TAT Academy ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก TAT Academy, หน่วยงานราชการ, 1600 ถ. เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี, กรุงเทพฯ .

“Tourism Industry Influencers’ Shaper” - เสริมสร้างความเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวมืออาชีพในระดับประเทศอย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งเพื่อเป็นการแบ่งปันความรู้ งานวิจัยด้านตลาดการท่องเที่ยว และการพัฒนาต่อยอดความคิดสู่ความสร้างสรรค์ทาง นวัตกรรมด้านตลาดการท่องเที่ยวยุคใหม่

ประกาศรายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลต้อนรับหน้าฝน 🌧️ จากทาง TAT Academy ในกิจกรรมสำรวจความพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์และส...
23/06/2026

ประกาศรายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลต้อนรับหน้าฝน 🌧️ จากทาง TAT Academy ในกิจกรรมสำรวจความพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ของศูนย์พัฒนาวิชาการด้านตลาดการท่องเที่ยว (TAT Academy) ครั้งที่ 3 ✨
ขอให้ผู้ได้รับรางวัลทุกท่านยืนยันสิทธิผ่านทาง Inbox ของเพจ ภายในวันที่ 26 มิถุนายน 2569 🗓️ ทั้งนี้ TAT Academy จะดำเนินการจัดส่งของรางวัลให้กับผู้โชคดีทุกท่านตามที่อยู่ที่ท่านได้กรอกไว้ในแบบสอบถามความพึงพอใจต่อไป
ขอขอบคุณผู้เข้าร่วมทุกท่าน! และอย่าลืมกดติดตามเพจ TAT Academy เพื่อที่จะได้ไม่พลาดเนื้อหาที่น่าสนใจ และรับทราบกิจกรรมดี ๆ แบบนี้ได้ก่อนใคร! 🔥
อ่านเพิ่มเติมบนเว็บ: https://tatacademy.com/winner-announcement-3rd/

เมื่อการท่องเที่ยวยุคใหม่ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยคำว่า “อยากเที่ยว” เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ขับเคลื่อนด้วยแรงจูงใจที่หลาก...
19/06/2026

เมื่อการท่องเที่ยวยุคใหม่ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยคำว่า “อยากเที่ยว” เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ขับเคลื่อนด้วยแรงจูงใจที่หลากหลายกว่านั้น!
เมื่อพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวแตกออกเป็นหลาย Segment ผู้ประกอบการท่องเที่ยวจึงไม่สามารถออกแบบสินค้า บริการ หรือประสบการณ์แบบเดียวเพื่อขายให้ทุกคนได้อีกต่อไป แต่ต้องเข้าใจว่า นักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่ม “เดินทางเพราะอะไร” และ “คาดหวังอะไร”
พาทุกคนไปเจาะลึก 5 กลุ่มนักท่องเที่ยวที่จับกลุ่มจากความ ‘พลาด’ ที่ผู้ประกอบการต้องปรับตัวให้ทัน ตั้งแต่ FOMO, JOMO, ROMO, MOMO ไปจนถึง COMO เพื่อออกแบบประสบการณ์ท่องเที่ยวให้ตอบโจทย์มากขึ้น
1. FOMO Traveller กลุ่มกลัวพลาด ขับเคลื่อนด้วยกระแสสังคม
FOMO (Fear of Missing Out) คือกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ขับเคลื่อนด้วยกระแสสังคม ขับเคลื่อนด้วยความรู้สึกว่า ต้องไปให้เห็น ต้องไปให้ทัน และต้องให้ทุกคนรู้ว่าเราไป พวกเขาไม่ได้เดินทางเพียงเพื่อพักผ่อน แต่เดินทางเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของโมเมนต์ทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ต เทศกาลกีฬา อีเวนต์ระดับโลก จุดถ่ายรูป หรือร้านอาหารที่กำลังเป็นที่พูดถึงในโลกออนไลน์ อาทิ Instagram หรือ TikTok
2. JOMO Traveller กลุ่มดีใจที่พลาด ให้ความสำคัญกับตัวเอง
JOMO (Joy of Missing Out) คือกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เป็นขั้วตรงข้ามของ FOMO พวกเขาไม่ได้กลัวการตกเทรนด์ แต่กลับรู้สึกยินดีที่ได้ถอยออกจากกระแส พวกเขาไม่ได้อยากตามรอยกระแสสังคม ไปเก็บตามสถานที่ยอดฮิตต่าง ๆ แต่ต้องการทริปที่ทำให้ตัวเองได้พักอย่างแท้จริง ทั้งร่างกาย ความคิด และความรู้สึก พวกเขามักมองหาบ้านพักกลางป่า บ้านพักริมชายหาด หรือโรงแรมที่มีพร้อมทั้งบริการสปา บริการด้านสุขภาพ หรือวิวที่ช่วยให้พวกเขารู้สึกผ่อนคลาย และได้ตัดขาดจากโลกภายนอก
3. ROMO Traveller กลุ่มโล่งใจที่พลาด มองหาสิ่งทดแทน
ROMO (Relief of Missing Out) คือกลุ่มนักท่องเที่ยวที่รู้สึกโล่งใจเมื่อไม่ต้องไปในที่ที่ทุกคนไป กลุ่มนี้คือสุดยอดนักวางแผนที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ในระดับที่เทียบเท่า แต่ไม่ต้องการไปในที่สถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน หรือไม่ต้องการจ่ายเพื่อแลกประสบการณ์ที่พวกเขามองว่าไม่คุ้มค่า พวกเขาจึงมักค้นหาสถานที่ทางเลือก และมักรู้สึกภูมิใจในฐานะผู้ค้นพบทางเลือกเหล่านี้เสมอ
4. MOMO Traveller กลุ่มหลงใหลความพลาด เสพติดความตื่นเต้น
MOMO (Mystery of Missing Out) คือกลุ่มนักเดินทางที่หลงใหลในความตื่นเต้นของ 'ความไม่รู้' และสนุกไปกับสิ่งที่รออยู่ตรงหน้ามากกว่าทริปที่ถูกจัดเตรียมไว้ พวกเขาไม่ได้ต้องการทริปที่สมบูรณ์แบบ แต่มีความยืดหยุ่นสูงและยินดีปรับเปลี่ยนแผนตามสถานการณ์หน้างาน การค้นพบร้านอาหารใหม่ ๆ การสำรวจเส้นทางนอกเหนือจากในแผน หรือการปฏิสัมพันธ์กับคนในพื้นที่ ล้วนเป็นประสบการณ์ที่พวกเขากำลังมองหา และมักสร้างความน่าจดจำในการเดินทางให้แก่พวกเขา
5. COMO Traveller กลุ่มที่ยอมพลาด เพราะรักษ์โลก
COMO (Conscious of Missing Out) คือกลุ่มนักท่องเที่ยวที่พร้อมจะไม่ไปหรือยอมพลาดประสบการณ์บางอย่าง หากรู้ว่าการเดินทางนั้นสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน หรือปลายทางมากเกินไป พวกเขาไม่ได้เลือกทริปจากความสวยหรือความสะดวก แต่พิจารณาว่า การท่องเที่ยวนั้นส่งผลกระทบต่อธรรมชาติอย่างไร ธุรกิจที่เกี่ยวข้องดูแลและจัดการผลกระทบต่าง ๆ อย่างไร เพราะพวกเขาเชื่อว่าการท่องเที่ยวสามารถช่วยโลกให้ดียิ่งขึ้นได้

✨ TAT Academy เปิดกิจกรรม Bootcamp หลักสูตรการตลาดท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด "Route on Earth" จั...
14/06/2026

✨ TAT Academy เปิดกิจกรรม Bootcamp หลักสูตรการตลาดท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด "Route on Earth" จัดขึ้น 2 รุ่น 2 จังหวัด พาผู้เข้าร่วมออกจากห้องเรียน สู่การเรียนรู้ระบบนิเวศการท่องเที่ยวในพื้นที่จริง

📍รุ่นที่ 1 | จันทบุรี | 22–24 พฤษภาคม 2569 เริ่มจากการศึกษาดูงานที่ อ่าวคุ้งกระเบน เรียนรู้การอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำและระบบนิเวศ รับฟังมุมมอง แนวคิดการนำเสนอคุณค่าของชุมชน และการบริหารจัดการการท่องเที่ยวในชุมชน เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวอย่างเหมาะสมและยั่งยืน จากชุมชนริมน้ำจันทบูร ศึกษาการอนุรักษ์วิถีการทอเสื่อกกกับวิสาหกิจชุมชนเสม็ดงาม ที่สามารถนำภูมิปัญญาไปต่อยอดเป็นสินค้าท่องเที่ยวได้ รวมทั้งศึกษาประวัติศาสตร์และวงจรอัญมณีเมืองจันท์ จากศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี

📍รุ่นที่ 2 | เพชรบุรี | 5–7 มิถุนายน 2569 เรียนรู้วิธีการจัดการพื้นที่การท่องเที่ยว โดยไม่ทำลายธรรมชาติที่ D.I.N Family Camp แก่งกระจาน ศึกษาวิธีการนำต้นตาลโตนดมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ รวมถึงแนวคิดการจัดการการท่องเที่ยวเชิงเกษตรอย่างสร้างสรรค์ กับชุมชนบ้านไร่กร่าง ถอดบทเรียนกับเพลาเพลิน เดอะ เจอร์นีย์ ว่าการท่องเที่ยวสามารถสร้างมูลค่าได้อย่างไรโดยไม่ทำลายชุมชน ปิดท้ายด้วยการเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ตามแนวทางโคก หนอง นา และเศรษฐกิจพอเพียง กับสวนเพชรเกาะอินทรีย์วิถีไทย

📍ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้ง 2 รุ่น ยังได้รับฟังการบรรยายเรื่องเทรนด์การออกแบบโมเดลธุรกิจเบื้องต้น การวางโครงเรื่องเพื่อการสื่อสาร (Storytelling) และทักษะการนำเสนอ (Pitching) จาก ผศ.ดร.แก้วตา ม่วงเกษม และ ดร.ชูศิลป์ เมธีไชยพงศ์ โดยผู้เข้าร่วมได้ทดลองวิเคราะห์และนำเสนอผลงานจริง ที่ไม่ใช่แค่ไอเดียในกระดาษ แต่สามารถนำกลับไปพัฒนาธุรกิจและบริการด้านการท่องเที่ยวต่อได้จริง

Responsible Tourism จับต้องได้ ถ้าเริ่มจากการเข้าใจพื้นที่อย่างแท้จริง 🌿

ในปี 2025 อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลกมีมูลค่ามากถึง 380 ล้านล้านบาท เติบโตขึ้น 4% จากปีก่อนหน้า และคิดเป็นสัดส่วน 9.8...
12/06/2026

ในปี 2025 อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลกมีมูลค่ามากถึง 380 ล้านล้านบาท เติบโตขึ้น 4% จากปีก่อนหน้า และคิดเป็นสัดส่วน 9.8% ของมูลค่าเศรษฐกิจโลก โดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางข้ามประเทศมากกว่า 1,500 ล้านคน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 61 ล้านล้านบาท
แล้วประเทศไหนที่ครองสัดส่วนนักท่องเที่ยวทั่วโลกเยอะมากที่สุด และใครที่กำลังเป็นดาวรุ่งน่าจับตามอง จะพาไปดูกัน!
ประเทศที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวขาเข้ามากสุด 5 ประเทศ ได้แก่
– อันดับที่ 1 ประเทศฝรั่งเศส นักท่องเที่ยวขาเข้า 104 ล้านคน
– อันดับที่ 2 ประเทศสเปน นักท่องเที่ยวขาเข้า 97 ล้านคน
– อันดับที่ 3 สหรัฐอเมริกา นักท่องเที่ยวขาเข้า 78 ล้านคน
– อันดับที่ 4 สาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวนนักท่องเที่ยวขาเข้า 73 ล้านคน
– อันดับที่ 5 ประเทศอิตาลี จำนวนนักท่องเที่ยวขาเข้า 59 ล้านคน
นอกจากประเทศเหล่านี้แล้ว ยังมีอีก 3 ประเทศที่มีอัตราการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวขาเข้าจากต่างประเทศสูง มีรูปแบบการท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และคาดว่าจะกลายเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยอดนิยมในอนาคต
– อันดับที่ 30 ประเทศเวียดนาม นักท่องเที่ยวขาเข้า 18 ล้านคน
– อันดับที่ 39 ประเทศแอลเบเนีย นักท่องเที่ยว 10 ล้านคน
– อันดับที่ 52 อุซเบกิสถาน นักท่องเที่ยว 7 ล้านคน
สำหรับประเทศไทยอยู่อันดับที่ 16 มีนักท่องเที่ยวมากถึง 33 ล้านคน แม้จะยังเป็นตัวเลขที่สูงและแสดงให้เห็นว่าไทยยังเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของโลก แต่เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า การเติบโตกลับเพิ่มขึ้นประมาณ 2 ล้านคนเท่านั้น ซึ่งสะท้อนว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยกำลังเผชิญโจทย์ใหม่ ทั้งปัญหาตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มเดิมที่เริ่มหายไป ภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย และการเติบโตของตลาดการท่องเที่ยวในประเทศอื่น ๆ
อย่างไรก็ตามประเทศไทยยังคงมีต้นทุนด้านการท่องเที่ยวที่แข็งแกร่งในหลากหลายมิติ ทั้งอาหาร ธรรมชาติ วัฒนธรรม และถูกยกให้เป็นจุดหมายที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก แต่สถานการณ์ปัจจุบันกำลังแสดงให้เห็นว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยไม่สามารถเดินต่อไปได้ด้วยเสน่ห์แบบเดิม ๆ เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ต้องเติบโตไปสู่การเดินทางท่องเที่ยวที่มอบ ‘คุณค่า’ บางอย่างที่ตอบโจทย์กับโลกยุคใหม่ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอีกด้วย

สถิตในดวงใจตราบนิรันดร์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา​น้...
12/06/2026

สถิตในดวงใจตราบนิรันดร์

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี
กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

​น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหาร พนักงานและบุคลากร
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

กลับมาอีกครั้ง! มาร่วมสนุกต้อนรับหน้าฝนกับกิจกรรมตอบแบบสำรวจความพึงพอใจการใช้งานเว็บไซต์ และสื่อสังคมออนไลน์ของ   ครั้งท...
10/06/2026

กลับมาอีกครั้ง! มาร่วมสนุกต้อนรับหน้าฝนกับกิจกรรมตอบแบบสำรวจความพึงพอใจการใช้งานเว็บไซต์ และสื่อสังคมออนไลน์ของ ครั้งที่ 3 เพื่อลุ้นรับของที่ระลึกสุดพิเศษจาก “ศูนย์พัฒนาวิชาการด้านตลาดการท่องเที่ยว (TAT Academy)” 🎁
📌กติกาในการลุ้นรับของรางวัลมีดังนี้
1. สแกนจาก QR code จากภาพ หรือ คลิกที่ https://forms.gle/7cqqQ4P8GCoMeJGg8
2. ตอบแบบสำรวจความพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ของศูนย์พัฒนาวิชาการด้านตลาดการท่องเที่ยว (TAT Academy) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
3. กด Like และ Share โพสต์นี้บนเพจ Facebook แบบสาธารณะ
📌 ลุ้นรับของที่ระลึก (จำนวน 30 รางวัล)
👝กระเป๋าสะพายหลัง จำนวน 10 รางวัล
🧵 ผ้าเช็ดตัวแห้งไว จำนวน 10 รางวัล
🪾ที่แขวนของอเนกประสงค์ จำนวน 10 รางวัล
สามารถร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้ - วันที่ 17 มิถุนายน 2569 เท่านั้น ประกาศผลผู้โชคดีวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ผ่านทางเว็บไซต์ TAT Academy และเพจ Facebook TAT Academy
มาเล่น มาลุ้น ไปด้วยกันนะ! 😉
* ทั้งนี้คำตัดสินของ TAT Academy ถือเป็นที่สิ้นสุด

การท่องเที่ยวในปี 2030 กำลังจะก้าวข้ามคำถามเดิม ๆ ที่ว่า “เราจะไปที่ไหน” สู่คำถามที่ลึกซึ้งและสะท้อนมิติทางสังคมวัฒนธรรม...
05/06/2026

การท่องเที่ยวในปี 2030 กำลังจะก้าวข้ามคำถามเดิม ๆ ที่ว่า “เราจะไปที่ไหน” สู่คำถามที่ลึกซึ้งและสะท้อนมิติทางสังคมวัฒนธรรมยิ่งกว่าเดิมคือ “เราเดินทางไปเพื่ออะไร”
ท่ามกลางชีวิตยุคใหม่ที่ผู้คนต้องเผชิญหน้ากับความเหนื่อยล้าจากโลกดิจิทัล วิกฤตสิ่งแวดล้อม และการเข้ามาของเทคโนโลยี AI ในชีวิตประจำวัน นักเดินทางรุ่นใหม่จึงไม่ได้มองหาทริปพักผ่อนในรูปแบบเดิม ๆ อีกแล้ว แต่พวกเขากำลังแสวงหาการเดินทางที่ช่วยฟื้นฟูร่างกาย จัดการเวลา ค้นหาตัวตน และดูแลคนสำคัญในชีวิต รวมถึงสัตว์เลี้ยงตัวโปรดที่ถูกยกระดับให้เป็นสมาชิกในครอบครัวอย่างแท้จริง
พาทุกคนไปดู 6 Traveller Tribe 2030 กลุ่มนักเดินทางแห่งอนาคตที่ผู้ประกอบการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจำเป็นต้องทำความเข้าใจ เพื่อปรับกลยุทธ์ให้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
1. Rejuveller นักเดินทางเพื่อฟื้นฟูชีวิต
กลุ่ม Rejuveller ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญที่เติบโตควบคู่ไปกับเศรษฐกิจสุขภาพโลก นักเดินทางกลุ่มนี้ให้คุณค่ากับผลลัพธ์หลังการเดินทางมากกว่าแค่ภาพถ่ายสวย ๆ ระหว่างทาง พวกเขายินดีจ่ายให้กับสถานประกอบการที่สามารถออกแบบประสบการณ์ด้านสุขภาพแบบองค์รวมที่มีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นโอกาสอันดีสำหรับประเทศไทยที่มีจุดแข็งเรื่องการแพทย์แผนไทย สมุนไพร อาหาร และงานบริการอยู่แล้ว
นี่จึงเป็นโอกาสทองในการยกระดับจากแพ็กเกจสปาทั่วไป ไปสู่การขายโปรแกรมฟื้นฟูสุขภาพที่มีเป้าหมายชัดเจน เช่น โปรแกรมปรับพฤติกรรมการนอนหลับระยะเวลา 3 วัน ทริปแก้ปัญหาการนอนหลับหรือทริปบริหารจัดการความเครียดระยะเวลา 3 ถึง 7 วัน ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ในระยะยาวได้ดีกว่าเดิม
2. AI Agenticveller นักเดินทางที่ถูกจัดแจงโดย AI
AI Agenticveller คือกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยมี AI เป็นเหมือนผู้จัดการทริปส่วนตัว ไม่ใช่แค่ใช้ AI ในการช่วยแนะนำร้านอาหารหรือจัดแพลนคร่าว ๆ แต่เป็น Agentic AI ที่สามารถคิด วิเคราะห์ เปรียบเทียบ จอง ปรับแผน และแก้ปัญหาแบบกึ่งอัตโนมัติได้ และพวกเขาจะใช้ Social Media อื่น ๆ ควบคู่ไปกับ AI ด้วย เพื่อเป็นการ Vibe-Check ด้วยตนเอง
พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้โจทย์ของผู้ประกอบการไทยเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ต้องติดว่าจะทำอย่างไรให้คนค้นหาเจอ เปลี่ยนเป็นต้องทำอย่างไรให้ AI ค้นหาเจอ ข้อมูลถูกต้อง และเลือกธุรกิจของเราให้ปรากฏในสายตาของลูกค้า ดังนั้นการทำข้อมูลบนโลกออนไลน์ให้เป็นระบบ ชัดเจน และตรงไปตรงมา ทั้งเรื่องราคา เวลาเปิดปิด รูปภาพที่ตรงกับความเป็นจริง หรือข้อมูลเฉพาะกลุ่ม เช่น ความเป็นมิตรต่อสัตว์เลี้ยง หรือการรองรับผู้ใช้รถเข็น จึงจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการทำธุรกิจในยุคปัจจุบัน
3. Chronoveller นักท่องเที่ยวแช่อิ่ม
กลุ่มถัดมาคือ Chronoveller นักเดินทางที่ขอใช้เวลาละเลียดไปกับจุดหมายปลายทาง แทนที่จะเที่ยวแบบรีบเร่งเพื่อเก็บจุดเช็กอินให้ครบ นักเดินทางกลุ่มนี้ต้องการอยู่ให้นานพอที่จะเข้าใจวิถีชีวิตของเมืองนั้น ๆ แม้ค่าใช้จ่ายต่อวันของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้อาจไม่ได้สูงเท่านักท่องเที่ยวกลุ่ม Luxury แต่เมื่อรวมระยะเวลาที่อยู่นานแล้ว ถือว่าสร้างรายได้หมุนเวียนและกระจายเม็ดเงินให้ธุรกิจท้องถิ่นได้อย่างต่อเนื่อง
ประเทศไทยมีศักยภาพสูงมากสำหรับการดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เข้ามา เพราะมีเมืองที่เหมาะกับการพำนักระยะยาวหลายรูปแบบ ทั้งเชียงใหม่สำหรับเหล่านักสร้างสรรค์ หรือภูเก็ตสำหรับสายสุขภาพ ผู้ประกอบการไทยจึงควรปรับตัวด้วยการเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการใช้ชีวิตของพวกเขา เช่น อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง มุมทำงานที่เงียบสงบ บริการซักรีด และการออกแบบแพ็กเกจที่พักรายสัปดาห์หรือรายเดือนที่พ่วงกิจกรรมร่วมกับชุมชนเข้าไปด้วย
4. Somnaveller นักท่องเที่ยวห้วงนิทรา
สำหรับกลุ่ม Somnaveller การนอนหลับอย่างมีคุณภาพกลายเป็นความหรูหราแบบใหม่ที่ผู้คนยอมควักกระเป๋าจ่าย สอดคล้องกับเทรนด์ที่หลายคนเริ่มเหนื่อยล้ากับการต้องคอยอัปเดตชีวิตบนสื่อสังคมออนไลน์ตลอดเวลา นักเดินทางกลุ่มนี้ต้องการสถานที่ที่เงียบ สงบ และอากาศดี เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่โดยไม่มีแรงกดดันให้ต้องตื่นเช้ามาทำกิจกรรมที่วุ่นวาย
ผู้ประกอบการโรงแรมและที่พักในไทยสามารถจับกลุ่มนี้ได้ด้วยการเปลี่ยนจุดขายจากการนำเสนอบรรยากาศสวย ๆ อย่างเดียว มาเป็นการพักผ่อนอย่างสมบูรณ์แบบแทน โดยออกแบบแพ็กเกจที่ช่วยเรื่องการนอนโดยเฉพาะ ตั้งแต่การเลือกเครื่องนอน บริการเครื่องดื่มสมุนไพรผ่อนคลายก่อนนอน หรือกิจกรรมทำสมาธิสั้น ๆ เพื่อสลัดความเครียดออกไปก่อนเข้านอน ซึ่งเป็นการสื่อสารให้ลูกค้ารู้สึกว่า ที่นี่คือพื้นที่ที่ร่างกายจะได้พักผ่อนและรีเซตระบบตัวเองอย่างแท้จริง
5. Genoveller นักท่องเที่ยวสืบหารากเหง้า
กลุ่มที่ห้าคือ Genoveller นักเดินทางที่ออกท่องเที่ยวเพื่อตามหารากเหง้าและประวัติศาสตร์ของครอบครัว ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากหลังจากการตรวจรหัสพันธุกรรมและแพลตฟอร์มสืบค้นเครือญาติกลายเป็นเรื่องที่เข้าถึงง่ายขึ้น นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้อาจเป็นคนรุ่นสองหรือรุ่นสามที่เกิดในต่างประเทศ แต่อยากเดินทางกลับมาทำความเข้าใจวิถีชีวิตดั้งเดิมของครอบครัว
นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ไม่ได้ต้องการทัวร์ชมโบราณสถานทั่วไป แต่อยากได้ประสบการณ์ที่รู้สึกว่าตัวเองมีส่วนเชื่อมโยง เช่น การเดินเที่ยวในย่านที่บรรพบุรุษเคยอาศัยอยู่ เมื่อมองกลับมาที่ประเทศไทย เมืองไทยของเรามีเรื่องเล่าและวัฒนธรรมที่หลากหลายในแต่ละภูมิภาค จึงสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ได้ดี ผ่านการร่วมมือกับคนในชุมชนเพื่อร้อยเรียงเรื่องเล่าในอดีตให้กลับมามีชีวิตและสร้างความหมายร่วมกับผู้เดินทาง เช่น เส้นทางชุมชนจีนในภูเก็ต เส้นทางมุสลิมในภาคใต้ เส้นทางล้านนา เส้นทางมอญ หรือ เส้นทางชุมชนริมน้ำ
6. Petpawveller นักท่องเที่ยวก๊วนสี่ขา
ปิดท้ายด้วย Petpawveller กลุ่มนักเดินทางสายรักสัตว์ที่เลี้ยงสัตว์เหมือนลูก ซึ่งเป็นเทรนด์ที่มาแรงทั่วโลก ตลาดบริการการเดินทางสำหรับสัตว์เลี้ยงเติบโตขึ้นทุกปี สิ่งที่ทำให้กลุ่มนักท่องเที่ยวนี้น่าสนใจคือ พวกเขาคือกลุ่มนี้มีกำลังซื้อสูงมาก ดังนั้นเวลาเลือกทริปพวกเขาจะเอาความสะดวกสบายและความปลอดภัยของสัตว์เลี้ยงเป็นตัวตั้ง
Petpawveller จึงเป็นโอกาสใหม่ของโรงแรม คาเฟ่ แหล่งท่องเที่ยว ชุมชน และเมืองรองที่ต้องการสร้างความแตกต่าง ผู้ประกอบการควรเริ่มจากการออกแบบมาตรฐานที่ชัดเจน เช่น รับสัตว์เลี้ยงประเภทใด น้ำหนักเท่าไร พื้นที่ใดเข้าได้ มีค่าบริการอะไรบ้าง และมีบริการเพื่อความปลอดภัยอย่างไร จากนั้นค่อยพัฒนาไปสู่บริการพิเศษ เช่น แพ็กเกจสปาร่วมกัน หรือการทำของที่ระลึกสำหรับสัตว์เลี้ยง ซึ่งจะช่วยสร้างความประทับใจและดึงดูดให้พวกเขากลับมาใช้บริการซ้ำ
เทรนด์ของนักเดินทางทั้ง 6 กลุ่มสะท้อนให้เห็นว่า อนาคตของการท่องเที่ยวจะไม่ได้วัดกันที่ความสวยงามของสถานที่เพียงอย่างเดียว แต่แข่งกันที่คุณค่าและความหมายที่นักเดินทางจะได้รับกลับไป ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นฟูร่างกาย การใช้เทคโนโลยีที่ชาญฉลาด การพำนักระยะยาว การนอนหลับอย่างเต็มอิ่ม การตามหารากเหง้า หรือการเดินทางที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
สำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่เรามีทรัพยากรอะไรจะขาย แต่ต้องเปลี่ยนมุมมองเป็นเราจะช่วยให้นักเดินทางแต่ละกลุ่มมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างไร

03/06/2026
ในอดีตจุดมุ่งหมายของการท่องเที่ยวอาจเป็นการไปเที่ยวเพื่อพักผ่อน ผ่อนคลายจากชีวิตการทำงานหรือช่วงเวลาที่เคร่งเครียด แต่ใน...
29/05/2026

ในอดีตจุดมุ่งหมายของการท่องเที่ยวอาจเป็นการไปเที่ยวเพื่อพักผ่อน ผ่อนคลายจากชีวิตการทำงานหรือช่วงเวลาที่เคร่งเครียด แต่ในปัจจุบันภาพของการท่องเที่ยวกำลังเปลี่ยนไปสู่สิ่งที่เรียกว่า ‘Skillcation’ การเดินทางที่ผสมผสาน Skill-building เข้าด้วยกัน ไม่ใช่เดินทางเพื่อพักผ่อนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเดินทางเพื่อเรียนรู้ ลงมือทำ และพัฒนาทักษะไปพร้อม ๆ กัน
โดยนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่มองว่า ‘เวลา’ คือทรัพยากรที่สำคัญ การท่องเที่ยวไม่ควรเป็นแค่ช่วงเวลาที่หายไปจากงาน แต่ควรเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ตัวเองเติบโตขึ้นด้วย เห็นได้จากรายงานของ Hilton ที่แสดงให้เห็นว่า 72% ของนักท่องเที่ยวต้องการใช้เวลาพักผ่อนเพื่อทำในสิ่งที่ตนเองรัก ลองทำสิ่งใหม่ ๆ และกลับบ้านพร้อมเรื่องราวที่น่าตื่นเต้น และทักษะที่ติดตัว
พาทุกคนทำความรู้จักกับ 6 Skillcation ทั่วโลก ที่นอกจากจะได้เที่ยวแล้ว ยังได้รับทักษะกลับมาแบบจัดเต็ม!
1. อัปสกิลฝึกเหยี่ยวที่ประเทศมองโกเลีย
เปิดประสบการณ์ ‘Skillcation’ ที่ไม่เหมือนใครกับทัวร์ของ Meanwhile in Mongolia ซึ่งจะพาผู้เข้าร่วมเดินทางเข้าสู่จังหวัด Bayan-Ölgii ทางตะวันตกของมองโกเลีย เพื่อใช้เวลาร่วมกับนักล่าเหยี่ยวและครอบครัวของเขา โดยนักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการฝึกฝนและเตรียมเหยี่ยวทองคำเข้าสู่เทศกาลเหยี่ยว ‘Altantsugts Eagle Festival’ การแข่งขันระดับท้องถิ่นที่นับว่าดุเดือดที่สุดแห่งหนึ่งของมองโกเลีย ได้เห็นและร่วมเชียร์เหยี่ยวที่ร่วมกันฝึกในงานเทศกาล
โปรแกรมนี้มีระยะเวลา 10 วัน นอกจากจะได้เรียนรู้วิธีการฝึกเหยี่ยวจากผู้มีประสบการณ์เป็นนักล่าเหยี่ยวมาอย่างยาวนาน นักท่องเที่ยวยังจะได้ร่วมเดินทางไปพร้อมกับกลุ่มนักล่าเหยี่ยวบนหลังม้า เพื่อเที่ยวชมความงดงามของธรรมชาติ พร้อม ๆ กับการเรียนรู้เรื่องเหยี่ยวอันน่าทึ่ง ทั้งยังได้พักค้างคืนในกระโจมแบบดั้งเดิมของชาวมองโกล และเพลิดเพลินไปกับการมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว ท่ามกลางทุ่งหญ้าสเตปป์ในยามค่ำคืนอีกด้วย
การเข้าร่วมทริปนี้ไม่เพียงแต่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และรับชมความสามารถของเหยี่ยว แต่ยังเปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้และเข้าใจวิถีชีวิตของผู้คนที่อยู่กับภูมิประเทศอันกว้างใหญ่ และสภาพอากาศที่ท้าทาย ทำความเข้าใจวัฒนธรรมของชนเผ่าผ่าน งานฝีมือ อาหาร ที่พัก พื้นที่ทำกิน ไปจนถึงเพลง เครื่องดนตรี และการละเล่นพื้นบ้านของพวกเขา ที่ล้วนมีคุณค่าและทำให้ซึมซับบรรยากาศได้มากกว่าการรับฟังหรืออ่านข้อมูล
2. อัปสกิลทำอาหารและขนมที่ประเทศฝรั่งเศส
ปารีสอาจเป็นเมืองที่หลายคนเดินทางไปเพื่อชมพิพิธภัณฑ์ แฟชั่น คาเฟ่ และสถาปัตยกรรม แต่นอกจากความสวยงามของบรรยากาศในเมืองแล้ว ที่นี่ยังเป็นห้องเรียนขนาดใหญ่ของศิลปะการกิน โดยเฉพาะที่ ‘Le Cordon Bleu Paris’ สถาบันสอนทำอาหารชื่อดังที่เปิดคอร์สระยะสั้นด้านอาหาร ขนม และเบเกอรี ทั้งในรูปแบบการสาธิตและเวิร์กช็อปลงมือทำจริง โดยมีตั้งแต่คอร์ส 2 ชั่วโมง ไปจนถึงคอร์สระยะยาวแบบ 4 วัน
โดยผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสกับบรรยากาศของครัวมืออาชีพอย่างเต็มที่ ภายใต้การดูแลของเชฟมืออาชีพ เพื่อเรียนรู้เทคนิคการทำและสูตรอาหารตั้งแต่ต้นจนจบ เชฟจะคอยสอนเทคนิคและเคล็ดลับต่าง ๆ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เข้าถึงอาหารฝรั่งเศสและอาหารพื้นเมืองแบบจัดเต็ม อีกทั้งผู้เข้าร่วมยังจะได้รับผ้ากันเปื้อน ผ้าเช็ดจาน และกระเป๋าเก็บความเย็นฟรี เพื่อนำอาหารหรือขนมที่ตนเองทำกลับบ้านอีกด้วย
คอร์สเหล่านี้จะเปลี่ยนการท่องเที่ยวเชิงอาหารจาก ‘ไปกินร้านดัง’ เป็น ‘การทำความเข้าใจสิ่งที่อยู่ในอาหารหนึ่งจาน’ เพราะนักท่องเที่ยวจะได้ฝึกอ่านวัตถุดิบ เข้าใจเทคนิคพื้นฐานของครัวฝรั่งเศส ฝึกความละเอียดในการชั่ง ตวง ผสม ควบคุมอุณหภูมิ และจัดการเวลา ซึ่งเป็นทักษะที่ละเอียดกว่าการทำอาหารตามสูตรทั่วไป เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผู้เข้าร่วมจะได้รับกลับไป จึงไม่ใช่แค่สกิลที่พอทำได้ แต่เป็นทักษะการทำอาหารแบบฉบับของมืออาชีพ
3. อัปสกิลทำนาฬิกาสวิสที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีภาพจำเรื่องความแม่นยำ คุณภาพ และงานฝีมือ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมนาฬิกา โปรแกรมเวิร์กช็อปของ ‘Initium’ จึงเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกได้เข้ามาสัมผัสโลกของการทำนาฬิกาจักรกลสวิสอย่างใกล้ชิด โดยผู้เข้าร่วมสามารถเลือกปรับแต่ง และประกอบนาฬิกาของตัวเอง ที่สามารถผสมผสานออกมาได้มากกว่าหนึ่งล้านแบบภายใต้การดูแลของช่างผู้เชี่ยวชาญ
เวิร์กช็อปนี้มีตั้งแต่คอร์สแนะนำ 3 ชั่วโมง ไปจนถึงคอร์สครึ่งวัน หนึ่งวัน หรือแม้กระทั่งคอร์สระดับสูงที่รวมมื้ออาหารสุดหรู พร้อมคำแนะนำในการผลิตและการสร้างนาฬิกาขึ้นมาในรูปแบบของตัวเอง แต่เพื่อรักษาบรรยากาศที่เป็นกันเองและส่วนตัว ทำให้คอร์สเหล่านี้จะจำกัดผู้เข้าร่วมเพียงแค่ 4 คนต่อคอร์สเท่านั้น ในขณะเดียวกันก็รับผลิตและออกแบบคอร์สสำหรับผู้ที่มาในรูปแบบกลุ่มด้วยเช่นกัน
เสน่ห์ของกิจกรรมนี้คือการเปลี่ยนของที่เคยเป็น ‘สินค้า’ ให้กลายเป็น ‘ประสบการณ์’ โดยนักท่องเที่ยวไม่ได้ซื้อไปแค่เพียงนาฬิกา แต่ซื้อโอกาสในการเรียนรู้ไปด้วย ได้เข้าใจความประณีตในการทำ ตั้งแต่เลือกวัสดุ ประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ และเข้าใจกระบวนการการทำงานที่ต้องใช้สมาธิและความตั้งใจสูง ทำให้นักท่องเที่ยวเข้าใจและให้คุณค่ากับงานฝีมือมากยิ่งขึ้น
4. อัปสกิลขับรถแข่งบนทะเลสาบน้ำแข็งที่ประเทศสวีเดน
เปิดประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตกับการเดินทางอัปสกิลสำหรับนักท่องเที่ยวสาย Adventure กับโปรแกรมของ ‘Lapland Ice Driving’ โปรแกรมที่จะพาไปสัมผัสการขับรถ Formula 1 บนพื้นน้ำแข็ง เพราะที่สนามแห่งนี้จะใช้ทะเลสาบน้ำแข็งเป็นสนามขับรถ ที่นี่มีรถสมรรถนะสูงที่ปรับแต่งมาเตรียมไว้สำหรับสภาพอากาศหนาวจัดโดยเฉพาะให้แก่ผู้เข้าร่วม
นักท่องเที่ยวสามารถเลือกโปรแกรมได้หลากหลายรูปแบบและปรับได้ตามความต้องการ ตั้งแต่ 1 ไปจนถึง 2 วัน โดยผู้เข้าร่วมจะสามารถขับขี่ได้สูงสุดถึง 8 ชั่วโมงต่อวัน พร้อมความปลอดภัยระดับสูงสุด โดยจะมีผู้ฝึกสอนมืออาชีพคอยนั่งเคียงข้างไปกับผู้เข้าร่วม คอยดูแลและแนะนำเทคนิคในการขับขี่ที่ปลอดภัยให้ตลอดเส้นทาง ทั้งยังบอกเทคนิคในการดริฟต์รถบนพื้นน้ำแข็งอันท้าทายแห่งนี้ด้วย
แม้ภาพภายนอกจะดูเป็นกิจกรรมที่เน้นความเร็วและมีความท้าทายค่อนข้างสูง แต่แก่นของประสบการณ์คือการฝึกควบคุมรถในสภาพพื้นผิวที่ลื่นและคาดเดายาก นักท่องเที่ยวต้องฝึกอ่านแรงเสียดทาน การควบคุมพวงมาลัย การรักษาสมดุลของรถ การตอบสนองต่อสถานการณ์อย่างรวดเร็ว และการตัดสินใจภายใต้ข้อจำกัดของสภาพแวดล้อม นอกจากจะสนุก และท้าทายแล้ว นักท่องเที่ยวยังจะได้ทักษะเหล่านี้ติดตัวกลับมาอีกด้วย
5.อัปสกิลการเอาตัวรอดที่สหราชอาณาจักร
อีกหนึ่งตัวอย่างของ Skillcation ที่ตอบโจทย์คนยุคใหม่ คือการท้าทายขีดจำกัดกับคอร์สการเอาตัวรอดกับ ‘Bear Grylls Survival Academy’ ที่ผู้เข้าร่วมทุกคนจะได้เข้าร่วมภารกิจการผจญภัยและเอาตัวรอดท่ามกลางสถานการณ์จริง ที่ถูกออกแบบโดย ‘Bear Grylls’ นักผจญภัยและผู้เชี่ยวชาญด้านการเอาชีวิตเอาตัวรอดชื่อดัง ร่วมกับครูผู้ฝึกสอนมืออาชีพของโครงการ ที่จะคอยอำนวยความสะดวก ให้ข้อมูล และคำแนะนำแก่ผู้เข้าร่วมตลอดโครงการ
โดยภายในโครงการแบ่งออกได้เป็นหลายคอร์ส แต่แก่นหลักที่ผู้เข้าร่วมทุกคนจะได้รับเหมือนกันคือการ ‘เอาตัวรอด’ ภายใต้สถานการณ์ต่าง ๆ ที่แตกต่างกันออกไป ตั้งแต่การเอาตัวรอดในไร่ ในป่า ในทะเลทราย ไปจนถึงเอาตัวรอดในสภาพแวดล้อมสุดขั้วอย่างทวีปแอนตาร์กติกา ซึ่งผู้เข้าร่วมจะต้องลงมือหาอาหาร สร้างที่พักด้วยตนเอง ได้เรียนรู้ทักษะการจุดไฟ การพรางตัว ไปจนถึงการปฐมพยาบาล และอีกมากมาย ซึ่งมีตั้งแต่คอร์สระยะสั้น 1 วันไปจนถึง 1 สัปดาห์เต็ม
กิจกรรมของคอร์สจะถูกออกแบบให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจหลักคิดของการพึ่งพาตัวเองในธรรมชาติ เช่น การวางแผนเมื่ออยู่ในพื้นที่เปิด การจัดการทรัพยากรขั้นพื้นฐาน การสร้างที่พักฉุกเฉิน การรู้จักแหล่งอาหารในธรรมชาติ สิ่งที่นักท่องเที่ยวจะได้กลับมาคือ ทักษะการเอาตัวรอด ทักษะการคิดภายใต้ความกดดัน การทำงานร่วมกันเป็นทีม และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งคอร์สนี้ยังเป็นที่นิยมขององค์กรที่อยากหากิจกรรมกลุ่มให้แก่พนักงานของตนเอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกันอีกด้วย
6. อัปสกิลการซ่อมด้วยศาสตร์คินสึงิที่ประเทศญี่ปุ่น
หากตัวอย่างในข้อก่อนหน้าค่อนข้างท้าทายและผจญภัยจนเกินไป นี่คืออีกหนึ่ง Skillcation ที่ค่อนข้างเรียบง่าย แต่ก็ท้าทายนักท่องเที่ยวได้อย่างน่าเหลือเชื่อ โปรแกรมที่จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจแก่นแท้ของ ‘คินสึงิ’ ศิลปะการซ่อมแซมแบบโบราณของประเทศญี่ปุ่น ที่ใช้ ‘คิอุรุชิ’ แล็กเกอร์จากธรรมชาติมาซ่อมแซมเซรามิกที่เสียหายโดยไม่ซ่อนรอยร้าว แต่ใช้ผงทองหรือเงินตกแต่งเพิ่มเติม ทำให้รอยแตกกลายเป็นส่วนหนึ่งของความงาม
กิจกรรมนี้จะพานักท่องเที่ยวเข้าสู่โลกของงานคราฟต์ญี่ปุ่นที่ละเอียด เรียบง่าย แต่ต้องใช้สมาธิสูง ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้แนวคิดของการซ่อมแซม การยอมรับร่องรอย และการสร้างคุณค่าใหม่ให้กับสิ่งที่เคยเสียหาย ซึ่งมีอย่างแพร่หลายในประเทศญี่ปุ่น หนึ่งในคอร์สที่ได้รับความนิยมคือ ‘Kintsugi STAY’ ที่จะเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบในบ้านญี่ปุ่นแบบโบราณที่ ‘Miyama Atelier’ มีตั้งแต่คอร์ส 2 ชั่วโมง ไปจนถึงคอร์สเต็มวัน
เช่นเดียวกันกับการทำนาฬิกา การเข้าร่วมในโปรแกรมนี้นักท่องเที่ยวจะได้รับความละเอียดอ่อน ความอดทน และสมาธิกลับมา พร้อมกับการเห็นคุณค่าของงานฝีมือที่มากขึ้น ในขณะเดียวกันโปรแกรมนี้ยังทำให้นักท่องเที่ยวได้เปิดรับการมองความไม่สมบูรณ์แบบในมุมใหม่ ๆ และการซ่อมแซมอย่างมีความหมายอีกด้วย
เทรนด์ ‘Skillcation’ แสดงให้เห็นว่า นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่กำลังมองการท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่มากกว่าการพักผ่อน พวกเขามองว่าการท่องเที่ยวคือสิ่งที่จะช่วยเติมเต็มความรู้สึกต่าง ๆ พร้อมมอบทักษะที่พวกเขาหาไม่ได้จากที่ไหน ไม่ใช่แค่ ‘ไปไหนมา’ แต่เป็น ‘ไปแล้วได้อะไรกลับมา’ นี่จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยที่มีสินค้าอันเป็นเอกลักษณ์อยู่ในมือ ทั้งเรื่องราว วัฒนธรรม วัตถุดิบ ฯลฯ ของประเทศไทยที่โดดเด่นไม่แพ้ใคร ซึ่งสามารถต่อยอดให้สอดคล้องกับเทรนด์นี้ได้เป็นอย่างดี

เจาะลึกหลักสูตร TME 7 บริหารการท่องเที่ยวระดับสูง Tourism Management Program for Executives โดยศูนย์พัฒนาวิชาการด้านตลาด...
23/05/2026

เจาะลึกหลักสูตร TME 7 บริหารการท่องเที่ยวระดับสูง Tourism Management Program for Executives โดยศูนย์พัฒนาวิชาการด้านตลาดการท่องเที่ยว (TAT Academy) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

“อัปเกรด” คุณสู่ผู้นำยุคใหม่ปฏิวัติวงการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
เพราะคนที่จะมากำหนดทิศทางอุตสาหกรรม
ไม่ได้รอให้โลกเปลี่ยนก่อนแล้วค่อยปรับตัวตาม…
มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเครือข่ายธุรกิจที่ทรงพลังที่สุดแห่งปี

สนใจสมัครได้ที่ https://bit.ly/TME7-Register
สอบถามข้อมูลเพิ่มที่ Line official : https://bit.ly/TME7-Line

รับสมัครจำนวนจำกัด เพียง 50 ท่านเท่านั้น

เปิดรับสมัคร: วันนี้ – 31 พ.ค. 2569
ระยะเวลาเรียน: 2 มิถุนายน – 9 กันยายน 2569
ค่าเรียน 150,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)

-
หมายเหตุ: กำหนดการอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

ที่อยู่

1600 ถ. เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี
กรุงเทพฯ
10400

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6622505500

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ TAT Academyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง TAT Academy:

แชร์