Thailand CCUS Alliance, TCCA

Thailand CCUS Alliance, TCCA ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Thailand CCUS Alliance, TCCA, หน่วยงานราชการ, 111 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ต. คลองหนึ่ง อ. คลองหลวง, คลองหลวง.

เครือข่ายพันธมิตร ด้านการดักจับ ใช้ประโยชน์ และกักเก็บคาร์บอนแห่งประเทศไทย เพื่อการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยี CCUS อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศไทย

TCCA เข้าร่วมการประชุมจัดโดย GIZ เพื่อทำ Decarbonisation Roadmap สำหรับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทย📆 เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 25...
25/05/2026

TCCA เข้าร่วมการประชุมจัดโดย GIZ เพื่อทำ Decarbonisation Roadmap สำหรับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทย

📆 เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ตัวแทนจาก Thailand CCUS Alliance (TCCA) ได้เข้าร่วมการประชุมเชิงปรึกษาหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำหรับอุตสาหกรรมปิโตรเคมี (Stakeholder Consultation Workshop ครั้งที่ 2) ภายใต้โครงการ TGC-EMC ซึ่งจัดโดยองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมพัฒนาแผนที่นำทางการลดก๊าซเรือนกระจก (Decarbonisation Roadmap) สำหรับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีของประเทศไทย

ภายในเวทีหารือ ผู้แทนจากภาคอุตสาหกรรมปิโตรเคมีรายใหญ่ของไทยได้สะท้อนข้อมูลที่สำคัญว่า ประเทศไทยมีการปล่อย CO₂ จากกระบวนการผลิต ethylene ผ่านกระบวนการ cracking รวมถึงจากกระบวนการผลิต carbon black รวมกันมากกว่า 10 ล้านตันต่อปี โดยก๊าซไอเสียจากกระบวนการมีความเข้มข้นของ CO₂ อยู่ที่ประมาณ 9%

📍 หนึ่งในความท้าทายสำคัญของการ Decarbonization ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทย คือ โรงงานส่วนใหญ่เป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าการลงทุนสูง มีอายุการใช้งานยาวนาน และผ่านการปรับปรุงประสิทธิภาพเชิงพลังงาน (efficiency optimization) มาอย่างต่อเนื่องจนเหลือโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพได้อีกไม่มาก (ไม่เกินประมาณ 5%) ส่งผลให้เทคโนโลยี CCS กลายเป็นหนึ่งในทางเลือกสำคัญของอุตสาหกรรมนี้ในการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างถาวร

📍 อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด โดยเฉพาะบริเวณใกล้หน่วย cracker process จะพบว่ามีข้อจำกัดด้านพื้นที่อย่างมากสำหรับการติดตั้งโรงดักจับ CO₂ ขนาดใหญ่ ทำให้การทำ carbon capture จากแหล่งกำเนิด โดยเฉพาะผ่านเทคโนโลยี amine capture ซึ่งเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมในปัจจุบัน มีความท้าทายทั้งในเชิงวิศวกรรมและการลงทุน

การหารือร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในครั้งนี้ ช่วยให้เห็นภาพทั้ง “ความท้าทาย” และ “โอกาส” ของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี CCUS ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทยได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งทาง TCCA จะนำประเด็นต่าง ๆ ไปหารือต่อร่วมกับภาคอุตสาหกรรมและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป

ทาง TCCA ขอขอบคุณ GIZ สำหรับการจัด workshop ที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง และช่วยให้ภาพความต้องการใช้เทคโนโลยี CCUS ในภาคอุตสาหกรรมไทยมีความชัดเจนมากขึ้น

22/05/2026

🎬 ชวนชมผลงานจากทีมผู้ได้รับรางวัล
“Gen Z vs Net Zero: Thailand’s Climate Game Changer”

หลังจากการประกาศผลการประกวดคลิปวิดีโอ “Gen Z vs Net Zero: Thailand’s Climate Game Changer” ภายใต้งานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 21 หรือ NAC2026 ไปแล้ว Thailand CCUS Alliance ขอพาทุกคนมาย้อนชมผลงานของทั้ง 3 ทีมที่ได้รับรางวัล

พร้อมไอเดียการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในมุมมองของคนรุ่นใหม่ ทั้ง 3 ผลงานนำเสนอแนวทางที่เชื่อมโยงกับบริบทของประเทศไทย ตั้งแต่เมืองคาร์บอนต่ำ การทำนา ไปจนถึงการลดขยะอาหารในชีวิตประจำวัน แม้แต่ละทีมจะมองปัญหาจากคนละมุม แต่มีเป้าหมายร่วมกัน คือ การช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

มารับชมไอเดียจากทั้ง 3 ทีมไปพร้อมกัน 🌱

เครือข่าย Thailand CCUS Alliance (TCCA) จัดกิจกรรม "การประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนภาคีเครือข่ายพันธมิตร ด้านการดักจับ ใช้...
11/05/2026

เครือข่าย Thailand CCUS Alliance (TCCA) จัดกิจกรรม "การประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนภาคีเครือข่ายพันธมิตร ด้านการดักจับ ใช้ประโยชน์ และกักเก็บคาร์บอนแห่งประเทศไทย (Thailand CCUS Alliance, TCCA) ครั้งที่ 5" เพื่อรายงานผลการดำเนินงานและติดตามความก้าวหน้าของเครือข่ายพันธมิตร รวมถึงเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านเทคโนโลยี กฎหมาย นโยบาย และแนวทางการขับเคลื่อนเทคโนโลยี CCUS ของประเทศไทย 🌳🌏

🗓️ วันพุธที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 09.30 – 12.00 น. สวทช. โดยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรภายใต้โครงการ Thailand CCUS Alliance (TCCA) จัดการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ ครั้งที่ 5 ในรูปแบบออนไลน์ (Webex Meeting) โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการศึกษาเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ✨

ดร.พงษ์วิภา หล่อสมบูรณ์ ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ กล่าวเปิดการประชุม พร้อมรายงานความก้าวหน้าของเครือข่าย TCCA ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกรวม 89 หน่วยงาน

ภายในการประชุม มีการนำเสนอและแลกเปลี่ยนในประเด็นสำคัญ ได้แก่

📍 ดร.ปองกานต์ จักรธรานนท์ ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช. นำเสนอแผนการศึกษาดูงานด้านเทคโนโลยี CCUS ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน (TCCA in Beijing) เพื่อสร้างความร่วมมือและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับผู้เชี่ยวชาญด้าน CCUS ระดับนานาชาติ

📍 ดร.ขจรศักดิ์ เฟื่องนวกิจ ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช. นำเสนอผลการประเมินระดับความพร้อมของเทคโนโลยี (TRL) และทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยี CCUS ของประเทศไทย ทั้งในด้านการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน รวมถึงความร่วมมือระหว่างภาควิชาการและภาคอุตสาหกรรม

📍 รศ.ดร.สุพฤทธิ์ ตั้งพฤทธิ์กุล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำเสนอความคืบหน้าด้านการทบทวนกฎหมายและข้อเสนอเชิงนโยบาย CCUS ของประเทศไทย ครอบคลุมแนวทางกำกับดูแล การปรับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และข้อเสนอเรื่องหน่วยงานกำกับดูแลหลัก (Single Regulator)

📍 นางสาวพลอยกมล เรืองชัยศิลป์ Energy Law Center Thailand (ELC) นำเสนอการวิเคราะห์แนวทางกฎหมายสำหรับกิจการการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นหินทางธรณีวิทยา (CCS) รวมถึงแนวทางการผลักดันกฎหมาย CCUS ในระยะต่อไป

อีกทั้ง สมาชิกเครือข่ายยังได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความคืบหน้าด้าน CCUS จากภาคอุตสาหกรรม ประกอบด้วย

คุณสมศักดิ์ พิมพันตร์ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) นำเสนอการขับเคลื่อนโครงการ CCU ในภาคอุตสาหกรรมเหล็ก

Ms. Hanh Le, Founder/CEO, Empacte Pte. Ltd. นำเสนอหัวข้อ Cross-border CCS framework

คุณสุรชัย วังรัตนชัย ประธานคณะทำงาน TCMA on Innovation and Technology นำเสนอหัวข้อการพัฒนาเทคโนโลยี CCUS ของอุตสาหกรรมซีเมนต์ไทย

📢 ที่ประชุมได้หารือถึงแผนการดำเนินงานของ TCCA ในระยะต่อไป ทั้งด้านการจัดตั้งสมาคม การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ การผลักดันโครงการระดับ Pilot และ Demonstration การพัฒนาฐานข้อมูลด้าน CCUS และการเผยแพร่องค์ความรู้สู่ภาคอุตสาหกรรมและสาธารณชน เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทยในอนาคต

เครือข่าย Thailand CCUS Alliance (TCCA) จัดกิจกรรม "การประชุมรับฟังความคิดเห็นเฉพาะกลุ่ม (Focus Group): Thailand CCUS In...
10/05/2026

เครือข่าย Thailand CCUS Alliance (TCCA) จัดกิจกรรม "การประชุมรับฟังความคิดเห็นเฉพาะกลุ่ม (Focus Group): Thailand CCUS Industrialization Plan" ภายใต้แนวคิด "แผนพัฒนาเทคโนโลยี CCUS ให้เป็นอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศไทย" 🌳🌏

🗓️ วันพุธที่ 6 พฤษภาคม 2569 เวลา 11.30 – 17.00 น. Thailand CCUS Alliance (TCCA) ร่วมกับ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STEP CMU) ภายใต้การสนับสนุนจาก บพค. จัดกิจกรรม Focus Group ณ ห้องพระมาตุลี 1 ชั้น 2 โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการศึกษาเข้าร่วมกว่า 41 ท่าน จาก 21 หน่วยงาน ✨

กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดทำ Thailand CCUS Industrialization Plan แผนแม่บทสำหรับการพัฒนา CCUS ให้เป็นอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อรับฟังและรวบรวมความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญทุกภาคส่วน ก่อนนำไปปรับปรุงและพัฒนาแผนให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยได้รับเกียรติจาก ดร.พงษ์วิภา หล่อสมบูรณ์ ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนภาคีเครือข่ายฯ (TCCA) กล่าวเปิดงาน

ซึ่งกิจกรรมแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่

📌 ส่วนที่ 1 การนำเสนอร่าง Thailand CCUS Industrialization Plan

รศ.ดร.สิริชัย คุณภาพดีเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ (ERDI-CMU) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
นำเสนอภาพรวมแผนแม่บทในหลายมิติ ครอบคลุมบทเรียนและแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรม CCUS จากประเทศชั้นนำทั้งในยุโรปและเอเชีย อาทิ สหราชอาณาจักร นอร์เวย์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ตามด้วยการประเมินจุดแข็ง-จุดอ่อนของประเทศไทย และแผนที่นำทางการพัฒนา CCUS ทั้งในเชิงเวลาและเชิงปริมาณ เพื่อวางทิศทางการขับเคลื่อน CCUS ของไทยอย่างเป็นระบบ

จากนั้น รศ.ดร.เริงชัย ตันสุชาติ หัวหน้าศูนย์วิจัยเศรษฐมิติ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะวิจัย
นำเสนอกระบวนการและผลการวิเคราะห์ผลกระทบเชิงเศรษฐศาสตร์ของ CCUS ทั้งในแง่ผลต่อ GDP ทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมถึงการสร้างงานในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรม

📌 ส่วนที่ 2 การรับฟังความคิดเห็น (Q&A Panel)

โดยผู้แทนจากทั้ง 3 ภาคส่วนร่วมอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ครอบคลุมประเด็นสำคัญด้านกรอบกฎหมายและนโยบาย CCUS แนวทางสนับสนุนการลงทุนและกลไกทางการเงิน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน CO₂ Transport & Storage รวมถึงการแลกเปลี่ยนบทเรียนจากต่างประเทศเพื่อนำมาปรับใช้กับบริบทของไทย โดยมีฉันทามติร่วมกันว่าการเร่งสร้างความชัดเจนด้านนโยบายคือกุญแจสำคัญในการดึงดูดการลงทุนและผลักดัน CCUS สู่ภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม

ซึ่งข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะทั้งหมดที่ได้รับจากกิจกรรมครั้งนี้ จะถูกนำไปปรับปรุงและพัฒนา Thailand CCUS Industrialization Plan ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่อเป็นกรอบสำคัญในการขับเคลื่อน CCUS สู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำของประเทศไทยในอนาคต

Gen Z vs Net Zero: Thailand’s Climate Game Changerไอเดียคนรุ่นใหม่กับการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตคาร์บอนต่ำวันที่ 28 เ...
01/05/2026

Gen Z vs Net Zero: Thailand’s Climate Game Changer
ไอเดียคนรุ่นใหม่กับการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตคาร์บอนต่ำ

วันที่ 28 เมษายน 2569 Thailand CCUS Alliance (TCCA) จัดการสัมมนาวิชาการหัวข้อ “CCUS & CDR in Action for Thailand’s Path to Net-Zero” ภายใต้งานประชุมวิชาการประจำปี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ครั้งที่ 21 (NSTDA Annual Conference, NAC2026) ณ ห้องประชุม CC-306 อาคาร 14 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี

ในช่วงเช้า มีการประกาศผลและนำเสนอผลงานจากการประกวดคลิปวิดีโอ “Gen Z vs Net Zero: Thailand’s Climate Game Changer” ซึ่งเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรีได้นำเสนอแนวคิด โครงการ และมาตรการที่มีศักยภาพในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero
โดยน้องๆ ที่ได้รับรางวัลได้นำเสนอแนวคิดภายใต้โจทย์การพัฒนาแนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีศักยภาพมากกว่า 1 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี โดยเป็นการประเมินเบื้องต้นตามสมมติฐานของแต่ละทีม ผลงานที่นำเสนอครอบคลุมประเด็นสำคัญในบริบทของประเทศไทย ได้แก่ เมืองคาร์บอนต่ำและ CCUS การทำนาเปียกสลับแห้ง และ การลดขยะอาหาร ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแนวทางลดคาร์บอนสามารถเกิดขึ้นได้ในหลายระดับ ทั้งอุตสาหกรรม เกษตรกรรม ชุมชน และชีวิตประจำวัน

โดยรางวัลชนะเลิศมูลค่า 20,000 บาท ตกเป็นของทีม Eco Rush จาก มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
ด้วยผลงาน “Zero sphere city”
ทีม Eco Rush นำเสนอแนวคิดการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำภายใต้กรอบ Eco-City และ CCUS โดยมองว่าการลดคาร์บอนในระดับเมืองต้องอาศัยหลายมาตรการร่วมกัน ทั้งการเพิ่มพื้นที่สีเขียว การดักจับ CO₂ จากภาคอุตสาหกรรม และการส่งเสริมวิถีชีวิตคาร์บอนต่ำในชุมชน แนวคิดของทีมเชื่อมโยง ธรรมชาติ เทคโนโลยี และพฤติกรรมของประชาชน เข้าด้วยกัน โดยเสนอให้ CO₂ ที่ดักจับได้สามารถนำไปใช้ประโยชน์บางส่วน และส่วนที่เหลือสามารถนำไปกักเก็บอย่างปลอดภัย จุดเด่นของผลงานนี้คือการมองเมืองเป็นระบบเดียวกัน ทำให้เห็นว่าเทคโนโลยี CCUS สามารถเชื่อมโยงกับการออกแบบเมือง พื้นที่สีเขียว และวิถีชีวิตของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 มูลค่า 10,000 บาท เป็นของทีม One Night Miracle จาก มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ด้วยผลงาน “การทำนาแบบเปียกสลับแห้ง Alternate wetting and drying”
ทีม One Night Miracle นำเสนอแนวคิด Alternate Wetting and Drying: AWD หรือ การทำนาแบบเปียกสลับแห้ง ซึ่งเป็นวิธีจัดการน้ำในนาข้าวเพื่อลดการปล่อยก๊าซมีเทนจากภาคเกษตรกรรม ทีมชี้ให้เห็นว่า การทำนาแบบดั้งเดิมที่มีน้ำขังเป็นเวลานานทำให้ดินขาดออกซิเจน และเอื้อต่อการเกิดก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจกที่มีผลต่อภาวะโลกร้อน แนวทาง AWD คือการปล่อยให้น้ำในนาแห้งเป็นช่วง ๆ ก่อนเติมน้ำกลับเข้าไปใหม่ วิธีนี้ช่วยลดการเกิดก๊าซมีเทน ประหยัดน้ำ และช่วยลดต้นทุนการผลิต เหมาะกับบริบทของประเทศไทยซึ่งมีภาคเกษตรกรรมเป็นภาคส่วนสำคัญ

รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 มูลค่า 5,000 บาท และรางวัล Popular vote มูลค่า 10,000 บาท เป็นของทีม Holywiish จาก มหาวิทยาลัยศิลปากร
ด้วยผลงาน “Stop food waste reduce CO2”
ทีม Holywiish นำเสนอแนวคิดการลด Food Waste หรือ ขยะอาหาร ซึ่งเป็นปัญหาใกล้ตัวที่ส่งผลต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทีมอธิบายว่า อาหารที่ถูกทิ้งและนำไปฝังกลบสามารถเกิดการย่อยสลายแบบไม่ใช้ออกซิเจน และปล่อยก๊าซมีเทนออกมา การลดขยะอาหารจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทุกคนสามารถมีส่วนช่วยลดคาร์บอนได้จากชีวิตประจำวัน แนวทางที่ทีมเสนอ ได้แก่ การวางแผนก่อนซื้ออาหาร การลดอาหารเหลือทิ้ง การแยกขยะอินทรีย์ และการนำขยะอาหารไปผลิตเป็นก๊าซชีวภาพ หรือ biogas เพื่อเปลี่ยนของเสียให้กลายเป็นพลังงานสะอาด จุดเด่นของผลงานนี้คือการทำให้การลดคาร์บอนเป็นเรื่องใกล้ตัวและสามารถเริ่มต้นได้ทันทีจากมื้ออาหารของทุกคน นอกจากนี้ ทีม Holywiish ยังได้รับรางวัล Popular Vote สะท้อนให้เห็นว่าแนวคิดดังกล่าวสามารถสื่อสารกับผู้ชมได้ดีและสร้างการมีส่วนร่วมได้อย่างกว้างขวาง

กิจกรรมการประกวด “Gen Z vs Net Zero: Thailand’s Climate Game Changer” แสดงให้เห็นว่า คนรุ่นใหม่สามารถนำเสนอแนวทางลดคาร์บอนที่เชื่อมโยงกับบริบทของประเทศไทยได้อย่างน่าสนใจ ทั้งการใช้เทคโนโลยี CCUS การจัดการภาคเกษตรกรรม และการเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน แม้ทั้ง 3 ทีมจะมีแนวคิดที่แตกต่างกัน แต่มีเป้าหมายร่วมกัน คือ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และ การผลักดันประเทศไทยไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ การเดินหน้าสู่ Net Zero จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมถึงบทบาทและความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่

Thailand CCUS Alliance หวังว่าเวทีนี้จะเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนให้เยาวชนไทยมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตคาร์บอนต่ำ

การอัพเดตความก้าวหน้าเทคโนโลยี CCUS และบทบาทเครือข่ายพันธมิตรในงาน NAC2026เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ช่วงบ่าย Thailand C...
01/05/2026

การอัพเดตความก้าวหน้าเทคโนโลยี CCUS และบทบาทเครือข่ายพันธมิตรในงาน NAC2026

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ช่วงบ่าย Thailand CCUS Alliance (TCCA) จัดสัมมนาและ open-house ในหัวข้อ “ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี CCUS และบทบาทของเครือข่ายพันธมิตรด้านการดักจับ ใช้ประโยชน์ และกักเก็บคาร์บอนแห่งประเทศไทย” ภายใต้งานประชุมวิชาการประจำปี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ครั้งที่ 21 (NSTDA Annual Conference, NAC2026) ณ ห้องประชุม CC-306 อาคาร 14 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี

ภายในงาน ดร.ขจรศักดิ์ เฟื่องนวกิจ นักวิจัยอาวุโส ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช. และหัวหน้าโครงการ Thailand CCUS Alliance (TCCA) ได้บรรยายแนะนำบทบาทของ TCCA รวมถึงแผนงานของ สวทช. ด้านการพัฒนาเทคโนโลยี CCUS ที่มีความพร้อมในการขยายผลร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร เพื่อต่อยอดองค์ความรู้จากงานวิจัยไปสู่การใช้งานจริงในบริบทของประเทศไทย ตามด้วยการเปิดให้เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการด้าน CCUS ของศูนย์แห่งชาติภายใต้ สวทช. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้เกี่ยวกับงานวิจัย เครื่องมือ และแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องโดยตรงจากนักวิจัย พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและหารือโอกาสในการต่อยอดความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนา

การนำชมห้องปฏิบัติการประกอบด้วย
● ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (NANOTEC)
นำชมโดย ดร.ปองกานต์ จักรธรานนท์ และ ดร.บุญรัตน์ รุ่งทวีวรนิตย์ นักวิจัย ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช. นำเสนอเทคโนโลยี CCU ครบวงจร ประกอบด้วยกระบวนการดักจับด้วยเทคนิค Pressure swing adsorption ผ่านวัสดุกลุ่มโครงข่ายโลหะอินทรีย์ (Metal-organic frameworks, MOFs) และการใช้ประโยชน์ของ CO2 ผ่านการเร่งปฏิกิริยาเชิงเคมีความร้อน เป็นแก๊สสังเคราะห์ เมทานอล และโซเดียมคาร์บอเนต การเร่งปฏิกิริยาเชิงเคมีไฟฟ้าและแสง เป็นสารเคมี และการเปลี่ยน CO2 เป็นกราฟีนและคาร์บอนนาโนทูบ
● ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC)
นำชมโดย ดร.ดวงเดือน อาจองค์ นักวิจัยอาวุโส ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สวทช. นำเสนอกระบวนการดักจับ CO2 ด้วยเทคนิค temperature/pressure swing adsorption ด้วยวัสดุดูดซับที่พัฒนาขึ้นจากของเสียในอุตสาหกรรม “Carbon Catch”
● ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC)
นำชมโดย ดร.วิศาล ลีลาวิวัฒน์ นักวิจัย ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ สวทช. นำเสนอกระบวนการเปลี่ยนก๊าซชีวภาพ (biogas) เป็นไฮโดรเจน ซึ่งเป็นห่วงโซ่คุณค่าที่สำคัญสำหรับเทคโนโลยี CCU ในอนาคต

กิจกรรมนี้ได้รับความสนใจจากสมาชิก TCCA หลากหลาย มีผู้เข้าร่วมกว่า 60 ท่านจากภาคอุตสาหกรรม 27 บริษัท ภาควิชาการ 5 สถาบัน และภาครัฐ 3 องค์กร สะท้อนบทบาทของ TCCA ในการเป็นเครือข่ายความร่วมมือด้าน CCUS ของประเทศ ที่ช่วยสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี การต่อยอดงานวิจัย และการประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย อันเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน

เทคโนโลยี CCUS และ CDR คือกุญแจสำคัญสู่เป้าหมาย Net-Zero ของไทยวันที่ 28 เมษายน 2569 Thailand CCUS Alliance (TCCA) จัดกา...
01/05/2026

เทคโนโลยี CCUS และ CDR คือกุญแจสำคัญสู่เป้าหมาย Net-Zero ของไทย

วันที่ 28 เมษายน 2569 Thailand CCUS Alliance (TCCA) จัดการสัมมนาวิชาการหัวข้อ “CCUS & CDR in Action for Thailand’s Path to Net-Zero” ภายใต้งานประชุมวิชาการประจำปีสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ครั้งที่ 21 (NSTDA Annual Conference, NAC2026) ณ ห้องประชุม CC-306 อาคาร 14 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี

ดร.ขจรศักดิ์ เฟื่องนวกิจ นักวิจัยอาวุโส และหัวหน้าโครงการ TCCA ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช. เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยได้เน้นย้ำถึงความสำคัญเร่งด่วนในการพัฒนาและสาธิตการใช้งานเทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (CCUS) รวมถึงเทคโนโลยีการกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ (CDR) เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero) อย่างยั่งยืน
ในช่วงเช้าของงานประชุม ทาง TCCA ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าทั้งในและต่างประเทศร่วมบรรยาย ได้แก่
• Prof. Dawid Hanak จาก Net Zero Industry Innovation Centre (NZIIC), Teesside University, UK นำเสนอภาพรวมการพัฒนาเทคโนโลยี CCUS ในสหราชอาณาจักร โดยเฉพาะโครงการ Track 1 CCS ฝั่งภาคตะวันออก (East coast cluster) ในบริเวณ Teesside ซึ่งตั้งเป้าว่าจะเป็นนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวแห่งใหม่ของอังกฤษ โดยปัจจุบันอยู่ในระหว่างการก่อสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติขนาด 860 MW ที่มีระบบดักจับคาร์บอนด้วยเทคโนโลยี Amine absorption จาก Shell (CANSOLV) ที่สามารถดักจับคาร์บอนได้ 2 MtCO2/ปี และจะนำ CO2 ที่ดักจับลำเลียงผ่านท่อ 145 กม. เพื่อไปกักเก็บไว้ในแหล่งกักเก็บใต้ทะเล Northern Endurance Partnership (NEP) อาจารย์ Dawid ยังได้เล่าโครงการวิจัยด้านการวิเคราะห์ความเป็นไปได้เชิงเศรษฐศาสตร์ของเทคโนโลยี (Technoeconomic analysis) ที่ NZIIC ได้ทำร่วมกับอุตสาหกรรมในนิคม Teesside แสดงให้เห็นถึงการทำงานที่เชื่อมโยงกันระหว่างนักวิจัยและเอกชนทั้งรายเล็กและใหญ่ ที่มีเป้าหมายร่วมกันในการลดการปล่อย CO2 ใน UK
• Dr. Jongsoo Hwang จาก Hydrogen and Low-Carbon Research Center, POSCO Holdings Inc., Korea นำเสนอเทคโนโลยี CCUS ที่ POSCO ซึ่งเป็นโรงงานผลิตเหล็กที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ กำลังพัฒนาเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามแผนของอุตสาหกรรม โดย Dr. Hwang ได้เล่าถึงกระบวนการผลิตเหล็กอย่างละเอียด และชี้ให้เห็นว่า CO2 ที่ปล่อยจากกระบวนการนั้นมีหลากหลายส่วน และมีความเข้มข้นในช่วงกว้างถึง 3-25% โดยบริษัทมุ่งพัฒนากระบวนการดักจับ CO2 ที่มีความเข้มข้นสูง โดยใช้เทคโนโลยี NH3 adsorption เพราะใช้อุณหภูมิในการ regenerate ที่ต่ำ ใกล้เคียงกับความร้อนส่วนเกินจากกระบวนการเหล็ก (waste heat) โดย POSCO ได้มีการพัฒนากระบวนการดักจับของตนเองตั้งแต่ปี 2013 และปัจจุบันพัฒนาถึงระดับ pilot นอกจากนี้บริษัทยังกำลังศึกษาการผลิตวัสดุก่อสร้างจาก slag จำพวก CaO ที่เป็นของเสียในกระบวนการเหล็ก โดยสามารถเปลี่ยนเป็น CaCO3 ที่ใช้ในซีเมนต์เพื่อเป็นวัสดุก่อสร้างได้ และสุดท้ายบริษัทยังมีส่วนร่วมในโครงการ K-Across ซึ่งเป็นโครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการทำ Transboundary CCS เพื่อส่ง CO2 ไปกักเก็บที่ประเทศอื่นๆ อีกด้วย
• คุณเมธัส พูลสวัสดิ์ จาก บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) โครงการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CCS) ที่แหล่งก๊าซฯ อาทิตย์ (Arthit CCS) ที่ ปตท.สผ. ประกาศตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) ไปเมื่อเดือนกันยายน 2568 ซึ่งหากดำเนินการได้ตามแผนจะสามารถอัดก๊าซ CO2 ลงในแหล่งก๊าซธรรมชาติที่หมดแล้ว (depleted reservoir) และแหล่งน้ำเกลือในชั้นหิน (Saline Aquifer) ได้ในปี 2571 ปริมาณ 1 ล้านตันต่อปี โดยโครงการนี้ จะต้องมีการต่อเติมเครื่องมือเพิ่มเติมบนแท่น เพื่อให้สามารถแยกก๊าซ CO2 ให้มีความบริสุทธิ์สูงขึ้น จากปัจจุบันที่ 77% เป็น 95% โดยก๊าซธรรมชาติส่วนเกินจะถูกนำไปใช้เป็นพลังงานในกระบวนการ นอกจากนี้ ปตท.สผ. และกลุ่ม ปตท. กำลังพัฒนาโครงการ Eastern Thailand CCS Hub สำหรับการจัดการกับก๊าซเรือนกระจกจากมาบตาพุด ที่อัตราการกักเก็บ 5 – 10 MtCO2/ปี โดยอยู่ในระหว่างการสำรวจแหล่งกักเก็บบริเวณแอ่งกระ ภายใต้ความร่วมมือกับบริษัท INPEX ประเทศญี่ปุ่น
• รศ. ดร.ชลิดา คล้ายโสม จากภาควิชาวิศวกรรมเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำเสนอเทคโนโลยีเมมเบรนประสิทธิภาพสูงสำหรับการแยกก๊าซ CO₂ โดยได้เล่าหลักการของกระบวนการแยกก๊าซด้วยเมมเบรนเบื้องต้น ประเภทของเมมเบรน วิธีการวิเคราะห์ประสิทธิภาพ และนำเสนองานวิจัยของอาจารย์ที่พัฒนา mixed matrix membrane ที่มีการเติมสารดักจับ CO2 ชนิดต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และความเลือกจำเพาะของเมมเบรน ตลอดจนการนำเทคโนโลยีเมมเบรนมาใช้ควบคู่กับการแยกก๊าซด้วยวิธีอื่นๆ ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพเชิงพลังงานโดยรวม
• ดร.บุญรัตน์ รุ่งทวีวรนิตย์ นักวิจัยจากศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช. นำเสนอการพัฒนาวัสดุ Metal Organic Frameworks (MOFs) สำหรับการดักจับ CO₂ ให้มีความบริสุทธิ์สูง โดยครอบคลุมตั้งแต่การสังเคราะห์ การขยายขนาดการผลิต การขึ้นรูป และการพัฒนาระบบ vacuum pressure swing adsorption (VPSA) ในระดับห้องปฏิบัติการ ที่สามารถทดสอบก๊าซหลังการเผาไหม้ที่มีองค์ประกอบหลากหลาย โดย ดร.บุญรัตน์ ชี้ให้เห็นว่าสามารถออกแบบ MOFs ได้หลากหลาย และทำให้มีรูพรุนที่มีขนาดจำเพาะกับ CO2 ทำให้มีโอกาสใช้พลังงานในการ regenerate ที่น้อยกว่า และมีความทนทานต่อสิ่งเจือปนมากกว่าเทคโนโลยี absorption แบบดั้งเดิมที่ใช้สารละลายเอมีน โดยปัจจุบันอยู่ในระหว่างการสร้าง pilot เพื่อทดสอบวัสดุที่อัตราการดักจับ 1 tonCO2/วัน

กิจกรรมสัมมนาวิชาการในครั้งนี้ ได้รับความสนใจอย่างมาก มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 60 ท่าน โดยเฉพาะจากทางภาคเอกชนถึง 20 บริษัท ภาครัฐ 1 องค์กร และภาควิชาการ 5 สถาบัน แสดงถึงความตื่นตัวของภาคเอกชนในการผลักดันให้เกิดการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม

#สวทช

ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สวทช.  เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 คณะทำงาน Thailand CCUS Alliance (TCCA) นำโดย...
27/04/2026

ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สวทช.

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 คณะทำงาน Thailand CCUS Alliance (TCCA) นำโดย ดร.บุญรัตน์ รุ่งทวีวรนิตย์ นักวิจัยจากศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (NANOTEC) ได้เข้าเยี่ยมชมและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีดักจับคาร์บอน ณ อาคาร MTEC Pilot Plant 🏭โดยมี ดร.ดวงเดือน อาจองค์ พร้อมด้วยคณะนักวิจัยจากศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ให้การต้อนรับ และร่วมถ่ายทอดผลงานวิจัยด้านการพัฒนาเครื่องต้นแบบระบบดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แบบเคลื่อนที่ขับเคลื่อนด้วยการสลับอุณหภูมิและความดัน (Temperature swing adsorption (TSA)/ Pressure swing adsorption (PSA) CO2 Capture Mobile Unit)

เครื่องต้นแบบดังกล่าวซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยได้มีการออกแบบเพื่อรองรับการใช้งานกับก๊าซไอเสียจริงจากโรงไฟฟ้าที่มีความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 15% ซึ่งสามารถรองรับอัตราการไหลของก๊าซไอเสียได้สูงสุด 10 ลิตรต่อนาที ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวใช้วัสดุดูดซับประเภทซีโอไลต์ได้มีการที่พัฒนาขึ้นจากของเสียอุตสาหกรรม ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือใช้พร้อมทั้งลดต้นทุนในการผลิต โดยประสิทธิภาพการทดสอบเบื้องต้นของเครื่องต้นแบบมีค่า %Recovery อยู่ในช่วง 60–70% สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีในการพัฒนาและต่อยอดสู่การใช้งานในระดับอุตสาหกรรมในอนาคต

การเยี่ยมชมและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในครั้งนี้ ถือเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีดักจับคาร์บอนของประเทศ อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิจัยให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น 🤝

🎉 ประกาศผลทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ และทีมที่ได้รับรางวัล Popular Vote การประกวดคลิปวิดีโอ“Gen Z vs Net Zero: Thail...
21/04/2026

🎉 ประกาศผลทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ และทีมที่ได้รับรางวัล Popular Vote
การประกวดคลิปวิดีโอ
“Gen Z vs Net Zero: Thailand’s Climate Game Changer”

ทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ โดยไม่เรียงลำดับผลคะแนน ได้แก่
- holywiish
- Eco rush
- one night miracle

ทีมที่ได้รับรางวัล Popular Vote ได้แก่
- holywiish

ขอแสดงความยินดีกับทุกทีมที่ได้รับรางวัล
และขอขอบคุณทุกทีมที่ร่วมส่งผลงานเข้าประกวดในครั้งนี้นะคะ

📍 ทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศจะเข้าร่วมนำเสนอผลงานและรับรางวัล
ภายในงานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 21 (NAC 2026)
🗓 วันที่ 28 เมษายน 2569

แล้วพบกันค่ะ
*การตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด

📢 ปิดโหวตเป็นที่เรียบร้อย!ขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ร่วมสนับสนุนทั้ง 7 ทีมสุดท้ายในการแข่งขัน Popular Vote จากกิจกรรม“Gen ...
17/04/2026

📢 ปิดโหวตเป็นที่เรียบร้อย!

ขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ร่วมสนับสนุนทั้ง 7 ทีมสุดท้าย
ในการแข่งขัน Popular Vote จากกิจกรรม
“Gen Z vs Net Zero: Thailand's Climate Game Changer” 💚

ทุกการกดไลก์ของคุณ คือพลังสำคัญในการผลักดันไอเดียของคนรุ่นใหม่
เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero 🌏

🏆 แล้วทีมไหนจะคว้ารางวัล Popular Vote ไปครอง?
📅 ร่วมลุ้นและติดตามประกาศผลพร้อมกัน วันที่ 21 เมษายน 2569

ที่อยู่

111 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ต. คลองหนึ่ง อ. คลองหลวง
คลองหลวง
12120

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:00
อังคาร 08:30 - 17:00
พุธ 08:30 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6625647100

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Thailand CCUS Alliance, TCCAผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์