สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เพื่อการเรียนรู้และเตือนภัยภาคเหนือ

สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เพื่อการเรียนรู้และเตือนภัยภาคเหนือ สวท.เพื่อการเรียนรู้และเตือนภัย ภาคเหนือ
AM 549 KHz

04/06/2026

🎧ออกอากาศทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 17.10-18.00 น.
ทางวิทยุคลื่น AM 549 KHz
หรือฟังทางออนไลน์ได้เลยที่
https://radio-org-01-ott.prd.go.th/lpg_am549

04/06/2026

วันพฤหัสบดี ที่4 เดือนมิถุนายน 2569 เวลา 14.00น.-16.00น.
เชื่อมโยง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศ เพื่อการเรียนรู้และเตือนภัย ทั้ง 4 ภูมิภาค สวท.ภาคเหนือ(AM 549 Khz) ;
สวท.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(AM 621 Khz.) ; สวท.ภาคกลาง(AM 1467 Khz.) : สวท.ภาคใต้( AM 1242 Khz.)
#เพราะเรื่องภัยเป็นอะไรที่ใกล้ตัว
#สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยเพื่อการเรียนรู้และเตือนภัยภาคเหนือ

� ใหม่กับการสตรีมหรือกำลังมองหาวิธีพัฒนา? ลองใช้ StreamYard และรับส่วนลด $10! �

04/06/2026
🎉 ปิดฉากงดงามที่เชียงใหม่! กรมประชาสัมพันธ์ ขนทัพดีไซเนอร์ดังดัน "ผ้าไทยสู่ตลาดโลก" ปักหมุดสถานีต่อไป "หาดใหญ่" 6-8 มิ.ย...
03/06/2026

🎉 ปิดฉากงดงามที่เชียงใหม่! กรมประชาสัมพันธ์ ขนทัพดีไซเนอร์ดังดัน "ผ้าไทยสู่ตลาดโลก" ปักหมุดสถานีต่อไป "หาดใหญ่" 6-8 มิ.ย. นี้!

(3 มิถุนายน 2569) ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม! ปิดฉากวันสุดท้ายไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับงานนิทรรศการและเสวนาวิชาการ “โครงการออกแบบสร้างสรรค์การผลิตและเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ Soft Power สาขาแฟชั่น” (ครั้งที่ 1 ภาคเหนือ) ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ จัดโดยกรมประชาสัมพันธ์ ที่มุ่งมั่นยกระดับผ้าไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่แฟชั่นร่วมสมัย

ไฮไลต์ส่งท้ายของวันนี้ เข้มข้นสุดๆ กับเวทีเสวนาในหัวข้อ “แฟชั่นไทยกับ Soft Power : จากภูมิปัญญาชุมชนสู่ตลาดโลก” ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก โดยเป็นการรวมตัวครั้งสำคัญของเหล่ากูรู ผู้เชี่ยวชาญ และดีไซเนอร์แถวหน้าของเมืองไทยมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองการพัฒนาผ้าไทยสู่สากล ได้แก่

1. คุณศิริชัย ทหรานนท์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ THEATRE
2. คุณวิชระวิชญ์ อัครสันติสุข ผู้ก่อตั้งแบรนด์ WISHARAWISH
3. ผศ.ดร.รวิเทพ มุสิกะปาน อาจารย์ประจำหลักสูตรศิลปศาสตร์บัณฑิต สาขาแฟชั่นสิ่งทอและเครื่องตกแต่ง วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
4. อ.ดร.กรกลด คำสุข รองผู้อำนวยการสำนักวิชาการสร้างสรรค์ วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
5. คุณภูภวิศ กฤตพลนารา ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ISSUE
6. คุณเจนสุดา ปานโต สิริสันต์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ JANESUDA

การเสวนาในวันสุดท้ายนี้ ช่วยเปิดเส้นทางความสำเร็จและค้นหาโอกาสใหม่ๆ ในการนำทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาผ้าไทยมาเชื่อมโยงกับความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและขับเคลื่อน Soft Power แฟชั่นไทยให้เติบโตในตลาดโลกอย่างยั่งยืน 🧵🇹🇭

📍 ทั้งนี้พี่น้องชาวใต้เตรียมตัวให้พร้อม! สถานีต่อไป "จังหวัดสงขลา"

ขอเชิญชวนชาวใต้และผู้ที่สนใจมาร่วมสร้างสรรค์พลัง Soft Power กันอย่างต่อเนื่อง ตื่นตาตื่นใจกับนิทรรศการ ผลิตภัณฑ์ผ้าไทยร่วมสมัย และแฟชั่นโชว์สุดอลังการ

🗓️ วันที่ 6 - 8 มิถุนายน 2569
🏢 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล หาดใหญ่

มาร่วมส่งเสริมและผลักดันผ้าไทยจากชุมชนสู่สายตาชาวโลกไปด้วยกัน ✨️

#กรมประชาสัมพันธ์ #แฟชั่นผ้าไทย #จากชุมชนสู่ตลาดโลก #ผ้าไทยใส่ให้สนุก #เซ็นทรัลเชียงใหม่ #เซ็นทรัลหาดใหญ่

"ศุภมาส" มอบ “ประเดิมชัย” ปิดดีล คนขับแอปทำร้ายนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น ย่านอโศก จบที่ ผู้ต้องหารับสารภาพ-บริษัทเยียวยา 35,0...
03/06/2026

"ศุภมาส" มอบ “ประเดิมชัย” ปิดดีล คนขับแอปทำร้ายนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น ย่านอโศก จบที่ ผู้ต้องหารับสารภาพ-บริษัทเยียวยา 35,000 บาท จ่อถกแอปเรียกรถทั้งระบบ 12 มิ.ย. นี้
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 เวลา 17.00 น. ที่สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) มอบหมายให้นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ติดตามและยุติคดีคนขับรถผ่านแอปพลิเคชันเรียกรถ ทำร้ายนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นวัย 52 ปี หลังถูกไล่ลงกลางทางย่านอโศก เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 การติดตามครั้งนี้เป็นการบูรณาการความร่วมมือ ระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พ.ต.อ.รัฐธนนท์ เอกฐิติกุลพัทธ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ และ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค โดย นางสาวสุนิตา เปาอินทร์ ตามนโยบายที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า ตนได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดตั้งแต่ต้น เพราะกระทบทั้งสิทธิผู้บริโภคและภาพลักษณ์ของประเทศในสายตาชาวต่างชาติ จึงสั่งการให้ สคบ. เกาะติดทุกขั้นตอนจนกว่าผู้เสียหายจะได้รับความเป็นธรรม พร้อมย้ำว่าจะไม่ยอมให้ผู้ให้บริการที่ไร้ความรับผิดชอบเอาเปรียบและทำร้ายผู้บริโภค ยิ่งผู้เสียหายเป็นนักท่องเที่ยว เป็นแขกบ้านแขกเมือง แพลตฟอร์มต้นสังกัดต้องรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร ไม่ใช่แค่แบนคนขับออกจากระบบแล้วถือว่าจบ
ด้านนายประเดิมชัย รายงานผลการเจรจาตามที่รัฐมนตรีมอบหมายว่า ผู้ต้องหาอายุ 23 ปี เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาพร้อมบิดาซึ่งเป็นผู้ครอบครองรถ และยอมรับผิดตามภาพที่ปรากฏในสื่อ โดยให้การว่าบันดาลโทสะจึงก่อเหตุ ฝ่ายผู้ต้องหาประสงค์จะพบผู้เสียหายเพื่อขอโทษ แต่ผู้เสียหายไม่ประสงค์เจรจา และแจ้งความเพื่อดำเนินคดี ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนแจ้ง 3 ข้อหา คือ ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตราย ใช้รถไม่ตรงประเภทที่จดทะเบียน ขับรถสาธารณะโดยไม่มีใบอนุญาต โดยใน ส่วนข้อหาทำร้ายร่างกาย พนักงานสอบสวนนัดนำตัวส่งฟ้องศาลแขวงพระนครใต้ วันที่ 4 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น.
นายประเดิมชัย กล่าวว่า ผู้บริหารบริษัทให้บริการแอปพลิเคชันเรียกรถเดินทางมาที่สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ เพื่อขอโทษผู้เสียหายในนามผู้ให้บริการ พร้อมแสดงความรับผิดชอบด้วยการจ่ายค่ารักษาพยาบาล 5,000 บาท และค่าเยียวยาอื่น ๆ อีก 30,000 บาท รวม 35,000 บาท ซึ่งเป็นไปตามสิทธิได้รับการชดเชยความเสียหายของผู้บริโภค ขณะที่ผู้เสียหายยังคงใช้บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันตามปกติ สะท้อนว่าการเข้ามารับผิดชอบของผู้ให้บริการ ช่วยกู้ความเชื่อมั่นกลับคืนมาได้
สำหรับกรณีนี้เข้าข่ายละเมิดสิทธิผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ที่กำหนดว่าผู้บริโภค คือ ผู้ที่รับบริการจากผู้ประกอบธุรกิจ โดยไม่จำกัดสัญชาติ นักท่องเที่ยวรายนี้จึงได้รับความคุ้มครองเท่าเทียมคนไทย โดยผู้บริโภคต้องมีสิทธิได้รับความปลอดภัยจากการรับบริการ ได้รับความเป็นธรรมตามที่ตกลงจองและจ่ายค่าโดยสาร และได้รับการชดเชยเมื่อเกิดความเสียหาย เมื่อจองรถและจ่ายเงินแล้ว คนขับต้องส่งถึงปลายทาง จะอ้างค่าโดยสารไม่คุ้มแล้วไล่ลงกลางทางไม่ได้เด็ดขาด
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า ปัญหาเรื่องผู้บริโภคไม่ได้รับความเป็นธรรมจากรถสาธารณะเช่นนี้ ต้องไม่เกิดขึ้นอีก จึงได้สั่งการให้ สคบ. เรียกบริษัทผู้ให้บริการซึ่งเป็นคู่กรณีเข้าชี้แจงระบบคัดกรองคนขับ บทลงโทษ และมาตรการป้องกันเหตุซ้ำ ในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 จากนั้นวันที่ 12 มิถุนายน 2569 จะเรียกผู้ให้บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันทุกราย จำนวน 13 ราย พร้อมกรมการขนส่งทางบกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาร่วมวางมาตรฐานการกำกับดูแลและค่าโดยสารให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ทั้งนี้ จากการประสานกรมการขนส่งทางบกพบว่า ผู้ให้บริการ 13 ราย มีเพียง 3 ราย ที่จดทะเบียนรถสาธารณะถูกต้องตามกฎหมาย อีก 10 ราย ยังไม่ได้จดทะเบียน ซึ่งกรมการขนส่งทางบกจะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป โดย สคบ. กรมการขนส่งทางบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) จะทำงานบูรณาการร่วมกันทุกหน่วย พร้อมรายงานผลภายใน 30 วัน
"คดีนี้ผู้ต้องหายอมรับผิด บริษัทเข้ามาเยียวยาแล้ว แต่ดิฉันจะไม่หยุดแค่รายนี้ เป้าหมายคือทำให้ระบบเรียกรถผ่านแอปปลอดภัยกับทุกคน ไม่ว่าคนไทยหรือนักท่องเที่ยว ขอฝากถึงผู้บริโภคทุกท่าน หากถูกปฏิเสธกลางทาง ถูกเรียกเก็บเกินจริง หรือถูกคุกคาม ให้บันทึกข้อมูลคนขับ ทะเบียนรถ และหลักฐานการจองไว้ แล้วร้องเรียนที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ ocpb.go.th และศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติติดต่อสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 ตลอด 24 ชั่วโมง” นางสาวศุภมาสกล่าวทิ้งท้าย

////////////////////

03/06/2026

รายการชาติพันธ์รู้ทันภัย 3 มิ.ย. 69
รายการชาติพันธ์รู้ทันภัย
🎧ออกอากาศทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 17.10-18.00 น.
ทางวิทยุคลื่น AM 549 KHz
หรือฟังทางออนไลน์ได้เลยที่
https://radio-org-01-ott.prd.go.th/lpg_am549

ราชินีทูตวัฒนธรรม นำภาพลักษณ์ไทยสู่สากลสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี ทรงทำให้โลกได้เห็นภาพลักษณ์ของประเทศไทยและสต...
03/06/2026

ราชินีทูตวัฒนธรรม นำภาพลักษณ์ไทยสู่สากล

สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี ทรงทำให้โลกได้เห็นภาพลักษณ์ของประเทศไทยและสตรีไทยในมิติใหม่ ด้วยทรงพระสิริโฉมงดงาม อ่อนหวานแต่ไม่อ่อนแอ

ทรงเป็นแบบอย่างในการธำรงรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมไทย พร้อมประยุกต์เข้ากับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะการทรงฉลองพระองค์ที่ผสานเอกลักษณ์ผ้าไทยเข้ากับวัฒนธรรมของประเทศที่เสด็จฯ เยือน ซึ่งไม่เพียงแต่งดงามสะกดสายตาชาวต่างชาติ แต่ยังทรงใช้แฟชั่นเป็นภาษาสากลเพื่อส่งเสริมสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศอย่างลึกซึ้ง

นอกจากมิติทางการทูต พระองค์ยังทรงก้าวข้ามกรอบภาพจำเดิม ๆ ด้วยการนำเสนอภาพลักษณ์สตรีไทยยุคใหม่ที่เพียบพร้อมด้วยพระปรีชาสามารถรอบด้าน ทั้งด้านการเป็นนักบิน นักกีฬา และบทบาททางทหารที่เปี่ยมด้วยความเข้มแข็งและมีระเบียบวินัย จึงเป็นที่ประจักษ์และได้รับการกราบทูลยกย่องในฐานะ "ขัตติยนารี" ผู้ทรงเชื่อมโยงอัตลักษณ์ความเป็นไทยเข้ากับโลกยุคใหม่ได้อย่างสมพระเกียรติ

#ทรงพระเจริญ #สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาพัชรสุธาพิมลลักษณพระบรมราชินี #พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา๔รอบ #๓มิถุนายน๒๕๖๙

นายกรัฐมนตรีและคู่สมรส เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาส พระราชพิธีมหามงคลเ...
03/06/2026

นายกรัฐมนตรีและคู่สมรส เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาส พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙

วันนี้ (๓ มิถุนายน ๒๕๖๙) เวลา ๐๗.๐๐ น. ณ บริเวณท้องสนามหลวง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนางธนนนท์ ชาญวีรกูล คู่สมรส เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาส พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙

เมื่อนายกรัฐมนตรีและคู่สมรส เดินทางมาถึงปะรำพิธีท้องสนามหลวง สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ จำนวน ๑๐ รูป ขึ้นนั่งอาสน์สงฆ์ นายกรัฐมนตรีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ถวายคำนับและถวายธูปเทียนแพหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ จำนวน ๑๐ รูป ให้ศีล พระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์

จากนั้น นายกรัฐมนตรีและคู่สมรส ประธานศาลฎีกาและคู่สมรส ประธานวุฒิสภา (ผู้แทน ประธานรัฐสภา) ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธานองค์กรตามรัฐธรรมนูญ และส่วนราชการในพระองค์ ถวายผ้าไตรและเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ จำนวน ๑๐ รูป นายกรัฐมนตรีกรวดน้ำรับพร กราบลาพระรัตนตรัย ถวายความเคารพหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรีและคู่สมรส นำผู้เข้าร่วมพิธีร่วมตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน ๑๔๙ รูป เมื่อเสร็จพิธี นายกรัฐมนตรีและคู่สมรส เดินทางไปลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ณ ห้องแดง อาคารหน่วยราชการในพระองค์ ๙๐๔ ในพระบรมมหาราชวัง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ไทยคู่ฟ้า

#ทรงพระเจริญ #สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาพัชรสุธาพิมลลักษณพระบรมราชินี #พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา๔รอบ #๓มิถุนายน๒๕๖๙

https://www.facebook.com/share/p/1BH45VgTjp/

https://www.facebook.com/share/p/18uwQtrb8A/

https://www.facebook.com/share/p/1JEXSNprDj/

รัฐบาลย้ำเตือน ห้ามนำสิทธิโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” แลกเป็นเงินสดเด็ดขาด มีความผิดฐาน “ฉ้อโกง” จำคุกสูงสุด 3 ปี ปรับสูงสุ...
03/06/2026

รัฐบาลย้ำเตือน ห้ามนำสิทธิโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” แลกเป็นเงินสดเด็ดขาด มีความผิดฐาน “ฉ้อโกง” จำคุกสูงสุด 3 ปี ปรับสูงสุด 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเตือนร้านค้าและประชาชนที่ได้รับสิทธิโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ห้ามนำสิทธิจากโครงการไปแลกเป็นเงินสดโดยไม่มีการซื้อขายสินค้าจริง พร้อมเน้นย้ำว่า การนำสิทธิจากโครงการไปแลกเงินสด เป็นการกระทำที่ผิดวัตถุประสงค์โครงการและผิดกฎหมาย มีบทลงโทษทั้งผู้รับแลกและผู้ใช้ ความผิดฐาน “ฉ้อโกง” เป็นการเจตนาหลอกลวงผู้อื่น ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 341

“รัฐบาลสั่งการให้ติดตามตรวจสอบโครงการไทยช่วยไทยพลัสอย่างใกล้ชิด หากพบทำความผิดจริงจะระงับการจ่ายเงินให้แก่ร้านดังกล่าว พร้อมทั้งระงับไม่ให้เข้ารับสิทธิ์อื่นๆ ในโครงการของรัฐ และต้องชดใช้เงินคืนรัฐ นอกจากนี้ ผู้ที่โพสข้อความเชิญชวนแลกสิทธิเป็นเงินสด จะถูกส่งข้อมูลให้กับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ หากพบเห็นพฤติกรรมที่เข้าข่ายทุจริตผิดกฎหมายในโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่กรมค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ สายด่วน 1569 กระทรวงการคลัง โทร 02 273 9020 ต่อ 3697 3527 3548 3509 ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โทร 02-111-1144 (ตลอด 24 ชั่วโมง) หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1559 ตลอด 24 ชั่วโมง” นางสาวพลอยทะเล ระบุ

นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลางและปัญหาพลังงาน โดยมุ่งเน้นบรรเทาภาระค่าครองชีพ ลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน รวมถึงประคับประคองเศรษฐกิจฐานราก ไปพร้อมกับการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศผ่านร้านค้ารายย่อย เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ โดยภาครัฐช่วยจ่ายให้สูงถึง 60% และประชาชนจ่ายเองเพียง 40% ขอเตือนพี่น้องประชาชนว่าอย่าหลงเชื่อ แลกสิทธิเด็ดขาด เข้าข่ายความผิดฐาน “ฉ้อโกง”

ที่อยู่

224 หมู่ 2 ตำบลปงยางคก จังหวัดลำปาง
จังหวัดลำปาง
52190

เบอร์โทรศัพท์

+6654019842

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เพื่อการเรียนรู้และเตือนภัยภาคเหนือผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์