PRD Nonthaburi ข้อมูลข่าวสาร นโยบายรัฐบาล นโยบายและการขับเคลื่อนงานของจังหวัดนนทบุรีในด้านต่าง ๆ

“ศุภมาส” เร่งช่วยเด็ก 7 ขวบ หวิดดับ! ถูกไฟดูดขณะพักผ่อนพูลวิลลาชะอำ สั่ง สคบ. ลุยฟ้องแทนผู้บริโภค จี้หน่วยงานท้องถิ่นตรว...
04/06/2026

“ศุภมาส” เร่งช่วยเด็ก 7 ขวบ หวิดดับ! ถูกไฟดูดขณะพักผ่อนพูลวิลลาชะอำ สั่ง สคบ. ลุยฟ้องแทนผู้บริโภค จี้หน่วยงานท้องถิ่นตรวจสอบมาตรฐานที่พัก
วันนี้ (4 มิถุนายน 2569) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีเด็กหญิงวัย 7 ขวบถูกกระแสไฟฟ้าจากไฟส่องสว่างริมสระว่ายน้ำรั่วดูด ขณะเข้าพักพูลวิลล่าแห่งหนึ่งในอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งผู้ปกครองเด็กได้นำหลักฐานเข้าร้องทุกข์กับ มูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ที่อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรีแล้ว ในส่วนของตนในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. จึงได้สั่งการให้เร่งช่วยเหลือผู้เสียหายอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า หลังครอบครัวผู้เสียหายพร้อมด้วยมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ เมื่อช่วงเช้าวันนี้ ซึ่งตนได้มอบหมายให้นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับเรื่องแทน และสั่งการให้ทาง สคบ. ออกหนังสือเชิญผู้ประกอบการและครอบครัวผู้เสียหายมาเจรจาไกล่เกลี่ยโดยเร็ว หากตกลงกันไม่ได้ สคบ. จะเสนอคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พิจารณาฟ้องคดีแทนผู้บริโภคทันที โดยผู้เสียหายไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการฟ้องร้องเอง พร้อมกันนี้ สคบ. จะส่งเรื่องไปยังหน่วยงานท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดเพชรบุรี เข้าตรวจสอบว่าสถานประกอบการมีการต่อเติมระบบไฟฟ้าภายนอกอาคารที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือเข้าข่ายประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือไม่ เพื่อบังคับใช้กฎหมายควบคุมอาคารและกฎหมายอาญาต่อไป
“ขอความร่วมมือผู้ประกอบการที่พัก พูลวิลลา และโรงแรมทั่วประเทศ เร่งตรวจสอบระบบไฟฟ้าและแสงสว่างบริเวณสระว่ายน้ำให้อยู่ในสภาพปลอดภัย และขอเตือนผู้ปกครองให้ตรวจสอบความพร้อมของสถานที่ก่อนพาบุตรหลานลงเล่นน้ำทุกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาว และช่วงหน้าฝนนี้” นางสาวศุภมาสกล่าว
นางสาวศุภมาส กล่าวทิ้งท้ายว่า สิทธิในความปลอดภัยจากการรับบริการ เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ผู้บริโภคทุกคนต้องได้รับอย่างเท่าเทียม ซึ่งตนจะติดตามเรื่องนี้จนถึงที่สุด ผู้เสียหายต้องได้รับการเยียวยาที่เป็นธรรม และเหตุการณ์แบบนี้ต้องไม่เกิดขึ้นอีก หากผู้บริโภคพบสถานประกอบการที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือถูกละเมิดสิทธิ สามารถร้องเรียนได้ที่ สคบ. สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect และเว็บไซต์ ocpb.go.th ตลอด 24 ชั่วโมง

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ จังหวัดฉะเชิงเทรา🗓 วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2569🕒...
04/06/2026

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ จังหวัดฉะเชิงเทรา

🗓 วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2569

🕒 เวลา 09.00 น. รับฟังรายงานเกี่ยวกับอุตสาหกรรมยานยนต์ หารือร่วมกัน รับชมวีดิทัศน์แนะนำโรงงาน และเยี่ยมชมกระบวนการผลิตรถยนต์ภายในโรงงาน พร้อมตอบข้อซักถามและให้ข้อเสนอแนะ ณ โรงงานประกอบรถยนต์บ้านโพธิ์ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา

🕒 เวลา 13.15 น. รับฟังการนำเสนอการดำเนินงานและการแก้ไขปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นจากการประกอบกิจการ (คั่ว-บดเมล็ดกาแฟ) และเยี่ยมชมการประกอบกิจการโรงงาน ณ บริษัท เค.วี.เอ็น.อิมปอร์ต เอกซ์ปอร์ต (1991) จำกัด ต.พิมพา อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา

04/06/2026

ห้ามพลาด‼️รายการ ทำไม ?
| วันที่ 4 มิ.ย. 69 เวลา 19.30 - 20.00 น. |

🔹ประเด็น
▪️ของดีเมืองนนท์ ปี 2026

🔹สัมภาษณ์
▪️เชษฐา โมสิกรัตน์
ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี
▪️นพพร คุ้มวัน
เกษตรกร เจ้าของสวนทุเรียนนนท์ GI

🔹ผู้ดำเนินรายการ
[ เกษมสันต์ วีระกุล - นวัศกรณ์ สรษณะ ]

✅ Onair : NBT2HD
⚪️ Facebook เพจ : NBT - เอ็นบีที
🔵 Youtube : NBT - เอ็นบีที

#กรมประชาสัมพันธ์
#รายการทำไม?

“ฟาร์มตัวอย่างบ้านรอตันบาตู…ฟื้นชีวิต ฟื้นชุมชน”โครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงและฟาร์มตัวอย่างฯ บ้านรอตันบาตู ตำบลกะลุวอ...
04/06/2026

“ฟาร์มตัวอย่างบ้านรอตันบาตู…ฟื้นชีวิต ฟื้นชุมชน”

โครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงและฟาร์มตัวอย่างฯ บ้านรอตันบาตู ตำบลกะลุวอ อำเภอเมืองนราธิวาส
จังหวัดนราธิวาส เกิดขึ้นจากพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งได้พระราชทานแนวพระราชดำริแก่ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี และพลเอก ณพล บุญทับ
รองสมุหราชองครักษ์ สรุปความได้ว่า ให้ดำเนินการช่วยเหลือครอบครัวเจ้าหน้าที่และประชาชนที่ประสบเคราะห์กรรมจากการกระทำของผู้ก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจัดตั้งโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงและฟาร์มตัวอย่าง ณ บ้านรอตันบาตู หมู่ที่ 7 ตำบลกะลุวอ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส เพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าว

สภาพพื้นที่ของโครงการเดิมเป็นพื้นที่นาและที่ลุ่มติดแม่น้ำบางนรา เกษตรกรใช้พื้นที่บางส่วนทำนาโดยอาศัยน้ำฝน ทำให้ผลผลิตไม่แน่นอน บางพื้นที่ใช้เป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ และบางส่วนปล่อยรกร้างว่างเปล่า

โครงการฯ ได้แบ่งพื้นที่ดำเนินงานออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง มีพื้นที่รวม 300 ไร่ จัดสรรเป็น 150 แปลง แปลงละ 2 ไร่ พร้อมก่อสร้างบ้านพักให้แก่ครอบครัวผู้ประสบเคราะห์กรรม จากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และงานฟาร์มตัวอย่าง มีพื้นที่ 378 ไร่ ใช้เป็นแหล่งสาธิตด้านเกษตรกรรมและการพัฒนาที่ดิน จากสภาพพื้นที่นาร้างและดินเปรี้ยว รวมทั้งการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยวางแผนการใช้ที่ดินตามศักยภาพของดิน แบ่งออกเป็น 4 กิจกรรม ได้แก่ เขตเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เขตปลูกพืชผัก พืชไร่ และไม้ผล เขตปศุสัตว์ เขตทำนา

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือครอบครัวเจ้าหน้าที่และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สร้างงาน สร้างอาชีพ และเพิ่มรายได้ให้ราษฎร อันนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรสำหรับผู้ปฏิบัติงานและประชาชนที่สนใจเข้ามาศึกษาดูงานอีกด้วย

#คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ
#สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ร่วมเทิดไท้องค์ราชินี เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชิ...
04/06/2026

ร่วมเทิดไท้องค์ราชินี เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙

ไปรษณีย์ไทยเปิดให้สั่งจองเข็มที่ระลึก งานเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ ผ่านเว็บไซต์/แอปพลิเคชัน ThailandPostMart และที่ไปรษณีย์ทุกสาขาทั่วประเทศ ในราคา ๓๐๐ บาท

สั่งจองได้ตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๙ เป็นต้นไป
สั่งจองคลิก https://www.thailandpostmart.com/product/1015290000033
เริ่มทยอยจัดส่งวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๙ (ตามลำดับการสั่งซื้อ)
จัดส่งถึงบ้านทุกคำสั่งซื้อทั้งสั่งจองออนไลน์ผ่าน ThailandPostMart.com และที่ไปรษณีย์ทุกสาขาทั่วประเทศ

#เข็มที่ระลึกงานเฉลิมพระเกียรติ
#พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา๔รอบ
#สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี

สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินีแห่งราชวงศ์จักรีย้อนกลับไปเมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ พระบาทสมเ...
04/06/2026

สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินีแห่งราชวงศ์จักรี

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (ขณะดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร) ทรงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสกับ พลเอกหญิง สุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา ตามกฎหมายและโบราณราชประเพณี และมีพระราชโองการสถาปนาขึ้นเป็น "สมเด็จพระราชินีสุทิดา" ทรงดำรงตำแหน่งพระอิสริยยศและฐานันดรศักดิ์แห่งราชวงศ์อย่างสมเกียรติ

ต่อมาในวันมหามงคลวันที่ ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ในการมหาศุภมงคลการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศสมเด็จพระราชินีสุทิดา ขึ้นเป็น "สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี" ทรงดำรงราชฐานันดรศักดิ์เป็นองค์พระอัครมเหสีคู่พระบารมีนับแต่นั้นเป็นต้นมา

นับตั้งแต่ทรงดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงมีพระราชปณิธานอันแน่วแน่ในการแบ่งเบาพระราชกรณียกิจ และทรงน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ว่า
“เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป”
มาเป็นแนวทางในการทรงงาน พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้วยพระวิริยะอุตสาหะเพื่อบำบัดทุกข์
บำรุงสุข และยกระดับคุณภาพชีวิตของพสกนิกรชาวไทยให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างมั่นคงและยั่งยืน

#ทรงพระเจริญ #สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาพัชรสุธาพิมลลักษณพระบรมราชินี #พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา๔รอบ #๓มิถุนายน๒๕๖๙ #สืบสานรักษาต่อยอด #คู่พระบารมี #ราชวงศ์จักรี

04/06/2026

📍ทุเรียนเมืองนนท์ ราชาแห่งผลไม้พรีเมียมที่ทุกคนควรลอง

🔸 นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี

☀️ รายการ ยิ้มรับวันใหม่ ทาง NBT 2HD
🗓️ วันที่ 4 มิ.ย. 69 เวลา 08.30 - 09.30 น.

#ยิ้มรับวันใหม่
#กรมประชาสัมพันธ์

https://www.facebook.com/share/v/1Asps74bVS/

สรุปงานสำคัญประจำวันของรัฐบาล วันที่ 3 มิ.ย. 69
04/06/2026

สรุปงานสำคัญประจำวันของรัฐบาล วันที่ 3 มิ.ย. 69

“สีหศักดิ์” ร่วมประชุม OECD หารือนโยบายเศรษฐกิจ​-อุตสาหกรรมโลก ย้ำให้ไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ในปี 2571​ นายสีหศักดิ์ พวงเ...
04/06/2026

“สีหศักดิ์” ร่วมประชุม OECD หารือนโยบายเศรษฐกิจ​-อุตสาหกรรมโลก ย้ำให้ไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ในปี 2571

​ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมประชุมคณะมนตรีขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาในระดับรัฐมนตรี (Organization for Economic Co-operation and Development Ministerial Council Meeting: OECD MCM) ประจำปี ค.ศ. 2026 ณ สำนักงานใหญ่ OECD กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 3 - 4 มิถุนายน 2569 โดยได้กล่าวถ้อยแถลงในช่วงการประชุมเต็มคณะ ภายใต้หัวข้อ “Balancing the Goals and Impacts of Industrial Policy” เน้นย้ำว่า
ในบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นโยบายอุตสาหกรรมจำเป็นต้องปรับจากการมุ่งสนับสนุนอุตสาหกรรม
รายสาขา ไปสู่การส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจในภาพรวม เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน เสริมสร้างความยืดหยุ่น และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน ต้องอาศัยการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ ส่งเสริมการพัฒนาทักษะและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ควบคู่กับการส่งเสริมนวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เทคโนโลยีสีเขียว และการ
บูรณาการทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค ทั้งเทคโนโลยี พลังงาน และการลงทุนมีความเชื่อมโยงข้ามพรมแดนมากขึ้น
ในโอกาสนี้ยังได้ย้ำถึงการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทยให้บรรลุเป้าหมายภายในปี 2571 ซึ่งปัจจุบันไทยอยู่ในขั้นตอนการประเมินทางเทคนิค (Technical Review) จากคณะกรรมการ OECD 25 คณะ การเข้าเป็นสมาชิก OECD เป็นวาระแห่งชาติที่สำคัญของไทย เพื่อยกระดับและเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจของไทย อีกทั้งยังเป็นกลไกสำคัญ
ในการปฏิรูปและยกระดับมาตรฐานของไทยทั้งในด้านกฎระเบียบ ธรรมาภิบาล และประสิทธิภาพภาครัฐให้สอดคล้องกับสากล เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและความเชื่อมั่นของนักลงทุน และสร้างประโยชน์ต่อประชาชน
ในด้านการศึกษา การพัฒนาทักษะ การคุ้มครองแรงงาน และการดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การเติบโตของไทยเป็นไปอย่างครอบคลุมและยั่งยืน อีกทั้ง ไทยยังสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์และมุมมองเชิงนโยบายกับ OECD ซึ่งจะมีบทบาทเป็นสะพานเชื่อมระหว่าง OECD กับประเทศกำลังพัฒนาได้

รายละเอียด
​(3 มิ.ย. 69) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมคณะมนตรีขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาในระดับรัฐมนตรี (Organization for Economic Co-operation and Development Ministerial Council Meeting: OECD MCM) ประจำปี ค.ศ. 2026 ณ สำนักงานใหญ่ OECD กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งจัดขึ้นภายใต้หัวข้อหลัก “Getting Industrial Policies Right for Open Markets, Growth and Prosperity” ระหว่างวันที่ 3 - 4 มิถุนายน 2569 ตามคำเชิญของนายมาธิอัส คอร์มันน์ เลขาธิการ OECD และนาย Petteri Orpo นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐฟินแลนด์ ในฐานะที่ฟินแลนด์เป็นประธานการประชุม MCM ประจำปี 2569 โดยนายสีหศักดิ์ ได้กล่าวถ้อยแถลงในช่วงการประชุมเต็มคณะ (Plenary Session) ภายใต้หัวข้อ “Balancing the Goals and Impacts of Industrial Policy” โดยเน้นย้ำว่า แม้นโยบายอุตสาหกรรมยังคงมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่ในบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นโยบายอุตสาหกรรมจำเป็นต้องปรับจากการมุ่งสนับสนุนอุตสาหกรรมรายสาขา ไปสู่การส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจในภาพรวม เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน เสริมสร้างความยืดหยุ่น และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวต้องอาศัยการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ โดยส่งเสริมการพัฒนาทักษะและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ควบคู่กับการส่งเสริมนวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และเทคโนโลยีสีเขียว พร้อมทั้งเน้นความสำคัญของการ
บูรณาการทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค เนื่องด้วยห่วงโซ่อุปทาน เทคโนโลยี พลังงาน และการลงทุนมีความเชื่อมโยงข้ามพรมแดนมากขึ้น ในโอกาสนี้ยังได้ย้ำถึงการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทยให้บรรลุเป้าหมายภายในปี 2571 เพื่อยกระดับและเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจของไทย โดยจะช่วยให้ไทยนำแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ
ในระดับสากลมาปรับใช้ เพิ่มประสิทธิภาพการกำหนดนโยบาย เสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันต่าง ๆ และไทยยังสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์และมุมมองเชิงนโยบายกับ OECD ซึ่งจะมีบทบาทเป็นสะพานเชื่อมระหว่าง OECD กับประเทศกำลังพัฒนาได้ อีกทั้งยังได้หารือกับนายมาธิอัส คอร์มันน์ เลขาธิการ OECD ยืนยันความมุ่งมั่นของไทยในการขับเคลื่อนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงการประเมินทางเทคนิค (Technical Review) จากคณะกรรมการ OECD 25 คณะ พร้อมทั้งขอบคุณ OECD ที่ให้การสนับสนุนไทยอย่างต่อเนื่อง และยินดีต้อนรับเลขาธิการ OECD สำหรับการเยือนไทยในช่วงปลายปีนี้
การเข้าเป็นสมาชิก OECD เป็นวาระแห่งชาติที่สำคัญของไทย ขณะนี้เป็นการเตรียมความพร้อมของประเทศสำหรับการพัฒนาในระยะต่อไปและหลุดพ้นจากการเป็นประเทศรายได้ปานกลาง โดยจะเป็นกลไกสำคัญในการปฏิรูปและยกระดับมาตรฐานของไทยใน 3 มิติ ได้แก่ 1. การยกระดับมาตรฐานด้านกฎระเบียบ ธรรมาภิบาล และประสิทธิภาพภาครัฐให้สอดคล้องกับสากล 2. การเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและความเชื่อมั่นของนักลงทุน รวมทั้งช่วยให้ไทยเชื่อมโยงกับประเทศสมาชิก OECD ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และ
3. การสร้างประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมต่อประชาชนไทย ทั้งด้านการศึกษา การพัฒนาทักษะ การคุ้มครองแรงงาน และการดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การเติบโตของไทยเป็นไปอย่างครอบคลุมและยั่งยืน
นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ยังได้หารือกับนาง Julie Le Saos ที่ปรึกษาประธานาธิบดีสาธารณรัฐฝรั่งเศสสำหรับภูมิภาคอเมริกา เอเชีย และโอเชียเนีย นายโฮริอิ อิวาโอะ (H.E. Mr. Horii Iwao) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น นางสาวเววิสลาวา เปโตรวา ชาโมวา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบัลแกเรีย ทั้งสองฝ่ายได้ยืนยันความมุ่งมั่นที่จะกระชับความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุน เปิดโอกาสทางเศรษฐกิจระหว่างกันมากยิ่งขึ้น ส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างประชาชน การแลกเปลี่ยนคณะผู้แทนทางการค้าและภาคธุรกิจ การท่องเที่ยว และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
OECD คืออะไร ทำไมประเทศไทยจึงตั้งเป้าเข้าเป็นสมาชิกให้ได้ในปี 2571
OECD (Organization for Economic Co-operation and Development) หรือ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2504 แรกเริ่มประกอบด้วยประเทศสมาชิกทั้งหมด 20 ประเทศซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่ส่งเสริมการประสานงานด้านนโยบายและเสรีภาพทางเศรษฐกิจในหมู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว OECD โดยพัฒนาจาก OEEC (Organization for European Economic Co-operation) หรือ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจยุโรป ซึ่งจัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2491 เพื่อบริหารเงินช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ภายใต้แผนมาร์แชลล์ (Marshall Plan) เพื่อบูรณะฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจและสังคมของยุโรปภายหลังสงครามโลก ครั้งที่ 2 โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่
กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
​ปัจจุบันประเทศสมาชิกของ OECD มีทั้งหมด 38 ประเทศทั่วโลก โดย OECD มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศสมาชิก ประกอบด้วย 1. ด้านเศรษฐกิจ การค้าการลงทุนสนับสนุนนโยบายเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุน ที่แข่งขันได้อย่างเป็นธรรมในระดับโลก 2. ด้านการศึกษา
ทุนมนุษย์ และนวัตกรรม ส่งเสริมการศึกษาและทักษะตลอดชีวิต ยกระดับคุณภาพคนให้พร้อมรับโลกอนาคต 3. ด้านธรรมาภิบาลและการต่อต้านคอร์รัปชัน ส่งเสริมความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีส่วนร่วมของประชาชน ทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในระบบราชการและภาครัฐ และ 4. ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สิ่งแวดล้อม (Climate Change) ส่งเสริมนโยบายปกป้องสิ่งแวดล้อม และรับมือกับปัญหาโลกร้อน เช่น การลดการปล่อยคาร์บอน การใช้พลังงานสะอาด และการรีไซเคิล
​จุดเริ่มต้นการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทย
เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2567 คณะมนตรี OECD (OECD Council) ซึ่งประกอบด้วย 38 ประเทศสมาชิก มีมติเอกฉันท์เห็นชอบเปิดการหารือกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก (accession discussion) กับประเทศไทย นับเป็นก้าวสำคัญที่ไทยจะมีบทบาทในเวทีโลกและยกระดับประเทศสู่มาตรฐานสากลในทุกมิติ ประเทศไทยได้ยื่นต้นฉบับหนังสือแสดงเจตจำนงในการเข้าเป็นสมาชิก OECD เมื่อเดือนเมษายน 2567 และได้รับเชิญให้เข้าร่วมหารือวาระพิเศษกับคณะมนตรี OECD ซึ่งไทยได้นำเสนอจุดแข็งของประเทศและผลประโยชน์ที่ทั้งสองฝ่ายจะได้รับร่วมกันจากการเข้าเป็นสมาชิกของไทย นับเป็นการแสดงออกถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการสมัครเข้าเป็นสมาชิก ซึ่งต่อมาคณะมนตรี OECD ได้มีมติเอกฉันท์เปิดการหารือกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกกับประเทศไทย จึงทำให้ไทยมีสถานะเป็นประเทศผู้สมัครที่อยู่ในกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD
ต่อมาเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบบันทึกข้อตกลงเบื้องต้นให้กับ นาย ฟรานติเช็ก รูซิกกา รองเลขาธิการแห่งองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD Deputy Secretary-General) ซึ่งนับว่าเป็นก้าวสำคัญในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกกับองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) บันทึกข้อตกลงเบื้องต้นฉบับนี้คือการประเมินตนเองขั้นต้นของประเทศไทยถึงความสอดคล้องด้านกฎหมาย นโยบายและแนวปฏิบัติของประเทศไทยต่อมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติที่ดีขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) และการยื่นครั้งนั้นถือเป็นการเริ่มต้นกระบวนการประเมินทางเทคนิคภายใต้กระบวนการการเข้าสู่การเป็นสมาชิก OECD ตามที่กำหนดไว้ในแผนการดำเนินการเพื่อเข้าเป็นสมาชิกของประเทศไทย (Thailand’s Accession Roadmap) ซึ่งได้รับการลงมติจากประเทศสมาชิก 38 ประเทศของ OECD ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2567 จากนั้นคณะกรรมาธิการที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางทั้ง 25 คณะ ซึ่งครอบคลุมนโยบายในหลาย ๆ ด้าน เช่น สภาพแวดล้อมด้านการลงทุน ตลาดการเงินและการพัฒนาระดับภูมิภาค จึงได้เริ่มประเมินเชิงลึก
ถึงสถานะของประเทศไทย และตลอดกระบวนการเข้าสู่การเป็นสมาชิก OECD และประเทศไทยจะเจรจากันอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยสนับสนุนการแก้ไขกฎหมาย นโยบายและแนวทางปฏิบัติให้สอดคล้องกับมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติที่ดีของ OECD เมื่อกระบวนการเข้าสู่การเป็นสมาชิกจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการปฏิรูปอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ นายมาธิอัส คอร์มันน์ (Mathias Cormann) เลขาธิการ ได้กล่าวว่า “กระบวนการเข้าสู่การเป็นสมาชิก OECD คือเส้นทางสู่การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่จะช่วยส่งเสริมประเทศไทยในการพัฒนาแผนงานการปฏิรูปได้อย่างครอบคลุม และเสริมสร้างรากฐานให้มั่นคงเพื่อการเจริญเติบโตในระยะยาวควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่ให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งสอดรับกับเป้าหมายของประเทศไทยที่มุ่งหน้าเข้าสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูงภายในปี พ.ศ. 2580 กระบวนการนี้จะเป็นประโยชน์ร่วมกันของทุกฝ่าย โดยประเทศไทยจะเข้าถึงเครือข่ายด้านนโยบายและผู้เชี่ยวชาญจาก OECD ในขณะเดียวกัน OECD จะได้รับประโยชน์จากประเทศไทย จากข้อมูลเฉพาะและแนวคิดจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้ามาทำงานในองค์การ
ประโยชน์ของประเทศไทยในการเข้าเป็นสมาชิก OECD คือ การที่ทำให้โลกเห็นว่า “ไทยพร้อมจะพัฒนาแบบยั่งยืนและมีมาตรฐาน” สำหรับประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับ ได้แก่
1. การเพิ่มความน่าเชื่อถือของไทยในสายตาต่างชาติ สร้างความมั่นใจให้นักลงทุน เปิดโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ
2. เศรษฐกิจดีขึ้น และรายได้ของประเทศเพิ่มขึ้น จะทำให้ GDP เติบโตถึง 1.6% เพราะสามารถเพิ่มการแข่งขันของภาคธุรกิจ ก้าวข้ามกับดักการพัฒนาเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศรายได้ปานกลาง และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
3. คุณภาพการศึกษาไทยดีขึ้น มาตรฐานการศึกษาเข้าใกล้ระดับโลก เช่น ผล PISA ดีขึ้น
4. รัฐบาลและระบบราชการโปร่งใสและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ภาครัฐเปิดเผยข้อมูล ตรวจสอบได้
และส่งเสริมธรรมาภิบาล ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง
5. สิ่งแวดล้อมได้รับการดูแลมากขึ้น ส่งเสริมนโยบายสีเขียว ลดการปล่อยคาร์บอน และใช้พลังงานสะอาด

ที่อยู่

ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมือง
นนทบุรี
11000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ PRD Nonthaburiผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์