14/06/2023
เมื่อวันก่อน ผมอ่านข่าวเกี่ยวกับการตรวจสอบการจัดซื้อ “ระเบิดร่อน”ของกองทัพอากาศ ซึ่งว่าที่ ส.ส.ใหม่ป้ายแดงของพรรคก้าวไกลได้นำมาเปิดเผยผ่านสื่อมวลชนว่า ตัวท่านได้ทราบข่าวและเห็นเอกสาร การเร่งตรวจรับการจัดซื้อจัดจ้าง “ระเบิดร่อน” ที่ซื้อมาจากประเทศเกาหลี โดยไม่ผ่านกระบวนการรับรอง หรือ Certified ว่าสามารถใช้งานกับอากาศยานของกองทัพอากาศได้หรือไม่!
โดยในสัญญาระบุเงื่อนไขเพียงว่า สามารถติดตั้งบนอากาศยาน แต่ไม่เขียนว่าต้องใช้งานกับอากาศยานของ ทอ. รุ่นใดบ้าง อีกทั้งการจัดซื้อครั้งนี้ยังไม่ได้เป็นความต้องการของหน่วยผู้ใช้
เพียงแต่ผู้มีอำนาจในอดีตมีความต้องการจัดซื้อให้ได้ โดยตัดงบประมาณโครงการต่างๆที่หน่วยผู้ใช้งานแต่ละหน่วยที่มีความจำเป็น เพื่อสนองความต้องการของตนเองในการจัดซื้อครั้งนี้ โดยไม่สนใจว่าสามารถใช้งานกับอากาศยานของกองทัพอากาศได้หรือไม่!
ข้อกล่าวหานี้รุนแรงไม่น้อยทีเดียว เพราะถ้าเป็นจริงก็ถือว่ามีการทุจริต!
แต่โฆษกกองทัพอากาศท่านก็ออกมาชี้แจงในทันทีว่า กองทัพอากาศ โดยกรมสรรพาวุธทหารอากาศ ได้ดำเนินการจัดซื้อชุดอุปกรณ์นำวิถี และเพิ่มระยะลูกระเบิดอากาศ (Guidance-Extended Range Kits) ซึ่งเป็นชุดอุปกรณ์สำหรับติดตั้งกับระเบิดอากาศขนาด 500 ปอนด์ ให้เป็น “ระเบิดร่อน” ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการใช้กำลังทางอากาศจากระยะไกลได้อย่างแม่นยำ (Stand-off/Precision) ด้วยระบบนำวิถี โดยระบบดาวเทียมบอกตำแหน่งและระบบนำวิถีด้วยแรงเฉื่อย ซึ่งถือว่าเป็นการวางแผนจัดซื้อตามอัตราอาวุธภาคอากาศ สำหรับเตรียมความพร้อมในการป้องกันประเทศ
ท่านโฆษกฯ กล่าวต่อไปอีกว่า การจัดซื้อชุดอุปกรณ์นำวิถีและเพิ่มระยะลูกระเบิดอากาศ (Guidance-Extended Range Kits) ได้ระบุในเงื่อนไขการจัดซื้อว่า ต้องผ่านการรับรองการใช้งานกับเครื่องบินขับไล่แบบ F-16, F-5 และ T-50 จากหน่วยงานภาครัฐซึ่งรับผิดชอบด้านยุทโธปกรณ์ทางทหารของประเทศผู้ผลิต และการจัดซื้อได้ดำเนินการครบถ้วนตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ตลอดจนคำสั่งและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจรับพัสดุด้วยความรอบคอบตามเงื่อนไขที่ระบุในข้อตกลงการจัดซื้อทุกประการ
ผมเห็นการตรวจสอบของ ว่าที่ ส.ส. และการชี้แจงของโฆษกกองทัพอากาศในทันทีทันควันแล้วก็ดีใจครับ เพราะถือเป็นเรื่องที่ดีที่พรรคการเมือง ต้องช่วยกันตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ เป็นการทำงานแทนประชาชนที่เสียภาษี และภาครัฐเองก็ต้องชี้แจงข้อเท็จจริงต่างๆเพื่อความโปร่งใส หากทั้ง 2 ฝ่ายทำตามหน้าที่โดยบริสุทธิ์ใจ ผู้ที่จะได้รับผลประโยชน์สูงสุดก็คือประเทศชาติและประชาชนนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม พออ่านเรื่องดังกล่าว ก็อดไม่ได้ที่จะต้องพูดถึงการตรวจสอบในสมัยสภาที่แล้ว เพราะผมทำงานในคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เป็นประธาน
เราได้ทำการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างยุทโธปกรณ์ของกองทัพอากาศจำนวน 4 โครงการ มูลค่าหลายพันล้านบาท ซึ่งต่อมา คณะกรรมาธิการฯลงมติว่า มีพฤติกรรมในการจัดซื้อจัดจ้างส่อไปในทางมิชอบ และได้ส่งรายงานของคณะกรรมาธิการไปยังผู้เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานแล้ว
บอกตามตรง! ผมอยากให้กองทัพอากาศออกมาชี้แจงชัดๆเหมือนเรื่องระเบิดร่อนนี้เช่นกันว่า ปัจจุบันทั้ง 4 โครงการนี้อยู่ในขั้นตอนไหน เพราะถ้าเป็นโครงการที่จัดซื้อจัดจ้างแบบถูกต้อง ทอ.จะได้ดำเนินการต่อไป แต่ถ้าไม่ถูกต้อง ก็อยากทราบว่า พบใครที่กระทำความผิดหรือไม่ และท่านได้ดำเนินการกับผู้กระทำความผิดเหล่านั้นอย่างไร
หรือท่านทั้งหลายรู้ว่าโครงการต่างๆนั้นไม่ถูกต้อง แต่พร้อมใจกันนิ่งเฉย และยังปล่อยให้ตัวการสำคัญออกมารับผิดชอบโครงการใหม่ๆต่อไปอีกโดยไม่เกรงกลัวฟ้าดิน ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ ผู้รับผิดชอบสูงสุดของกองทัพ ย่อมถูกครหาว่าช่วยกันปกปิดความผิดเพื่อสืบทอดอำนาจกันต่อไป และย่อมส่งผลร้ายให้กับกองทัพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สุดท้ายผมขอสะท้อนสิ่งที่ได้ยินมาจากเพื่อนพ้องน้องพี่ในกองทัพอากาศ และหวังว่าคงไม่ใช่เรื่องจริง เพราะหากผู้บริหารระดับสูงยังนิ่งเฉยเพื่อปกปิดความผิดให้ใครบางคน และปล่อยปละละเลยให้อำนาจคนเลวไปทำงานทุจริตแบบโจ๋งครึ่มอย่างนี้ แรงกระเพื่อมในกองทัพจะสูงขึ้นเรื่อยๆ และจะเกิดความแตกแยกขึ้นอย่างกว้างขวาง ซึ่งถ้ายังไม่ยอมแก้ไข เชื่อได้เลยว่า ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างที่ส่อไปในทางมิชอบ จะหลั่งไหลออกมาอีกหลายเรื่อง และสุดท้ายชื่อเสียงของ ทอ. จะถูกทำลายจนป่นปี้อย่างแน่นอน
รีบช่วยกันแก้ไขกันดีกว่าครับ ใครกำลังทำอะไรก็รู้ๆกันอยู่ ถ้านิ่งเฉยปล่อยกันไปแบบนี้ หากถูกสภาฯตรวจสอบ สุดท้ายคนที่เสียหายที่สุดก็คือ “กองทัพอากาศ” ของเราครับ
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ
รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย