แนวร่วมประชาชาติ เพื่อการปฏิรูปประเทศไทย-นปป.

แนวร่วมประชาชาติ เพื่อการปฏิรูปประเทศไทย-นปป. แนวร่วมประชาชาติ เพื่อปฏิรูปประเทศไทย

...เมื่อวันที่ 11 ก.พ.เวลา 15.30 น. นายสมศักดิ์ โกศัยสุข
แกนนำ สหภาพรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.)
แถลงข่าวตั้งกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองในนาม
“ แนวร่วมประชาชาติ เพื่อปฏิรูปประเทศไทย(นปป.) “
โดยจะตั้ง เวทีปราศรัย ที่ถนนอัษฎางค์ ด้านหน้ากระทรวงมหาดไทย
ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่อยู่ในการควบคุมของ กลุ่มสมาชิกสหภาพแรงงาน
รัฐวิสหากิจสัมพันธ์ (สรส.)... การตั้งกลุ่มนปป.ขึ้นมาใหม่ ได้รับความเห็นชอบจาก
กลุ่มกปปส.แล

้ว จะเน้นการเคลื่อนไหวเรื่องการปฏิรูปปัญหา
ความเหลื่อมล้ำทางสังคม ซึ่งเป็นหนึ่งในห้านโยบาย
การปฏิรูปประเทศของกปปส. โดยเน้นแก้ไขปัญหา
ปากท้อง ความยากจน และทวงคืนพลังงานเป็นหลัก
"กลุ่มนปป.ประกอบด้วยเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยาง ชาวนา
นิสิตนักศึกษา สหภาพแรงงานต่างๆ ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวสรส.เดิม"
ทั้งนี้กลุ่มนปป. ได้มีการติดตั้งเวทีที่กระทรวงมหาดไทย
อย่างเป็นทางการแล้ว โดยจะมีกิจกรรมปราศรัย และดนตรี
ตั้งแต่ 15.00-0.00 น.ทุกวัน และจะปักหลักอยู่ที่นี่จนกว่า
จะได้รับชัยชนะ....

...แจ้งข่าวงานบุญกฐิน...
29/10/2024

...แจ้งข่าวงานบุญกฐิน...

...ปรารภธรรมไปตามกาล.....การปฏิบัติธรรมนั้นเราต้องกระทำไปตามแบบอย่างที่มี ที่ครูบาอาจารย์ท่านสั่งสอนแนะนำมาก่อน จนมีความ...
27/03/2024

...ปรารภธรรมไปตามกาล...
..การปฏิบัติธรรมนั้นเราต้องกระทำ
ไปตามแบบอย่างที่มี ที่ครูบาอาจารย์
ท่านสั่งสอนแนะนำมาก่อน จนมีความรู้
ความเข้าใจ มีความชำนาญเสียก่อน
จึงค่อยมาวิเคราะห์หาการปฏิบัติ
ที่เหมาะสมกับตัวเรา การปฏิบัตินั้น
ต้องเป็นไปตามขั้นตอน ใจร้อนและ
ข้ามขั้นตอนไม่ได้ ต้องค่อยๆเป็น
ค่อยๆไป ทำให้เกิดความเคยชิน
รู้และเข้าใจชำนาญเสียก่อนใน
รูปแบบ แล้วจึงจะละรูปแบบนั้นได้
ทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอน
และแบบแผนทั้งในทางโลกและ
ทางธรรม...
..สุขได้ เมื่อใจพอ...
..เมื่อใด ที่ใจพอ
จะไม่ก่อ ซึ่งปัญหา
ดิ้นรน และไขว่คว้า
ให้ได้มา ให้ได้มี
..พอใจ และพอเพียง
ในการเลี้ยง ชีวิตนี้
พอใจ ในที่มี
เพียงเท่านี้ ก็สุขใจ
..ใจสุข ใจสงบ
ก็จะพบ กับสิ่งใหม่
ชีวิต แปรเปลี่ยนไป
เพราะว่าใจ นั้นเพียงพอ
..ความทุกข์ ความกังวล
ก็หลุดพ้น ไม่มีต่อ
เพราะใจ นั้นเพียงพอ
จึงไม่ก่อ ความวุ่นวาย
..ลาภยศ และสรรเสริญ
ถ้าหลงเพลิน จะเสียหาย
ดิ้นรน จนวันตาย
เพราะมุ่งหมาย ให้มันมี
..สุขทุกข์ ของคู่กัน
เป็นอย่างนั้น ในโลกนี้
ลาภยศ ที่เคยมี
มีวันที่ จะเสื่อมไป
..คำชม คำสรรเสริญ
ที่เคยเพลิน พึงพอใจ
นินทา ว่ากันไป
เปลี่ยนแปลงได้ ทุกคืนวัน
..นี้คือ โลกธรรม
เป็นกฎกรรม เสมอฉันท์
เป็นอยู่ ของคู่กัน
เป็นอย่างนั้น ตลอดมา
..เมื่อไหร่ ใจนั้นพอ
จะไม่ก่อ ซึ่งปัญหา
มานะ และอัตตา
ตัวตัณหา จะจางลง
..ชีวิต จะพบสุข
ไม่ไปทุกข์ เพราะความหลง
ทุกอย่าง จะจบลง
ถ้าหากปลง ให้ใจพอ....
..ปรารถนาดีด้วยไมตรีจิต.....รวี สัจจะ - สมณะไร้นาม...

...พิสูจน์ได้ด้วยการกระทำ...
27/03/2024

...พิสูจน์ได้ด้วยการกระทำ...

...บนเส้นทางแห่งโลกและธรรม......ตามล่าหาความฝัน...๐ รอนแรมมาเรียงราย   สู่จุดหมายที่เดียวกันตามล่าหาความฝัน    จึงได้เป็...
27/03/2024

...บนเส้นทางแห่งโลกและธรรม...
...ตามล่าหาความฝัน...

๐ รอนแรมมาเรียงราย
สู่จุดหมายที่เดียวกัน
ตามล่าหาความฝัน
จึงได้เป็นอย่างเห็นมา

๐ ตามแนวของพุทธะ
สมณะผู้ค้นหา
สำรวมกายวาจา
ตั้งใจสู่เส้นทางธรรม

๐ ฝึกฝนปฏิบัติ
อย่างเคร่งครัดไม่ใฝ่ต่ำ
คิดชอบประกอบกรรม
กุศลนี้จึงได้มา

๐ ฝึกกายให้อดทน
บทเริ่มต้นแสวงหา
สติคุมกายา
ทุกก้าวย่างขณะเดิน

๐ พุทโธคือพุทธะ
เป็นธรรมะคิดให้เพลิน
จะพบความเจริญ
และเพลิดเพลินในทางธรรม

๐ แนวทางแห่งพุทธะ
คือธรรมะอันเลิศล้า
ก่อเกิดกุศลกรรม
จิตสงบพบหนทาง

๐ รู้ธรรมเข้าใจโลก
ละทุกข์โศกจิตปล่อยวาง
จิตพบทางสว่าง
จิตรู้ตื่นและเบิกบาน

๐ อบรมกายใจจิต
เพียรพินิจให้เชี่ยวชาญ
อดทนเพื่อผลงาน
ความเจริญในทางธรรม

๐ รอนแรมมาเรียงราย
สู่จุดหมายที่เลิศล้ำ
เดินตามเส้นทางธรรม
ใจคิดชอบประกอบดี

๐ ฝึกฝนความอดทน
บรรลุผลเพราะสิ่งนี้
สตินั้นต้องมี
ระลึกรู้ทั่วกายา

๐ ขันติความอดกลั้น
ธรรมข้อนั้นที่ได้มา
เจริญภาวนา
จิตสงบก็พบธรรม...

...ปรารถนาดีด้วยไมตรีจิต...
...รวี สัจจะ - สมณะไร้นาม...

...พุทธสุภาษิตธรรมนำมาฝาก...
27/03/2024

...พุทธสุภาษิตธรรมนำมาฝาก...

...ปรารภธรรมไปตามกาล.....ผู้ชี้ขุมทรัพย์...“ อานนท์ ! พวกช่างหม้อย่อมไม่พยายามทำกะหม้อที่ยังเปียกยังดิบอยู่อย่างทะนุถนอม...
26/03/2024

...ปรารภธรรมไปตามกาล.....ผู้ชี้ขุมทรัพย์...
“ อานนท์ ! พวกช่างหม้อย่อมไม่พยายาม
ทำกะหม้อที่ยังเปียกยังดิบอยู่อย่าง
ทะนุถนอม ฉันใด เราย่อมไม่พยายาม
ทำกะพวกเธออย่างทะนุถนอมฉันนั้น
อานนท์ !เราจะขนาบแล้ว ขนาบอีก
ไม่มีหยุด
อานนท์ !เราจักชี้โทษแล้ว ชี้โทษอีก
ไม่มีหยุด ผู้ใดมีมรรคผลเป็นแก่นสาร
ผู้นั้นจักทนอยู่ได้ ”..พระไตรปิฎกบาลี สยามรัฐ ๑๔/๒๔๕/๓๕๖.....ใช้ชีวิตตามปกติในแต่ละวันที่ผ่านไป
โดยมีสติและสัมปชัญญะควบคุมอยู่
ระลึกรู้ในสิ่งที่คิดและในกิจที่ทำ
พยายามเตือนย้ำตนเองให้เกรงกลัว
ต่อบาปกรรม ในการคิดและทำกับสิ่ง
ที่จะเกิดขึ้น มองเห็นคุณ เห็นโทษ
เห็นประโยชน์และมิใช่ประโยชน์
ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากสิ่งที่เราคิด
และเรานั้นทำ ทุกครั้งในการคิดและ
ก่อนจะพูดหรือลงมือทำสิ่งนั้น..เพื่อจะไม่เป็นการสร้างเวรสร้างกรรม
ต่อผู้อื่นเขา กิเลสและกรรมเก่าของเรานั้น
มันก็มีมากอยู่แล้ว ต้องแก้ไขและชดใช้
กรรมเก่าอยู่ทุกวัน จึงไม่ควรสร้างกรรม
อันเป็นอกุศลตัวใหม่ให้เกิดขึ้นมาอีก
เพราะว่าเวลาของชีวิตในภพนี้ชาตินี้นั้น
สั้นลงไปทุกขณะ จึงต้องรีบเร่งความเพียร
ในการชำระจิต ทำชีวิตที่เหลืออยู่นั้น
ให้มีคุณค่าทั้งในทางโลกและทางธรรม
ยิ่งๆขึ้นไป..ชีวิตแต่ละวันที่ผ่านไปเหมือนไม่ได้
ปฏิบัติธรรม เพราะใช้ชีวิตและทำงาน
ตามปกติ ไม่ได้นั่งสมาธิ ไม่ได้เดินจงกรม
เจริญสติและสัมปชัญญะกับการเคลื่อนไหว
ของร่างกาย ดูความรู้สึกนึกคิดที่เกิดขึ้น
ในจิตทุกขณะ แยกแยะความเป็นกุศล
และอกุศล พยายามเตือนตนไม่ให้
เผลอจิตไปในสิ่งที่เป็นอกุศล..เมื่อเรามีสติและสัมปชัญญะอยู่กับกาย
อยู่กับจิต อยู่กับความคิด อยู่กับการกระทำ
นั้นแหละคือการปฏิบัติธรรม เหมือนดั่งคำ
ของหลวงพ่อพุทธทาสที่ท่านกล่าวไว้ว่า
“ การทำงานคือการปฏิบัติธรรม ”
เพราะมีสติและสัมปชัญญะคุ้มครอง
กายและจิตอยู่ทุกขณะ.....ปรารถนาดีด้วยไมตรีจิต.....รวี สัจจะ - สมณะไร้นาม...

...วันนี้ผูกเหล็กตะแกรง รองรับฐานบัว...
26/03/2024

...วันนี้ผูกเหล็กตะแกรง รองรับฐานบัว...

...ด้วยความปรารถนาดีและไมตรีจิต...
26/03/2024

...ด้วยความปรารถนาดีและไมตรีจิต...

...รำพึงธรรมตามรายทาง.....“ สรรพสิ่งล้วนเคลื่อนไหว ไปตามกฎแห่งธรรมชาติ "มีการเกิดขึ้น  ตั้งอยู่  แล้วดับไป ซึ่งเงื่อนไขข...
26/03/2024

...รำพึงธรรมตามรายทาง.....“ สรรพสิ่งล้วนเคลื่อนไหว ไปตามกฎ
แห่งธรรมชาติ "มีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่
แล้วดับไป ซึ่งเงื่อนไขของกาลเวลานั้น
อาจจะแตกต่างกันไป ตามเหตุปัจจัย
ของสิ่งทั้งหลายเหล่านั้น จนบางครั้ง
เราแทบจะไม่เห็นถึงการเปลี่ยนแปลง
ของความเสื่อมสลายที่กำลังเกิดขึ้น
อยู่ทุกขณะ จึงเข้าไปยึดติดและยึดถือ
ในสิ่งเหล่านั้น อยากจะให้มันเป็นไป
ตามที่ใจของเรานั้นปรารถนาให้เป็น
ซึ่งถ้าสิ่งเหล่านั้น มันตอบสนองความ
ต้องการของเราได้ เราก็จะยินดีและ
เพลิดเพลินไปกับมัน ..แต่ถ้าสิ่งนั้นไม่เป็นไปตามที่ใจของเรา
นั้นปรารถนาและต้องการแล้ว ก็จะเกิด
จิตปฏิฆะความขุ่นใจ ความคับแค้นใจ
ความทุกข์ทั้งหลายก็จะเกิดขึ้นในจิต
เพราะว่าเราไปยึดติดในความต้องการ
ของเรามากเกินไป ไม่เข้าใจและยอมรับ
ในความเป็นจริงของสิ่งทั้งหลายทั้งปวง
ที่มันต้องดำเนินไปตามกฎแห่งธรรมชาติ
ทั้งหลายนั้น..การที่จะพัฒนาจิตให้ยอมรับกับกฎ
ของธรรมชาติได้นั้น คือต้องหมั่น
พิจารณาให้เห็นถึงคุณ ถึงโทษ
ของอารมณ์เหล่านั้น จนเกิดความ
ละอายและเกรงกลัวต่อความเศร้าหมอง
ของจิต เกิดความเบื่อหน่ายและเกิด
ความจางคลายในการยึดถือในตัวตน
มันจึงจะหลุดพ้นจากอารมณ์เหล่านั้นได้...

๐ ยกกวี ลำนำ คำครูสอน
เป็นบทกลอน สอนใจ ให้ครวญคิด
อย่าประมาท บาปกรรม อันน้อยนิด
ที่เกาะจิต เกาะใจ ในผู้คน
.. " อย่าดูหมิ่น บาปกรรม อันน้อยนิด
จะไม่ติด ตามต้อง สนองผล
เหมือนตุ่มน้ำ เปิดหงาย รับสายชล
ย่อมเปี่ยมล้น ด้วยอุทก ที่ตกลง "...

๐ คือกวี คำสอน แต่ก่อนเก่า
สอนให้เรา ได้คิด จิตไม่หลง
มีสติ จัดวาง อย่างมั่นคง
เพื่อเสริมส่ง ให้คิด ด้วยจิตดี

๐ ฝึกทำดี เริ่มที่ ใจเราคิด
คือฝึกจิต วางใจ ให้ถูกที่
ตั้งจิตเป็น กุศล ส่งผลดี
ใจเรานี้ ก็จะห่าง ทางอบาย

๐ ใจที่มี ธรรมะ คุ้มครองอยู่
ทำให้รู้ ถึงชีวิต นิมิตหมาย
กำหนดที่ จะไป เมื่อใกล้ตาย
สุคติ คือที่หมาย ปลายทางเรา

๐ วันเวลา ของชีวิต นั้นนิดหน่อย
อย่าได้ปล่อย เผลอใจ ในทางเขลา
หลงกิเลส ตัณหา พามัวเมา
ให้ต้องเศร้า ต้องทุกข์ ไม่สุขใจ

๐ สุขในธรรม ล้ำค่า กว่าสุขอื่น
เมื่อจิตตื่น ด้วยธรรม นำสดใส
เพราะว่ามี คุณธรรม ประจำใจ
ชีวิตใหม่ ในทางธรรม บุญนำพา...
..ปรารถนาดีด้วยไมตรีจิต.....รวี สัจจะ - สมณะไร้นาม...

...สาระกวีธรรม...
25/03/2024

...สาระกวีธรรม...

...ใคร่ครวญธรรมในยามเช้า.....ผู้ชี้ขุมทรัพย์...“ อานนท์ ! พวกช่างหม้อย่อมไม่พยายามทำกะหม้อที่ยังเปียกยังดิบอยู่อย่างทะนุ...
24/03/2024

...ใคร่ครวญธรรมในยามเช้า.....ผู้ชี้ขุมทรัพย์...
“ อานนท์ ! พวกช่างหม้อย่อมไม่พยายาม
ทำกะหม้อที่ยังเปียกยังดิบอยู่อย่าง
ทะนุถนอม ฉันใด เราย่อมไม่พยายาม
ทำกะพวกเธออย่างทะนุถนอมฉันนั้น
อานนท์ !เราจะขนาบแล้ว ขนาบอีก
ไม่มีหยุด
อานนท์ !เราจักชี้โทษแล้ว ชี้โทษอีก
ไม่มีหยุด ผู้ใดมีมรรคผลเป็นแก่นสาร
ผู้นั้นจักทนอยู่ได้ ”..พระไตรปิฎกบาลี สยามรัฐ ๑๔/๒๔๕/๓๕๖.....ใช้ชีวิตตามปกติในแต่ละวันที่ผ่านไป
โดยมีสติและสัมปชัญญะควบคุมอยู่
ระลึกรู้ในสิ่งที่คิดและในกิจที่ทำ
พยายามเตือนย้ำตนเองให้เกรงกลัว
ต่อบาปกรรม ในการคิดและทำกับสิ่ง
ที่จะเกิดขึ้น มองเห็นคุณ เห็นโทษ
เห็นประโยชน์และมิใช่ประโยชน์
ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากสิ่งที่เราคิด
และเรานั้นทำ ทุกครั้งในการคิดและ
ก่อนจะพูดหรือลงมือทำสิ่งนั้น..เพื่อจะไม่เป็นการสร้างเวรสร้างกรรม
ต่อผู้อื่นเขา กิเลสและกรรมเก่าของเรานั้น
มันก็มีมากอยู่แล้ว ต้องแก้ไขและชดใช้
กรรมเก่าอยู่ทุกวัน จึงไม่ควรสร้างกรรม
อันเป็นอกุศลตัวใหม่ให้เกิดขึ้นมาอีก
เพราะว่าเวลาของชีวิตในภพนี้ชาตินี้นั้น
สั้นลงไปทุกขณะ จึงต้องรีบเร่งความเพียร
ในการชำระจิต ทำชีวิตที่เหลืออยู่นั้น
ให้มีคุณค่าทั้งในทางโลกและทางธรรม
ยิ่งๆขึ้นไป..ชีวิตแต่ละวันที่ผ่านไปเหมือนไม่ได้
ปฏิบัติธรรม เพราะใช้ชีวิตและทำงาน
ตามปกติ ไม่ได้นั่งสมาธิ ไม่ได้เดินจงกรม
เจริญสติและสัมปชัญญะกับการเคลื่อนไหว
ของร่างกาย ดูความรู้สึกนึกคิดที่เกิดขึ้น
ในจิตทุกขณะ แยกแยะความเป็นกุศล
และอกุศล พยายามเตือนตนไม่ให้
เผลอจิตไปในสิ่งที่เป็นอกุศล..เมื่อเรามีสติและสัมปชัญญะอยู่กับกาย
อยู่กับจิต อยู่กับความคิด อยู่กับการกระทำ
นั้นแหละคือการปฏิบัติธรรม เหมือนดั่งคำ
ของหลวงพ่อพุทธทาสที่ท่านกล่าวไว้ว่า
“ การทำงานคือการปฏิบัติธรรม ”เพราะมี
สติและสัมปชัญญะคุ้มครองกายและจิต
อยู่ทุกขณะ.....ปรารถนาดีด้วยไมตรีจิต.....รวี สัจจะ - สมณะไร้นาม...

...แจ้งให้ทราบ...
23/03/2024

...แจ้งให้ทราบ...

ที่อยู่

กระทรวงมหาด
ไทย
10000

เบอร์โทรศัพท์

0892188219

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ แนวร่วมประชาชาติ เพื่อการปฏิรูปประเทศไทย-นปป.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์