ผู้ใหญ่ควรทำคือ

ฟังให้จบ อย่าเพิ่งตัดสิน
ขอบคุณที่เด็กกล้าบอก
บอกให้ชัดว่า “หนูไม่ผิด”
พาเด็กไปอยู่ในที่ปลอดภัย
และขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

อย่าเพิ่งรีบพูดว่า
“เด็กคิดไปเอง”
“แค่เด็กเล่นกัน”
“คงไม่มีอะไร”
“เขาเป็นญาติกัน ไม่น่าจะทำ”

เพราะการเพิกเฉยของผู้ใหญ่
อาจทำให้เด็กยิ่งเงียบ
และทำให้การช่วยเหลือมาช้ากว่าที่ควร

เด็กอาจเล่าไม่เก่ง อาจใช้คำไม่ถูก
อาจยังไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเรียกว่าอะไร
แต่ถ้าเขาพยายามส่งสัญญาณ

เราควรฟังอย่างจริงจัง

เพราะบางครั้ง
ประโยคสั้น ๆ จากเด็กหนึ่งประโยค
อาจเป็นประตูสำคัญที่สุด
ที่จะพาเขาออกจากความไม่ปลอดภัย
เราอาจป้องกันทุกอย่างไม่ได้ทั้งหมด
แต่เราช่วยให้เด็กมีความรู้
มีสิทธิในร่างกายของตัวเอง
และรู้ว่าเขาไม่ต้องแบกเรื่องน่ากลัวไว้คนเดียวได้

อยากให้เด็กทุกคนรู้ว่า
“หนูพูดได้”
“หนูจะมีคนเชื่อ”
“และหนูจะได้รับการปกป้อง”

จิตใจเข้าใจได้
Psychiatry for Everyday Life
เพราะทุกความรู้สึก เข้าใจได้

#จิตใจเข้าใจได้
#ป้องกันการล่วงละเมิดเด็ก
#สอนลูกเรื่องร่างกาย
#สิทธิในร่างกาย
#ความปลอดภัยเด็ก
#เลี้ยงลูกเชิงบวก

References:
-UNICEF. Over 370 million girls and women globally subjected to r**e or sexual assault as children.
https://www.unicef.org/press-releases/over-370-million-girls-and-women-globally-subjected-r**e-or-sexual-assault-children
-UNICEF Thailand. Disrupting Harm Report in Thailand.
https://www.unicef.org/thailand/press-releases/disrupting-harm-report-thailand
-WHO. Violence against children.
https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/violence-against-children

ที่อยู่

157/1 ม. 10 ต. ยางซ้าย อ. เมือง จ. สุโขทัย, , โทร 055610791
Sukhothai Thani
64000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

055610791

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุโขทัยผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์