ผู้พิทักษ์แพทย์แผนไทย-พพท.

ผู้พิทักษ์แพทย์แผนไทย-พพท. นิติกรพิทักษ์สิทธิ์ ผู้ตรวจสอบ ตำรวจแพทย์แผนไทย เพื่อป้องปราม จัดระเบียบการกระทำความผิดในวิชาชีพ

📌 อยากเป็น “หมอพื้นบ้าน” ต้องมีอะไรบ้าง?“หมอพื้นบ้าน” ไม่ได้หมายถึงเพียงผู้ที่รักษาคนในชุมชนมานาน แต่เป็นผู้มีภูมิปัญญาก...
16/08/2026

📌 อยากเป็น “หมอพื้นบ้าน” ต้องมีอะไรบ้าง?

“หมอพื้นบ้าน” ไม่ได้หมายถึงเพียงผู้ที่รักษาคนในชุมชนมานาน แต่เป็นผู้มีภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยที่สืบทอดตามวัฒนธรรมของชุมชน และเข้าสู่กระบวนการรับรองตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

ตาม ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการรับรองหมอพื้นบ้าน พ.ศ. 2562 คุณสมบัติสำคัญ ได้แก่

📌 คุณสมบัติเบื้องต้น
• อายุไม่น้อยกว่า 35 ปี
• มีภูมิลำเนาในพื้นที่ที่ได้รับการเสนอชื่อไม่น้อยกว่า 10 ปี
• มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ด้านภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยที่สืบทอดมาไม่น้อยกว่า 10 ปี
• เป็นที่นิยม ยกย่อง และยอมรับจากชุมชน
• ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่ระเบียบกำหนด

📜 กระบวนการรับรองโดยสรุป

เสนอชื่อ → ตรวจสอบคุณสมบัติและหลักฐาน → คณะกรรมการพิจารณา → ออกหนังสือรับรอง

ผู้เสนอชื่อ ได้แก่ คณะกรรมการหมู่บ้าน หรือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด จึงไม่ใช่เพียงการสมัครหรือเรียกตนเองว่า “หมอพื้นบ้าน” แล้วจะได้รับการรับรองโดยอัตโนมัติ

🏛️ การดำเนินงานในพื้นที่
ต่างจังหวัดดำเนินการผ่านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ส่วนกรุงเทพมหานครอยู่ในความรับผิดชอบของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ตามระบบและอำนาจหน้าที่ที่กำหนด

🌿 หัวใจสำคัญของการรับรองหมอพื้นบ้าน ไม่ใช่เพียงกระดาษหนึ่งใบ แต่คือการรับรององค์ความรู้ที่เกิดจากการสั่งสม ถ่ายทอด และได้รับการยอมรับจากชุมชน เพื่อรักษาภูมิปัญญาการแพทย์ของท้องถิ่นให้คงอยู่ต่อไป

หมอพื้นบ้าน คือภูมิปัญญาของชุมชน ที่ผ่านกระบวนการรับรองตามกฎหมาย

อ้างอิง: ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการรับรองหมอพื้นบ้าน พ.ศ. 2562

#หมอพื้นบ้าน #การแพทย์แผนไทย #ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย #ภูมิปัญญาท้องถิ่น #แพทย์แผนไทย #สมุนไพรไทย #กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก #สืบสานภูมิปัญญาไทย

*หมายเหตุ
ภาพและข้อความจัดทำขึ้นด้วย Ai อาจจะมีความคลาดเคลื่อน ผู้รับข้อมูลควรตรวจสอบความถูกต้องด้วยตนเองอีกครั้ง 

15/08/2026

หมอเวชกรรม ไปให้สุดๆๆ
หมอแผนไทย ไปทางตันไหม…?

14/08/2026

🌿 กรรมวิธีและแนวทางการแพทย์แผนไทย

ไม่ได้มีเพียง “การนวด” แต่ครอบคลุมการส่งเสริม • ป้องกัน • ฟื้นฟู • รักษาสุขภาพ

เมื่อกล่าวถึง การแพทย์แผนไทย หลายคนอาจนึกถึงการนวดหรือสมุนไพรเป็นอันดับแรก แต่ตาม เกณฑ์มาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ข้อ 2.1.6 ได้ระบุกรรมวิธีและแนวทางการแพทย์แผนไทยไว้อย่างหลากหลาย

📜 เอกสารระบุว่า สามารถกระทำกิจกรรมเพื่อการส่งเสริม ป้องกัน ฟื้นฟู รักษาสุขภาพ ตามกรรมวิธีและแนวทางแพทย์แผนไทย ดังนี้ (รายละเอียดตามอนุผนวก)

📋 กรรมวิธีและแนวทางที่ระบุไว้ 44 รายการ

01 การตรวจวินิจฉัยโรค / อาการผิดปกติ โดยการตรวจชีพจร ฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือวิธีการอื่นๆ ตามหลักการแพทย์แผนไทย เพื่อการรักษาและส่งต่อ
02 การเข้ากระโจม
03 การเขี่ยเส้น
04 การเช็ด
05 การแหก
06 การเป่ายา
07 การเผายา
08 การเหยียบยา
09 การแช่ยา
10 การกรอกเลือด
11 การกวาดยา
12 การขัด การถูด้วยยาสมุนไพร หรือยาแผนไทย
13 การชโลมยา
14 การชะแผล
15 การดึง ดัด กระดูก
16 การตอกเส้น
17 การทับหม้อเกลือ
18 การทายา
19 การทำให้ถ่าย
20 การทำให้อาเจียนด้วยยา
21 การนวด การนวดด้วยยา การนวดโดยการทาด้วยยา หรือน้ำมันหอมระเหย
22 การนวดเพื่อการกีฬา
23 การนวดเพื่อการบริการสุขภาพ
24 การนวดเพื่อการรักษาอาการเจ็บป่วย
25 การนัตถุ์ยา
26 การบ่ง หรือบีบเส้น
27 การบ่งต้อ
28 การประคบด้วยสมุนไพร ความร้อน ความเย็น
29 การปล่อยปลิง
30 การปิดแผล
31 การย่างยา
32 การย่าขาง
33 การขัด การตัดตน
34 การรมยา
35 การลนยา
36 การสวนยา
37 การสอดยา หรือการเหน็บยา
38 การสักยา
39 การสูบยา
40 การอบด้วยไอน้ำและไอร้อน หรือสมุนไพร
41 การอบยา
42 จิต สมาธิ ที่ช่วยในการรักษา หรือเสริมการรักษา
43 ธรรมชาติบำบัด
44 วิธีการอื่นทางการแพทย์แผนไทย ที่พัฒนาโดยอาศัยความรู้ หรือตำราที่ได้ถ่ายทอดและพัฒนาสืบต่อกันมาหรือตามตำราการแพทย์แผนไทย หรือจากสถานศึกษาที่สภาการแพทย์แผนไทยรับรอง

🔎 สิ่งสำคัญที่ควรอ่านจากรายการนี้
จะเห็นว่า “การนวด” เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกรรมวิธีที่ระบุไว้ และในเรื่องการนวดเอง เอกสารยังกล่าวถึงหลายลักษณะ ทั้งการนวดด้วยยา การนวดโดยการทาด้วยยาหรือน้ำมันหอมระเหย การนวดเพื่อการกีฬา การนวดเพื่อการบริการสุขภาพ และการนวดเพื่อการรักษาอาการเจ็บป่วย

ขณะเดียวกัน รายการแรกยังกล่าวถึง “การตรวจวินิจฉัยโรค / อาการผิดปกติ” โดยการตรวจชีพจร ฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือวิธีการอื่น ๆ ตามหลักการแพทย์แผนไทย เพื่อการรักษาและส่งต่อ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ากระบวนการดูแลไม่ได้เริ่มต้นที่การทำหัตถการเพียงอย่างเดียว แต่มีการตรวจและประเมินผู้ป่วยประกอบด้วย

นอกจากนี้ยังพบกรรมวิธีที่เกี่ยวข้องกับ ยาและสมุนไพร ความร้อน–ความเย็น การดูแลบาดแผล การอบ การประคบ ตลอดจนจิต สมาธิ และธรรมชาติบำบัด ตามข้อความและรายละเอียดที่กำหนดในเกณฑ์

⚠️ แต่ต้องแยกให้ออกระหว่าง “มีชื่ออยู่ในเกณฑ์” กับ “นำไปปฏิบัติได้อย่างไร”

การพบชื่อกรรมวิธีในข้อ 2.1.6 ไม่ควรตีความแยกจากรายละเอียดตามอนุผนวกหรือข้อกำหนดอื่น ว่าผู้ประกอบวิชาชีพทุกคนสามารถใช้ทุกกรรมวิธีกับผู้ป่วยทุกกรณีได้โดยอัตโนมัติ

การนำไปใช้จริงจึงต้องพิจารณา ขอบเขตวิชาชีพ รายละเอียดของกรรมวิธี ข้อบ่งชี้ ข้อห้าม ข้อควรระวัง ความรู้และความสามารถของผู้ประกอบวิชาชีพ สภาพของผู้ป่วย การส่งต่อ และกฎหมายหรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

🩺 สรุป
การแพทย์แผนไทยไม่ได้มีเพียง “การนวด”
แต่มีกรรมวิธีและแนวทางที่หลากหลาย ตั้งแต่ การตรวจประเมิน → การใช้ยาและสมุนไพร → การนวดและหัตถการ → การส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพ → การพิจารณารักษาหรือส่งต่อ
การทำความเข้าใจวิชาชีพการแพทย์แผนไทยจึงควรศึกษาจาก ขอบเขตและมาตรฐานของวิชาชีพทั้งระบบ ไม่ใช่ตัดสินจากกรรมวิธีใดกรรมวิธีหนึ่งเพียงอย่างเดียว 🌿⚕️

📚 ที่มา: เอกสารเกณฑ์มาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ข้อ 2.1.6 หน้า 17–18 จาก 42

#หมอไทยสายบวก #การแพทย์แผนไทย #แพทย์แผนไทย #กรรมวิธีการแพทย์แผนไทย #มาตรฐานวิชาชีพ #เวชกรรมไทย #นวดไทย #หัตถการแพทย์แผนไทย #ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย #ความรู้แพทย์แผนไทย

12/08/2026

🌿 EP.04 | พ.ศ. 2528 — จากองค์ความรู้ที่สืบทอด สู่ “การฟื้นฟูการนวดไทย”

📜 การนวดไทย ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นใน พ.ศ. 2528 แต่มีองค์ความรู้ ตำรา ครูหมอ และกระบวนการถ่ายทอดสืบต่อกันมาก่อนหน้านั้น

🌱 พ.ศ. 2528 จึงเป็นหมุดหมายสำคัญของ “การฟื้นฟูการนวดไทย” โดยมีความพยายามรวบรวมองค์ความรู้จากแหล่งต่าง ๆ นำมาถ่ายทอด จัดระบบ และพัฒนาต่อยอดให้มีความเป็นระบบมากขึ้น

📌 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2528
มีการจัด การสัมมนาฟื้นฟูการนวดไทยครั้งแรก ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญของกระบวนการฟื้นฟูการนวดไทยในยุคใหม่

🔎 เส้นทางขององค์ความรู้จึงไม่ได้เริ่มต้นที่การฟื้นฟู แต่เป็นการต่อยอดจากสิ่งที่มีการสืบทอดอยู่ก่อนแล้ว
📚 องค์ความรู้เดิม
➡️ 👨‍🏫 ครูหมอผู้สืบทอด
➡️ 🤝 การรวบรวมและฟื้นฟู
➡️ 📖 การจัดระบบความรู้และการถ่ายทอด
➡️ 🏥 การพัฒนาและเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบสุขภาพ

💡 ประเด็นสำคัญที่ต้องแยกให้ชัด

🌿 “ฟื้นฟู” ≠ “เพิ่งกำเนิด”
คำว่า “ฟื้นฟู” หมายถึง การรวบรวม ถ่ายทอด จัดระบบ และพัฒนาองค์ความรู้ที่มีการสืบทอดอยู่แล้ว ไม่ใช่การสร้างศาสตร์การนวดไทยขึ้นใหม่ใน พ.ศ. 2528

⚖️ เพราะฉะนั้น การศึกษาประวัติศาสตร์การนวดไทยควรแยก “ประวัติศาสตร์และการสืบทอดขององค์ความรู้” ออกจาก “สถานะและการรับรองทางกฎหมายในแต่ละยุค” เพื่อไม่ให้การตีความคลาดเคลื่อน

🧭 2466 → 2472 → 2479 → 2528 → 2542 → 2544

📚 อ้างอิง: เอกสารประวัติการฟื้นฟูการนวดไทย และ ยงศักดิ์ ตันติปิฎก, ตำราการนวดไทย เล่ม 1

#หมอไทยสายบวก #นวดไทย #การนวดไทย #ฟื้นฟูการนวดไทย #ประวัติศาสตร์นวดไทย #การแพทย์แผนไทย #ภูมิปัญญาไทย #ครูหมอนวด #องค์ความรู้ไทย

เข้าใจให้ถูกต้องเข้าใจให้ตรงกัน
11/08/2026

เข้าใจให้ถูกต้องเข้าใจให้ตรงกัน

🌿 EP.03 | “นวดเพื่อสุขภาพ” คืออะไร? ต่างจาก “นวดรักษาโรค” อย่างไร?

💆‍♀️ คำว่า “นวด” เหมือนกัน ท่าทางบางอย่างอาจดูคล้ายกัน แต่ วัตถุประสงค์ ผู้ปฏิบัติ สถานที่ และขอบเขตตามกฎหมาย อาจแตกต่างกัน
นี่คือจุดสำคัญที่ควรแยกให้ชัดระหว่าง “นวดเพื่อสุขภาพ” กับ “การนวดที่อยู่ในระบบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย”

🌿 นวดเพื่อสุขภาพ
อยู่ในบริบทของกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ มุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพและความผ่อนคลาย โดยผู้ให้บริการต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
แนวคิดสำคัญ ได้แก่
✨ ส่งเสริมสุขภาพ
🧘‍♀️ ผ่อนคลาย
💆 ลดความเมื่อยล้า
❤️ ส่งเสริมสุขภาวะ

⚠️ การเป็นผู้ให้บริการนวดเพื่อสุขภาพ ไม่ได้ทำให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยโดยอัตโนมัติ และไม่ควรนำการผ่านหลักสูตรนวดเพื่อสุขภาพไปตีความว่าเป็นสิทธิในการตรวจ วินิจฉัย หรือรักษาโรค

🩺 ส่วนการนวดในระบบการแพทย์แผนไทย มีบริบทต่างออกไป เพราะหัตถการถูกนำมาใช้ภายใต้กระบวนการทางวิชาชีพ เช่น
🔎 ตรวจและประเมิน
📋 วิเคราะห์อาการตามองค์ความรู้
🤲 พิจารณาแนว จุด และเลือกหัตถการ
🩺 บำบัด รักษา หรือฟื้นฟูตามขอบเขตวิชาชีพ
📈 ติดตามและประเมินผล
จึงไม่ได้พิจารณาเพียงว่า “ใช้ท่านวดอะไร” แต่ต้องดูทั้ง ผู้ปฏิบัติ + วัตถุประสงค์ + กระบวนการ + สถานที่ + ขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต

⚖️ พ.ศ. 2559 เป็นหมุดหมายสำคัญ
พระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 วางระบบกำกับกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพในประเทศไทยให้ชัดเจนขึ้น
แต่ต้องเข้าใจว่า

พ.ศ. 2559 ไม่ใช่ปีที่การนวดเพื่อความผ่อนคลายถือกำเนิดขึ้น
แต่เป็นหมุดหมายสำคัญของ ระบบกฎหมายสถานประกอบการเพื่อสุขภาพในปัจจุบัน

💡 หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่คำว่า “ขอบเขต”
นวดเพื่อสุขภาพ ≠ นวดรักษาโรค
ผู้ให้บริการนวดเพื่อสุขภาพ ≠ ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยโดยอัตโนมัติ

🤲 กรรมวิธีอาจดูคล้ายกัน แต่ ฐานความรู้ วัตถุประสงค์ สถานะของผู้ปฏิบัติ และขอบเขตทางกฎหมายไม่เหมือนกัน

📌 และหากผู้รับบริการมีอาการผิดปกติหรือสงสัยภาวะโรค ควรได้รับการประเมินจากผู้ประกอบวิชาชีพที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเหมาะสม

#หมอไทยสายบวก #นวดเพื่อสุขภาพ #นวดไทย #นวดรักษาโรค #การแพทย์แผนไทย #หัตถเวชกรรมไทย #สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ #ผู้ให้บริการนวด #วิชาชีพการแพทย์แผนไทย #ความรู้สุขภาพ

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ผู้พิทักษ์แพทย์แผนไทย-พพท.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์