17/08/2026
“School Unlocked ปลดล็อกสุขภาวะ” โรงเรียนที่ปลอดภัย ต้องดูแลสุขภาวะของทั้งเด็กและครู
เมื่อวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ทีมก้าวเลิร์น อาสาสมัครปีกการศึกษา พรรคประชาชน จัดกิจกรรม “School Unlocked ปลดล็อกสุขภาวะ” ณ บ้านเซเวียร์ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนปัญหาและร่วมออกแบบข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยและส่งเสริมการเรียนรู้ของทุกคน โดยมีครูจุ๊ย Kunthida Rungruengkiat - กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ จากมูลนิธิก้าวหน้าเป็นผู้ร่วมเสวนา และสส. พี่ผึ้ง ณัฐยา บุญภักดี - Nattaya Boonpakdee สส. พิมพ์ พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ - Pimkarn Kiratiwirapakorn สส. ทนายแจม ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ - ทนายแจม - Sasinan Thamnithinan ร่วมกิจกรรมด้วย
เสียงจากเวทีสะท้อนว่า ปัญหาในโรงเรียนไม่ควรถูกมองว่าเป็นความผิดของครู นักเรียน หรือผู้ปกครองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะหลายปัญหาเกิดจากโครงสร้างและวัฒนธรรมในระบบการศึกษา ทั้งภาระงานครู ระบบรายงานที่เน้นเอกสาร การรวมศูนย์อำนาจ การใช้อำนาจโดยไม่รับฟัง และระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่ยังขาดบุคลากรรองรับ
เมื่อครูต้องใช้เวลากับงานเอกสาร พัสดุ บัญชี และการประเมินจำนวนมาก เวลาที่ควรใช้สอน สังเกตความเปลี่ยนแปลง และดูแลนักเรียนย่อมลดลง ขณะเดียวกัน ครูที่เผชิญภาวะหมดไฟหรือแรงกดดันจากระบบ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ความเครียดก็อาจส่งต่อมาถึงเด็กและบรรยากาศในห้องเรียน
ข้อเสนอสำคัญจากเวที ได้แก่
• คืนครูสู่ห้องเรียน ลดงานเอกสารและจัดบุคลากรธุรการสนับสนุนให้เพียงพอ
• เพิ่มครูแนะแนว นักจิตวิทยา และทีมสหวิชาชีพ เพื่อให้การคัดกรองและส่งต่อเด็กเกิดขึ้นได้จริง
• เปลี่ยนจากการปกปิดปัญหาเพื่อรักษาชื่อเสียงโรงเรียน เป็นระบบที่รายงาน ช่วยเหลือ และป้องกันการเกิดซ้ำ
• เปิดพื้นที่สนทนาที่เท่าเทียมระหว่างนักเรียน ครู ผู้บริหาร และผู้ปกครอง
• ให้นักเรียนมีส่วนร่วมออกแบบกติกาและนโยบายของสถานศึกษา
• ปรับหลักสูตรให้ยืดหยุ่น ลดการท่องจำและการแข่งขันที่ไม่จำเป็น
• เปลี่ยนตัวชี้วัดผู้บริหารจากคะแนนสอบและการไม่มีเรื่องร้องเรียน ไปสู่ความปลอดภัย การรับฟัง และสุขภาวะของคนในโรงเรียน
• จัดระบบดูแลสุขภาพใจของครู รวมถึงการป้องกันภาวะหมดไฟและสิทธิพักเมื่อเกิดวิกฤตสุขภาพใจ
ในกิจกรรมยังให้ผู้เข้าร่วมร่วมโหวตนโยบายที่ระดมความคิดเห็นกันในวงพูดคุย ผลการโหวตของผู้เข้าร่วมยังสะท้อนลำดับความต้องการที่ชัดเจน
อันดับแรกของข้อเสนอด้านการปรับโครงสร้าง คือ “คืนครูสู่ห้องเรียน” ได้รับ 23.81% รองลงมาคือหลักสูตรทางเลือกฐานสมรรถนะ 21.43% และการกระจายอำนาจงบประมาณตรงสู่โรงเรียน 20.24%
ด้านเสรีภาพและการมีส่วนร่วม ข้อเสนอที่ได้รับคะแนนสูงสุดร่วมกันคือ การสร้างพื้นที่พูดคุยระหว่างครูกับนักเรียนอย่างเท่าเทียม และการกำหนดตัวชี้วัดผู้บริหารจากความปลอดภัยและการรับฟังเสียงในโรงเรียน
ผลโหวตนี้เป็นเสียงจากผู้เข้าร่วมเวทีครั้งนี้ ไม่ใช่ข้อสรุปแทนครู นักเรียน และผู้ปกครองทั่วประเทศ แต่ช่วยชี้ให้เห็นว่า การทำให้โรงเรียนปลอดภัยไม่ควรเริ่มจากการเพิ่มการควบคุมเพียงอย่างเดียว โรงเรียนที่ปลอดภัยต้องเป็นพื้นที่ที่เด็กพูดแล้วมีคนฟัง ครูมีเวลาและได้รับการดูแล ผู้ปกครองร่วมตัดสินใจ และเมื่อเกิดปัญหา ระบบต้องช่วยกันแก้ไข ไม่ผลักภาระหรือกล่าวโทษกัน เพราะสุขภาวะของเด็กและครูไม่ใช่คนละเรื่อง แต่เป็นรากฐานเดียวกันของการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ
ขอบคุณสรุปกิจกรรมจากทีม ประชาชนเด็ก ด้วยครับ
#ก้าวเลิร์น #ประชาชนเด็ก #พรรคประชาชน