วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร - Veerayooth Kanchoochat

  • Home
  • วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร - Veerayooth Kanchoochat

วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร - Veerayooth Kanchoochat ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน
(1)

[ กมธ. พัฒนาเศรษฐกิจติดตาม ACFTA 3.0 เขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน ]วันนี้ กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ เราติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับควา...
27/08/2026

[ กมธ. พัฒนาเศรษฐกิจติดตาม ACFTA 3.0 เขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน ]

วันนี้ กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ เราติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–จีน (ASEAN–China Free Trade Agreement: ACFTA) ที่เพิ่งผ่านการปรับปรุงรอบล่าสุด หรือที่เรียกกันว่า ACFTA 3.0 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ธันวาคมนี้

หากเทียบกับความตกลงเวอร์ชันก่อน ACFTA 3.0 ยังคงข้อผูกพันเดิมด้านการเปิดตลาดสินค้า การค้าบริการ และการลงทุนไว้เช่นเดิม ไม่มีการเจรจาลดภาษีเพิ่มเติมหรือเปิดตลาดใหม่ แต่เน้นการอำนวยความสะดวกทางการค้า เช่น เร่งรัดการตรวจปล่อยสินค้าที่เน่าเสียง่ายให้แล้วเสร็จภายใน 6 ชั่วโมงหลังสินค้ามาถึง

ผมเชื่อว่าหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้วตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย เพราะต้องผ่านการเจรจาทั้งหมด 9 รอบ รวมระยะเวลาทั้งหมดประมาณ 1 ปีครึ่ง

ที่น่าเสียดายคือ บทบาทของรัฐบาลในการกำหนด "ยุทธศาสตร์การเจรจา"


เพราะปี 2568 ที่ผ่านมานับเป็นช่วงเวลาครบรอบ 5 ปีที่จะเปิดให้มีการทบทวนแก้ไขครั้งใหญ่ จึงเป็นโอกาสดีที่รัฐบาลไทยจะได้นำปัญหาและข้อร้องเรียนจากผู้ประกอบการและผู้บริโภคไทยเข้าไปพิจารณา เพื่อวางกรอบเจรจาขอปรับเปลี่ยนเงื่อนไขในประเด็นสำคัญๆ เช่น สินค้าสวมสิทธิ์ สินค้าราคาถูกเข้ามาทุ่มตลาด มาตรฐานสินค้าเกษตรที่กีดกันการนำเข้าอย่างไม่เป็นธรรม ตลอดจนเรื่องล่าสุดอย่างภาษีรถยนต์นำเข้า 0% ที่มีข้อถกเถียงกว้างขวางในประเทศเรา

แต่น่าเสียดายที่รัฐบาลไม่ได้คว้าโอกาสสำคัญนี้ไว้ ไม่ได้กำหนดเป้าหมายเรื่องลดปริมาณการขาดดุลการค้าไว้ในยุทธศาสตร์การเจรจา ไม่ได้เจรจาแก้ปัญหาต่างๆ ที่ว่ามาอย่างสินค้าสวมสิทธิ์หรือการปรับระบบตรวจสอบมาตรฐาน

ในระหว่างที่ผู้กำหนดนโยบายไม่ทำหน้าที่ยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ผู้ประกอบการรายเซกเตอร์ก็ต้องเผชิญผลกระทบที่รุนแรงขึ้นตามเวลา เช่นวันนี้ กมธ. พัฒนาเศรษฐกิจ หารือปัญหาราคา “หอมหัวใหญ่” ซึ่งเป็นพืชที่มีความต้องการในประเทศสูงและยังต้องพึ่งพาการนำเข้า เกี่ยวโยงกับเกษตรกรายย่อยหลายพันรายในภาคเหนือและภาคกลาง เมื่อมีช่องว่างกำกับดูแลก็เสี่ยงที่จะเกิดปัญหาการสวมสิทธิ์หรือการลักลอบนำเข้า เกิดช่องว่างการค้าที่ไม่เป็นธรรมขึ้นในระบบ

การที่รัฐบาลปล่อยให้การทบทวนแก้ไข ACFTA 3.0 ผ่านไป จึงทำให้เราเสียโอกาสครั้งสำคัญในการบรรเทาความเดือดร้อนของเศรษฐกิจไทยในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปมาก นับจากมีการเซ็นสัญญานี้ครั้งแรกเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน และต้องรออีกถึง 5 ปีกว่าจะเริ่มมีการเจรจาทบทวนได้อีกครั้ง

#กมธพัฒนาเศรษฐกิจ

26/08/2026

5 ช่องโหว่กำกับ DATA CENTER ในไทย แม้จะมีบอร์ดใหม่แล้วก็ตาม

1. ไม่คุมย้อนหลัง อนุมัติแล้วรอด
2. ไม่เลือกประเภท ไม่เน้นเทรน AI
3. ขอเข้าช่องทาง Data Hosting ได้
4. ไม่มีบริษัทไหนขอไฟฟ้าสะอาด
5. คิด local content รวมที่ดิน + ก่อสร้าง

#ประชุมสภา #พรกเงินกู้ #พรรคประชาชน #ดาต้าเซ็นเตอร์

[ กู้ 4 แสนล้าน ก้อนแรกฟื้นคะแนนเสียง ก้อนสองเลี้ยงเครือข่ายอุปถัมภ์ ]เปิดสมัยประชุมวันนี้ ผมร่วมอภิปรายในวาระที่สภาผู้แ...
26/08/2026

[ กู้ 4 แสนล้าน ก้อนแรกฟื้นคะแนนเสียง ก้อนสองเลี้ยงเครือข่ายอุปถัมภ์ ]

เปิดสมัยประชุมวันนี้ ผมร่วมอภิปรายในวาระที่สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา พ.ร.ก. กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ที่รัฐบาลขอเอาเงินในอนาคตของพวกเราทุกคนมาใช้ล่วงหน้า

การอภิปรายครั้งนี้ ผมไม่ใช้หลักกฎหมายหรือข้อถกเถียงเรื่อง พ.ร.บ. / พ.ร.ก. หรือวินัยการคลัง แต่ขอชวนทุกคนหยิบเอา “วัตถุประสงค์” ที่รัฐบาลเขียนไว้เอง มาเป็น “ไม้บรรทัด” ในการประเมินความชอบธรรมของการใช้เงินก้อนนี้ ว่าตอบโจทย์ที่ตัวเองตั้งไว้ได้หรือไม่

1️⃣ ก้อนแรก – ฟื้นเศรษฐกิจ ช่วยประชาชน เกษตรกร ผู้ประกอบการ ?

ก้อนแรกที่รัฐบาลตั้งไว้เองว่าจะใช้เพื่อฟื้นเศรษฐกิจ บรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนและเกษตรกร ช่วยเหลือผู้ประกอบการ

เงินที่กู้มานั้นถูกใช้ไปแล้ว 109,803 ล้านบาท – ส่วนใหญ่คือการอุดงบบัตรสวัสดิการที่ไม่ได้จัดเตรียมไว้ในงบปกติ และโครงการไทยช่วยไทยพลัส หรือ 60/40

แต่หากเราพูดกันด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์ 4 กลุ่มหลักที่ควรได้รับการดูแลกลับเป็นกลุ่มที่ถูกละเลย

กลุ่มเปราะบางช่วงวิกฤตน้ำมันอย่างประมง ขนส่ง เกษตรกร ต้นทุนปุ๋ย-วัตถุดิบ

SME ปิดกิจการเพิ่ม 12.5% ที่จัดตั้งใหม่ก็มีค่าเฉลี่ยทุนจดทะเบียนลดลง

ภาคการผลิต เสาหลักเศรษฐกิจไทย กำลังหดตัวเหลือ 57% ต่ำสุดในรอบ 24 ไตรมาส

แรงงาน คนตกงานเพิ่มขึ้นราว 400,000 คน เพิ่มขึ้นเกือบ 10% จากปีก่อน

ถ้าไม่โดนอินโดนีเซียโฉบมาจีบโตโยต้าให้ย้ายฐาน เราคงไม่เห็นรัฐบาลรู้ร้อนรู้หนาวอะไรกับความถดถอยของภาคการผลิตไทย

2️⃣ ก้อนสอง – เปลี่ยนผ่านพลังงานฟอสซิลสู่พลังงานสะอาด ?

200,000 ล้านก้อนหลัง รัฐบาลตั้งเป้าไว้เองว่าจะใช้เพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ

แต่ปัญหาที่เราวิจารณ์มาตลอด 2-3 เดือนว่าไม่เคยมีความชัดเจนเรื่องหลักเกณฑ์การพิจารณา ตัวชี้วัด ปล่อยให้แต่ละหน่วยงานเสนอโครงการมาตามใจชอบ

จนถึงวันนี้สภาวะ “ไร้เข็มทิศ” ของการใช้เงินก้อนนี้ก็ยังอยู่เหมือนเดิม

เมื่อดูไส้ในยังพบแต่คำขอโครงการสะเปะสะปะ เน้นเปลี่ยนครุภัณฑ์ จากเครื่องจักรที่ใช้น้ำมันมาเป็นไฟฟ้า ติดโซลาร์เซลล์ลานกีฬา เปลี่ยนเครื่องสูบน้ำน้ำมันเป็นไฟฟ้า - จำเป็นเร่งด่วนหรือไม่? พาประเทศไทยเปลี่ยนผ่านพลังงานได้แค่ไหน?

ถ้ารัฐบาลจริงจังกับการผลักดันเศรษฐกิจไทยสู่ยุคพลังงานสะอาดจริงๆ

ต้องไม่ใช่แค่เพิ่ม EV กับโซลาร์เซลในระบบ แต่ต้องแทนที่พลังงานฟอสซิลด้วยพลังงานใหม่

เพราะประเทศไทยเราตอนนี้ ใช้พลังงานฟอสซิลถึง 80% ในการผลิตพลังงานไฟฟ้า

งานศึกษาของกมธ. พัฒนาเศรษฐกิจ พบว่า “ช่องว่าง” ไฟฟ้าสะอาดที่ไทยสามารถมีให้กับบริษัทยุคใหม่นั้นใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

วันนี้ประเทศไทยมีไฟฟ้าสะอาดที่พร้อมซัพพลาย 29.7 เทราวัตต์-ชั่วโมงต่อปี
แต่ความต้องการของภาคอุตสาหกรรม จะเพิ่มขึ้นเป็น 85–95 เทราวัตต์-ชั่วโมงในปี 2573
และกระโดดไปเป็น 140–170 เทราวัตต์ในปี 2578

ถ้ารัฐบาลเตรียมพลังงานสะอาดรองรับไม่ทัน นักลงทุนคุณภาพจะหนีไปประเทศอื่นที่พร้อมกว่า

ไม่ใช่แค่นั้นนะครับ ผู้ผลิตคุณภาพสูงที่แคร์เรื่องพลังงาน หรืออุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ต้องการพลังงานสะอาด ก็จะตัดสินใจไม่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย แต่หันไปหาประเทศอื่นแทน เพราะประเทศอื่นเตรียมแหล่งไฟฟ้าสะอาดไว้พร้อมกว่า

- - -

โดยสรุปแล้ว ต่อให้ตัดเรื่องวินัยการคลัง เรื่องกฎระเบียบ เรื่องความเหมาะสมเชิงกระบวนการออกไป เอาวัตถุประสงค์ ที่รัฐบาลตั้งไว้เองมาเป็นบรรทัดฐานในการพิจารณา

ก็ยังชัดเจนว่า การใช้เงินกู้ทั้ง 2 ก้อน ไม่ตอบโจทย์ของประเทศ
ก้อนแรกถูกใช้เพื่อฟื้นคะแนนเสียง ส่วนก้อนที่สองถูกใช้เพื่อเลี้ยงเครือข่ายอุปถัมภ์

ในฐานะผู้แทนราษฎร ผมจึงไม่อาจเห็นชอบกับการออก พ.ร.ก. กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ฉบับนี้ได้ครับ

- - -

26/08/2026

พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้าน ก้อนแรกที่ว่าจะฟื้นเศรษฐกิจ กลับถูกใช้เพื่อฟื้นความนิยมของรัฐบาล ขณะที่ SME–เกษตร–อุตสาหกรรม ยังถูกทิ้งขว้าง

ชวนฟังอภิปรายวันเปิดสภา นี่คือเงินจากอนาคตของเราทุกคนครับ

#ประชุมสภา #พรกเงินกู้ #พรรคประชาชน

[ Growth Forum #1 ชุบชีวิตเศรษฐกิจไทย ต้องเปลี่ยนผ่านพลังงานครั้งใหญ่ พาอุตสาหกรรมเก่าไทยไปต่อด้วยเครื่องมือแพทย์ ]การจั...
19/08/2026

[ Growth Forum #1 ชุบชีวิตเศรษฐกิจไทย ต้องเปลี่ยนผ่านพลังงานครั้งใหญ่ พาอุตสาหกรรมเก่าไทยไปต่อด้วยเครื่องมือแพทย์ ]


การจัดงาน Growth Forum ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ในธีม “Renew-able Thailand” จบลงไปด้วยดี

ในฐานะประธาน กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ ผมขอขอบคุณ CASE - Clean, Affordable and Secure Energy for Southeast Asia พาร์ทเนอร์ทางวิชาการที่ร่วมกันผลักดันวาระสำคัญอย่างการเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด

ขอบคุณตัวแทนจากกลุ่มผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์ที่ร่วมกันจัดทำข้อเสนอนโยบายอุตสาหกรรม รวมถึงนักวิชาการ ผู้ประกอบการ และผู้เชี่ยวชาญจากหลากแวดวงที่มาร่วมถกเรื่องหนักๆ อย่างการชุบชีวิตเศรษฐกิจไทย

งานนี้เราจัดขึ้นเพราะอยากชวนทุกคนเปลี่ยนการตั้งคำถาม จากจุดเริ่มต้นว่าจะเอาอุตสาหกรรมใหม่อะไรมา “แทนที่” อุตสาหกรรมเก่า ที่ดูเหมือนรัฐบาลภูมิใจไทยจะตอบแล้วว่าก็คือ Data Center

เราอยากให้เปลี่ยนคำถามเริ่มต้นเป็น

“จะทำอย่างไรให้อุตสาหกรรมเดิมของไทย สามารถไปต่อในโลกใหม่ได้”

เราจึงตั้งชื่องานครั้งนี้ว่า Renew-able Thailand เพื่อสะท้อนนัยเชิงบวกที่เราอยากสื่อสารด้วยความหวังว่า การชุบชีวิตเศรษฐกิจไทยให้กลับมาเติบโต เป็นผู้เล่นสำคัญในโลกยุคใหม่นั้น “เป็นไปได้”

เพราะประเทศไทยไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ เรามีภาคเกษตร มีฐานอุตสาหกรรม มีผู้ประกอบการ มีแรงงาน มีซัพพลายเชน และมีองค์ความรู้ที่สะสมกันมาหลายสิบปี ประกอบกับสภาวะสังคมสูงวัย และความเหลื่อมล้ำยิ่งทำให้เราต้องคิดถึงการเติบโตโดยคิดถึงคนตัวเล็กตัวน้อยอย่างยิ่งยวด

โจทย์ของเราจึงไม่ใช่ “Replace” โดยทิ้งทุกอย่างเพื่อกระโดดไปเกาะรถขบวนใหม่เสมอ

แต่คือการ Renew – ชุบชีวิต ยกระดับ ทำให้สิ่งที่เรามีอยู่แล้ว สามารถไปต่อในโลกใหม่ได้ ใช้เทคโนโลยีใหม่เพื่อทำให้สิ่งที่เรามีอยู่ดีขึ้น

2 จุดยุทธศาสตร์ชุบชีวิตเศรษฐกิจที่ผมเสนอในงานคือ การเปลี่ยนผ่านพลังงานไฟฟ้าสะอาด x การสร้างอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ วางอยู่ฐานคิดที่ต้องการรักษาและเติมพลังให้กับภาคการผลิตไทย ที่เป็นแหล่งจ้างงานสำคัญที่สุด รวมกับโจทย์การพาเศรษฐกิจเดิมของไทยให้ไปต่อในโลกใหม่ได้

วันนี้ประเทศไทยมีไฟฟ้าสะอาดที่พร้อมซัพพลายเพียง 29.7 เทราวัตต์-ชั่วโมงต่อปี

ผลสำรวจของเราพบว่าความต้องการของภาคอุตสาหกรรม จะเพิ่มขึ้นเป็น 85–95 เทราวัตต์-ชั่วโมงในปี 2573 และกระโดดไปเป็น 140–170 เทราวัตต์ในปี 2578

หากเราไม่ปรับโครงสร้างพลังงานไฟฟ้าครั้งใหญ่ บริษัทที่ต้องการใช้ไฟสะอาดเพื่อส่งออกจะย้ายออกจากไทยคร้้งใหญ่ ในขณะที่บริษัทคุณภาพใหม่ๆ ก็จะไม่เข้ามา Crowding out ให้เหลือแต่ธุรกิจที่ต้องการดูดไฟดูดน้ำ ไม่แคร์ทรัพยากรที่พร้อมกระโจนเข้ามา


แต่ไฟเขียวอย่างเดียวไม่พอ ต้องคราฟต์ด้วยเพราะอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ อาหาร ปิโตรเคมี แต่ละอุตสาหกรรมมีโครงสร้างต้นทุนและความต้องการใช้ไฟสะอาดในรูปแบบที่ต่างกัน

ไฟต้องเขียวและต้องคราฟต์

จุดยุทธศาสตร์ที่สองสำหรับการชุบชีวิตเศรษฐกิจไทยคือการผลักดัน อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ ที่มีลักษณะเป็น Nexus Industry ที่มีศักยภาพให้อุตสาหกรรมเก่าของไทยยกระดับเข้ามาร่วม เติบโตไปกับสังคมสูงวัยและดีมานด์ด้านสาธารณสุขที่มีแต่จะขยายตัวตามเวลา

ทั้งสองจุดยุทธศาสตร์ Green Electricity × Medical Device Industry ต้องการผู้กำหนดนโยบายที่มีทั้งวิสัยทัศน์และความใส่ใจรายละเอียด เพราะจำเป็นต้องออกแบบมาตรการที่เปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมและแรงงานได้จริง

นอกจากจะผลักดันทั้งสองจุดยุทธศาสตร์ต่อแล้ว ผมยืนยันอีกครั้งว่า กมธ. พัฒนาเศรษฐกิจพร้อมเป็น platform ให้ทุกภาคส่วนเข้ามาเชื่อมประสาน ทั้งภาครัฐ เอกชน วิชาการ แรงงาน ทั้งเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและร่วมกันชุบชีวิตเศรษฐกิจไทย ในบทบาทของผู้แทนราษฎรที่มีตัวแทนจากทุกพรรคการเมืองทำงานร่วมกันครับ

- - - - - -

Free Download!
2 รายงาน 2 ยุทธศาสตร์ฟื้นเศรษฐกิจไทยของ กมธ. พัฒนาเศรษฐกิจ
Green Electricity × Medical Device Industry

#1 Tailor the Transition ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วยไฟฟ้าสะอาด
https://caseforsea.org/th/post_knowledge/tailor-the-transition/

#2 Transplant the Thai Economy ผ่าตัดเศรษฐกิจไทยด้วยอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์
https://caseforsea.org/th/post_knowledge/transplant-the-thai-economy/

- - - - - -

ขอให้ชาวน่านทุกคนปลอดภัย สแกนขอความช่วยเหลือได้ทางนี้ครับ
19/08/2026

ขอให้ชาวน่านทุกคนปลอดภัย สแกนขอความช่วยเหลือได้ทางนี้ครับ

[ ช่วยพี่น้องชาวน่านฝ่าวิกฤตน้ำท่วม ]
หลายพื้นที่ใน จ.น่านกำลังเผชิญสถานการณ์น้ำท่วม หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ อ.ปัว ที่ได้รับผลกระทบหนักจากฝนเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา แม้ขณะนี้ระดับน้ำในบางพื้นที่เริ่มลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวังฝนที่อาจตกลงมาเพิ่มเติม
จุดที่เราต้องเฝ้าระวังต่อ คือมวลน้ำจาก อ.ปัว กำลังไหลลงสู่แม่น้ำน่าน เข้าสู่ อ.เมืองน่าน จากสถานการณ์ในเวลานี้ประกอบกับข้อมูลพื้นที่น้ำท่วมปีก่อนหน้า ต้องมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมสำหรับการอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียง และการเคลื่อนย้ายรถยนต์
พรรคประชาชนกำลังประสานการทำงานทั้งในพื้นที่และส่วนกลาง เพื่อสนับสนุนการรับมือสถานการณ์และช่วยเหลือประชาชน
๐ พื้นที่ อ.ปัว: เจริญ อภิภัทรโกศล สส.น่าน เขต 3 กำลังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และประสานความช่วยเหลือประชาชน แม้ว่าตอนนี้ระดับน้ำลดลงแล้ว แต่การเฝ้าระวังฝนตกและรับน้ำเพิ่ม รวมถึงเตรียมการล้างโคลนยังต้องดำเนินการต่อ เนื่องจากเราต้องเฝ้าระวังน้ำกันอีก 3-4 วันเป็นอย่างน้อย
๐ พื้นที่ อ.เมืองน่าน: เชาว์วิชญ์ อินน้อย สส.น่าน เขต 1 พร้อมทีมงาน กำลังเชื่อมโยงข้อมูลและประสานการทำงานร่วมกับศูนย์บัญชาการจังหวัดน่าน เพื่อให้ข้อมูลความต้องการและความช่วยเหลือไปถึงประชาชนโดยเร็ว
๐ ส่วนกลางพรรคประชาชน เรากำลังติดตามข้อมูลสถานการณ์น้ำฝนและระดับน้ำรายชั่วโมง และประสานกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการทำงานผ่านคณะกรรมาธิการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย เพื่อเชื่อมการทำงานระหว่างพื้นที่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายหลังกรรมาธิการได้ประชุมร่วมกับจังหวัดเพื่อเตรียมความพร้อม รวมถึงการลงพื้นที่ของผู้นำฝ่ายค้านในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
ขณะนี้สำนักงาน สส. เชาว์วิชญ์ อินน้อย ได้เปิดเป็นจุดรับบริจาคสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัดน่าน และสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครในพื้นที่ โดยพี่น้องประชาชนสามารถร่วมบริจาคสิ่งของช่วยเหลือได้ดังนี้
๐ น้ำดื่ม
๐ ข้าวกล่อง
๐ อาหารพร้อมทาน
๐ อาหารกระป๋อง
๐ อุปกรณ์ทำความสะอาด
๐ เครื่องนุ่งห่ม
**จุดรับบริจาค**
สำนักงาน สส.เชาว์วิชญ์ อินน้อย
โครงการกาดน้ำทองน่าน
ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/9m9B48HtW3vU2GVX6?g_st=ic
**สอบถามและประสานความช่วยเหลือ**
วิน 090-218-6996
หนึ่ง 062-448-5563
สถานการณ์ยังมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง พรรคประชาชนและ สส. ในพื้นที่จะติดตามสถานการณ์ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่
ขอเชิญชวนประชาชนทุกคนร่วมกันส่งต่อความช่วยเหลือ เพื่อให้พี่น้องชาวน่านผ่านสถานการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกัน

19/08/2026

วง ครม. เงา วันนี้ตั้งคำถามว่า การนำอนาคตเศรษฐกิจไทยไปแขวนไว้กับ Data Center เป็นทิศทางที่ถูกต้องจริงหรือไม่ นอกจากกู้เงินกับไทยช่วยไทยพลัสแล้ว จะฟื้นอุตสาหกรรมไทยอย่างไร

#ครมเงา #พรรคประชาชน

19/08/2026

สดจากรัฐสภา พรรคประชาชนแถลงหลังการประชุม ครม.เงา ครั้งที่ 10 (19 ส.ค. 69) ประเมินผลงานเศรษฐกิจของรัฐบาลจาก GDP ไตรมาสสอง และข้อเสนอแก้ปัญหาเศรษฐกิจและวิกฤตยานยนต์จากพรรคประชาชน

18/08/2026

คุณคิดว่าคอร์รัปชัน
มีผลกับจีดีพีไทย
ต่ำ 1.9% หรือไม่

Address

สี่แยกเกียกกาย แขวงนครไชยศร

10300

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร - Veerayooth Kanchoochat posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Organization

Send a message to วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร - Veerayooth Kanchoochat:

Shortcuts

  • Want your organization to be the top-listed Government Service?

Share