20/05/2026
เราอาจเป็นรุ่นสุดท้าย…ที่ได้ช่วยพะยูน
เริ่มต้นที่จันทบุรี…ปลูกหญ้าทะเลวันนี้
เพื่อวันที่พะยูนกลับมา
หญ้าทะเลหายไป พะยูนก็หายตาม
มีสัตว์ทะเลชนิดหนึ่งที่คนไทยรู้จักดี แต่น้อยคนจะรู้ว่ากำลังหายไปจากน่านน้ำไทย พะยูน สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่ในทะเล กินหญ้าทะเลเป็นอาหารหลัก ถ้าหญ้าทะเลหมด พะยูนไม่มีที่อยู่ ไม่มีอาหาร และในที่สุด ก็ไม่มีพะยูน นั่นคือเหตุผลที่มีผู้คนจากหลายภาคส่วนมายืนอยู่ริมชายหาดเจ้าหลาว ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี พร้อมกล้าหญ้าทะเลในมือ แม้ที่นี่…จะยังไม่ใช่แหล่งอาศัยหลักของพะยูนในวันนี้
แต่ทุกคนกำลังเชื่อในสิ่งเดียวกัน เราสามารถเริ่มต้นสร้างมันได้” ด้วยสองมือที่ถือกล้าหญ้าทะเล โดยเฉพาะ “กุ้ยช่ายทะเล”ที่กำลังถูกนำมาปลูกลงสู่ผืนทรายใต้น้ำ นี่ไม่ใช่แค่การปลูกพืช แต่มันคือการ “ปลูกระบบนิเวศ” ปลูกความหวัง และปลูกโอกาสให้ชีวิตเล็ก ๆ ใต้ทะเลได้กลับมาอีกครั้ง
ทำไมหญ้าทะเลถึงสำคัญ หญ้าทะเลไม่ได้มีไว้เพื่อพะยูนเพียงอย่างเดียว แต่คือระบบนิเวศทั้งระบบที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ผิวน้ำ มันเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน ทำหน้าที่กรองน้ำทะเลให้ใส ดูดซับคาร์บอนได้มากกว่าป่าบกต่อพื้นที่เท่ากันถึงหลายเท่า และยังเป็นอาหารให้กับสัตว์ทะเลอีกนับร้อยชนิดเมื่อหญ้าทะเลเสื่อมโทรม สิ่งที่เสียไปไม่ใช่แค่พืช แต่คือห่วงโซ่อาหารทั้งระบบ ซึ่งรวมถึงรายได้ของชาวประมงพื้นบ้านที่พึ่งพาทะเลผืนนี้มาตลอดชีวิต 5,000 ต้น ใน 2 ปี มูลนิธิกองทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมไทย ร่วมกับสำนักปฏิบัติการความยั่งยืนทางทะเล เครือเจริญโภคภัณฑ์ และจิตอาสาจากธุรกิจฟาร์มเลี้ยงกุ้งภาคตะวันออก บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร ลงมือปลูกหญ้าทะเลที่นี่มาแล้ว 2 ปีติดต่อกัน ปี 2568 ปลูกไป 3,000 ต้น บางต้นรอด บางต้นไม่รอด นั่นคือบทเรียนจากธรรมชาติที่ไม่มีในตำราไหน ปี 2569 ลดจำนวนลงเหลือ 2,000 ต้น เพราะสภาพอากาศและคุณภาพน้ำในปีนี้ไม่เอื้ออำนวย การตัดสินใจปลูกน้อยลงแต่ถูกเวลา ดีกว่าปลูกมากแล้วสูญเปล่าพร้อมกับการปลูก ยังมีเด็กและเยาวชนจากทั่วประเทศมาร่วมลงมือทำด้วย เพราะการอนุรักษ์ที่ยั่งยืนไม่ได้เริ่มจากผู้ใหญ่ที่มีอำนาจ แต่เริ่มจากเด็กที่เข้าใจว่าทะเลมีคุณค่า สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลขการปลูก คือแผนระยะถัดไป มูลนิธิฯ วางแผนล้อมคอกพื้นที่ปลูกทั้งเดิมและใหม่ เพื่อให้หญ้าทะเลที่ลงทุนปลูกไปได้รับการปกป้องจากกระแสน้ำและกิจกรรมมนุษย์ ควบคู่กับการขยายโครงการสู่การจัดการขยะมรสุมและขยะชายฝั่งบริเวณหาดเจ้าหลาวและแหลมเสด็จ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเขียนโครงการ เพราะปลูกหญ้าทะเลโดยไม่จัดการขยะ เหมือนปลูกต้นไม้ในห้องที่ไม่มีอากาศ
การอนุรักษ์ทะเลไม่ใช่เรื่องของนักวิทยาศาสตร์หรือหน่วยงานรัฐเพียงฝ่ายเดียวมันเป็นเรื่องของทุกคนที่เคยกินปลา เคยเหยียบทราย เคยมองทะเลแล้วรู้สึกว่ามีบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเองอยู่ตรงนั้น 5,000 ต้นที่ปลูกลงไปในสองปีอาจดูเป็นตัวเลขเล็กน้อยเมื่อเทียบกับพื้นที่หญ้าทะเลที่สูญหายไป แต่มันคือสัญญาณว่ายังมีคนเลือกที่จะทำ แม้จะรู้ว่ามันยาก และบางต้นก็อาจไม่รอด ทะเลไม่ได้ขอให้เราทำมาก แค่ขอให้เราไม่หยุดช่วยกัน
#หญ้าทะเล #พะยูน #จันทบุรี #ทะเลไทยยั่งยืน #ซีพีร้อยเรียงความดี #จิตอาสาทะเล