Thailand CCUS Alliance, TCCA

Thailand CCUS Alliance, TCCA ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Thailand CCUS Alliance, TCCA, หน่วยงานราชการ, 111 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ต. คลองหนึ่ง อ. คลองหลวง, คลองหลวง.

เครือข่ายพันธมิตร ด้านการดักจับ ใช้ประโยชน์ และกักเก็บคาร์บอนแห่งประเทศไทย เพื่อการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยี CCUS อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศไทย

อีกหนึ่งความก้าวหน้าของการพัฒนา CCUS ในประเทศไทย กับการสำรวจศักยภาพการกักเก็บคาร์บอนใต้ทะเลอ่าวไทยตอนบน เพื่อวางรากฐานสู...
07/08/2026

อีกหนึ่งความก้าวหน้าของการพัฒนา CCUS ในประเทศไทย กับการสำรวจศักยภาพการกักเก็บคาร์บอนใต้ทะเลอ่าวไทยตอนบน เพื่อวางรากฐานสู่การขับเคลื่อน CCUS และเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ 💚🌍🛥️

Thailand CCUS Alliance นำเสนอความก้าวหน้าการขับเคลื่อน CCUS ของประเทศไทยแด่ Her Royal Highness The Princess Royal 🤴💚🌍 📆 ...
23/07/2026

Thailand CCUS Alliance นำเสนอความก้าวหน้าการขับเคลื่อน CCUS ของประเทศไทยแด่ Her Royal Highness The Princess Royal 🤴💚🌍

📆 เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ดร.ปองกานต์ จักรธรานนท์ นักวิจัยจากศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (NANOTEC) และคณะเลขานุการของ Thailand CCUS Alliance (TCCA) ได้รับเกียรติให้เป็น 1 ใน 5 นักนวัตกรรมสตรีไทย ที่ได้รับคัดเลือกให้นำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมแด่ Her Royal Highness The Princess Royal (เจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารีแห่งสหราชอาณาจักร) ในงาน Women in STEM: Thailand–United Kingdom Partnership Event ซึ่งจัดโดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย เนื่องในโอกาสการเสด็จเยือนประเทศไทยของพระองค์

📍 กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสะท้อนความก้าวหน้าของความร่วมมือด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมระหว่างประเทศไทยและสหราชอาณาจักร พร้อมนำเสนอศักยภาพของนักวิจัยสตรีไทยที่สามารถต่อยอดองค์ความรู้สู่การสร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยภายในงาน เจ้าหญิงแอนน์ทรงทอดพระเนตรนิทรรศการผลงานวิจัยและนวัตกรรมจากมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และหน่วยงานต่าง ๆ ของประเทศไทย ซึ่งครอบคลุมหลากหลายสาขาที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต

🧑‍🔬 ในโอกาสนี้ ดร.ปองกานต์ ได้นำเสนอภารกิจของ Thailand CCUS Alliance (TCCA) ซึ่งทำหน้าที่เป็นเครือข่ายความร่วมมือระดับประเทศในการผลักดันการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Carbon Capture, Utilization and Storage (CCUS) เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย Net Zero 2050 ของประเทศไทย โดย TCCA ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มกลางที่เชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม ภาคการศึกษา และสถาบันวิจัย เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ พัฒนากำลังคน และผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายที่จำเป็นต่อการนำ CCUS ไปสู่การใช้งานจริง

💡 การนำเสนอครั้งนี้ยังได้สะท้อนถึงความร่วมมืออันใกล้ชิดระหว่างประเทศไทยและสหราชอาณาจักร ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนา CCUS ของประเทศไทย ผ่านการศึกษาดูงานโครงการ CCS Cluster ในสหราชอาณาจักร การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับมหาวิทยาลัยและผู้เชี่ยวชาญของสหราชอาณาจักร รวมถึงการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรในการจัดเวิร์กชอปด้านกฎหมายและกรอบการกำกับดูแล CCS ซึ่งเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมสำหรับการดำเนินโครงการ CCS ของประเทศไทยในอนาคต

💬 ภายหลังการนำเสนอ เจ้าหญิงแอนน์ ทรงมีพระราชดำรัสแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับบทบาทของเทคโนโลยี CCUS โดยทรงเน้นว่า แม้ CCUS จะเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญสำหรับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคอุตสาหกรรม แต่การพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวต้องดำเนินควบคู่ไปกับความพยายามในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากต้นทาง และไม่ควรถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่ทำให้การลดการปล่อยก๊าซล่าช้า อย่างไรก็ตาม พระองค์ทรงแสดงความหวังว่า CCUS จะสามารถพัฒนาและนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยให้หลายประเทศบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ

Thailand CCUS Alliance รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับโอกาสนำเสนอความก้าวหน้าของประเทศไทยต่อ Her Royal Highness The Princess Royal ในเวทีสำคัญครั้งนี้ และขอขอบคุณกระทรวง อว. สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย ตลอดจนพันธมิตรทุกภาคส่วนที่ร่วมกันขับเคลื่อน CCUS ของประเทศไทย โดย TCCA จะยังคงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางความร่วมมือในการเร่งผลักดันการนำเทคโนโลยี CCUS ไปสู่การใช้งานจริง เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทย🌍💚

Thailand CCUS Alliance ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การผลักดันนโยบาย CCUS บนเวที Thailand–UK Voices of Impact: Inspiring Women i...
22/07/2026

Thailand CCUS Alliance ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การผลักดันนโยบาย CCUS บนเวที Thailand–UK Voices of Impact: Inspiring Women in STEM 🇹🇭🤝 🇬🇧 🌍

📆 เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ดร.ปองกานต์ จักรธรานนท์ นักวิจัยจากศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (NANOTEC) และคณะเลขานุการ Thailand CCUS Alliance (TCCA) ได้รับเกียรติเป็นวิทยากร (Panelist) ในงาน Thailand–UK Voices of Impact: Inspiring Women in STEM ซึ่งจัดโดย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมระหว่างประเทศไทยและสหราชอาณาจักร พร้อมผลักดันการสร้างผลกระทบจากงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ในระดับนโยบาย เศรษฐกิจ และสังคม

📍 ภายในงานได้รับเกียรติจาก ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ร่วมกับ Ms. Anna Pearson ตำแหน่ง Economic and Sustainable Development Counsellor จากสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย ซึ่งได้กล่าวถึงความสำคัญของความร่วมมือไทย–สหราชอาณาจักรในการสร้างงานวิจัยที่สามารถสร้างผลกระทบต่อประเทศและสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม

💬 ในช่วงเสวนาหัวข้อ "A Leap of Faith – Translation in Practice" มีผู้แทนนักวิจัยและผู้นำจากหลากหลายสาขาที่ประสบความสำเร็จในการต่อยอดงานวิจัยสู่การใช้งานจริง ทั้งในด้าน การขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐ การทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรม การสร้างธุรกิจเทคโนโลยี (Spin-off) และการบริหารองค์กรด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม โดย ดร.ปองกานต์ ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การผลักดัน Carbon Capture, Utilization and Storage (CCUS) จากงานวิจัยสู่การกำหนดนโยบายของประเทศ ผ่านการจัดทำ Thailand CCUS Technology Roadmap และการก่อตั้ง Thailand CCUS Alliance (TCCA) ซึ่งทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาควิชาการ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี CCUS ในประเทศไทย

💡 นอกจากนี้ ดร.ปองกานต์ ยังได้แลกเปลี่ยนบทเรียนจากความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและสหราชอาณาจักร โดยเฉพาะการศึกษาดูงานโครงการ CCS Cluster ในสหราชอาณาจักร ซึ่งช่วยให้เห็นแนวทางการบูรณาการงานวิจัย นโยบาย และภาคอุตสาหกรรมในการผลักดันการดำเนินงาน CCUS เชิงพาณิชย์ และได้นำองค์ความรู้ดังกล่าวมาต่อยอดสู่ความร่วมมือระหว่าง TCCA กับผู้เชี่ยวชาญจากสหราชอาณาจักร เพื่อสนับสนุนการพัฒนากรอบนโยบายและกฎหมายด้าน CCS ของประเทศไทย

Thailand CCUS Alliance ขอขอบคุณกระทรวง อว. และสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย ที่เปิดโอกาสให้ TCCA ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ในเวทีสำคัญครั้งนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและนานาชาติ เพื่อเร่งการพัฒนาเทคโนโลยี CCUS และสนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทยต่อไป 🌍💚

TCCA ร่วมงานครบรอบ 20 ปี TCMA ติดตามทิศทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทยสู่ Net Zero 🏭🌍📆 เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 256...
13/07/2026

TCCA ร่วมงานครบรอบ 20 ปี TCMA ติดตามทิศทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทยสู่ Net Zero 🏭🌍

📆 เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 คณะผู้แทนจาก TCCA เข้าร่วมงานครบรอบ 20 ปี สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (Thailand Cement Manufacturers Association: TCMA) ภายใต้แนวคิด "TCMA at 20: The NEXT Chapter to Net Zero 2050" ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ เพื่อร่วมติดตามทิศทางการขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย และแลกเปลี่ยนมุมมองกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการศึกษา ในการผลักดันประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero

💡ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธี พร้อมกล่าวถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยสู่เป้าหมาย Net Zero ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ ตลอดจนการส่งเสริมเทคโนโลยี นวัตกรรม และมาตรการสนับสนุนที่เหมาะสม เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมมอบรางวัลเกียรติยศแก่หน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ

💡โดยสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) ได้นำเสนอทิศทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทยสู่ Net Zero 2050 ผ่าน 5 แผนการดำเนินงาน ได้แก่ การผลักดันนโยบายและกฎระเบียบที่สนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การพัฒนา Low Carbon Cement และเทคโนโลยี CCUS การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน การส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน ตลอดจนการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นอกจากนี้ ยังได้นำเสนอแนวคิดการพัฒนา Sandbox เพื่อใช้เป็นพื้นที่ทดสอบเทคโนโลยี มาตรการเชิงนโยบาย และกลไกสนับสนุนต่าง ๆ ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

⚖️ นอกจากนี้ ยังได้มีการกล่าวถึง ความคืบหน้าของการยกระดับเป้าหมาย NDC 3.0 และการผลักดันร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ผ่านเครื่องมือด้านเศรษฐศาสตร์ มาตรการด้านคาร์บอน และระบบการรายงานข้อมูล เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยควบคู่กับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

การเข้าร่วมงานในครั้งนี้ทำให้ TCCA ได้ติดตามทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี CCUS และพัฒนาการด้านนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ องค์ความรู้และข้อคิดเห็นที่ได้รับจะเป็นข้อมูลสำคัญในการพัฒนาแผนขับเคลื่อนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในประเทศไทย โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการศึกษา เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ 💚🌍

TCCA หารือร่วมกับ ClimateWorks Centre และ UK Embassy เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นต่อการศึกษาศักยภาพการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ...
08/07/2026

TCCA หารือร่วมกับ ClimateWorks Centre และ UK Embassy เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นต่อการศึกษาศักยภาพการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี CCUS สำหรับอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ของประเทศไทย 🌍🤝🇬🇧 🇦🇺

📆 เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา TCCA นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.สุพฤทธิ์ ตั้งพฤทธิ์กุล พร้อมคณะผู้แทนโครงการ เข้าร่วมการประชุม ณ สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย (UK Embassy) ร่วมกับ Mr. Phat (James) Pumchawsaun, Southeast Asia Lead – International Programs and Engagement จาก ClimateWorks Centre ภายใต้ Monash Sustainable Development Institute (MSDI), Monash University และผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นต่อผลการศึกษาความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี CCUS สำหรับอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ของประเทศไทย ภายใต้ SEA Impact Project ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก Green Transition Fund และดำเนินงานร่วมกับ Mission Possible Partnership (MPP), ASEAN Secretariat และ ASEAN Centre for Energy (ACE)

📍 ในการประชุม Mr. James ได้นำเสนอภาพรวมของโครงการ SEA Impact ซึ่งมุ่งสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคอุตสาหกรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยต่อยอดจาก Regional Roadmap and Strategy on Clean Manufacturing and Industrial Decarbonisation ระดับภูมิภาคอาเซียน สู่การศึกษาระดับประเทศผ่านกรณีศึกษาของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ของประเทศไทยและอุตสาหกรรมเหล็กของประเทศอินโดนีเซีย สำหรับประเทศไทย โครงการเลือกอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์เป็นกรณีศึกษา เนื่องจากประเทศไทยมีการพัฒนาอุตสาหกรรมในลักษณะ Industrial Cluster ที่ชัดเจน โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดสระบุรีซึ่งเป็นฐานการผลิตหลักของประเทศ ประกอบกับแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) ที่กำหนดให้เทคโนโลยี CCUS เป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญสำหรับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว ผลการศึกษาชี้ว่า แม้มาตรการด้าน Energy Efficiency, Electrification และ Limestone Calcined Clay Cement (LC3) จะสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ในระยะสั้น แต่การบรรลุเป้าหมาย Net Zero ของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ยังจำเป็นต้องอาศัยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี CCUS เพื่อจัดการการปล่อยก๊าซจากกระบวนการผลิต (Process Emissions) ซึ่งคาดว่าจะมีบทบาทในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณร้อยละ 45 ของการลดทั้งหมดในระยะยาว ทั้งนี้ การศึกษายังได้วิเคราะห์อุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนา CCUS ในประเทศไทย ทั้งด้านการพัฒนาตลาด ความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ รวมถึงความพร้อมของภาคอุตสาหกรรมและบุคลากร ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องได้รับการสนับสนุนผ่านมาตรการด้านนโยบายและกฎระเบียบที่เหมาะสม

นอกจากนี้ Mr. James ยังได้นำเสนอผลการประเมินด้านเศรษฐศาสตร์ของโครงการ โดยระบุว่าการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี CCUS จะทำให้ต้นทุนการผลิตปูนซีเมนต์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับการผลิตในปัจจุบัน จึงได้ประเมินผลของมาตรการสนับสนุนหลายรูปแบบ ได้แก่ การพัฒนา Shared Transport and Storage Infrastructure เพื่อให้เกิดการใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน การสนับสนุนเงินลงทุนผ่าน Climate Fund หรือเงินอุดหนุนจากภาครัฐ การกำหนด Carbon Pricing ตลอดจนการใช้กลไก Carbon Contract for Difference (CCfD) เพื่อสร้างแรงจูงใจทางเศรษฐศาสตร์ สนับสนุนการลงทุน และเพิ่มความคุ้มค่าของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี CCUS

💬 ภายหลังการนำเสนอ รองศาสตราจารย์ ดร.สุพฤทธิ์ ตั้งพฤทธิ์กุล ได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและนำเสนอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพัฒนา CCS Cluster ของประเทศไทย ซึ่งครอบคลุม 4 กลุ่มพื้นที่ที่มีศักยภาพ ได้แก่ Arthit CCS Cluster ซึ่งมุ่งเน้นการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์จากกิจกรรมการผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย Eastern CCS Hub ซึ่งรองรับภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในพื้นที่มาบตาพุดและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก Northern BECCS Cluster ซึ่งมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Bioenergy with Carbon Capture and Storage (BECCS) ร่วมกับอุตสาหกรรมชีวมวลในภาคเหนือ และ Cement CCS Cluster ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตปูนซีเมนต์ของประเทศ พร้อมทั้งอธิบายว่าการใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกันสำหรับการขนส่งและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความคุ้มค่าของการลงทุน นอกจากนี้ ยังได้อัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาศักยภาพแหล่งกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ใน Khorat Basin ซึ่งกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติกำลังดำเนินการประเมินพื้นที่กักเก็บจากข้อมูลสำรวจธรณีวิทยาและข้อมูลคลื่นไหวสะเทือนจริง เพื่อจัดทำข้อมูล Dynamic Storage Capacity ที่มีความแม่นยำมากกว่าการประเมินเชิงทฤษฎี พร้อมเสนอให้นำข้อมูลดังกล่าวไปประกอบการปรับปรุงผลการศึกษาในรายงานของ SEA Impact เพื่อให้สอดคล้องกับข้อมูลล่าสุดและบริบทของประเทศไทยมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับกรอบระยะเวลาการพัฒนาโครงการ โดยเห็นว่าการเริ่มดำเนินโครงการเชิงพาณิชย์ภายในปี ค.ศ. 2030 อาจมีความท้าทายสำหรับบริบทของประเทศไทย เนื่องจากการพัฒนาโครงการ CCUS ตั้งแต่การสำรวจพื้นที่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การออกใบอนุญาต จนถึงการดำเนินงานจริง อาจต้องใช้เวลาประมาณ 7–10 ปี หากไม่มีมาตรการเร่งรัดด้านกฎหมายและการลงทุน

⚖️ อีกหนึ่งประเด็นสำคัญของการหารือ คือ ความคืบหน้าของการพัฒนากรอบกฎหมายด้าน CCUS ของประเทศไทย
โดยรองศาสตราจารย์ ดร.สุพฤทธิ์ อธิบายว่าปัจจุบันประเทศไทยอยู่ระหว่างการแก้ไข พระราชบัญญัติปิโตรเลียม เพื่อรองรับการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ในพื้นที่แหล่งปิโตรเลียมเดิมควบคู่กับการผลักดันการจัดทำ กฎหมายเฉพาะด้านการกักเก็บคาร์บอน (Dedicated CCS Act) ซึ่งจะครอบคลุมการสำรวจและพัฒนาแหล่งกักเก็บ การกำหนดนิยามของคาร์บอนไดออกไซด์ การอนุญาตการขนส่งผ่านระบบท่อ การกำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐาน การกำหนดสิทธิในการใช้พื้นที่กักเก็บ (Pore Space) และความรับผิดชอบกรณีเกิดการรั่วไหลในระยะยาว ขณะที่ผู้แทนจาก UK Embassy ได้เสนอให้การศึกษาครั้งนี้นำเสนอทั้งมาตรการขั้นต่ำที่จำเป็นต่อการเริ่มต้นโครงการ (Minimum Enabling Framework) และกรอบกฎหมายที่สมบูรณ์ในระยะยาว เพื่อให้สามารถผลักดันการดำเนินงานได้อย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับข้อมูลและข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการประชุมจะถูกนำไปใช้ในการปรับปรุงผลการศึกษาและข้อเสนอเชิงนโยบายของโครงการ SEA Impact ให้มีความสอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย ขณะเดียวกัน TCCA จะนำผลการศึกษาดังกล่าวมาใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงและแนวทางประกอบการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายด้าน CCUS ของประเทศไทยต่อไป ทั้งนี้ TCCA หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้สานต่อความร่วมมือกับ ClimateWorks Centre และสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสนับสนุนการขับเคลื่อนการพัฒนาเทคโนโลยี CCUS ของประเทศไทยในอนาคต 🌍💚

TCCA หารือกับผู้แทนโครงการ EUTHCF เพื่อสำรวจโอกาสความร่วมมือด้าน CCUS ภายใต้ยุทธศาสตร์ EU Global Gateway 🤝🌍📆 เมื่อวันที่...
03/07/2026

TCCA หารือกับผู้แทนโครงการ EUTHCF เพื่อสำรวจโอกาสความร่วมมือด้าน CCUS ภายใต้ยุทธศาสตร์ EU Global Gateway 🤝🌍

📆 เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 Thailand CCUS Alliance (TCCA) นำโดยฝ่ายเลขานุการโครงการ เข้าร่วมการประชุมหารือผ่านระบบ Webex กับ Mr. Alessandro Martinatto และ Mr. Dan Nicholls ผู้แทนจากโครงการ EU - Thailand Cooperation Facility (EUTHCF) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและสำรวจโอกาสความร่วมมือ CCUS ระหว่างประเทศไทยและสหภาพยุโรป โดยการประชุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดทำ Investment Mapping ภายใต้ยุทธศาสตร์ EU Global Gateway เพื่อสำรวจโครงการด้านยุทธศาสตร์ของประเทศไทยที่มีศักยภาพในการเชื่อมโยงกับกลไกการสนับสนุนของสหภาพยุโรป ทั้งในด้านการลงทุน การพัฒนาเทคโนโลยี ความร่วมมือด้านการวิจัย และการสนับสนุนเชิงนโยบายในอนาคต

📝 โดย EU Global Gateway เป็นยุทธศาสตร์ความร่วมมือระหว่างประเทศของสหภาพยุโรปที่มีกรอบวงเงินสนับสนุนกว่า 300,000 ล้านยูโร (ประมาณ 11.4 ล้านล้านบาท) ในช่วงปี 2021–2027 เพื่อส่งเสริมการลงทุนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างยั่งยืนในประเทศคู่ค้า โดยใช้กลไกสนับสนุนที่หลากหลาย ทั้งเงินลงทุน เงินกู้ การสนับสนุนทางวิชาการ (Technical Assistance) และความร่วมมือด้านการวิจัยและนวัตกรรม ผ่านการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน และสถาบันวิจัย ภายใต้แนวคิด Team Europe ซึ่งมุ่งสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการลงทุนในระยะยาว มากกว่าการสนับสนุนเฉพาะด้านเงินทุนเพียงอย่างเดียว

💡 ในการประชุม TCCA ได้นำเสนอภาพรวมการดำเนินงานของเครือข่าย ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 92 องค์กร พร้อมนำเสนอบทบาทในการเชื่อมโยงความร่วมมือ การพัฒนาองค์ความรู้ และการผลักดันนโยบายด้าน CCUS เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทย

💡นอกจากนี้ TCCA ยังได้นำเสนอภาพรวมพื้นที่ยุทธศาสตร์สำหรับการพัฒนา CCUS ของประเทศไทยประกอบด้วย 4 พื้นที่ ได้แก่ (1) Arthit CCS ในอ่าวไทยตอนใต้ (2) Eastern Thailand CCS Hub สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมในพื้นที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง (3) Saraburi Sandbox: Low Carbon City สำหรับอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ในจังหวัดสระบุรี และ (4) Northern CCUS Cluster สำหรับภาคการผลิตไฟฟ้าในพื้นที่โรงไฟฟ้าภาคเหนือ ซึ่งสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในการพัฒนาโครงการ CCUS ครอบคลุมทั้งภาคพลังงาน ภาคอุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐานด้านการดักจับ การขนส่ง และการกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยเฉพาะพื้นที่ Eastern Thailand CCS Hub และ Saraburi Sandbox ซึ่งได้รับการนำเสนอว่าเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงสำหรับการพัฒนาโครงการและการลงทุน

💬 ในช่วงแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ผู้แทนจาก EUTHCF ได้อธิบายแนวทางการจัดทำ Investment Mapping ซึ่งเป็นกระบวนการรวบรวมและประเมินโครงการที่มีศักยภาพ โดยพิจารณาควบคู่ทั้งด้านความพร้อมของเทคโนโลยี กรอบนโยบายและกฎหมาย โครงสร้างพื้นฐาน กลไกทางการเงิน และการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน เพื่อประเมินความเป็นไปได้ในการเชื่อมโยงกับกลไกการสนับสนุนภายใต้ EU Global Gateway พร้อมสอบถามถึงความก้าวหน้าของโครงการ CCUS และความต้องการของประเทศไทยในการพัฒนาความร่วมมือกับสหภาพยุโรป
ฝ่าย TCCA ได้สะท้อนถึงความต้องการของประเทศไทยในการพัฒนา CCUS โดยเฉพาะการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีสำหรับอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ การพัฒนา Eastern Thailand CCS Hub การพัฒนากลไกทางการเงินสำหรับโครงการ CCUS การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ETS) และการพัฒนากฎหมายด้านการขนส่งและการกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อสนับสนุนการลงทุนและการดำเนินโครงการในอนาคต

💬 ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงความคืบหน้าของการพัฒนากฎหมาย CCUS ของประเทศไทย โดย TCCA ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการผลักดันการแก้ไขพระราชบัญญัติปิโตรเลียมเพื่อรองรับการกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในแหล่งปิโตรเลียมเดิม ควบคู่กับการศึกษากฎหมายเฉพาะด้าน CCUS สำหรับการดำเนินโครงการนอกพื้นที่สัมปทาน ทั้งนี้ ผู้แทนจาก EUTHCF เห็นว่าความชัดเจนของกฎหมายและกลไกกำกับดูแลถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับสถาบันการเงินและนักลงทุนในการสนับสนุนโครงการขนาดใหญ่ในอนาคต

📝 ในช่วงท้ายของการประชุม ผู้แทนจาก EUTHCF ได้เชิญชวน TCCA จัดทำข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการที่มีศักยภาพของประเทศไทย โดยเฉพาะโครงการในพื้นที่ Saraburi Sandbox, Eastern Thailand CCS Hub และแนวคิดการใช้เมทานอลที่ผลิตจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นเชื้อเพลิงทางทะเล เพื่อใช้ประกอบการจัดทำ Investment Mapping Report และพิจารณาแนวทางการสนับสนุนภายใต้ยุทธศาสตร์ EU Global Gateway ต่อไป

การประชุมครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและสหภาพยุโรปในการขับเคลื่อน CCUS พร้อมเปิดโอกาสในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการลงทุน เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทยในระยะยาว 💚🌍

TCCA เข้าพบ Petroleum and Energy Institute of Thailand (PEIT) เพื่อหารือแนวทางขับเคลื่อน CCUS และ Net Zero ในภาคอุตสาหกร...
24/06/2026

TCCA เข้าพบ Petroleum and Energy Institute of Thailand (PEIT) เพื่อหารือแนวทางขับเคลื่อน CCUS และ Net Zero ในภาคอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมี 🧑‍🔬🌍🏭

📆 วันที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมา TCCA ได้เข้าพบ Petroleum and Energy Institute of Thailand (PEIT) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและมุมมองเกี่ยวกับแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมี พร้อมหารือถึงบทบาทของเทคโนโลยี Carbon Capture, Utilization and Storage (CCUS) ในการสนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ของกลุ่มอุตสาหกรรม

🏭 PEIT ได้นำเสนอผลการศึกษาและแนวทางการจัดทำ Roadmap การลดก๊าซเรือนกระจกของอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมี ซึ่งประกอบด้วยการใช้กลยุทธ์ต่างๆ ในการลดก๊าซเรือนกระจก ได้แก่ มาตรการด้าน Energy Efficiency (EE) การใช้พลังงานหมุนเวียน (Renewable energy, RE) รวมถึงพลังงานนิวเคลียร์ผ่านเทคโนโลยี Small Modular Reactor (SMR) เพื่อให้เกิดไฟฟ้าคาร์บอนต่ำ และ CCUS จะเป็นเทคโนโลยีสำคัญในการพิชิต Net Zero โดยเฉพาะในกระบวนการผลิตเอทิลีน ซึ่งมี CO2 เป็นผลพลอยได้ที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ซึ่งกระบวนการนี้มีอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอยู่ที่ประมาณ 10 ล้านตันต่อปี

ทั้งสององค์กรได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกทั้งในมุมของภาคอุตสาหกรรม (sector-based) และแบบคลัสเตอร์อุตสาหกรรม (cluster-based) ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการลดการปล่อยคาร์บอนของภาคอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่กระบวนการที่เชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึงความท้าทายและโอกาสในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ CCUS ในบริเวณนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง รวมถึงศักยภาพของการใช้ประโยชน์จากไฮโดรเจนที่เกิดจากกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรม ซึ่งอาจเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในอนาคต

TCCA ขอขอบคุณ PEIT สำหรับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และข้อคิดเห็นอันเป็นประโยชน์ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ร่วมมือกันมากขึ้น เพื่อผลักดันให้เกิดกระบวนการ CCUS แบบนำร่องในบริเวณนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดในอนาคตอันใกล้ เพื่อขับเคลื่อนไทยเข้าสู่ Net zero ได้ทันเป้าหมายในปี 2050 🌍💚

TCCA พบและหารือความร่วมมือกับ China University of Petroleum (Beijing) ด้าน CCUS ❤️✈️🧑‍🔬📆 เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 คณะ...
18/06/2026

TCCA พบและหารือความร่วมมือกับ China University of Petroleum (Beijing) ด้าน CCUS ❤️✈️🧑‍🔬

📆 เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 คณะ Thailand CCUS Alliance (TCCA) ได้เข้าพบและหารือกับ China University of Petroleum, Beijing (CUP) หนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำของจีนด้านพลังงาน ปิโตรเลียม และ CCUS โดยกิจกรรมเริ่มต้นด้วยการเยี่ยมชม State Key Laboratory of Heavy Oil Processing ก่อนเข้าสู่การประชุมร่วมกับผู้บริหาร คณาจารย์ และนักวิจัยจากหลายสาขา ทั้งวิศวกรรมเคมีและสิ่งแวดล้อม วิศวกรรมปิโตรเลียม ธรณีวิทยา และเศรษฐศาสตร์การจัดการ

🕗 ในช่วงเช้า Prof. Yanfang Fan จาก College of Chemical Engineering and Environment ได้นำเสนอความก้าวหน้าด้าน Carbon Capture ของ CUP ซึ่งครอบคลุมเทคโนโลยีหลักทั้ง solvent-based capture, membrane separation และ solid adsorbents เช่น zeolite สำหรับการดักจับ CO₂ จากภาคพลังงานและอุตสาหกรรมหนัก โดยงานวิจัยจำนวนมากได้รับการสนับสนุนจาก National Natural Science Foundation of China (NSFC) และมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในระดับอุตสาหกรรม

🧑‍🔬 ถัดมา Prof. Wenshuai Zhu รองคณบดี College of Chemical Engineering and Environment ได้นำเสนอแนวทางการใช้ประโยชน์จาก CO₂ (Carbon Utilization) ผ่านการเปลี่ยน CO₂ ร่วมกับไฮโดรเจนไปเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่น ไฮโดรคาร์บอนกลุ่ม C5+ ซึ่งเป็นแนวทางที่เชื่อมโยง CCUS เข้ากับเศรษฐกิจไฮโดรเจนและอุตสาหกรรมเคมีคาร์บอนต่ำในอนาคต

💡อีกหนึ่งหัวข้อที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือผลงานของ Assoc. Prof. Qi Liu รองคณบดี Research Institute of Science and Technology ซึ่งนำเสนองานวิจัยด้าน Mineralization in Cement หรือการเปลี่ยน CO₂ ให้เป็นแร่คาร์บอเนตภายในวัสดุปูนซีเมนต์ ช่วยกักเก็บคาร์บอนได้อย่างถาวร พร้อมทั้งมีศักยภาพในการประยุกต์ใช้จริงในภาคอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ งานวิจัยดังกล่าวมีความสอดคล้องอย่างยิ่งกับเป้าหมาย Net Zero Cement & Concrete Roadmap 2050 ของประเทศไทย และเปิดโอกาสความร่วมมือระหว่าง CUP กับสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA)

💡 ด้านการกักเก็บคาร์บอนทางธรณีวิทยาและการเพิ่มการผลิตปิโตรเลียม Prof. Qichao Lyu จาก State Key Laboratory of Petroleum Resources and Engineering ได้นำเสนอความก้าวหน้าของเทคโนโลยี CO₂-EOR (Enhanced Oil Recovery) ของจีน ซึ่งครอบคลุมทั้ง CO₂ foam flooding, nano-foaming และ Water-Alternating-Gas (WAG) รวมถึงการประยุกต์ใช้จริงในแหล่งน้ำมัน Daqing นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น nano-robot สำหรับติดตามพฤติกรรมของ CO₂ ภายในชั้นหินกักเก็บ การใช้ CO₂ ในกระบวนการ hydraulic fracturing และการใช้ CO₂ เป็น working fluid สำหรับระบบกักเก็บพลังงานใต้ดิน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการบูรณาการระหว่างการเพิ่มการผลิตน้ำมัน การกักเก็บคาร์บอน และเทคโนโลยีดิจิทัลในภาคพลังงาน

🕗 ในช่วงบ่าย คณะ TCCA ได้หารือกับ College of Geosciences นำโดย Prof. Shu Jiang คณบดีวิทยาลัย และ Assoc. Prof. Chenhao Sun ซึ่งได้นำเสนอศักยภาพการวิจัยด้านการประเมินแหล่งกักเก็บ CO₂ การติดตามการเคลื่อนที่ของ CO₂ ในชั้นหินกักเก็บ การใช้ CO₂ เพื่อเพิ่มการผลิตน้ำ (CO₂ Enhanced Water Recovery) พลังงานความร้อนใต้พิภพ และ Underground Hydrogen Storage (UHS) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหัวข้อสำคัญสำหรับระบบพลังงานคาร์บอนต่ำในอนาคต

🧑‍🔬 ทีมวิจัยยังได้แสดงศักยภาพด้านการจำลองและวิเคราะห์ชั้นหินกักเก็บผ่านซอฟต์แวร์ระดับสากล เช่น TOUGHREACT, CMG-GEM และแพลตฟอร์มของ SLB (Schlumberger) รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานการวิจัยที่ทันสมัย ทั้ง CT Scan, Core Flooding Facilities และ NMR ซึ่งสามารถรองรับความร่วมมือวิจัยระหว่างไทยและจีนในอนาคตได้เป็นอย่างดี

💡 นอกจากมิติด้านเทคโนโลยีแล้ว Assoc. Prof. Lyu Lin จาก School of Economics and Management ยังได้นำเสนอประเด็นด้านเศรษฐศาสตร์และนโยบายของ CCUS ทั้งการประเมินวงจรชีวิต (Life Cycle Assessment: LCA) กลไก Green Finance และการพัฒนามาตรฐานประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิของระบบ CCUS โดยตั้งข้อสังเกตที่น่าสนใจว่า แม้ CO₂-EOR จะสามารถกักเก็บคาร์บอนได้จำนวนมาก แต่ในมุมมองของตลาดการเงินและการจัดประเภทกิจกรรมสีเขียว (Green Taxonomy) ยังคงมีการถกเถียงถึงสถานะของเทคโนโลยีดังกล่าว เนื่องจากผลผลิตปลายทางยังคงเป็นน้ำมัน

🤝 อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของวัน คือพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง China University of Petroleum, Beijing และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งครอบคลุมความร่วมมือด้านการวิจัย การพัฒนาหลักสูตร Dual Degree การแลกเปลี่ยนนักศึกษาและคณาจารย์ เป็นระยะเวลา 5 ปี โดยมีพื้นฐานมาจากความร่วมมือด้าน EOR และ CCS ที่ดำเนินร่วมกันมาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

การเยือน CUP ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าของจีนในการพัฒนา CCUS อย่างครบวงจร ตั้งแต่การดักจับ การใช้ประโยชน์จาก CO₂ การกักเก็บทางธรณีวิทยา ไปจนถึงมิติด้านเศรษฐศาสตร์ มาตรฐาน และการพัฒนากำลังคน โดยเฉพาะการเชื่อมโยงงานวิจัยขั้นสูงเข้ากับการประยุกต์ใช้จริงในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับการเร่งพัฒนา CCUS ในประเทศไทย และเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือไทย–จีนในระยะยาวทั้งด้านการวิจัย การศึกษา และโครงการนำร่องในอนาคต 💚🌍❤️

TCCA เยี่ยมชม CHN Energy New Energy Technology Research Institute (NETRI) ศูนย์วิจัยด้าน CCUS และ Carbon Neutrality ของ ...
16/06/2026

TCCA เยี่ยมชม CHN Energy New Energy Technology Research Institute (NETRI) ศูนย์วิจัยด้าน CCUS และ Carbon Neutrality ของ CHN Energy (Day 4) ✈️🌍❤️

📆 เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 คณะ Thailand CCUS Alliance (TCCA) ได้เข้าพบและหารือกับ CHN Energy New Energy Technology Research Institute (NETRI) หน่วยงานวิจัยภายใต้ China Energy Investment Corporation (CHN Energy) ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทพลังงานรายใหญ่ที่สุดของโลกในด้านเหมืองถ่านหิน โรงไฟฟ้า พลังงานลม และอุตสาหกรรม Coal-to-Liquids โดยได้รับการต้อนรับจาก Dr. D**g Xu ผู้อำนวยการ Carbon Neutrality Center ที่นำคณะเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการและโครงการนำร่องด้าน CCUS ของสถาบัน

💡 การเยี่ยมชมครั้งนี้เปิดโอกาสให้คณะ TCCA ได้เห็นการพัฒนาเทคโนโลยีตลอดทั้งห่วงโซ่ CCUS ตั้งแต่การดักจับ การใช้ประโยชน์ และการพัฒนามาตรฐาน โดยเฉพาะห้องปฏิบัติการด้าน amine-based carbon capture ที่ศึกษาการพัฒนาสารดูดซับที่ทนต่อการเสื่อมสภาพจากสิ่งเจือปนในก๊าซไอเสีย รวมถึงเทคนิคการฟื้นฟูสารดูดซับ เช่น การใช้ activated carbon และ electrodialysis เพื่อลด heat stable salts ซึ่งเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของเทคโนโลยีดักจับคาร์บอนด้วยตัวทำละลาย

🧑‍🔬 ในด้านการใช้ประโยชน์จาก CO₂ (CCU) ทาง NETRI ได้นำเสนอเทคโนโลยีที่กำลังพัฒนาอยู่หลายรูปแบบ ทั้งการผลิตเมทานอลจาก CO₂ และไฮโดรเจนผ่านกระบวนการ thermocatalysis การเปลี่ยน CO₂ เป็น syngas ด้วยกระบวนการ electrochemical reduction การเพาะเลี้ยงสาหร่ายจาก CO₂ เพื่อนำไปใช้เป็นปุ๋ย อาหารสัตว์ และการบำบัดน้ำ รวมถึงการทำ CO₂ mineralization เพื่อผลิตแคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO₃)

💡 หนึ่งในจุดเด่นของ NETRI คือความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีจากระดับห้องปฏิบัติการไปจนถึงระดับสาธิตอุตสาหกรรม โดยมีหน่วยทดสอบการดักจับ CO₂ ตั้งแต่ระดับ 1 ตันต่อวัน ไปจนถึงระดับ 1,000 ตันต่อปี ซึ่งเปิดให้ภาคอุตสาหกรรมภายนอกนำเทคโนโลยีมาทดสอบได้ นอกจากนี้ยังได้พัฒนาเทคโนโลยี Supergravity Carbon Absorption ที่ใช้แรงเหวี่ยงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซับ CO₂ ช่วยลดขนาดอุปกรณ์ได้ถึง 90% และลดต้นทุนการลงทุน (CapEx) ได้ประมาณ 30%

NETRI ยังได้พัฒนาโครงการสาธิตการดักจับคาร์บอนขนาด 500,000 ตัน CO₂ ต่อปี ที่โรงไฟฟ้าถ่านหิน Taizhou โดยสามารถดำเนินงานต่อเนื่องมากกว่า 1,000 วัน ที่อัตราการดักจับ 90% และใช้พลังงานเพียง 2.35 GJ ต่อการดักจับ CO₂ 1 ตัน

🏭 ด้านเทคโนโลยีการเปลี่ยน CO₂ เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม NETRI ได้พัฒนาโครงการนำร่อง CO₂ Hydrogenation to Methanol โดยใช้ระบบปฏิกิริยาแบบสองขั้นตอน สามารถเพิ่ม conversion ได้มากกว่า 95% และมี selectivity ต่อเมทานอลถึง 96% รวมถึงมีศักยภาพในการผลิตตัวเร่งปฏิกิริยาทองแดง (Cu-based catalyst) ได้เองในระดับ 100 กิโลกรัมต่อรอบการผลิต นอกจากนี้ยังมีระบบ electrolyzer ขนาด 50 ตันต่อปีสำหรับการผลิต syngas จาก CO₂ อีกด้วย

💡หลังการเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการ คณะ TCCA ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนกับทีมวิจัยของ NETRI เกี่ยวกับประสบการณ์การพัฒนาโครงการ CCUS ในประเทศจีน ซึ่งสะท้อนความท้าทายที่สำคัญของอุตสาหกรรมทั่วโลก นั่นคือ Business Model และ Revenue Stream ของ CCUS ที่ยังไม่ชัดเจน แม้จีนจะมีโครงการ CCUS จำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่ยังอยู่ในลักษณะโครงการสาธิต (Demonstration Projects) และยังต้องอาศัยการสนับสนุนจากภาครัฐในระดับหนึ่ง

ทีมงาน NETRI ยกตัวอย่างนโยบาย 45Q Tax Credit ของสหรัฐอเมริกาว่าเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยผลักดันการลงทุนด้าน CCUS และชี้ให้เห็นว่าในระยะยาว การพัฒนาโมเดลธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้เพื่อรองรับการลงทุนต่อเนื่องจะเป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เนื่องจากปริมาณ CO₂ ที่ต้องจัดการมีมหาศาลจนไม่สามารถพึ่งพาการใช้ประโยชน์จาก CO₂ เพียงอย่างเดียวได้

💡อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจจากประสบการณ์ของ Dr. Xu คือ สำหรับการดักจับ CO₂ ในระดับมากกว่า 100,000 ตันต่อปี และที่ความเข้มข้นของ CO₂ ต่ำกว่า 20% เทคโนโลยี
Absorption ยังคงเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการพิสูจน์และมีความพร้อมเชิงพาณิชย์มากที่สุดในปัจจุบัน นอกจากนี้ โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติซึ่งมีสิ่งเจือปนน้อยกว่า แม้จะมีความเข้มข้น CO₂ ต่ำกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหิน กลับสามารถเดินระบบดักจับคาร์บอนได้ง่ายกว่าและใช้พลังงานน้อยกว่าในหลายกรณี

📝 ในช่วงท้าย ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงแนวทางความร่วมมือในอนาคต ทั้งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ผ่านการประชุมวิชาการ การพัฒนาโครงการวิจัยร่วมโดยอาศัยทุนสนับสนุนจากภาครัฐ รวมถึงความเป็นไปได้ในการส่งตัวอย่างวัสดุจากประเทศไทยไปทดสอบ และการพัฒนาโครงการนำร่องร่วมกันในอนาคต

การเยี่ยมชม NETRI ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าของจีนในการพัฒนาเทคโนโลยี CCUS ตั้งแต่ระดับห้องปฏิบัติการจนถึงโครงการสาธิตขนาดใหญ่ พร้อมทั้งตอกย้ำว่า นอกจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีแล้ว การสร้างโมเดลธุรกิจ กลไกสนับสนุนทางนโยบาย และความร่วมมือระหว่างประเทศ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการผลักดัน CCUS ให้เกิดขึ้นในระดับอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง 💚🩵

ที่อยู่

111 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ต. คลองหนึ่ง อ. คลองหลวง
คลองหลวง
12120

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:00
อังคาร 08:30 - 17:00
พุธ 08:30 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6625647100

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Thailand CCUS Alliance, TCCAผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์