19/05/2026
3 ข้อเสนอ ครม. เงา จุดยืนรัฐธรรมนูญ, เหตุแยกอโศก-เพชรบุรี และการคอร์รัปชันที่ต้องถึงเวลาหยุด ‘วัฒนธรรมสินบน’ ได้แล้ว
วันนี้ (18 พ.ค.) เป็นการประชุมครั้งที่ 3 ของ ครม.เงา พรรคประชาชน นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค มีข้อสรุปจากการประชุม ดังนี้
1. ‘จุดยืนรัฐธรรมนูญ’
พรรคประชาชน และ ภาคประชาชน เห็นร่วมกันว่า หากกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนที่สะท้อนผ่านผลการออกเสียงประชามติ และนำไปสู่ฉันทามติใหม่ของสังคม
ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพิ่มเติม หมวด 15/1 เรื่องกลไกในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ควรต้องยึดหลักการสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมให้ได้มากที่สุดในกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รวมถึงการมีส่วนร่วมในการเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สภาร่างรัฐธรรมนูญ ป้องกันการผูกขาด ไม่ให้ฝ่ายใดหรือกลุ่มความคิดใด “ผูกขาด” กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่เพิ่มสิทธิพิเศษให้สมาชิกวุฒิสภา กำหนดให้สมาชิกรัฐสภาทุกคน มีสิทธิเท่ากัน ในการให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก่อนจะนำเสนอต่อประชาชนในการออกเสียงประชามติ โดยไม่มีการกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม พร้อมสนับสนุนภาคประชาชนในการรวบรวม 50,000 รายชื่อจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งยื่นร่างเข้าสภา
2. ‘เหตุการณ์ที่แยกอโศก-เพชรบุรี’
รัฐบาลควรใช้กรณีเหตุรถไฟชนรถเมล์แยกอโศก-เพชรบุรีที่เกิดขึ้นเมื่อ 16 พ.ค. ที่ผ่านมา เป็นจังหวะในการเตรียมพร้อมป้องกัน “เชิงระบบ” เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียแบบเดิมอีก โดยรัฐบาลอาจใช้เครื่องมือที่แก้ปัญหาเชิงระบบ อาทิ แต่งตั้ง “คณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์ทางราง” ตาม พ.ร.บ.ขนส่งทางราง ที่ประกาศใช้ตั้งแต่ 27 ธันวาคม 2568 เพื่อเข้ามาทำหน้าที่สอบสวนข้อเท็จจริงตามหลักวิชาการอย่างเป็นกลางตรงไปตรงมา รวมถึงพิจารณาเดินหน้าโครงการทางรถไฟส่วนขาด (Missing Link) ซึ่งจะสามารถแก้ไขปัญหาความซับซ้อนทางกายภาพและอันตรายบริเวณแยกแยกอโศก-เพชรบุรีอย่างถาวร
3. ‘หยุดการคอร์รัปชัน หยุดวัฒนธรรมสินบน’
ผลสำรวจของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เรื่องการรับสินบนของ SMEs ที่เพิ่งเปิดเผยในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้สังคมไทยให้ความสนใจกับการแก้ปัญหาคอร์รัปชันอีกครั้ง แต่นายกฯ และหน่วยราชการกลับออกมาขู่ฟ้องกลับผู้จัดทำผลสำรวจ สะท้อนความพยายามรักษา “วัฒนธรรมสินบนไทย” ให้ดำรงอยู่ต่อไป
ครม. เงา พรรคประชาชนเสนอ 3 แนวทางแก้ปัญหาสินบนให้เกิดผลจริง ได้แก่ หนึ่ง ออกกฎหมายคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส (Whistleblower) ให้เป็นไปตามมาตรฐาน OECD ที่ไทยกำลังสมัครเป็นสมาชิก สอง ยกเลิกกฎระเบียบล้าสมัย ลดใบอนุญาตที่ไม่จำเป็น เพื่อตัดช่องทางการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นต้นตอของสินบน และสาม ปฏิรูปการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐและแก้ไขกฎกระทรวงที่เอื้อต่อการผูกขาด โดยเฉพาะงานจ้างต่ำกว่า 500,000 บาทกับหน่วยงานสิทธิพิเศษ ซึ่งมีมูลค่ารวมทั้งหมดถึง 400,000 ล้านบาท