ห้องสมุด วิทยาลัยนาฏศิลป

ห้องสมุด วิทยาลัยนาฏศิลป แหล่งข้อมูลความรู้

04/06/2026

🎥 นาฏศิลปวันวาน กับ “รายการมาลาภิรมย์”
ห้องสมุดขอนำเสนอเทปบันทึกการแสดง “ละครใน เรื่องอุณรุท ตอน พระอุณรุทเสด็จไปหานางกินรี”

✨ อุณรุทเป็นวรรณคดีสำคัญเรื่องหนึ่งของไทยมาตั้งแต่สมัยอยุธยา โดยปรากฏหลักฐานจากวรรณคดีเรื่อง อนิรุทธคำฉันท์ ส่วนบทละครเรื่องอุณรุทก็คงมีเล่นมาแต่ครั้งกรุงเก่า ดังปรากฏในปุณโณวาทคำฉันท์ ว่ามีการเล่นละคร “อนิรุทธกินรี” ส่วนบทละครในเรื่องอุณรุทสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ มีปรากฏอยู่ 2 ฉบับ คือพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 และพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 (เมื่อครั้งดำรงพระยศเป็น สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร)

การแสดงในรายการมาลาภิรมย์ครั้งนี้ เป็นเหตุการณ์ตอนที่พระอุณรุทเสด็จไปล้อมช้าง และหวนคิดถึงเหล่านางกินรี ที่เคยได้ทอดพระเนตรเห็นที่สระมุจลินท์ จึงชวนพระพี่เลี้ยงออกไปหานางกินรี และได้พบกับนางกินรีทั้ง 5 พระอุณรุทจึงชมความงามของนางกินรี ซึ่งเป็นบทชมโฉมที่มีคุณค่าและความงามทางวรรณศิลป์อย่างยิ่ง

🎭 รายนามผู้แสดง
พระอุณรุท : คุณ​ครูเวณิกา​ บุนนาค​

พี่เลี้ยง : ​คุณ​ครูพรทิพย์​ ด่านสมบูรณ์
คุณ​ครูชลอรัตน์​ คงหิรัญ​
คุณ​ครูรจนา​ สุนทรานนท์​
คุณ​ครูอุษา​ สบฤกษ์

นางกินรี : คุณ​ครูผุสดี​ หลิมสกุล
คุณ​ครูนันทา​ น้อยนิตย์
คุณครูวรารักษ์​ พฤกษศรี
คุณ​ครู​พิมพ์​พรรณ​ อุชชิน
คุณ​ครู​จินตนา​ สายทองคำ

📍ขอขอบคุณเทปบันทึกการแสดง จากคุณครูปภาวรินท์ แสงเจริญ ที่กรุณามอบสำเนาให้กับห้องสมุดวิทยาลัยนาฏศิลป เพื่อประโยชน์ต่อการศึกษา
—————————————————————————

✨ ติดตามข่าวสารดี ๆ ได้ที่
Facebook : ห้องสมุด วิทยาลัยนาฏศิลป
Website : http://elibrary.bpi.ac.th/CDA/home
Line : https://lin.ee/clKBubR
#ห้องสมุดวิทยาลัยนาฏศิลป #นาฏศิลปวันวาน #รายการมาลาภิรมย์

๓ มิถุนายน วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินีขอพระองค์ทรงพระเจริญด้วยเกล้าด้วยกระ...
02/06/2026

๓ มิถุนายน
วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ ครู อาจารย์ บุคลากร นักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยนาฏศิลป

วิทยาลัยนาฏศิลป ขอเชิญเข้าร่วมการประกวดทักษะนาฏดุริยางคศิลป์ระดับชาติ ครั้งที่ ๒ ประจำปี ๒๕๖๙ ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระ...
31/05/2026

วิทยาลัยนาฏศิลป ขอเชิญเข้าร่วมการประกวดทักษะนาฏดุริยางคศิลป์ระดับชาติ ครั้งที่ ๒ ประจำปี ๒๕๖๙ ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี “นาฏดุริยะพริ้งเพริศเทิดพระเกียรติ” ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙

📍รับสมัครตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๙

📌ลิงก์รายละเอียดการรับสมัครนาฏศิลป์ไทย
https://drive.google.com/drive/folders/1n1uepU6DxBolCJXaIvKCgOAB6YfCabeR

📌ลิงก์รายละเอียดการรับสมัครดุริยางคศิลป์
https://drive.google.com/drive/folders/1PUkqAjHc34zADSfqdhPOGpckzX0wzjGP

❤️สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียด ตามเอกสารแนบท้ายในแต่ละประเภทการแข่งขัน

28/05/2026

🎥 นาฏศิลปวันวาน กับ “รายการมาลาภิรมย์”

ห้องสมุดขอนำเสนอเทปบันทึกการบรรเลงและขับร้องประกอบการแสดง “เพลงบุหลันลอยเลื่อน”

🌕 เพลงบุหลันลอยเลื่อน เป็นบทเพลงแห่งพระสุบินนิมิตในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย คุณครูมนตรี ตราโมท ได้อธิบายถึงประวัติเพลงบุหลันลอยเลื่อน ในหนังสือฟังและเข้าใจเพลงไทย ไว้ดังนี้

“...เมื่อพูดถึงเพลงบุหลันลอยเลื่อน ก็ควรต้องกล่าวถึงซอสามสายประกอบกันไปด้วยตามสมควร ซอสามสายแต่เดิมคงจะเรียกแต่ว่า "ซอ" เฉย ๆ และไทยเราคงจะนิยมใช้กันมาอย่างน้อยก็ตั้งแต่สมัยสุโขทัย เช่น มีกล่าวถึง "สีซอ" ในหนังสือไตรภูมิพระร่วงของพระมหาธรรมราชาแห่งกรุงสุโขทัย ต่อมาก็มีกล่าวถึงในกฎมณเฑียรบาล ซอสามสายเป็นเครื่องดนตรีที่เล่นยาก แต่นิยมกันว่าไพเราะและสอดประสานเข้ากับเสียงขับร้องของนักร้องไทยได้สนิทสนมเป็นอันดี หาเสียงของเครื่องดนตรีอื่นเทียบเคียงได้ยาก คงจะนิยมเล่นคลอขับร้องผสมวงคู่กับกระจับปี่ในวงมโหรีและวงเครื่องสายมาแต่โบราณ ดังจะเห็นได้จากภาพจิตรกรรมและรูปแกะสลักสมัยกรุงศรีอยุธยาและสมัยแรกตั้งกรุงรัตนโกสินทร์

ซอสามสาย ปรากฏว่าเป็นเครื่องดนตรีที่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงโปรดปรานมาก และเนื่องจากกะโหลกซอต้องใช้กะลามะพร้าวที่เป็นปุ่มสามเส้า ซึ่งมีรูปลักษณะพิเศษ กะลาชนิดนั้นจึงเป็นของหายาก เพราะมิได้มีอยู่ทั่วไปทุกสวนมะพร้าว ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยนั้น ถ้าทรงทราบว่า สวนของผู้ใดมีกะลามะพร้าวชนิดที่ใช้ทำกะโหลกซอสามสายได้ ก็ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทาน “ตราภูมิคุ้มห้าม” แก่เจ้าของสวนนั้น มิให้ต้องเสียภาษีอากร ทั้งพระองค์เองก็ทรงชำนาญในการเล่นซอสามสายเป็นอย่างเยี่ยม ถึงกับทรงสร้างซอสามสายขึ้นไว้เป็นคู่พระหัตถ์ และมีอยู่คันหนึ่งโปรดพระราชทานนามว่า “ซอสายฟ้าฟาด” เล่ากันมาว่า ในเวลาว่างพระราชกิจตอนกลางคืน มักจะโปรดทรงซอสามสาย ถ้าไม่ร่วมวง ก็มักจะทรงเดี่ยวแต่พระองค์เดียว จนถึงกับมีเรื่องเล่ากันมาว่า

คืนวันหนึ่งหลังจากทรงซอสามสายอยู่จนดึกแล้ว ก็เสด็จเข้าที่พระบรรทม และทรงพระสุบินว่าพระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปในสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งปรากฏในพระสุบินนิมิตนั้นว่า เป็นรมณียสถานสวยงาม ไม่มีแห่งใดในโลกนี้เสมอเหมือน ขณะนั้นก็ได้ทอดพระเนตรเห็นดวงจันทร์ลอยเข้ามาใกล้และสาดแสงสว่างไสวไปทั่วบริเวณ ทันใดนั้นก็พลันได้ทรงสดับเสียงดนตรีทิพย์อันไพเราะเสนาะพระกรรณเป็นที่ยิ่ง พระองค์จึงเสด็จประทับทอดพระเนตรทิวทัศน์อันงดงามและทรงสดับเสียงดนตรีอันไพเราะอยู่ด้วยความเพลิดเพลินเจริญพระราชหฤทัย ครั้นแล้วดวงจันทร์ก็ค่อย ๆ เลื่อนลอยห่างออกไปในท้องฟ้า ทั้งสำเนียงดนตรีทิพย์นั้นก็ค่อย ๆ ห่างจนหมดเสียงหายไป พลันก็เสด็จตื่นพระบรรทม แม้เสด็จตื่นแล้วเสียงดนตรีในพระสุบินนั้น ยังคงกังวานอยู่ในพระโสต จึงโปรดให้ตามหาเจ้าพนักงานดนตรีเข้ามาต่อเพลงดนตรีนั้นไว้ แล้วพระราชทานชื่อว่า “เพลงบุหลันลอยเลื่อน” หรือ “บุหลันเลื่อนลอยฟ้า” หรือบางทีก็เรียกว่า “เพลงสรรเสริญพระจันทร์” ซึ่งนักดนตรีจำสืบต่อกันมาจนบัดนี้ แต่ที่รู้จักกันดีนั้นในชื่อว่า “เพลงทรงพระสุบิน”

เพลงดังกล่าวนี้เคยใช้เป็นเพลงสรรเสริญพระบารมีมาในสมัยหนึ่ง เข้าใจว่า ต่อมาเมื่อมีผู้แต่งเพลงสรรเสริญพระบารมีเป็นทำนองอย่างอื่นหรือเป็นทำนองอย่างเพลงตะวันตกขึ้น จึงเรียกเพลงทรงพระสุบินว่า "เพลงสรรเสริญพระบารมีไทย" ทำนองของเพลงทรงพระสุบินนี้ เคยใช้เป็นทำนองร้องในบทละครเรื่องอิเหนา ตอนสังคามาระตาแต่งถ้ำ ในราตรีกาลหนึ่ง สังคามาระตากำลังพักผ่อนอยู่ เสียงดนตรีที่มีผู้ขับกล่อมย้อมอารมณ์ให้คลายความเคร่งเครียด ก็ก้องกังวานอยู่เจื้อยแจ้ว ประกอบกับความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าที่ได้ตรากตรำมาเป็นเวลาหลายวัน ในที่สุดก็เลยเคลิบเคลิ้มม่อยหลับไปโดยไม่รู้สึกตัว...“

🎭 รายนามผู้แสดง
ขับร้อง : คุณครูทัศนีย์ ขุนทอง
ซอสามสาย : คุณครูปกรณ์ รอดช้างเผื่อน
สังคามาระตา : คุณครูจิรายุวดี ราชวังเมือง
กิดาหยัน : ไม่ทราบนามผู้แสดง

📍ขอขอบคุณเทปบันทึกการแสดง จากคุณครูปภาวรินท์ แสงเจริญ ที่กรุณามอบสำเนาให้กับห้องสมุดวิทยาลัยนาฏศิลป เพื่อประโยชน์ต่อการศึกษา
—————————————————————————

✨ ติดตามข่าวสารดี ๆ ได้ที่
Facebook : ห้องสมุด วิทยาลัยนาฏศิลป
Website : http://elibrary.bpi.ac.th/CDA/home
Line : https://lin.ee/clKBubR
#ห้องสมุดวิทยาลัยนาฏศิลป #นาฏศิลปวันวาน #รายการมาลาภิรมย์

27/05/2026

⭐️ ขอเชิญร่วมบริจาค "ทุนการศึกษา" ⭐️
เพื่อสนับสนุน ช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษาที่เรียนดี ประพฤติดี มีคุณธรรม สร้างชื่อเสียงให้กับวิทยาลัย และขาดแคลนทุนทรัพย์
📍โดยทางวิทยาลัยฯ จะมอบทุนการศึกษาให้แก่ นักเรียน นักศึกษาใน “พิธีไหว้ครู” ที่จะจัดขึ้น
ในวันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน 2569

*ท่านที่ประสงค์ลดหย่อนภาษี ส่งข้อมูลการลดหย่อนภาษีทางอินบ็อก

📚ชวนอ่านนิตยสาร "Thailand Illustrated"Vol.16 No.3 September-December 1999Pride of the Nation : Heritage of Music and Dan...
27/05/2026

📚ชวนอ่านนิตยสาร "Thailand Illustrated"
Vol.16 No.3 September-December 1999

Pride of the Nation : Heritage of Music and Dance

Discover the inspiring journey of Thailand’s College of Dramatic Arts in this captivating feature from Thailand Illustrated (1999). As modern times reshape the nation, the college stands strong as a "Cultural torch" preserving the soul of Thai culture by training thousands of youths in classical dance, masked drama (Khon), and traditional music. To ensure this great heritage is passed on to the younger Thai generation, the College of Dramatic Arts continues to carry the cultural torch, ensuring the great traditions of music and drama are passed along to future generations. Through insights from veteran instructor, the article beautifully explores how the curriculum blends rigorous traditional practice with modern technology, opening vibrant career paths for young artists as national cultural ambassadors. Dive into this read to celebrate the resilient artistry and pride that keep Thailand’s cultural heritage alive across generations.

Nongnuch Pripibunyakid. (1999). Heritage of Music and Dance. Thailand Illustrated, 16(3), 8-13.
—————————————————————————

✨ ติดตามข่าวสารดี ๆ ได้ที่
Facebook : ห้องสมุด วิทยาลัยนาฏศิลป
Website : http://elibrary.bpi.ac.th/CDA/home
Line : https://lin.ee/clKBubR
#ห้องสมุดวิทยาลัยนาฏศิลป #ชวนอ่าน #องค์ความรู้ #วิทยาลัยนาฏศิลป

ห้องสมุดขอขอบพระคุณ คุณครูปภาวรินทร์ แสงเจริญ ที่กรุณามอบหนังสือรำไทย, หนังสือบทเพลงและบทละคอนเรื่องรามเกียรติ์ และหนังส...
22/05/2026

ห้องสมุดขอขอบพระคุณ คุณครูปภาวรินทร์ แสงเจริญ ที่กรุณามอบหนังสือรำไทย, หนังสือบทเพลงและบทละคอนเรื่องรามเกียรติ์ และหนังสือชุมนุมบทละคอนและบทคอนเสิต พระนิพนธ์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ให้กับห้องสมุดเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอน และการศึกษาค้นคว้าของนักเรียน นักศึกษา และคณาจารย์ วิทยาลัยนาฏศิลปในโอกาสต่อไป

ห้องสมุดขอขอบพระคุณ รองศาสตราจารย์อรนุชา อัฏฏะวัชระ ที่กรุณามอบหนังสือนิตยสาร “สารคดี” ให้กับห้องสมุดเพื่อเป็นประโยชน์ต่...
22/05/2026

ห้องสมุดขอขอบพระคุณ รองศาสตราจารย์อรนุชา อัฏฏะวัชระ ที่กรุณามอบหนังสือนิตยสาร “สารคดี” ให้กับห้องสมุดเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอน และการศึกษาค้นคว้าของนักเรียน นักศึกษา และคณาจารย์ วิทยาลัยนาฏศิลปในโอกาสต่อไป

21/05/2026

🎥 นาฏศิลปวันวาน กับ “รายการหนึ่งในร้อย”

ห้องสมุดขอนำเสนอเทปบันทึกการแสดง “บัลเลต์ประกอบเพลงวอลตซ์เมขลา”

💃 เพลงวอลตซ์เมขลา เป็นบทเพลงที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงพระนิพนธ์แปลงจากเพลงไทยเดิมชื่อว่าเพลงหกบท มาประดิษฐ์และเรียบเรียงทำนองใหม่สำหรับใช้บรรเลงแตรวงเป็นโน้ตแบบสากล พร้อมทั้งประทานชื่อบทเพลงนี้ว่า ”วอลตซ์เมขลา“

สำหรับการแสดงจินตลีลา (บัลเลต์) ประกอบเพลงดังกล่าวนี้ เป็นการแสดงที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่ โดยคุณครูเต็มเดือน เกษะโกมล ซึ่งนำเอาเค้าโครงมาจากการจับระบำของพระอรชุนและนางมณีเมขลา พร้อมด้วยเทวดานางฟ้าบนสวรรค์ การแสดงชุดนี้เคยออกแสดงครั้งแรก ในงานมอบรางวัลเมขลา ราวปี 2525 ณ โรงละครแห่งชาติ ต่อมาในปีเดียวกันได้นำออกแสดง ในรายการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย “หนึ่งในร้อย” ของธนาคารกรุงเทพ

🎭 รายนามผู้แสดง
เมขลา : วริยา รัตนาภิรมย์
นางฟ้า : รสสุคนธ์ ไตรโภค
: พิณทิพย์ โยธาประเสริฐ
: จริยาวดี ดีภัก
: สันทนา รสสุธรรม
: สุพัตรา บุญหลี
อรชุน : ม.ล.วัฒนวิศิษฐ์ สวัสดิวัฒน์
เทวดา : อนุวัฒน์ นาคศรีสุข
: มนูญ พึ่งพยอม
: สุธีศักดิ์ ภักดีเทวา
: ศุภกร จันทร์เจริญ
: ดลชัย บุญยรัตพันธ์

📍ขอขอบคุณเทปบันทึกการแสดง จากคุณครูปภาวรินท์ แสงเจริญ ที่กรุณามอบสำเนาให้กับห้องสมุดวิทยาลัยนาฏศิลป เพื่อประโยชน์ต่อการศึกษา
—————————————————————————

✨ ติดตามข่าวสารดี ๆ ได้ที่
Facebook : ห้องสมุด วิทยาลัยนาฏศิลป
Website : http://elibrary.bpi.ac.th/CDA/home
Line : https://lin.ee/clKBubR
#ห้องสมุดวิทยาลัยนาฏศิลป #นาฏศิลปวันวาน #บัลเลต์ #เมขลาอรชุน #หนึ่งในร้อย

✨ 17 พฤษภาคม วันคล้ายวันสถาปนาวิทยาลัยนาฏศิลป ครบรอบ 92 ปี❝หลังจากกระทรวงธรรมการได้ออกคำสั่งให้จัดตั้งโรงเรียนนาฏดุริยาง...
17/05/2026

✨ 17 พฤษภาคม วันคล้ายวันสถาปนาวิทยาลัยนาฏศิลป ครบรอบ 92 ปี

❝หลังจากกระทรวงธรรมการได้ออกคำสั่งให้จัดตั้งโรงเรียนนาฏดุริยางคศาสตร์ขึ้น เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2477 โรงเรียนนาฏดุริยางคศาสตร์ ได้ทำการเปิดสอนวันแรกเป็นปฐมฤกษ์ ในวันพฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม 2477 ซึ่งถือเป็นวันคล้ายวันสถาปนาวิทยาลัยนาฏศิลป❞

พิธีเปิดโรงเรียนนาฏดุริยางคศาสตร์ ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2477 หลวงวิจิตรวาทการมอบหมายให้สำนักเลขานุการกรมศิลปากร ออกบัตรเชิญหัวหน้ากรมกองในกระทรวงธรรมการ กรรมการโรงเรียน ตลอดจนผู้แทนโรงเรียนต่าง ๆ มาร่วมพิธี นอกจากนี้ยังได้ออกจดหมายถึงกระทรวงวัง เพื่อเชิญพระยานัฏกานุรักษ์ มาเป็นผู้ประกอบพิธีไหว้ครูในวันเปิดโรงเรียนวันแรก และได้มอบหมายให้ข้าราชการในสังกัดกรมศิลปากร อาทิ กองสถาปัตยกรรม กองประณีตศิลปกรรม กองศิลปวิทยาการ กองหอสมุด กองพิพิธภัณฑ์ ตลอดจนครูอาจารย์ของโรงเรียน ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ในพิธีเปิดโรงเรียน

ณ วันเปิดโรงเรียนนาฏดุริยางคศาสตร์วันแรก มีจำนวนนักเรียน 134 คน ต่อมาภายหลังในปีเดียวกัน มีนักเรียนมาสมัครเข้าเรียนเพิ่มเติมอีกจำนวน 68 คน ในปีการศึกษา 2477 จึงมีจำนวนนักเรียนรวมทั้งสิ้น 202 คน

โรงเรียนนาฏดุริยางคศาสตร์ดำเนินการจัดการเรียนการสอนมาร่วม 1 ปี หลวงวิจิตรวาทการได้วางแผนที่จะพัฒนาโรงเรียนให้ก้าวหน้าในลักษณะเดียวกับโรงเรียนศิลปะในประเทศฝรั่งเศษ (École des Beaux-Arts) โดยการเสนอโครงการจัดตั้งโรงเรียนศิลปากรขึ้น เพื่อนำศิลปะต่าง ๆ ทั้งด้านช่างปั้น ช่างเขียน ช่างรัก การฟ้อนรำและดนตรีมารวมเป็นสถานศึกษาเดียวกัน กระทรวงธรรมการจึงอนุมัติออกคำสั่งตั้ง “โรงเรียนศิลปากร” ขึ้นในวันที่ 2 พฤษภาคม 2478 โดยแบ่งออกเป็น 3 แผนก คือ แผนกประณีตศิลปกรรม แผนกศิลปอุตสาหกรรม และแผนกนาฏดุริยางค์ โรงเรียนนาฏดุริยางคศาสตร์จึงรวมเข้าเป็นแผนกหนึ่งของโรงเรียนศิลปากรโดยใช้ชื่อว่า “โรงเรียนศิลปากร – แผนกนาฏดุริยางค์” ซึ่งยังคงใช้พื้นที่ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

ภายหลังต่อมาในปี 2480 กระทรวงธรรมการได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน 45,000 บาท ให้ดำเนินการก่อสร้างอาคารเรียนสำหรับโรงเรียนศิลปากร-แผนกนาฏดุริยางค์ขึ้นใหม่ บนพื้นที่ว่างบริเวณพระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส (ตึกอำนวยการที่วังหน้าในปัจจุบัน) ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2481 และได้ทำพิธีเปิดอาคารเรียนเป็นอุดมฤกษ์ในวันที่ 1 มิถุนายน 2481

ต่อมาในปี 2485 มีการแบ่งส่วนราชการกรมศิลปากร ให้ยุบกองโรงเรียนศิลปากร โดยโอนแผนกช่างไปอยู่กับมหาวิทยาลัยศิลปากร โอนแผนกนาฏดุริยางค์ไปอยู่ในการดูแลของกองการสังคีต และเปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนสังคีตศิลป” แต่เนื่องด้วยผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้โรงเรียนสังคีตศิลปถูกปิดลงชั่วระยะเวลาหนึ่ง

ครั้นสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 2488 ได้มีการซ่อมแซมอาคารเรียนที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม ประกอบกับนายกรัฐมนตรี (จอมพล ป. พิบูลสงคราม) ได้มีคำสั่งให้กรมศิลปากรปรับปรุงการศึกษาโรงเรียนสังคีตศิลปใหม่ โดยเปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนนาฏศิลป” สังกัดกองการสังคีต กรมศิลปากร

โรงเรียนนาฏศิลป จัดการศึกษาต่อมาโดยลำดับ มีการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษา และเปลี่ยนแปลงสังกัดมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งในปี 2515 กระทรวงศึกษาธิการได้พิจารณาประกาศยกฐานะโรงเรียนนาฏศิลป เป็น “วิทยาลัยนาฏศิลป” สังกัดกองศิลปศึกษา กรมศิลปกร ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2515 เป็นต้นมา จึงสามารถสรุปเป็นพัฒนาการของโรงเรียนได้ดังนี้

◤ ปี 2477 โรงเรียนนาฏดุริยางคศาสตร์
◤ ปี 2478 โรงเรียนศิลปากร – แผนกนาฏดุริยางค์
◤ ปี 2485 โรงเรียนสังคีตศิลป
◤ ปี 2488 โรงเรียนนาฏศิลป
◤ ปี 2515 วิทยาลัยนาฏศิลป

จากพัฒนาการตั้งแต่โรงเรียนนาฏดุริยางคศาสตร์ โรงเรียนศิลปากร - แผนกนาฏดุริยางค์ โรงเรียนสังคีตศิลป โรงเรียนนาฏศิลป มาเป็นวิทยาลัยนาฏศิลปในปัจจุบัน จนกระทั่งวิทยาลัยสามารถจัดการศึกษาได้ถึงระดับอุดมศึกษา ทำให้จำนวนผู้เรียนเพิ่มมากขึ้น อาคารสถานที่และทรัพยากรที่ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนบริเวณวัดบวรสถานสุทธาวาส (วังหน้า) ไม่เพียงพอ วิทยาลัยนาฏศิลป จึงขยับขยายออกไปที่ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม โดยเริ่มทำการก่อสร้างอาคารเรียนหลังแรกในวันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม 2540 และเมื่อก่อสร้างอาคารเรียนแล้วเสร็จบางส่วน ในปีการศึกษา 2542 จึงเริ่มย้ายครูและนักเรียนในระดับนาฏศิลป์ชั้นสูงมาเรียนที่ศาลายา จนกระทั่งในปี 2551 เมื่อการก่อสร้างอาคารเรียนเสร็จสมบูรณ์แล้ว วิทยาลัยนาฏศิลปจึงได้ย้ายสถานที่ตั้งจากวังหน้า มาสู่ตำบลศาลายาอย่างเต็มรูปแบบ

ปัจจุบันวิทยาลัยนาฏศิลป อยู่ในสังกัดสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม จัดการศึกษาตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงระดับอุดมศึกษา โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ

◤ 1. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1-ม.3) รับผู้สำเร็จการศึกษาชั้น ป.6 เข้าศึกษาต่อ สาขาที่เปิดสอน ได้แก่ โขน ละคร ปี่พาทย์ เครื่องสายไทย คีตศิลป์ไทย ดนตรีสากล คีตศิลป์สากล และนาฏศิลป์สากล (บัลเลต์)

◤ 2. ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.1-ปวช.3) รับผู้สำเร็จการศึกษาชั้น ม.3 เข้าศึกษาต่อ สาขาที่เปิดสอน เช่นเดียวกับระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

◤ 3. ระดับปริญญาตรี รับผู้สำเร็จการศึกษาระดับ ปวช.3 หรือระดับ ม.6 เข้าศึกษาต่อในหลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต (4 ปี) สาขาวิชาที่เปิดสอน ได้แก่ สาขาวิชานาฏศิลป์ศึกษา และสาขาวิชาดนตรีศึกษา

จวบจนวันนี้ เป็นเวลากว่า 92 ปี วิทยาลัยนาฏศิลป ยังคงมุ่งมั่นในการจัดการศึกษา อนุรักษ์ สืบสาน เผยแพร่และพัฒนาศิลปวัฒนธรรมด้านนาฏศิลป์และดนตรี เพื่อให้มรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของชาติยังคงมีชีวิตและก้าวหน้าสืบไป

—————————————————————————
รายการอ้างอิง :
• หอจดหมายแห่งชาติ. ศธ0701.31/3 เอกสารกระทรวงศึกษาธิการ สำนักเลขานุการกรม กรมศิลปากร โรงเรียนศิลปากร เรื่อง คำสั่งเกี่ยวกับโรงเรียนนาฏดุริยางคศาสตร์.
• วิทยาลัยนาฏศิลป. (2537). 60 ปี วิทยาลัยนาฏศิลป. ประยูรวงศ์พริ้นติ้ง.
• วิทยาลัยนาฏศิลป. (2567). 90 ปี แห่งการสถาปนาวิทยาลัยนาฏศิลป. ออนไลน์.
• งานทะเบียนและสถิติวิทยาลัยนาฏศิลป. ทะเบียนนักเรียน เล่ม 1 พ.ศ.2477.

ค้นคว้า เรียบเรียง : ธนากฤต เกษมาลา
—————————————————————————

✨ ติดตามข่าวสารดี ๆ ได้ที่
Facebook : ห้องสมุด วิทยาลัยนาฏศิลป
Website : http://elibrary.bpi.ac.th/CDA/home
Line : https://lin.ee/clKBubR
#ห้องสมุดวิทยาลัยนาฏศิลป #ชวนอ่าน #องค์ความรู้ #วันสถาปนาวิทยาลัยนาฏศิลป #92ปีวิทยาลัยนาฏศิลป #โรงเรียนนาฏดุริยางคศาสตร์ #วิทยาลัยนาฏศิลป

ที่อยู่

ศาลายา
ศาลายา

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ห้องสมุด วิทยาลัยนาฏศิลปผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท