กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท.

กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท. ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท., หน่วยงานราชการ, สปสช, Bangkok.

FB นี้เป็น ช่องทางหลักที่นำเสนอ รวบรวมองค์ความรู้ ข่าวสาร ข้อมูล กิจกรรม/โครงการ และนโยบาย เพื่อการขับเคลื่อนระบบหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น และระบบสุขภาพชุมชน ผ่านกลไกของ กองทุน กปท. / LTC / กองทุนฟื้นฟูฯ 🙏🏻 สวัสดีจ้า ผมนาย กปท. เองครับ 🙏🏻
ผมจะเป็นผู้ไขข้อสงสัยในเรื่องกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น (กปท.) ให้ทุกท่าน
พร้อมนำเสนอข่าวสาร สิทธิ์หลักประกันสุขภาพต่าง ๆ และเรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับสุขภาพ 💪🏻🥗

เพราะผมเชื่อว่าเรื่องราวต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวทุกคนครับ และทุกคนควรได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อประโยชน์ของทุก ๆ คนนั่นเองครับ 👨‍👩‍👧‍👦

หวังว่าทุกคนจะเข้ามาพูดคุย และอ่านเรื่องราวที่ผมจะแบ่งปันให้กันนะครับ :)

กองทุนหลักประกันสุขภาพระดับจังหวัดน่าน สนับสนุนงบภัยพิบัติ ดูแลสุขภาพประชาชนผู้ประสบอุทกภัยกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับจั...
22/08/2026

กองทุนหลักประกันสุขภาพระดับจังหวัดน่าน สนับสนุนงบภัยพิบัติ ดูแลสุขภาพประชาชนผู้ประสบอุทกภัย
กองทุนหลักประกันสุขภาพระดับจังหวัดน่าน ภายใต้องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน โดยฝ่ายเลขานุการกองทุน ได้ขออนุมัติโครงการกรณีภัยพิบัติจากอุทกภัย เพื่อสนับสนุนการป้องกันและควบคุมโรคในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
โครงการดังกล่าวได้สนับสนุนการจัดหาน้ำยาฆ่าเชื้อ เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ป้องกันการแพร่ระบาดของโรค พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานสาธารณสุข โรงพยาบาล และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในการลงพื้นที่ดูแลประชาชนและผู้ประสบภัยในศูนย์พักพิงชุมชน
การดำเนินงานครั้งนี้ช่วยเสริมความพร้อมด้านสาธารณสุข ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลังอุทกภัย และสร้างความมั่นใจให้ประชาชนได้รับการดูแลสุขภาพอย่างทั่วถึงและต่อเนื่องตลอดช่วงสถานการณ์ภัยพิบัติ
📷 ขอบคุณภาพและข่าวจาก : สปสช. เขต 1 เชียงใหม่ / กองทุนหลักประกันสุขภาพระดับจังหวัดน่าน
#กองทุนหลักประกันสุขภาพระดับจังหวัดน่าน #น่าน #อุทกภัย #ป้องกันและควบคุมโรค #ดูแลสุขภาพประชาชน #สปสช #อบจน่าน

🚐 จากกองทุนสู่ชุมชน | “สองระดับท้องถิ่น หนึ่งเส้นทางสู่บริการสุขภาพ” - รถรับส่งผู้ป่วย 10( 8 ) -------------------------...
21/08/2026

🚐 จากกองทุนสู่ชุมชน | “สองระดับท้องถิ่น หนึ่งเส้นทางสู่บริการสุขภาพ” - รถรับส่งผู้ป่วย 10( 8 )

--------------------------

จากเวทีสาธารณะ “รถเติมสุขและรถรับส่งคนทุพพลภาพ เพื่อการเข้าถึงบริการสาธารณสุข” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 ทำให้เห็นว่า การมีสิทธิรักษาอาจยังไม่เพียงพอ หากประชาชนไม่มีรถ ไม่มีคนพาไป บ้านอยู่ห่างไกล หรือต้องเสียค่าเดินทางสูงจนไม่สามารถไปพบแพทย์ตามนัดได้
สำหรับผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง การเดินทางจากบ้านไปโรงพยาบาลอาจเป็นช่องว่างสำคัญที่ทำให้ขาดนัด ขาดยา และไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง
บทเรียนจากเวทีจึงไม่ได้อยู่ที่การมี “รถ” เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การออกแบบระบบรับส่งของท้องถิ่น 2 ระดับ ให้ทำหน้าที่คนละช่วงและเชื่อมต่อกันตลอดเส้นทาง
🏠 ระดับตำบล: เชื่อมบ้านสู่อำเภอ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับตำบลสามารถใช้กลไกกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่น หรือกองทุน กปท. สนับสนุนการจัดบริการรับส่งจากบ้านหรือชุมชน ไปยัง รพ.สต. โรงพยาบาลอำเภอ หรือจุดเชื่อมต่อ
กรณีพื้นที่ตำบลบาโหยสะท้อนการออกแบบบริการตามข้อจำกัดจริงของชุมชน ทั้งระยะทาง ความทุรกันดาร ค่าเดินทาง และการขาดผู้ดูแล โดยอาศัยความร่วมมือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รพ.สต. โรงพยาบาล CG อสม. และเครือข่ายชุมชน
การทำงานระดับตำบลจึงครอบคลุมตั้งแต่
• ค้นหาผู้ที่มีข้อจำกัดในการเดินทาง
• รับรู้และประสานวันนัด
• จัดรถจากบ้านหรือจุดนัดหมาย
• เชื่อมผู้ป่วยไปยัง รพ.สต. โรงพยาบาลอำเภอ หรือจุดรับส่ง
🏥 ระดับจังหวัด: เชื่อมอำเภอสู่บริการปลายทาง
หากผู้ป่วยต้องเดินทางต่อไปยังโรงพยาบาลจังหวัด โรงพยาบาลแม่ข่าย หรือบริการเฉพาะทาง กลไกระดับจังหวัดจะเข้ามารับช่วงต่อ
จังหวัดสงขลาพัฒนาระบบ “รถเติมสุข” โดยใช้กองทุนหลักประกันสุขภาพระดับจังหวัดสนับสนุนการเดินทางในภาพรวม เชื่อมต่อจากโรงพยาบาลอำเภอหรือจุดรับส่ง ไปยังหน่วยบริการที่มีศักยภาพสูงขึ้น
เส้นทางบริการจึงเชื่อมต่อกันตั้งแต่
บ้านและชุมชน
→ รถรับส่งระดับตำบล
→ โรงพยาบาลอำเภอหรือจุดเชื่อมต่อ
→ รถเติมสุขระดับจังหวัด
→ โรงพยาบาลจังหวัด โรงพยาบาลแม่ข่าย หรือบริการเฉพาะทาง

เส้นทางนี้ไม่ใช่รูปแบบบังคับที่ผู้ป่วยทุกคนต้องผ่านทุกจุด แต่สามารถปรับได้ตามความจำเป็นของผู้ป่วย ระบบบริการ และบริบทของแต่ละพื้นที่

💡 กองทุนสองระดับ ทำหน้าที่คนละช่วง แต่มีเป้าหมายเดียวกัน
การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนการใช้กลไกสนับสนุนค่าใช้จ่ายเพื่อบริการรับส่งตามข้อ 10 (8) ผ่านกองทุนสองระดับ ได้แก่
• กองทุน กปท. สนับสนุนการจัดบริการในระดับตำบล
• กองทุนหลักประกันสุขภาพระดับจังหวัด สนับสนุนการเชื่อมต่อบริการในภาพจังหวัด
ทั้งสองระดับไม่ได้ทำงานซ้ำกัน แต่ช่วยกันเติมเต็มเส้นทางจากบ้านไปถึงบริการสุขภาพ
สิ่งสำคัญคือ ไม่มีรูปแบบเดียวที่ใช้ได้กับทุกพื้นที่ แต่ละพื้นที่สามารถนำทรัพยากรที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นรถของท้องถิ่น รถของมูลนิธิ เครือข่ายประชาชน CG, CM, อสม. รพ.สต. โรงพยาบาล ตลอดจนระบบข้อมูลและการประสานงาน มาจัดวางให้เหมาะกับปัญหาของประชาชนในพื้นที่
📌 4 บทเรียนสำคัญจากเวที
1. แบ่งบทบาทตามระดับบริการ
ระดับตำบลดูแลเส้นทางใกล้บ้าน ขณะที่ระดับจังหวัดเชื่อมต่อไปยังบริการที่มีศักยภาพสูงขึ้น
2. เชื่อมต่อโดยไม่ทำงานซ้ำซ้อน
โรงพยาบาลอำเภอหรือจุดรับส่งทำหน้าที่เป็นรอยต่อสำคัญระหว่างบริการสองระดับ
3. ออกแบบตามบริบทของพื้นที่
กองทุนสนับสนุนให้พื้นที่แก้ปัญหา ไม่ได้กำหนดให้ทุกพื้นที่ต้องมีรถหรือดำเนินงานในรูปแบบเดียวกัน
4. ใช้ข้อมูลติดตามผลลัพธ์
ไม่เพียงบันทึกจำนวนรถหรือจำนวนเที่ยว แต่ต้องติดตามว่าประชาชนไปถึงบริการ ขาดนัดลดลง และได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องหรือไม่
เพราะระบบที่ดีไม่ได้วัดว่ามีรถกี่คัน แต่วัดว่าประชาชนไปถึงบริการหรือไม่?
เมื่อท้องถิ่นสองระดับทำงานเชื่อมกัน เส้นทางสู่บริการสุขภาพของประชาชนก็ไม่ขาดตอน
"สุขภาพดี มีหลักประกัน ท้องถิ่นสร้างสรรค์ กปท. สนับสนุน"
หมายเหตุ: บทสรุปนี้สังเคราะห์มาจากเวทีสาธารณะ “รถเติมสุขและรถรับส่งคนทุพพลภาพ เพื่อการเข้าถึงบริการสาธารณสุข” จัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 สามารถติดตามดูบันทึกวีดีโอ : เวทีสาธารณะ "รถเติมสุขและรถรับส่งคนทุพพลภาพ เพื่อการเข้าถึงบริการสาธารณสุข" จังหวัดสงขลา ได้จากลิงก์นี้ https://youtu.be/2vZZjKOSu1s?si=bMkV360ZtQvlralV
/////
#จากกองทุนสู่ชุมชน #ถอดบทเรียนจากเวที #กองทุนกปท #กองทุนหลักประกันสุขภาพระดับจังหวัด #รถเติมสุข #องค์การบริหารส่วนจังหวัด #องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น #สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ #สปสช

อบต.ดงพระราม ผนึกเครือข่ายชุมชน ใช้งบ LTC ดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิงถึงบ้าน ลดภาระครอบครัวอบต.ดงพระราม จ.ปราจีนบุรี ผนึกผู้นำช...
21/08/2026

อบต.ดงพระราม ผนึกเครือข่ายชุมชน ใช้งบ LTC ดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิงถึงบ้าน ลดภาระครอบครัว
อบต.ดงพระราม จ.ปราจีนบุรี ผนึกผู้นำชุมชนและเครือข่ายสุขภาพ ใช้งบกองทุนดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้มีภาวะพึ่งพิง (LTC) จัดบริการถึงบ้านตามแผนดูแลรายบุคคล ครอบคลุมการช่วยเหลือกิจวัตรประจำวัน เฝ้าระวังสุขภาพ ฟื้นฟูสมรรถภาพ และจัดบ้านให้ปลอดภัย ช่วยให้ผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงได้รับการดูแลต่อเนื่อง ลดภาระครอบครัว และใช้ชีวิตในชุมชนได้อย่างมีคุณภาพ
นายสำรวย สุบุตรดี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดงพระราม อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี กล่าวว่า อบต.ดงพระรามรับผิดชอบพื้นที่ประมาณ 189.39 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 18 หมู่บ้านในตำบลดงพระรามและตำบลบางบริบูรณ์ มีประชากรรวม 15,821 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้สูงอายุ 2,153 คน และคนพิการ 393 คน การจัดระบบรองรับประชาชนที่มีภาวะพึ่งพิงจึงเป็นภารกิจสำคัญของท้องถิ่น
พื้นที่รับผิดชอบมีทั้งชุมชนเมืองและชนบท ขณะที่ผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางบางส่วนมีโรคเรื้อรัง อยู่ในภาวะติดบ้านหรือติดเตียง และต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด อบต.ดงพระรามจึงจัดทำโครงการบริการสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุและบุคคลที่มีภาวะพึ่งพิง โดยได้รับงบประมาณจากกองทุนระบบดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้มีภาวะพึ่งพิง หรือ Long Term Care (LTC) ภายใต้กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อจัดบริการดูแลที่บ้านตามแผนการดูแลรายบุคคล
หัวใจสำคัญของการดำเนินงานคือความร่วมมือระหว่างศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ อบต.ดงพระราม ผู้นำหมู่บ้าน ผู้นำชุมชน แกนนำในพื้นที่ ผู้จัดการการดูแล (Care Manager) ผู้ดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิง (Caregiver) และหน่วยบริการสุขภาพ โดยร่วมกันสำรวจข้อมูล ติดตาม และเยี่ยมบ้านกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง รวมถึงประสานบริการด้านสุขภาพ การฟื้นฟูสมรรถภาพ และกายภาพบำบัดตามความจำเป็น
ในการเยี่ยมบ้าน ผู้ดูแลจะช่วยเหลือด้านกิจวัตรประจำวัน พร้อมสังเกตความเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย อารมณ์ และพฤติกรรม ตลอดจนแจ้งข้อมูลแก่ครอบครัวและทีมดูแล เพื่อร่วมกันประเมินและปรับแผนให้สอดคล้องกับสภาพของแต่ละบุคคล หากพบอาการผิดปกติ จะประสานหน่วยบริการสุขภาพเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลโดยเร็ว
นอกจากการดูแลสุขภาพ อบต.ดงพระรามยังให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมภายในบ้าน โดยแนะนำการจัดพื้นที่ให้ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ ลดความเสี่ยงต่อการหกล้ม ดูแลเรื่องอาหารและอุปกรณ์เครื่องใช้ ตลอดจนการจัดการสิ่งปฏิกูลและขยะจากการดูแล โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาด้านการขับถ่าย เพื่อป้องกันการติดเชื้อและภาวะแทรกซ้อน
“การดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิงต้องอาศัยคนในพื้นที่ที่รู้จักครอบครัวและเข้าใจบริบทของชุมชน เมื่อมีผู้ดูแลเข้าไปเยี่ยมบ้านอย่างสม่ำเสมอ ผู้สูงอายุและครอบครัวจะมีความมั่นใจมากขึ้น เพราะมีคนช่วยดูแล สังเกตอาการ และประสานบริการสุขภาพเมื่อจำเป็น สิ่งสำคัญคือทำให้ผู้มีภาวะพึ่งพิงไม่ถูกทิ้งให้อยู่เพียงลำพัง” นายสำรวยกล่าว
นายสำรวยกล่าวต่อว่า การสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง 30 บาท ผ่านระบบ LTC ทำให้ท้องถิ่นสามารถวางระบบดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิงได้อย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกันยังช่วยแบ่งเบาภาระงบประมาณของ อบต. ทำให้สามารถจัดสรรทรัพยากรส่วนอื่นไปพัฒนาบริการสาธารณะ ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่
การดำเนินงานของ อบต.ดงพระรามสะท้อนบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการเชื่อมงบประมาณด้านสุขภาพเข้ากับพลังของชุมชนและระบบบริการ เพื่อให้ผู้สูงอายุและบุคคลที่มีภาวะพึ่งพิงได้รับการดูแลที่จำเป็นใกล้บ้านอย่างทั่วถึง ครอบครัวมีผู้ช่วยแบ่งเบาภาระ และกลุ่มเป้าหมายสามารถใช้ชีวิตอยู่ในชุมชนของตนเองได้อย่างปลอดภัย มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีศักดิ์ศรี
“งบประมาณ LTC ช่วยให้ อบต.สามารถจัดบริการดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิงได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น ตั้งแต่การช่วยเหลือกิจวัตรประจำวัน การติดตามสุขภาพ การฟื้นฟูสมรรถภาพ ไปจนถึงการจัดสภาพบ้านให้ปลอดภัย นอกจากประชาชนจะได้รับการดูแลที่จำเป็นถึงบ้านแล้ว ยังช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัวและทำให้ท้องถิ่นสามารถนำทรัพยากรไปพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนด้านอื่นได้มากขึ้น” นายก อบต.ดงพระราม กล่าว
///ที่มา : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
https://www.nhso.go.th/th/communicate-th/thnewsforperson/ltc-4

20/08/2026

เด็กโต-วัยรุ่น (อายุระหว่าง 6-24 ปี) มีตัวช่วยซัพพอร์ตความเร่งรีบของชีวิต ด้วยบริการสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สิทธิบัตรทอง) ที่สำคัญใช้ได้ครอบคลุม ทุกสิทธิการรักษา (สิทธิบัตรทอง 30 บาท สิทธิประกันสังคม สิทธิสวัสดิการข้าราชการ และสิทธิอื่น) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เช่น
ให้บริการวัคซีนป้องกันโรคพื้นฐานตามวัย มะเร็งปากมดลูก HPV บริการอนามัยเจริญพันธุ์ ป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ คัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น ติดเชื้อ HIV ซิฟิลิส คัดกรองภาวะสายตาผิดปกติ และแว่นตา เป็นต้น

ใช้สิทธิได้ที่ หน่วยบริการประจำตามสิทธิ หรือ เข้าแอปเป๋าตัง เมนูกระเป๋าสุขภาพ เลือกสิทธิสุขภาพดีป้องกันโรค หรือ โทร สายด่วน สปสช. 1330 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

#สิทธิบัตรทอง #สิทธิ 30 บาท #สร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค #วัยรุ่น #กระเป๋าสุขภาพ

กองทุน กปท. และ สปสช. ขอส่งกำลังใจให้ “พี่น้องชาวน่าน” และเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่กำลังร่วมกันรับมือกับสถานการณ์อุทกภัย....
20/08/2026

กองทุน กปท. และ สปสช.
ขอส่งกำลังใจให้ “พี่น้องชาวน่าน”
และเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน
ที่กำลังร่วมกันรับมือกับสถานการณ์อุทกภัย
.............

ขอให้ทุกคนปลอดภัย เข้าถึงความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง และขอให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ว เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติอีกครั้ง
//// เราขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ทุกคนผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน 🤍
#ส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวน่าน #อุทกภัยน่าน #กองทุนกปท #สปสช

💙 กทม. ผนึกความร่วมมือหน่วยงานภาคี ดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิง สนับสนุน “ผ้าอ้อมผู้ใหญ่–แผ่นรองซับ–แผ่นเสริมซึมซับ” ฟรี พร้อมเป...
19/08/2026

💙 กทม. ผนึกความร่วมมือหน่วยงานภาคี ดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิง สนับสนุน “ผ้าอ้อมผู้ใหญ่–แผ่นรองซับ–แผ่นเสริมซึมซับ” ฟรี พร้อมเปิดหลายช่องทางแจ้งขอรับสิทธิ
กรุงเทพมหานคร โดย สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ร่วมกับหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง เดินหน้าดูแลประชาชนที่มีภาวะพึ่งพิง ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ที่มีปัญหาการกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ ด้วยการสนับสนุน ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ แผ่นรองซับการขับถ่าย และแผ่นเสริมซึมซับ สำหรับผู้ที่เข้าเกณฑ์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
การดำเนินงานดังกล่าวเป็นความร่วมมือในการช่วยให้ประชาชนและครอบครัวสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการดูแลสุขภาพได้สะดวกยิ่งขึ้น รวมถึงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวและผู้ดูแล

ที่มา : รู้จริงสิทธิบัตรทอง สปสช. กทม.

สภาคนพิการฯ ร่วมกับ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ ครั้งที่ 1 ภายใต้ “โครงการเสริมศัก...
19/08/2026

สภาคนพิการฯ ร่วมกับ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ ครั้งที่ 1 ภายใต้ “โครงการเสริมศักยภาพผู้นำสภาคนพิการทุกประเภทประจำจังหวัดเพื่อยกระดับความเข้มแข็งกลไกนโยบายคนพิการระดับพื้นที่”

- สปสช.ร่วมให้ข้อมูลสิทธิสุขภาพในระบบหลักประกันสุขภาพและการสนับสนุนการจัดหน่วยบริการรับส่งต่อ มาตรา3 องค์กรภาคประชาชน และการมีส่วนร่วมของคนพิการในระบบหลักประกันสุขภาพ

ระหว่างวันที่ 18–19 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมริเวอร์ไรน์เพลส โฮเทล แอนด์ เรสซิเดนซ์ นนทบุรี โดยมีผู้นำองค์กรคนพิการและผู้แทนจากสภาคนพิการประจำจังหวัด(ภาคกลาง)เข้าร่วม โดยพิธีเปิดการอบรมจัดขึ้นวันที่ 18 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. ซึ่งได้รับเกียรติจาก นางสาวเสาวลักษณ์ วิจิตร ผู้อำนวยการกองส่งเสริมสิทธิและสวัสดิการคนพิการ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นประธานในพิธีเปิดและชี้แจงวัตถุประสงค์การอบรม ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะเชิงนโยบายและสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้นำคนพิการในระดับพื้นที่ ให้สามารถขับเคลื่อนสิทธิ สวัสดิการ และการบริการสาธารณะได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การอบรมในวันแรกมุ่งเน้นการปูพื้นฐานโครงสร้างกลไกเชิงนโยบาย ครอบคลุม 3 มิติสำคัญ ได้แก่ ด้านการศึกษา ด้านสุขภาพ และด้านการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิทั้งจากภาครัฐและภาคประชาชน ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ ดังนี้
- ด้านการศึกษา บรรยายภาพรวมโครงสร้างและกลไกที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาของคนพิการตั้งแต่ระดับชาติ จังหวัด ท้องถิ่น หน่วยบริการ และกองทุนที่เกี่ยวข้อง โดย คุณมณิสรา ปาลวัฒน์ นักวิชาการศึกษาชำนาญการ สำนักบริหารการศึกษาพิเศษส่วนกลาง และ นายชูศักดิ์ จันทยานนท์ เลขาธิการสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย
- ด้านระบบสุขภาพ เจาะลึกระบบสุขภาพ สิทธิ ระบบบริการ และกลไกหลักประกันสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ โดย นายธีระพันธ์ ลิมป์พูน ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการจัดบริการสุขภาพประชาชน สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และนายวันเสาร์ ไชยกุล คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ
- ด้านการส่งเสริมคุณภาพชีวิต ทบทวนภาพรวมโครงสร้าง กลไก และบทบาทของภาครัฐและภาคประชาชนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดย นายสุบิน แบขุนทด กรรมการบริหารสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย

ทั้งนี้ ภาคบ่ายมีการทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างนโยบาย กฎหมาย ระเบียบ โครงการ งบประมาณ และข้อมูล พร้อมเปิด "คลินิกคำถามจากสถานการณ์จริงของแต่ละจังหวัด" เพื่อสรุปจุดคานงัดที่สภาคนพิการประจำจังหวัดสามารถใช้ขับเคลื่อนงานจริง โดย นายสุพล บริสุทธิ์ ที่ปรึกษาอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

ซึ่งสำหรับกิจกรรมในวันพรุ่งนี้ จะเป็นการฝึกปฏิบัติการเชิงลึก (Practical Workshop) ผ่านการจำแนกปัญหา 3 ระดับ (ความรู้/สมรรถนะ, การปฏิบัติ, กฎหมาย/นโยบาย), การวิเคราะห์ปัญหาด้วย ต้นไม้ปัญหา (Problem Tree), การทำแผนที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder Mapping) รายจังหวัด ตลอดจนการวางแผนการเก็บหลักฐานและข้อมูล (Evidence Plan) เพื่อให้นำไปประยุกต์ใช้ในการขับเคลื่อนเชิงนโยบายจริงในพื้นที่ต่อไป

ที่มา ข่าว/ภาพ สภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย, พก.

18/08/2026

เด็กเล็กจนถึง 5 ขวบ มีสิทธิได้รับบริการสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สิทธิบัตรทอง) อย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เช่น ป้องกันและควบคุมภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์ ตรวจคัดกรองโรคพันธุกรรมเมตาบอลิก คัดกรองการได้ยิน บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคตามวัย ดูแลสุขภาพช่องปาก
ด้วยการเคลือบฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุ เป็นต้น

ใช้สิทธิได้ที่ หน่วยบริการประจำตามสิทธิ หรือ เข้าแอปเป๋าตัง เมนูกระเป๋าสุขภาพ เลือกสิทธิสุขภาพดีป้องกันโรค หรือ โทร สายด่วน สปสช. 1330 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

#สิทธิบัตรทอง #สิทธิ 30 บาท #สร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค #เด็กเล็ก #กระเป๋าสุขภาพ

ที่อยู่

สปสช
Bangkok
10210

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์