สวท.อุบลราชธานี 98.50 MHz

สวท.อุบลราชธานี 98.50 MHz สวท.อบ. ออกอากาศตั้งแต่เวลา 05.00 น. ถึง24:00น.

สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดอุบลราชธานี สังกัด สำนักประชาสัมพันธ์เขต 2 กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี เป็นหน่วยงานสื่อภาครัฐรับผิดชอบงานด้านการประชาสัมพันธ์ ผ่านสื่อวิทยุฯ ซึ่งออกอากาศตั้งแต่เวลา 05.00 น. ถึงเวลา 24.00 น. เป็นประจำทุกวัน ในระบบ FM 98.5 MHz AM 1341 KHz

📍สชป.7 ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด                    วันพุธที่ 6 พฤษภาคม 2569  เวลา 09.00  น. สำนักงานชลประ...
07/05/2026

📍สชป.7 ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

วันพุธที่ 6 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 น. สำนักงานชลประทานที่ 7 โดย นายปริญญา คัชมาตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 7 มอบหมายให้ นายเศรษฐพงศ์ ภิงคารวัฒน์ รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 7 พร้อมด้วย หัวหน้าฝ่าย และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ ณ อ่างเก็บน้ำลำห้วยบอน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้อง และเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ รวมทั้งวางแนวทางการบริหารจัดการน้ำเตรียมพร้อมรับมือฤดูฝน ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด และเกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่อไป

ทั้งนี้ กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 7 จะมุ่งมั่นบริหารจัดการน้ำให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพ พร้อมปฏิบัติตาม 9 มาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2569 ที่ กนช.เห็นชอบ เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 อย่างเคร่งครัด หากพี่น้องประชาชน ต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่ 1460 สายด่วน กรมชลประทาน ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

07/05/2026

🔴LIVE🔴รายการลูกทุ่ง สวท. วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม 2569

07/05/2026
“ศุภมาส” ตามต่อเคสปลากระป๋องเจ้าปัญหา ล่าสุด ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร สั่งหยุดกิจการชั่วคราว จนกว่าจะปรับปรุงมาตรฐานโรงงาน กำชั...
07/05/2026

“ศุภมาส” ตามต่อเคสปลากระป๋องเจ้าปัญหา ล่าสุด ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร สั่งหยุดกิจการชั่วคราว จนกว่าจะปรับปรุงมาตรฐานโรงงาน กำชับฉลาก-สินค้า ต้องตรงปก เพื่อความเป็นธรรมของผู้บริโภค
วันนี้ (7 พฤษภาคม 2569) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีปลากระป๋องไม่ตรงปก ภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงาน บริษัท ศรีรุ้งงามฟู้ดส์ จำกัด ตำบลกาหลง อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหน่วยงานในจังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

ล่าสุดได้รับรายงานจาก นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร แจ้งว่า จากการตรวจสอบของอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร พบว่า โรงงานดังกล่าวมีระบบการบำบัดน้ำเสียไม่เป็นไปตามมาตรฐาน จึงได้สั่งให้บริษัทหยุดประกอบกิจการชั่วคราวแล้ว เพื่อให้ดำเนินการแก้ไขสถานที่ผลิตให้ผ่านหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร (GMP)

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังมีความผิดในกรณีใช้ปลาชนิดอื่นแทนหลาแมคเคอเรลตามที่แสดงบนฉลาก ที่เข้าข่ายการผลิตอาหารปลอม ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 100,000 บาท รวมถึงการแสดงฉลากไม่ถูกต้อง ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดในสาระสำคัญของสินค้า มีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท ซึ่งหากผู้ประกอบการสามารถปรับปรุงสถานที่และกระบวนการผลิตให้ถูกต้อง เป็นไปตามมาตรฐาน จะมีการตรวจสอบอีกครั้งจนกว่าจะผ่านเกณฑ์เชิงคุณภาพ จึงจะสามารถกลับมาให้บริการได้อีกครั้ง

“ตามที่ได้นำเรียนไปว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค ท่านได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ซึ่งการดำเนินการของผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครในครั้งนี้ สะท้อนถึงการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ในการคืนความเป็นธรรมให้ผู้บริโภค และส่งสัญญาณชัดเจนถึงผู้ประกอบการรายอื่นว่า รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้มีการเอาเปรียบผู้บริโภคโดยเด็ดขาด
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมุ่งคุ้มครองผู้บริโภคควบคู่ไปกับการให้โอกาสผู้ประกอบการในการแก้ไขปรับปรุง ดิฉันได้สั่งการให้ สคบ. ทุกจังหวัด ตรวจสอบโรงงานผลิตอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคที่อยู่ในความรับผิดชอบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันซ้ำอีก” นางสาวศุภมาสกล่าว

ทั้งนี้ ผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายจากการซื้อสินค้าหรือบริการ สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรม ณ ศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด ส่วนการร้องเรียนเรื่องอาหารและยา แจ้งได้ที่สายด่วน อย. 1556

///////

07/05/2026

🔴LIVE🔴รายการข่าวท้องถิ่น วันพฤหัสฯ 7 พ.ค. 2569

07/05/2026

การถ่ายทอดสดของ กรกช ภูมี

รัฐบาลบูรณาการทุกภาคส่วน เดินหน้าปราบยาเสพติดทั้งระบบ ควบคู่กระชับความร่วมมือข้ามชาติอย่างเป็นรูปธรรม(7 พ.ค. 69) นางสาวร...
07/05/2026

รัฐบาลบูรณาการทุกภาคส่วน เดินหน้าปราบยาเสพติดทั้งระบบ ควบคู่กระชับความร่วมมือข้ามชาติอย่างเป็นรูปธรรม

(7 พ.ค. 69) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การแก้ไขปัญหายาเสพติดถูกยกระดับเป็นวาระเร่งด่วนของรัฐบาล ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยขับเคลื่อนมาตรการแบบครบวงจร ทั้งป้องกัน ปราบปราม บำบัด และฟื้นฟู ควบคู่การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน ป.ป.ส. 1386

ผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 สะท้อนความคืบหน้าของนโยบายรัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรม โดยพบว่าสามารถดำเนินคดียาเสพติดได้กว่า 150,000 คดี ตรวจยึดยาบ้าได้กว่า 796 ล้านเม็ด และไอซ์ประมาณ 25 ตัน รวมถึงขยายผลทลายเครือข่ายขนาดใหญ่ได้ 139 เครือข่าย พร้อมยึดและอายัดทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 9,156 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาในมิติด้านสังคม โดยนำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาแล้วกว่า 79,000 ราย และดำเนินกิจกรรมสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนมากกว่า 4.5 ล้านคนทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการเข้าสู่วงจรยาเสพติดในระยะยาว (ข้อมูล ณ 23 เมษายน 2569)

นอกจากนี้ รัฐบาลยังยกระดับการแก้ไขปัญหายาเสพติดข้ามชาติ ผ่านการทำงานเชิงรุกด้านการข่าวและการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ รวมถึงการบูรณาการของหน่วยงานด้านความมั่นคง ซึ่งขับเคลื่อนงานทั้งด้านการข่าว การสืบสวน และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะความร่วมมือไทย-สปป. ลาว ซึ่งนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาเป้าหมายกว่า 40 รายในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนความสำเร็จของการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดนอย่างเป็นรูปธรรม

รัฐบาลบูรณาการทุกภาคส่วน เดินหน้าปราบยาเสพติดทั้งระบบ ควบคู่กระชับความร่วมมือข้ามชาติอย่างเป็นรูปธรรมสปท.2https://www.fa...
07/05/2026

รัฐบาลบูรณาการทุกภาคส่วน เดินหน้าปราบยาเสพติดทั้งระบบ ควบคู่กระชับความร่วมมือข้ามชาติอย่างเป็นรูปธรรม

สปท.2
https://www.facebook.com/share/p/1BpGH5rPk1/

สวท.นครพนม
https://www.facebook.com/share/p/1D2qzXdaKE/

สวท.ร้อยเอ็ด
https://www.facebook.com/share/p/1UdRGMrN13/

สวท.บุรีรัมย์
https://www.facebook.com/share/p/1BUQLZU93d/

สวท.สุรินทร์
https://www.facebook.com/share/p/1HQZdWFBex/

รัฐบาลบูรณาการทุกภาคส่วน เดินหน้าปราบยาเสพติดทั้งระบบ ควบคู่กระชับความร่วมมือข้ามชาติอย่างเป็นรูปธรรม

(7 พ.ค. 69) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การแก้ไขปัญหายาเสพติดถูกยกระดับเป็นวาระเร่งด่วนของรัฐบาล ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยขับเคลื่อนมาตรการแบบครบวงจร ทั้งป้องกัน ปราบปราม บำบัด และฟื้นฟู ควบคู่การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน ป.ป.ส. 1386

ผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 สะท้อนความคืบหน้าของนโยบายรัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรม โดยพบว่าสามารถดำเนินคดียาเสพติดได้กว่า 150,000 คดี ตรวจยึดยาบ้าได้กว่า 796 ล้านเม็ด และไอซ์ประมาณ 25 ตัน รวมถึงขยายผลทลายเครือข่ายขนาดใหญ่ได้ 139 เครือข่าย พร้อมยึดและอายัดทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 9,156 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาในมิติด้านสังคม โดยนำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาแล้วกว่า 79,000 ราย และดำเนินกิจกรรมสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนมากกว่า 4.5 ล้านคนทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการเข้าสู่วงจรยาเสพติดในระยะยาว (ข้อมูล ณ 23 เมษายน 2569)

นอกจากนี้ รัฐบาลยังยกระดับการแก้ไขปัญหายาเสพติดข้ามชาติ ผ่านการทำงานเชิงรุกด้านการข่าวและการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ รวมถึงการบูรณาการของหน่วยงานด้านความมั่นคง ซึ่งขับเคลื่อนงานทั้งด้านการข่าว การสืบสวน และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะความร่วมมือไทย-สปป. ลาว ซึ่งนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาเป้าหมายกว่า 40 รายในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนความสำเร็จของการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดนอย่างเป็นรูปธรรม

07/05/2026

🔴LIVE🔴รายการ "รวมใจไทอุบล เกษตรออนซอน" วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม 2569

📌 ติดตามภารกิจ ศ.ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม...
07/05/2026

📌 ติดตามภารกิจ
ศ.ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์
รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
📍 ลงพื้นที่ จ.ชลบุรี

🗓 วันที่ 7 พฤษภาคม 2569
🕜 เวลา 13.35 น. รับฟังบรรยายสรุปภารกิจ GISTDA

🕑 เวลา 14.00 น. เปิดตัวระบบ "เช็กแล้ง" พร้อมเยี่ยมชม
แพลตฟอร์มอัจฉริยะด้านสารสนเทศ (GI)

🕝 เวลา 14.30 น. ตรวจติดตามการพัฒนากลุ่มดาวเทียมสำรวจโลก

🕞 เวลา 15.30 น. รับฟังบรรยายสรุปการควบคุมระบบดาวเทียม

ปภ. แจ้ง 60 จังหวัด เหนือ อีสาน กลาง และ กทม. เตรียมรับมือฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนัก ช่วงวันที่ 7 – 10 พ.ค. 69 (...
07/05/2026

ปภ. แจ้ง 60 จังหวัด เหนือ อีสาน กลาง และ กทม. เตรียมรับมือฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนัก ช่วงวันที่ 7 – 10 พ.ค. 69

(7 พ.ค. 69) เวลา 06.00 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้ง 60 จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานคร เฝ้าระวังสถานการณ์ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนัก ระหว่างวันที่ 7 - 10 พฤษภาคม 2569 โดยให้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนให้ติดตามพยากรณ์อากาศ และปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัด ตลอดจนตรวจสอบบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มั่นคงแข็งแรง เพื่อป้องกันอันตรายจากการถูกล้มทับ รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศเรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 7 - 10 พฤษภาคม 2569) ฉบับที่ 2 (51/2569) ประกาศ ณ วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 แจ้งว่า บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้
ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้เข้าปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น กับมีลมกระโชกแรง และฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนัก ระหว่างวันที่ 7 - 10 พฤษภาคม 2569 ดังนี้

🔴 วันที่ 7 - 9 พฤษภาคม 2569

ภาคเหนือ 17 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และอุทัยธานี

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง 23 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และสมุทรปราการ


🔴 วันที่ 10 พฤษภาคม 2569

ภาคเหนือ 15 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู และอุดรธานี

🔴 วันที่ 7 – 10 พฤษภาคม 2569 บริเวณกรุงเทพมหานคร

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสานแจ้ง 60 จังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยให้เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยในช่วงดังกล่าว โดยให้ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด และประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ทราบล่วงหน้า รวมถึงจัดเตรียมเครื่องจักรกลสาธารณภัยและทีมปฏิบัติการให้พร้อมเผชิญเหตุและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ทันที

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามพยากรณ์อากาศและข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด ตลอดจนตรวจสอบบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง เพื่อป้องกันอันตรายจากการถูกล้มทับ รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า ตลอดจนระวังอันตรายจากฝนตกหนักซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ส่วนเกษตรกรให้จัดเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง รวมถึงดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามประกาศการแจ้งเตือนภัยที่แอปพลิเคชัน “THAI DISASTER ALERT” และหากได้รับความเดือดร้อนจากสาธารณภัยสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือต่อไป

ที่อยู่

145 ถนนแจ้งสนิท ตำบลแจระแม อำเภอเมือง
อำเภอเมือง
34000

เบอร์โทรศัพท์

045311699

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สวท.อุบลราชธานี 98.50 MHzผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์