27/08/2026
[ กมธ. พัฒนาเศรษฐกิจติดตาม ACFTA 3.0 เขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน ]
วันนี้ กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ เราติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–จีน (ASEAN–China Free Trade Agreement: ACFTA) ที่เพิ่งผ่านการปรับปรุงรอบล่าสุด หรือที่เรียกกันว่า ACFTA 3.0 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ธันวาคมนี้
หากเทียบกับความตกลงเวอร์ชันก่อน ACFTA 3.0 ยังคงข้อผูกพันเดิมด้านการเปิดตลาดสินค้า การค้าบริการ และการลงทุนไว้เช่นเดิม ไม่มีการเจรจาลดภาษีเพิ่มเติมหรือเปิดตลาดใหม่ แต่เน้นการอำนวยความสะดวกทางการค้า เช่น เร่งรัดการตรวจปล่อยสินค้าที่เน่าเสียง่ายให้แล้วเสร็จภายใน 6 ชั่วโมงหลังสินค้ามาถึง
ผมเชื่อว่าหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้วตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย เพราะต้องผ่านการเจรจาทั้งหมด 9 รอบ รวมระยะเวลาทั้งหมดประมาณ 1 ปีครึ่ง
ที่น่าเสียดายคือ บทบาทของรัฐบาลในการกำหนด "ยุทธศาสตร์การเจรจา"
เพราะปี 2568 ที่ผ่านมานับเป็นช่วงเวลาครบรอบ 5 ปีที่จะเปิดให้มีการทบทวนแก้ไขครั้งใหญ่ จึงเป็นโอกาสดีที่รัฐบาลไทยจะได้นำปัญหาและข้อร้องเรียนจากผู้ประกอบการและผู้บริโภคไทยเข้าไปพิจารณา เพื่อวางกรอบเจรจาขอปรับเปลี่ยนเงื่อนไขในประเด็นสำคัญๆ เช่น สินค้าสวมสิทธิ์ สินค้าราคาถูกเข้ามาทุ่มตลาด มาตรฐานสินค้าเกษตรที่กีดกันการนำเข้าอย่างไม่เป็นธรรม ตลอดจนเรื่องล่าสุดอย่างภาษีรถยนต์นำเข้า 0% ที่มีข้อถกเถียงกว้างขวางในประเทศเรา
แต่น่าเสียดายที่รัฐบาลไม่ได้คว้าโอกาสสำคัญนี้ไว้ ไม่ได้กำหนดเป้าหมายเรื่องลดปริมาณการขาดดุลการค้าไว้ในยุทธศาสตร์การเจรจา ไม่ได้เจรจาแก้ปัญหาต่างๆ ที่ว่ามาอย่างสินค้าสวมสิทธิ์หรือการปรับระบบตรวจสอบมาตรฐาน
ในระหว่างที่ผู้กำหนดนโยบายไม่ทำหน้าที่ยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ผู้ประกอบการรายเซกเตอร์ก็ต้องเผชิญผลกระทบที่รุนแรงขึ้นตามเวลา เช่นวันนี้ กมธ. พัฒนาเศรษฐกิจ หารือปัญหาราคา “หอมหัวใหญ่” ซึ่งเป็นพืชที่มีความต้องการในประเทศสูงและยังต้องพึ่งพาการนำเข้า เกี่ยวโยงกับเกษตรกรายย่อยหลายพันรายในภาคเหนือและภาคกลาง เมื่อมีช่องว่างกำกับดูแลก็เสี่ยงที่จะเกิดปัญหาการสวมสิทธิ์หรือการลักลอบนำเข้า เกิดช่องว่างการค้าที่ไม่เป็นธรรมขึ้นในระบบ
การที่รัฐบาลปล่อยให้การทบทวนแก้ไข ACFTA 3.0 ผ่านไป จึงทำให้เราเสียโอกาสครั้งสำคัญในการบรรเทาความเดือดร้อนของเศรษฐกิจไทยในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปมาก นับจากมีการเซ็นสัญญานี้ครั้งแรกเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน และต้องรออีกถึง 5 ปีกว่าจะเริ่มมีการเจรจาทบทวนได้อีกครั้ง
#กมธพัฒนาเศรษฐกิจ