30/08/2025
20 เรื่องราวที่หลายคนไม่เคยรู้
เกี่ยวกับ หัวหน้า สืบ นาคะเสถียร
#รำลึก35ปีสืบนาคะเสถียร
1. ชื่อจริง “สืบ” ไม่ใช่ชื่อเล่น
แต่เป็นชื่อที่บิดามารดาตั้งให้จริง ๆ เดิมชื่อ “สืบยศ” ต่อมาจึงเปลี่ยนเป็น “สืบ” สั้น ๆ ตรงไปตรงมา มีชื่อเล่นว่า "แดง"
2. เกิดที่จังหวัดปราจีนบุรี
วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2492 ที่ตำบลท่างาม (ปัจจุบันคือ ตำบลท่างา) อำเภอเมืองปราจีนบุรี
3. บิดาเป็นอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ชื่อ นายสลับ นาคะเสถียร ส่วนมารดาคือ นางบุญเยี่ยม นาคะเสถียร
4. เป็นพี่ชายคนโตของครอบครัว
มีน้องชายชื่อ กอบกิจ และน้องสาวชื่อ กัลยา
5. เรียนเก่งมาตั้งแต่เด็ก
เมื่อจบประถมศึกษาปีที่ 4 ได้เรียนต่อที่โรงเรียนเซนต์หลุยส์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ครั้นจบมัธยมศึกษาปีที่ 5 เมื่อ พ.ศ. 2511 ได้เข้าศึกษาระดับปริญญาตรีที่คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จนสำเร็จการศึกษาเมื่อ พ.ศ. 2514 หลังจากสำเร็จการศึกษาได้เข้าทำงานที่การเคหะแห่งชาติ จนถึง พ.ศ. 2517 และได้ศึกษาต่อระดับปริญญาโทในสาขาวิชาวนวัฒนวิทยา คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จนสำเร็จการศึกษาใน พ.ศ. 2518
เมื่อสำเร็จปริญญาโท สืบเข้ารับราชการเป็นพนักงานป่าไม้ตรี กองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ ขณะนั้นกองอนุรักษ์สัตว์ป่าเพิ่งก่อตั้งขึ้น และสืบเลือกหน่วยงานนี้เพราะต้องการทำงานเกี่ยวกับสัตว์ป่า งานแรกของสืบคือ การประจำอยู่ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว-เขาชมภู่ จังหวัดชลบุรี
6. เคยเป็นนักบาสเกตบอลของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ระหว่างเรียนคณะวนศาสตร์ เขาเล่นบาสเกตบอลให้กับทีมของมหาวิทยาลัย
7. มีพรสวรรค์ด้านการวาดภาพ,สเก็ตภาพสัตว์ป่าและจดบันทึกจะเห็นได้จากสมุดที่มีลายเส้นของสัตว์ป่าและรายละเอียดอย่างสมบูรณ์
8. เก่งภาษาอังกฤษมาก
สามารถอ่านและใช้เอกสารวิชาการต่างประเทศเกี่ยวกับป่าไม้และสัตว์ป่าได้โดยตรง
9. งานวิจัยชิ้นแรกคือเรื่องนกน้ำ
วิทยานิพนธ์ปริญญาโทของเขาคือ “นกน้ำและการจัดการบึงบอระเพ็ด” ที่นครสวรรค์
10. เคยได้รับทุนไปเรียนต่อที่อังกฤษ
พ.ศ. 2522 สืบได้รับทุนการศึกษาจากบริติชเคาน์ซิล จึงศึกษาระดับปริญญาโทอีกที่สาขาอนุรักษวิทยา มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ และสำเร็จการศึกษาเมื่อ พ.ศ. 2524 แล้วกลับมารับตำแหน่งหัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบางพระ มีส่วนร่วมฝึกอบรมพนักงานพิทักษ์ป่าหลายรุ่น ครั้น พ.ศ. 2526 สืบขอย้ายไปเป็นนักวิชาการประจำกองอนุรักษ์สัตว์ป่า เพื่อทำหน้าที่วิจัยสัตว์ป่าเพียงอย่างเดียว
11. เป็นนักเขียนบทความและงานวิจัยอย่างจริงจัง
ไม่ได้เป็นแค่หัวหน้าหน่วยภาคสนาม แต่เขียนเอกสารทางวิชาการจำนวนมากที่ยังถูกอ้างอิงถึงปัจจุบัน ปลาย พ.ศ. 2532 สืบได้รับทุนศึกษาปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษและได้เป็นหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้งด้วย ครั้น พ.ศ. 2533 สืบจึงตั้งกองทุนเพื่อรักษาป่าห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่นเรศวร และได้ดำเนินกิจกรรมหลายประการเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและอพยพสัตว์ป่าที่ยังตกค้างอยู่ในแก่งเชี่ยวหลาน
12. ทำงานตรงไปตรงมา กล้าเผชิญหน้ากับผู้มีอิทธิพล
ไม่เคยเกรงกลัวผลประโยชน์หรือผู้มีอำนาจที่ทำลายป่า
13. เคยถูกขู่ฆ่าเพราะขัดขวางการล่าสัตว์และการตัดไม้แต่ก็ยังทำงานอนุรักษ์ต่อไปอย่างไม่หวั่นเกรง
14. เป็นคนอารมณ์ดี
แม้จะทำงานเครียด แต่ในวงเพื่อนร่วมงาน เขามักเล่าเรื่องตลกและสร้างบรรยากาศที่ดี มักอาสาทำทุกอย่างก่อนลูกน้องเสมอ
15. รักการถ่ายภาพสัตว์ป่า
กล้องฟิล์มเป็นของที่พกติดตัวเสมอ เพื่อบันทึกภาพสัตว์หายากและพื้นที่ธรรมชาติ
16. ทุ่มเทกับงานจนสุขภาพทรุด
ช่วงทำงานที่ห้วยขาแข้ง แทบไม่กลับบ้าน ไม่พักผ่อนจนร่างกายอ่อนล้า
17. รักครอบครัวมากแต่เสียใจที่ไม่สามารถอยู่ดูแลได้เต็มที่เพราะภาระงานในป่า
18. คืนก่อนเสียชีวิต เขายังเขียนรายงานราชการชุดใหญ่เพื่อเป็นหลักฐานและข้อเรียกร้องต่อผู้มีอำนาจให้เห็นความสำคัญของห้วยขาแข้ง และจัดแจงส่งมอบสิ่งของรวมถึงงานวิจัยเพื่อมอบไว้ให้เกิดประโยชน์สืบไป
19. เสียชีวิตที่ห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานีวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2533 อายุเพียง 40 ปี ด้วยการประท้วงสังคมผ่านการกระสุนนัดนั้น
20. แรงสะเทือนจากการเสียชีวิต ทำให้ห้วยขาแข้ง–ทุ่งใหญ่นเรศวรได้เป็นมรดกโลกในปี 2534 องค์การยูเนสโกประกาศรับรอง ซึ่งเกิดขึ้นเพียง 1 ปีหลังจากเขาจากไป
ขอบพระคุณข้อมูลจาก
มูลนิธิสืบ นาคะเสถียร, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, Wikipedia, Sanook
#เครือข่ายศิลปินเพื่อผืนป่าที่ราบสูง
#รู้รักษ์ร่วมกัน
#ชมรมขอนแก่นออฟโรด
#สมาคมไทสิกขา
#ศิลปินจิตอาสา
#พาช้างกลับบ้าน
#ช้างอยู่รอดคนปลอดภัย