1584 ร้องเรียนรถโดยสารสาธารณะ

1584 ร้องเรียนรถโดยสารสาธารณะ ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่อ?

17/07/2026

กรมการขนส่งทางบก แนะผู้ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ กรณีไม่ผ่านเกณฑ์ “กรรมสิทธิ์รถเกินกว่าที่กำหนด” รีบยื่นอุทธรณ์พร้อมเช็กข้อมูลทางทะเบียน ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกได้รับข้อสั่งการจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ให้เร่งช่วยเหลือดูแลประชาชนที่ถูกตัดสิทธิ์การได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการเคยมีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ หรือได้ทำการขายไปแล้วแต่ยังไม่ได้แจ้งจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อให้ถูกต้อง ตลอดจนกรณีที่เพิ่งทราบว่าตนเองมีกรรมสิทธิ์ในรถอันเนื่องมาจากญาติ พี่น้อง หรือลูกหลานนำชื่อไปใช้ในการซื้อรถ

สืบเนื่องจากกระทรวงการคลังได้ประกาศผลพิจารณาโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 โดยกรมการขนส่งทางบกได้ดำเนินการตรวจสอบการมีกรรมสิทธิ์ของรถ และจัดส่งผลการตรวจสอบให้แก่กระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนตามเงื่อนไขโครงการ ในหัวข้อ “ไม่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถ เว้นแต่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถเฉพาะประเภทรถจักรยานยนต์ ที่มีขนาดกระบอกสูบไม่เกิน 300 ซีซี รถยนต์สามล้อ รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง หรือรถใช้งานเกษตรกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ประเภทละไม่เกิน 1 คัน” อย่างไรก็ตาม พบว่ามีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ (มีกรรมสิทธิ์รถเกินจำนวนที่โครงการกำหนด) จำนวนมาก โดยกรมการขนส่งทางบกแนะนำให้ดำเนินการ ดังนี้

1. หากประชาชนไม่ผ่านคุณสมบัติ และต้องการยื่นทบทวนหรืออุทธรณ์ ให้ประชาชนดำเนินการตามช่องทางที่กระทรวงการคลังกำหนด ได้ตั้งแต่วันที่ 17 – 31 กรกฎาคม 2569 ผ่าน 4 ช่องทาง ดังนี้

ช่องทางที่ 1 เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th
ช่องทางที่ 2 ผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ"
ช่องทางที่ 3 ผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง"
ช่องทางที่ 4 ผ่านหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร (กรุงไทย, ออมสิน, ธ.ก.ส., ธอส. และ ธ.อิสลาม)

2. สำหรับประชาชนผู้ลงทะเบียนโครงการดังกล่าว และต้องการตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียนรถของตนเอง สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลการมีกรรมสิทธิ์ในรถ ฟรี! โดยกรมการขนส่งทางบกได้สั่งการให้สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศช่วยเหลือประชาชน โดยไม่ให้เก็บค่าธรรมเนียมในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบกรรมสิทธิ์ เนื่องจากเป็นบริการที่ต่อเนื่องจากโครงการของรัฐ ผู้ที่ต้องการตรวจสอบกรรมสิทธิ์สามารถนำบัตรประจำตัวประชาชน หรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง Walk-in มายังสำนักงานขนส่งจังหวัดหรือสำนักงานขนส่งสาขาทั่วประเทศ ซึ่งกรมการขนส่งทางบกสามารถตรวจสอบข้อมูลได้อย่างถูกต้องจากระบบฐานข้อมูลกลาง (MDM) หากตรวจสอบแล้วพบว่าข้อมูลรถดังกล่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริง จะดำเนินการปรับปรุงข้อมูลหรือดำเนินการทางทะเบียนให้ถูกต้องตามระเบียบต่อไป

นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกจะคอยดูแลรวบรวมกรณีปัญหาต่างๆ ของประชาชน เพื่อนำเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาหาแนวทางช่วยเหลือ ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกพร้อมอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบและปรับปรุงแก้ไขข้อมูลทางทะเบียนรถให้ถูกต้องตรงตามข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการยื่นอุทธรณ์เพื่อรักษาสิทธิ์ของตนเองต่อไป

📣 ประกาศแจ้งปิดปรับปรุงระบบสายด่วน 1584 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบ Call Center และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง จึงมีคว...
10/07/2026

📣 ประกาศแจ้งปิดปรับปรุงระบบสายด่วน 1584

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบ Call Center และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง จึงมีความจำเป็นต้องปิดให้บริการระบบเป็นการชั่วคราว เพื่อปรับปรุง บำรุงรักษา

✔️ ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2569 เวลา 00.00 น. ถึงวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2569 เวลา 07.00 น.

ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้

15/06/2026

กรมการขนส่งทางบก ประกาศปรับเกณฑ์ทดสอบสมรรถภาพร่างกายสำหรับการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ ตามข้อแนะนำของแพทยสภา

นายฐิติพัฒน์ ไทยจงรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักวิศวกรรมยานยนต์ และโฆษกกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกได้ปรับปรุงแนวทางปฏิบัติในการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย ณ สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ เพื่อลดขั้นตอนและอำนวยความสะดวก ให้กับประชาชนตามเจตนารมณ์ของกฎกระทรวง โดยอ้างอิงจากข้อแนะนำของแพทยสภา จึงได้กำหนดเกณฑ์การปฏิบัติทดสอบสมรรถภาพร่างกายในกระบวนการขอรับใบอนุญาตขับรถ ณ สำนักงานขนส่ง ดังนี้
• การทดสอบการมองเห็นสี ทดสอบเฉพาะการขอรับใบอนุญาตขับรถในครั้งแรกเท่านั้น ในการขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถไม่ต้องทดสอบการมองเห็นสี
• การขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถสำหรับกลุ่มผู้ที่มีอายุไม่เกิน 55 ปีบริบูรณ์ ที่ใบอนุญาตขับรถขาดต่ออายุไม่เกิน 1 ปี จะได้รับสิทธิยกเว้นไม่ต้องทดสอบความสามารถของปฏิกิริยาทางเท้า โดยให้เข้ารับการทดสอบเฉพาะสายตาทางกว้างและทางลึกเท่านั้น
• การขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถกลุ่มผู้ที่มีอายุเกิน 55 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อมูลอายุ และยังคงต้องเข้ารับการทดสอบความสามารถของปฏิกิริยาทางเท้า ควบคู่กับการทดสอบสายตาทางกว้างและทางลึกตามปกติ
• การขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถกลุ่มผู้ที่ขาดต่ออายุใบอนุญาตขับรถเกิน 1 ปีขึ้นไป จะต้องเข้ารับการทดสอบความสามารถของปฏิกิริยาทางเท้า และทดสอบสายตาทางกว้างและทางลึกเช่นเดียวกัน
การปรับเกณฑ์ดังกล่าวนี้ มุ่งหวังที่จะช่วยลดภาระและประหยัดเวลาในการเดินทางมาติดต่อราชการของผู้ขับขี่ที่ยังมีสมรรถภาพร่างกายที่เหมาะสม

โฆษกกรมการขนส่งทางบก กล่าวต่อไปว่า กรมการขนส่งทางบก ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และแพทยสภา เพื่อเร่งพัฒนาระบบต่ออายุใบอนุญาตขับรถผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้สมบูรณ์ ตามประกาศกฎกระทรวงการขอและการออกใบอนุญาตขับรถ และการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2568 เพื่อให้การใช้งานมีความเสถียรและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด เมื่อการพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการต่อใบขับขี่ออนไลน์เสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว ทางกรมฯ จะเร่งดำเนินการประชาสัมพันธ์ ประกาศแจ้งให้ทราบอีกครั้ง ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมการขนส่งทางบก 1584 หรือเว็บไซต์ www.dlt.go.th

12/06/2026

เสด็จสู่สวรรคาลัย
​น้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณตราบนิจนิรันดร์

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

ข้าพระพุทธเจ้าคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่
กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม

📣
12/06/2026

📣

กรมการขนส่งทางบก อำนวยความสะดวกประชาชนเปิดให้บริการด้านใบอนุญาตขับรถสาธารณะนอกเวลาราชการ “เฉพาะวันเสาร์” กรณีทำใหม่หรือต่ออายุใบอนุญาตขับรถสาธารณะ โดยอบรม e - Learning มาเรียบร้อยแล้ว เริ่มวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน ถึงวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2569
เวลา 08.30 - 15.30 น. ณ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 - 5
กรมการขนส่งทางบกอำนวยความสะดวกประชาชนเปิดให้บริการด้านใบอนุญาตขับรถสาธารณะนอกเวลาราชการ “เฉพาะวันเสาร์” กรณีทำใหม่และต่ออายุใบอนุญาตขับรถสาธารณะในวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน ถึง วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2569 เวลา 08.30 - 15.30 น. ณ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 5 โดยต้องเป็นผู้อบรม e - Learning (อบรมหลักสูตรขอรับหรือต่ออายุใบอนุญาตขับรถสาธารณะ) มาเรียบร้อยแล้วเท่านั้น โดยประชาชนสามารถยื่นคำร้อง ณ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 - 5 โดยเตรียมเอกสารหลักฐานดังนี้ 1. บัตรประชาชน 2. ใบรับรองแพทย์สำหรับใบอนุญาตขับรถที่แพทยสภารับรอง 3. ได้รับใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลชั่วคราวมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี หรือ ใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล หรือใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลตลอดชีพ หรือ ใบอนุญาตขับรถสาธารณะ 4. ผลอบรม e - Learning หลักสูตรขอรับใบอนุญาตขับรถสาธารณะ หรือต่ออายุใบอนุญาตขับรถสาธารณะ (https://www.dlt-elearning.com/) 5. ใบอนุญาตขับรถสาธารณะเดิม (กรณีต่ออายุ) ขั้นตอนการดำเนินการ ผู้รับบริการสามารถ Walk - in มารับบัตรคิว และยื่นเอกสารหลักฐานพร้อมแสดงผลการอบรม e - Learning เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบเอกสารหลักฐานเรียบร้อยแล้ว จะดำเนินการทดสอบสมรรถภาพร่างกายและทดสอบภาคทฤษฎี e - Exam หลังจากนั้น เมื่อตรวจสอบไม่พบประวัติอาชญากรรม และทดสอบภาคทฤษฎีผ่านแล้ว สามารถมาออกใบอนุญาตฯ ซึ่งมีค่าธรรมเนียมออกใบอนุญาตขับรถสาธารณะ รถยนต์สาธารณะ 305 บาท รถจักรยานยนต์สาธารณะ 155 บาท กรณีขับรถยนต์สาธารณะ (แท๊กซี่) ให้เตรียมรูปถ่ายเสื้อคอปกสีพื้นขนาด 3 นิ้ว จำนวน 3 รูป สำหรับทำบัตรผู้ขับรถ (บัตรเหลือง) ค่าธรรมเนียม 25 บาท ทั้งนี้ ประชาชนผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 5 หรือ ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน 1584 เมื่อได้รับใบอนุญาตขับรถสาธารณะแล้วสำหรับผู้ที่ต้องการประกอบอาชีพขับรถรับจ้างสาธารณะต้องดำเนินการจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ทั้งนี้ ใบอนุญาตขับรถสาธารณะเป็นเอกสารหลักฐานที่สำคัญ สำหรับผู้ที่ต้องการประกอบอาชีพขับรถสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานขับรถรับจ้างประเภทใด หรือที่ให้บริการผ่านแอปพลิเคชันที่ต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะถูกต้องตามกฎหมาย และเข้ามาดำเนินการจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกตามประกาศของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หากไม่ดำเนินการตามประกาศฯ ดังกล่าวจะมีความผิดตามกฎหมายและมีผลให้ผู้ขับรถที่ยังไม่จดทะเบียนไม่สามารถขับรถให้แอปพลิเคชันนั้นได้ ดูน้อยลง

https://www.facebook.com/100064860544279/posts/1474201611418510/?
30/04/2026

https://www.facebook.com/100064860544279/posts/1474201611418510/?

🗓ปฏิทินวันหยุดราชการ เดือนพฤษภาคม 2569
✅️สำหรับ วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นวันแรงงาน
กรมการขนส่งทางบก ยังคงเปิดทำงานและให้บริการตามปกติ

❌️ หยุดเสาร์-อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์
และวันหยุดตามประกาศรัฐบาล
▶️วันที่ 4 พ.ค. 69 วันฉัตรมงคล
▶️วันที่ 13 พ.ค. 69 วันพืชมงมล

📱ท่านสามารชำระภาษีรถออนไลน์ได้ที่
1️⃣เว็บไซต์ E-service
https://eservice.dlt.go.th/esvapp/login.jsf

2️⃣แอปพลิเคชัน DLT Vehicle Tax Plus
iOS : https://apple.co/3iAx6Dd
แอนดรอยด์ : https://bit.ly/2XXQLVT

3️⃣แอปพลิเคชัน : เป๋าตัง

📱ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน DLT QR Licence
iOS - https://apple.co/2VTcYR8
แอนดรอยด์ - http://bit.ly/2JHhh0m

ใครที่มีใบขับขี่ที่ทีคิวอาร์โค้ดแล้ว แนะให้ลองเริ่มต้นใช้งานใบอนุญาตขับรถเสมือนจริงแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ใบขับขี่ดิจิทัล ผ่านแอปพลิเคชัน DLT QR Licence มีแล้วไม่ต้องพกตัวบัตร แค่โชว์ผ่านแอปฯ ก็ใช้ได้เลย

📣
18/04/2026

📣

กระทรวงคมนาคม กรมการขนส่งทางบก ขยายเวลาลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือ “กลุ่มขนส่งที่ใช้น้ำมันดีเซลหรือเบนซินล้วน” อุ้มผู้ประกอบการขนส่ง-ลดภาระค่าครองชีพประชาชน รับมือวิกฤตน้ำมัน โดยสามารถลงทะเบียนผ่านระบบ “DLT พร้อมซัปพอร์ต” ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 24 เม.ย. 69 (ไม่เว้นวันหยุดราชการ)

จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อและส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนราคาน้ำมัน รวมถึงค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนในประเทศ กระทรวงคมนาคมได้ตระหนักถึงความเดือดร้อนดังกล่าว จึงได้เร่งผลักดันมาตรการช่วยเหลือแบบเชิงรุกเพื่อแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนอย่างเร่งด่วน และได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบกกำหนดหลักเกณฑ์ผู้ประกอบการขนส่ง “กลุ่มขนส่งที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง” (น้ำมันดีเซลหรือเบนซินล้วน) ที่มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือรับมือวิกฤตน้ำมันตะวันออกกลางอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งได้เปิดลงทะเบียนรับเงินเยียวยาตามมาตรการดังกล่าว ผ่านระบบ“DLT พร้อมซัปพอร์ต” ทั้งทาง Online และ Walk-in ที่กรมการขนส่งทางบก และสำนักงานขนส่งทั่วประเทศ อย่างไรก็ตามภายหลังการเปิดระบบให้ลงทะเบียนรับสิทธิช่วยเหลือตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย. 69 ที่ผ่านมา มีผู้ให้ความสนใจเข้ามาลงทะเบียนเป็นจำนวนมาก และยังคงมีผู้ประกอบการที่มีสิทธิแต่ยังไม่สามารถลงทะเบียนสู่ระบบได้ กระทรวงคมนาคม โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม จึงสั่งการให้กรมการขนส่งทางบก ดำเนินการขยายระยะเวลาการลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิเงินช่วยเหลือ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิและเป็นไปตามจุดประสงค์ของมาตรการดังกล่าวที่ต้องการช่วยผู้ประกอบการขนส่ง รวมถึงลดภาระค่าครองชีพของประชาชน

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก ขานรับข้อสั่งการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม โดยขยายเวลาลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 24 เมษายน 2569 (ไม่เว้นวันหยุดราชการ) สำหรับ “กลุ่มขนส่งที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง” (น้ำมันดีเซลหรือเบนซินล้วน) ภายหลังที่เปิดรับลงทะเบียนมาแล้ว 2 วัน (16 – 17 เม.ย. 69) พบมีผู้ลงทะเบียนแล้วเป็นจำนวนมาก เป็นผู้ประกอบการที่มีสิทธิกว่า 26,000 ราย ในขณะที่จำนวนยานพาหนะที่ลงทะเบียนในระบบมีจำนวนรวมกว่า 116,000 คัน (ข้อมูล ณ วันที่ 17 เม.ย. 69) โดยผู้ประสงค์ขอรับสิทธิช่วยเหลือสามารถลงทะเบียนผ่านระบบ “DLT พร้อมซัปพอร์ต” ที่เว็บไซต์ https://tss.dlt.go.th/ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือมาดำเนินการลงทะเบียนขอรับสิทธิได้ ณ อาคาร 3 ชั้น 1 กรมการขนส่งทางบก หรือสำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศ

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากในวันแรกที่เปิดให้ลงทะเบียนพบว่ามีผู้ให้ความสนใจและพยายามเข้ามาลงทะเบียนในระบบเป็นจำนวนมาก โดยกรมการขนส่งทางบก รับทราบปัญหาในการเข้าสู่ระบบลงทะเบียนทาง Online และได้ทำการปรับปรุงระบบให้มีความเสถียรมากยิ่งขึ้น จึงต้องขออภัยในความไม่สะดวกดังกล่าว พร้อมทั้งได้ขยายระยะเวลาเพื่อให้ผู้มีสิทธิได้มีโอกาสในการเข้ามาลงทะเบียนได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ ขอย้ำว่ามาตรการดังกล่าวเป็นความพยายามในการช่วยเหลือผู้ประกอบการรถโดยสารและรถบรรทุกขนส่งสินค้าที่ใช้น้ำมันดีเซลหรือเบนซินล้วนก่อน เนื่องจากเป็นผู้ได้รับผลกระทบสูงจากวิกฤตความผันผวนของราคาน้ำมันในช่วงที่ผ่านมา เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถจัดเดินรถทั้งในส่วนของรถโดยสารและรถขนส่งสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง อันจะเป็นการช่วยประคับประคองสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศให้สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ในสถานการณ์เช่นนี้

ทั้งนี้ ในการลงทะเบียนขอรับสิทธิ ผู้สมัครจะต้องแจ้งข้อมูลบัญชีเงินฝากธนาคารที่ผูกพร้อมเพย์ด้วยเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก (กรณีบุคคลธรรมดา) หรือข้อมูลบัญชีเงินฝากที่ผูกพร้อมเพย์ด้วยเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (กรณีนิติบุคคล) พร้อมแนบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำเนาใบอนุญาตประกอบการขนส่ง หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล และเอกสารหลักฐานแสดงการรับจ้างขนส่งผู้โดยสาร (ซึ่งเอกสารจะแตกต่างกันไปตามประเภทรถที่ขอรับสิทธิ) โดยการได้รับสิทธิช่วยเหลือจะเป็นไปตามเกณฑ์ที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด ซึ่งจะพิจารณาการจ่ายเงินช่วยเหลือตามสัดส่วนระยะเวลาที่ให้บริการขนส่งจริงหลังจากวันที่ลงทะเบียนสำเร็จ ภายใต้กรอบระยะเวลาดำเนินมาตรการ 42 วัน (ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2569) ดังนั้น กรมการขนส่งทางบกจึงขอเชิญชวนให้ผู้ประกอบการมาดำเนินการลงทะเบียน เพื่อรักษาสิทธิในการรับเงินช่วยเหลืออย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่สายด่วนกรมการขนส่งทางบก 1584

16/04/2026
📍
10/04/2026

📍

กระทรวงคมนาคมสั่งการให้ ขบ. และ บขส. ร่วมกัน ดูแลราคาค่าโดยสาร เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจในการเดินทางกลับภูมิลำเนา ในช่วงสงกรานต์

นายฐิติพัฒน์ ไทยจงรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักวิศวกรรมยานยนต์ และโฆษกกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ปัญหาในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นต้นทุนหลักของการขนส่ง โดยต้นทุนเชื้อเพลิงซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 45% ของต้นทุนการเดินรถทั้งหมด ทำให้เมื่อปัจจุบันเกิดภาวะน้ำมันเชื้อเพลิงผันผวน พบว่าผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะได้ลดเที่ยววิ่งลงถึงร้อยละ 20 จากในสถานการณ์ปกติ การลดเที่ยววิ่งดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนที่ต้องใช้บริการรถโดยสาร โดยเฉพาะในขณะนี้ที่กำลังเข้าสู่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งมีประชาชนเตรียมตัวเดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก โดยกรมการขนส่งทางบกมีมาตรการรับมือราคาน้ำมันผันผวน ดังนี้

1. เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ได้มีมติให้มีการปรับราคาค่าโดยสาร ซึ่งจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2569 ดังนี้
1.1 รถโดยสารประจำทางหมวด 2 และ 3
รถโดยสารขนาดใหญ่ ปรับขึ้น 5 สตางค์ต่อกิโลเมตรต่อที่นั่ง เช่น หากมีการเดินทาง 100 กิโลเมตร ก็จะปรับขึ้น 5 บาท ต่อที่นั่ง เป็นต้น
รถตู้โดยสารสาธารณะ และรถโดยสารสาธารณะขนาดเล็ก (มินิบัส) ปรับขึ้น 2 สตางค์ต่อกิโลเมตรต่อที่นั่ง เช่น หากมีการเดินทาง 100 กิโลเมตร ก็จะปรับขึ้น 2 บาท ต่อที่นั่ง เป็นต้น
1.2 รถโดยสารประจำทางหมวด 4 กรุงเทพมหานคร (รถสองแถว)
รถใหม่ มีอายุไม่เกิน 2 ปี ปรับขึ้น 1 บาทต่อที่นั่ง
รถเกิน 2 ปี ปรับขึ้น 2 บาทต่อที่นั่ง
1.3 สำหรับรถโดยสารประจำทางหมวด 1 และ 4 ต่างจังหวัด การกำหนดอัตราค่าโดยสารเป็นอำนาจคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัด โดยให้แต่ละจังหวัดพิจารณาขึ้นค่าโดยสารโดยใช้สูตรคำนวณที่อ้างอิงตามปัจจัยโครงสร้างต้นทุนที่แท้จริงมาคำนวณ เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงในแต่ละพื้นที่

โดยการพิจารณาขึ้นค่าโดยสารใช้สูตรคำนวณที่อ้างอิงตามปัจจัยโครงสร้างต้นทุนที่แท้จริงมาคำนวณร่วมด้วย ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index - CPI), ดัชนีค่าพลังงาน (Energy Index) และค่าจ้างแรงงาน เพื่อสร้างความเป็นธรรมในระยะยาวสำหรับผู้ประกอบการ โดยโครงสร้างราคาใหม่นี้จะถูกปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันแบบเดือนต่อเดือน ซึ่งสามารถปรับขึ้นและลงตามสถานการณ์ที่แท้จริงของต้นทุนพลังงาน หากสถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีแนวโน้มลดลงก็จะปรับลดค่าโดยสารลงเช่นเดียวกัน เพื่อให้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของดัชนีทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง

2. กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้ กรมการขนส่งทางบก และบริษัท ขนส่ง จำกัด ดำเนินโครงการส่งเสริมการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะเพื่อป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 โดยตรึงราคาค่าโดยสารสำหรับประชาชนที่เดินทางด้วยรถโดยสารของบริษัท ขนส่ง จำกัด และรถร่วมฯ ที่ให้บริการในเส้นทางหมวด 2 และ 3 ตั้งแต่วันที่ 6 - 19 เมษายน 2569 ทั้งนี้ สำหรับประชาชนที่ได้สำรองซื้อตั๋วโดยสารล่วงหน้าไว้แล้ว สามารถเดินทางด้วยอัตราค่าโดยสารเดิมที่ได้มีการชำระเงินไว้แล้ว โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะในช่วงเทศกาลได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และเป็นการส่งเสริมการใช้รถโดยสารสาธารณะ ที่มีการกำกับ ดูแล ทั้งด้านตัวรถ และผู้ขับรถ ตลอดการเดินทาง โดยได้รับการสนับสนุนการดำเนินโครงการจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน

3. ด้านการขนส่งสินค้า จัดทำ “ดัชนีอ้างอิงต้นทุนการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซล” (Diesel Fuel-Based Transport Freight Cost Index: DFCI) เพื่อเป็นค่าดัชนีที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนการขนส่งสินค้าทางถนนที่แปรผันตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เปลี่ยนแปลงไป โดยผู้ประกอบการขนส่งทางถนนสามารถนำดัชนี DFCI ไปใช้เป็นกรอบอ้างอิง (Benchmark) ประกอบการพิจารณาตกลงค่าขนส่งสินค้ากับผู้ว่าจ้าง

กรมการขนส่งทางบกขอขอบคุณผู้ประกอบการขนส่ง ที่มีความพยายามอย่างยิ่งในการให้ความร่วมมือในการเดินรถเพื่อให้ประชาชนเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ อย่างไรก็ตาม ตามที่คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ได้อนุมัติปรับราคาค่าโดยสาร 5 สตางค์ ไปก่อนหน้านี้ โดยใช้ฐานราคาน้ำมันดีเซลในการคำนวณที่ 38.99 บาทต่อลิตร (ณ วันที่ 30 มี.ค. 69) จากเดิมที่ใช้ฐานราคาน้ำมันดีเซลที่ราคา 34.99 บาทต่อลิตร ซึ่งปัจจุบันราคาน้ำมันได้มีการปรับตัวสูงขึ้นไปที่ 44.24 บาทต่อลิตรแล้ว (ณ วันที่ 2 เม.ย. 69) หากสถานการณ์ราคาน้ำมันยังคงมีความผันผวน กรมการขนส่งทางบกจะต้องพิจารณาทบทวนอัตราค่าโดยสารให้สะท้อนต้นทุนการเดินรถที่แท้จริงอย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้ประกอบการขนส่งสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ พร้อมกันนี้ กรมฯ ขอให้คำมั่นว่าจะบริหารจัดการและกำกับดูแลอัตราค่าโดยสารให้เกิดความเป็นธรรม เพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนควบคู่กันไป

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกประสาน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เพื่อจัดเตรียมสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง และการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง ให้เพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะในแนวเส้นทางที่รถโดยสาร บขส. และรถร่วมฯ วิ่งให้บริการ ตั้งแต่ต้นทางและปลายทางเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประกอบการ สนับสนุนให้สามารถเดินหน้าให้บริการ รับ - ส่ง พี่น้องประชาชนเดินทางตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้อย่างราบรื่นต่อไป โฆษกกรมการขนส่งทางบก กล่าวในที่สุด

แจ้งวันหยุดราชการ
10/04/2026

แจ้งวันหยุดราชการ

ปฏิทินวันหยุดราชการ/ วันหยุดเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ 2569
ระหว่างวันที่ 11 - 15 เมษายน 2569

โดยกรมการขนส่งทางบก จะเปิดให้บริการตามปกติ
ในวันที่ 16 เมษายน 2569
ขออภัยในความไม่สะดวก

--------------------------
ช่องทางการให้บริการออนไลน์
ชำระภาษีรถออนไลน์ล่วงหน้า
แอปพลิเคชัน DLT Vehicle Tax
iOS : https://apple.co/3iAx6Dd

แอนดรอยด์ : https://bit.ly/2XXQLVT

ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน DLT QR Licence
iOS - https://apple.co/2VTcYR8

แอนดรอยด์ - http://bit.ly/2JHhh0m

สำหรับผู้ที่มีใบขับขี่รูปแบบที่มีคิวอาร์โค้ด (QR Code) ด้านหลังบัตร สามารถลงทะเบียนใช้งานใบอนุญาตขับรถเสมือนจริงแบบอิเล็กทรอนิกส์ (ใบขับขี่ดิจิทัล) ผ่านแอปพลิเคชัน DLT QR Licence ได้ทันที สะดวกสบาย ไม่ต้องพกบัตรจริง เพียงแสดงภาพใบขับขี่ผ่านแอปพลิเคชันก็สามารถใช้งานได้ตามกฎหมาย

ที่อยู่

1032 ถ. พหลโยธิน แขวง จอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
Bangkok
10900

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ 1584 ร้องเรียนรถโดยสารสาธารณะผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง 1584 ร้องเรียนรถโดยสารสาธารณะ:

ทางลัด

แชร์