21/05/2020
shrine shimmering 34 – ศาลเจ้าฮาโคเนะ (hakone jinja)
หลังจากที่ได้เล่าเกร็ดต่าง ๆ เกี่ยวกับฮาโคเนะให้ฟังกันไปบ้างแล้วในครั้งก่อน มาครั้งนี้ก็มาว่ากันด้วยเรื่องศาลเจ้าฮาโคเนะ อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่มีทั้งตำนานเก่าแก่แบบเซอร์เรียล และประวัติศาสตร์ชนิดโชกโชนไม่แพ้ที่ใดในญี่ปุ่นกันต่อเลยครับ
ศาลเจ้าฮาโคเนะนี้กล่าวกันว่ามีประวัติเก่าแก่ยาวนานอย่างน้อยก็ 2,500 ปีเข้าไปโน่น โดยเป็นที่สักการะเทพเจ้าหลัก 3 องค์ ได้แก่เทพนินิงิ หลานย่าของสุริยเทพอามาเทราสึ และเทพโคโนะฮานะซาคุยะ ผู้เป็นชายา รวมถึงเทพโฮโอริ ผู้เป็นบุตร ซึ่งองค์หลังนี้ตำนานก็ว่าไว้ว่าได้ชายาเป็นธิดาของสมุทรเทพ และต่อมาก็สืบตระกูลมาจนได้เป็นพระอัยกา (ปู่) ของพระจักรพรรดิองค์แรกของญี่ปุ่นนั่นเองครับ
เดิมทีเดียวนั้นตัวศาลเจ้าดั้งเดิมตั้งอยู่บนยอดเขาโคมะงะทาเคะ เพื่อใช้เป็นที่บูชายอดเขาคามิที่อยู่ข้าง ๆ และเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในกลุ่มเขาฮาโคเนะ (1,438 ม.) โดยสร้างขึ้นตั้งแต่รัชสมัยของพระจักรพรรดิโคโช (องค์ที่ 5) ซึ่งกล่าวกันว่าครองราชย์อยู่เมื่อประมาณ 2,500 ปีก่อน ในสมัยที่ญี่ปุ่นยังอยู่ในยุคตำนานอยู่เลยครับ ซึ่งในอดีตนั้นฮาโคเนะก็ถือว่าเป็นขุนเขาศักดิ์สิทธิ์ที่บรรดาดวงวิญญาณจะใช้ผ่านไปยังอีกภพภูมิหนึ่ง จึงได้มีการสร้างศาลเจ้าขึ้นตามจุดต่าง ๆ หลายแห่ง ซึ่งในภายหลังก็รวมเรียกกันเป็นศาลเจ้าฮาโคเนะนั่นเองครับ
ต่อมาตัวศาลเจ้าได้ย้ายมายังที่ตั้งปัจจุบันจากฝีมือของภิกษุมังกัน โดยกล่าวกันว่าได้จาริกผ่านมายังทะเลสาบอาชิ ซึ่งในครั้งนั้นกำลังมีมังกรเก้าเศียรที่ออกอาละวาดจนผู้คนในแถบนั้นหวาดผวาไปตาม ๆ กันและถึงขั้นต้องนำเด็กมาสังเวยแก่มังกร ภิกษุมังกันจึงได้สำแดงปาฏิหาริย์เข้าปราบโดยล่ามโซ่มังกรไว้กับหินใต้ทะเลสาบแถมด้วยสะกดด้วยมนต์ให้สงบเสงี่ยมลง ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังมีเทศกาลฉลองสักการะเทพมังกรนี้เป็นประจำในหน้าร้อนทุกปีอยู่ครับ
ต่อมาในปลายสมัยเฮอัน มินาโมโตะโนะโยริโทโมะ ซึ่งเริ่มจะปีกกล้าขาแข็งกระด้างกระเดื่องต่ออำนาจของตระกูลไทระ และต้องพ่ายแพ้ไม่เป็นท่าในสมรภูมิครั้งแรก ๆ ในปี ค.ศ. 1180 ก็ได้หนีซมซานมาหลบภัยอยู่ที่ศาลเจ้านี้ จนเมื่อโค่นอำนาจตระกูลไทระลงและขึ้นเป็นโชกุนคนแรกของรัฐบาลคามาคุระได้สำเร็จ ศาลเจ้านี้ก็เลยพลอยได้ดิบได้ดีมีบรรดาซามุไรน้อยใหญ่ไป “ขึ้น” กันมากมายต่อเนื่องไปด้วยครับ
อย่างไรก็ดี ในสมัยที่ฮิเดโยชิเรืองอำนาจและกรีฑาทัพมาตีเอาโอดาวาระนั้น ปรากฏว่าศาลเจ้าฮาโคเนะนี้ก็โดนเผาเรียบไปกับเขาด้วย จนเมื่ออิเอยาสึขึ้นเป็นโชกุนก็ได้บูรณะศาลเจ้าขึ้นใหม่พร้อมทั้งมอบศักดินาให้ 200 โคคุเพื่อเป็นรายได้ทำให้ศาลเจ้ากลับมารุ่งเรืองอีกครั้งครับ ทั้งนี้ ในอดีตนั้นศาลเจ้าแห่งนี้เป็นการควบรวมกันเป็นทูอินวันระหว่างวัดกับศาลเจ้าเรียกกันว่าฮาโคเนะกงเกน แต่ต่อมาเมื่อเข้าสู่สมัยเมจิ รัฐบาลก็มีนโยบายแยกชินโตออกจากพุทธศาสนา ทำให้ส่วนที่เป็นวัดถูกทำลายไป และก็ได้ชื่อใหม่เป็นศาลเจ้าฮาโคเนะดังเช่นทุกวันนี้นั่นเองครับ